"แน่นอน"
เฉินหยูพยักหน้าแล้วพูดว่า "สามีของคุณรักคุณมากกว่ารักตัวเอง ไม่ว่าคุณจะทำผิดพลาดแค่ไหน เขาก็จะเลือกให้อภัยคุณ"
"ความรักที่เขามีต่อคุณ มันมากมายกว่าที่คุณมีต่อเขาเสียอีก"
"เป็นแบบนั้นจริงๆ เหรอคะ?"
ความทรงจำของ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน
เธอรู้จักกับสามีในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง
สามีเป็นผู้ชายที่พูดไม่เก่งและมีนิสัยทื่อๆ ไปบ้าง
หลังจากรู้จักกัน "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็มองว่าเขาเป็นแค่เพื่อนธรรมดาคนหนึ่ง และไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
กว่าจะได้พบกันอีกครั้ง ก็เป็นเรื่องของหนึ่งปีหลังจากนั้น
บริษัทของครอบครัวเธอล้มละลายเพราะกระแสเงินสดพังทลาย
ธนาคารกำลังจะส่งคนมายึดบริษัทและบ้านพักตากอากาศ
พ่อแม่ของเธอรับความจริงไม่ได้จนต้องเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่
วันที่ถูกยึดทรัพย์ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ไปที่เกิดเหตุเพื่อชี้แจงการยึดทรัพย์
วันนั้นฝนตกหนัก เธอตากฝนมองดูเจ้าหน้าที่ธนาคารขนของใช้ส่วนตัวของเธอกับพ่อแม่ออกมาข้างนอกทีละชิ้น
ในตอนนั้นเอง ก็มีร่มคันหนึ่งกางขึ้นเหนือหัว
พอหันไปมอง กลับกลายเป็นเขา
สามีจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่ของเธอ และหาบ้านให้ครอบครัวของเธอทั้งสามคนได้พักพิง
ทุกครั้งที่เจอกัน สามีมักจะพูดน้อยและเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบๆ เสมอ
จนกระทั่งครั้งหนึ่ง "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" อดไม่ได้ที่จะถามสามี
ที่ช่วยเหลือครอบครัวเธอโดยไม่มีเงื่อนไข เป็นเพราะชอบเธอหรือเปล่า?
วินาทีนั้น สามีแสดงสีหน้าเขินอายราวกับผู้หญิง
และพยักหน้าเบาๆ
ไม่กี่เดือนต่อมา ทั้งสองก็จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์
แต่งงานกันมาหลายปี สามีก็ยังคงพูดน้อยเหมือนเดิม แทบจะไม่เคยพูดจาหวานๆ กับเธอเลย
สิ่งที่พูดบ่อยที่สุด คือความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกสาว
แต่คำพูดเหล่านั้น "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็ปล่อยให้มันเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปหมด
แต่ตอนนี้ เฉินหยูกลับบอกว่าสามีรักเธอมากกว่ารักตัวเอง
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" จึงเริ่มทบทวนเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่สามีเคยทำให้เธออีกครั้ง
เฉินหยูพูดขึ้นมาทันทีว่า "ตอนนี้คุณอยู่ในบ้านของตัวเองใช่ไหม?"
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" รีบตอบว่า "บ้านเช่าหลังนั้นเรายังไม่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ค่ะ กะว่าจะรอให้ลูกเปิดเทอมก่อนแล้วค่อยย้ายไป"
"ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น"
"ตอนนี้คุณเดินไปที่ระเบียงหน่อย"
เมื่อได้ยินดังนั้น "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ และเดินไปที่ระเบียงตามคำสั่งของเฉินหยู
ระเบียงมีพื้นที่ไม่เล็กเลย และถูกแบ่งออกเป็นสองโซน
ด้านซ้ายเป็นโซนตากผ้าและมุมพักผ่อน
ด้านขวาถูกดัดแปลงนิดหน่อยให้ดูเหมือนห้องทำงาน
มีโต๊ะทำงานหนึ่งตัว ตู้เซฟหนึ่งใบ และเก้าอี้อีกหนึ่งตัววางอยู่
เฉินหยูพูดว่า "ในตู้เซฟมีสมุดบันทึกอยู่เล่มหนึ่ง คุณหยิบมันออกมา แล้วจะรู้ว่าสามีรักคุณมากแค่ไหน"
เมื่อได้ยินแบบนี้ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็ก้มลงมองตู้เซฟใต้โต๊ะทำงาน
ในตู้เซฟมีแบบแปลนของสามีและเอกสารเกี่ยวกับสายงานของเขาเก็บไว้
เธอรู้ว่าของพวกนี้สำคัญ แถมตัวเองก็ดูไม่รู้เรื่อง "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" จึงไม่เคยเปิดมันดูเลยสักครั้ง
พอเฉินหยูบอกให้เปิดตู้เซฟ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
ถ้าสามีรู้เข้า เขาจะตำหนิเธอหรือเปล่า?
แต่เธอก็ทนความอยากรู้อยากเห็นในใจไม่ไหวจริงๆ
คิดไปคิดมา "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็พูดขึ้นว่า "หมอเฉินคะ คุณรู้รหัสตู้เซฟไหมคะ?"
ใครก็ตามที่เคยดูไลฟ์ของเฉินหยู ต่างก็รู้ดีว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ยากเกินความสามารถของเขา
และไม่มีเรื่องไหนที่เฉินหยูไม่รู้
แน่นอนว่า "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เฉินหยูบอกว่า "รหัสผ่านคือวันเกิดของคุณ"
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" โค้งตัวลงไปกดตัวเลขวันเกิดของตัวเอง
ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีเสียงดังกริ๊กดังมาจากตู้เซฟ
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" เปิดตู้เซฟออก ภายในมีเอกสารต่างๆ วางอยู่
"ล่างสุดมีซองเอกสารอยู่ซองหนึ่ง สมุดบันทึกอยู่ในนั้นแหละ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็เอื้อมมือไปดึงซองเอกสารออกมาจากด้านล่าง
ข้างในนั้นมีสมุดบันทึกอยู่จริงๆ
"เปิดตั้งแต่หน้าที่เก้าสิบสาม แล้วอ่านต่อไปเรื่อยๆ"
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" เปิดสมุดบันทึกตามที่เฉินหยูบอก
วันที่เขียนบันทึกหน้านี้ คือวันเปิดเทอมวันแรกในมหาวิทยาลัยของ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี"
เธอเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมือง
สามีเดินผ่านหน้าประตูโรงเรียนแล้วเห็นเธอ ก็เกิดอาการรักแรกพบขึ้นมาทันที
จากนั้น "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็เปิดสมุดบันทึกพลิกไปด้านหลัง
พอเปิดผ่านไปทีละหน้า เนื้อหาข้างในก็ทำให้เธอคาดไม่ถึง
ความรักที่สามีมีต่อเธอ มันมีมานานหลายปีก่อนที่พวกเขาจะรู้จักกันเสียอีก
หลังจากสืบข่าวอยู่พักหนึ่ง สามีของ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็รู้ว่าผู้หญิงที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น คือคุณหนูผู้ร่ำรวย
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" รู้แค่ว่าสามีเป็นคนประเภทที่ไม่ยอมจำนนต่อความธรรมดา และเป็นตัวอย่างของคนที่พลิกชีวิตด้วยความพยายาม
เธอไม่เคยคิดเลยว่า การที่สามีเกิดความคิดอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ล้วนเป็นเพราะเธอทั้งสิ้น
แม้ฐานะของทั้งสองจะต่างกันลิบลับ แต่สามีก็ไม่ได้รู้สึกต่ำต้อย
เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อลดช่องว่างระหว่างฐานะของทั้งสองคน
ในบันทึก สามีเปรียบเธอเหมือนนางฟ้า
ทุกตัวอักษรเผยให้เห็นถึงความรักอันลึกซึ้ง
พอสามีเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาก็พยายามจนได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของบริษัทยานยนต์
ถึงได้รวบรวมความกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้า "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี"
เมื่อรู้ว่าครอบครัวของเธอล้มละลาย สามีของ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ก็ทิ้งลูกค้ารายสำคัญสองคนที่กำลังเจรจาธุรกิจอยู่
แล้วพุ่งตรงไปที่บ้านพักตากอากาศราวกับคนบ้า
หลังจากแต่งงานกัน "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" เคยถามสามี
ว่าทำไมวันนั้นเขาถึงไปที่นั่น
คำตอบของสามีก็คือ แค่เดินผ่าน
"คนบ้าเอ๊ย..."
ขอบตาของ "สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" เริ่มรื้นไปด้วยน้ำตา แต่ที่มุมปากกลับมีรอยยิ้ม
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์หลั่งไหลเข้ามานับไม่ถ้วน
"จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนเงียบขรึม แค่คอยปกป้องอยู่เงียบๆ สิ่งที่เขาชอบคือการใช้ชีวิตคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันต่างหาก"
"ฉันก็เป็นผู้ชายแบบนี้นะ ทำไมถึงหาเมียไม่ได้สักทีวะ?"
"นี่แหละคนที่เหมาะจะใช้ชีวิตคู่ด้วย ดีมากๆ เลย"
"พูดได้คำเดียวว่าแต่งงานถูกคนแล้ว"
ในยุคสมัยนี้ ผู้ชายแบบนี้แทบจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว
เพราะความรัก จึงพยายามพัฒนาความสามารถของตัวเองในทุกๆ ด้าน
เพียงเพื่อให้วันหนึ่ง จะได้ปรากฏตัวต่อหน้าคนที่รักได้อย่างสง่าผ่าเผย
"ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหม ความรักที่สามีมีต่อคุณมันเป็นความเงียบ และยิ่งเป็นการให้อภัย"
"ไม่ว่าคุณจะทำผิดพลาดแค่ไหน สามีของคุณก็จะไม่หย่ากับคุณหรอก"
เฉินหยูพูดพลางหัวเราะ "อ่านบันทึกจบแล้ว คงมีความกล้าที่จะพูดความจริงกับเขาแล้วสินะ"
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" พูดว่า "หมอเฉินคะ ขอบคุณนะคะที่บอกเรื่องพวกนี้ให้ฉันรู้"
"ด้วยนิสัยของสามีฉัน ถ้าคุณไม่บอก เขาอาจจะไม่พูดมันออกมาตลอดชีวิตเลยก็ได้"
"คนบ้าคนนี้ ทื่อแบบนี้เสมอเลย"
"ถ้าตอนนั้นฉันไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามเขาว่าชอบฉันหรือเปล่า สงสัยเขาคงเก็บความรู้สึกนี้ไว้ในใจต่อไปแน่ๆ"
เฉินหยูพูดอย่างมีนัยว่า "ในตู้เซฟ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คุณคาดไม่ถึง"
"ยังมีของที่ทำให้ฉันคาดไม่ถึงอีกเหรอคะ?"
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็วางสมุดบันทึกในมือลง แล้วขนเอกสารในตู้เซฟทั้งหมดมากองไว้บนโต๊ะ
ท่ามกลางกองเอกสาร มีโฉนดที่ดินใบหนึ่งสอดไส้อยู่
พอเปิดโฉนดที่ดินดู บนนั้นก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า หมู่บ้านไป๋จินฮวาหยวน ยูนิตห้า ชั้นสิบแปด ห้อง 1803
"นี่มันบ้านใกล้โรงเรียนที่เราเช่าไว้นี่ โฉนดที่ดินมาอยู่ในตู้เซฟของสามีฉันได้ยังไง?"
"สู้แล้วชีวิตถึงจะดี" ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ







