…เมื่อเห็นโทรศัพท์มือถือที่กำลังอยู่ในสาย จางหยวนชิงก็มีคำว่า 'ไอ้เหี้ยเอ๊ย' จุกอยู่ที่คอหอย
เห็นได้ชัดว่าก่อนต่อสู้ ชายร่างกำยำในเสื้อกล้ามสีดำได้โทรหาเซี่ยโหวเทียนหยวนก่อน แล้วทิ้งโทรศัพท์ไว้ตรงนี้
ความเคลื่อนไหวจากการต่อสู้เมื่อครู่ รวมถึงคำว่า 'เทพท่องราตรี' ของชายร่างกำยำในเสื้อกล้ามสีดำ เซี่ยโหวเทียนหยวนล้วนได้ยินทั้งหมด
นั่นก็หมายความว่า เซี่ยโหวเทียนหยวนรู้ว่าคนที่ฆ่าลูกน้องและชิงตัว 'ตัวประกัน' ไปคือเทพท่องราตรี
ด้วยความหายากของเทพท่องราตรี ท่าทีของเขาต่อปัญหาวังหยุดสังหาร และ 'ความสัมพันธ์' ระหว่างเขากับหวังเชียน ขอแค่เซี่ยโหวเทียนหยวนมีสมองสักหน่อย
เป้าหมายแรกที่ต้องสงสัยก็คือเขา
หมอนี่เป็นผู้ใช้ไฟจริงๆ เหรอ? นี่มันผู้ใช้ไฟบ้าอะไรเนี่ย? ผู้ใช้ไฟมีสมองแบบนี้ด้วยเหรอ? จางหยวนชิงด่าทอในใจ ก้มลงเก็บโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า
"ฮัลโหล?"
"เทพบรรพกาล เป็นแกใช่ไหม!"
เสียงเยือกเย็นของเซี่ยโหวเทียนหยวนดังมาจากลำโพง
"คุณไม่มีความจำเป็นต้องสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็นศัตรูกับคุณ เรื่องที่คุณฆ่าคนพวกนั้นผมจะไม่เอาความ ขอแค่คุณทิ้งผู้หญิงคนนั้นไว้แล้วรีบไปซะ ความแค้นระหว่างเราถือว่าหายกัน ไม่สิ ผมยังสามารถมอบไอเทมให้คุณได้อีกสองสามชิ้น หรือคุณต้องการอะไรก็คุยกันได้ อย่าเพิ่งวางสายนะ..."
เซี่ยโหวเทียนหยวนกำลังรีบเดินทางมา ตอนนี้เขาต้องการถ่วงเวลาอย่างเร่งด่วนเพื่อรั้งเทพบรรพกาลเอาไว้
จางหยวนชิงพูดเย้ยหยัน "ฉันไม่ใช่เทพบรรพกาล พ่องมึงสิ!!"
เขาวางสาย โยนโทรศัพท์ทิ้งเข้าไปในกองไฟอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็กระโดดถีบประตูห้องที่ปิดสนิทจนเปิดออก
ท่ามกลางเสียงดัง 'โครม' จางหยวนชิงพุ่งเข้าไปในห้องนอนแล้วกวาดตามองอย่างรวดเร็ว
ที่มุมห้องริมหน้าต่าง มีผู้หญิงสวมเสื้อยืดสีขาวกระโปรงยาวสีดำคนหนึ่ง นั่งขดตัวพิงกำแพง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ข้อมือและข้อเท้าถูกพันด้วยเทปกาวหนาเตอะ
เธอกำลังมองคนแปลกหน้าที่พังประตูเข้ามาด้วยใบหน้าหวาดกลัว ราวกับนกคุ่มที่ตกใจสุดขีด
"ไม่ต้องกลัว ผมเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความสงบ มาช่วยคุณครับ"
จางหยวนชิงพูดพลางเอื้อมมือไปที่เอวด้านหลัง คว้าดาบกระหายเลือดออกมาจาก 'ความว่างเปล่า' แล้วตวัดเบาๆ ที่ข้อมือและข้อเท้าเพื่อตัดเทปกาว
"คุณเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเหรอคะ?"
ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าซีดเซียว แววตาซ่อนความหม่นหมอง ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยมองมาที่เขา ในที่สุดก็ทอประกายความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
หน้าตาของเธอจัดว่าดูดีทีเดียว มีส่วนคล้ายกับหวังเชียนอยู่บ้าง จัดอยู่ในประเภทสวยหวาน
อาจจะเป็นเพราะใกล้คลอด รูปร่างจึงดูอวบอิ่มมาก แต่เอวกลับเล็กคอด
"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ผมจะพาคุณออกไปก่อน ข้างนอกไฟไหม้แล้ว" จางหยวนชิงดึงตัวเธอขึ้นมาแล้วถาม "เดินเองไหวไหม?"
"ดะ ได้ค่ะ..."
หวังเชี่ยนพูดตะกุกตะกัก
ทั้งสองคนวิ่งตามกันออกจากห้อง ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นควันฉุนกึก ทำให้หวังเชี่ยนสำลักจนไอออกมาไม่หยุด แต่ก็ไม่กล้าหยุดฝีเท้า ได้แต่เดินตามหลังเจ้าหน้าที่หนุ่มไปติดๆ
เมื่อมาถึงห้องนั่งเล่น จางหยวนชิงก็พูดไปด้วยเดินไปด้วยอย่างรวดเร็ว "เมื่อกี้ผมเห็นรถสีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้านพัก เป็นของพวกมันหรือเปล่า?"
"ใช่ ใช่ค่ะ... ฉันถูกพาตัวมาด้วยรถสีดำคันนั้นแหละ" หวังเชี่ยนเห็นศพที่ถูกไฟลามเลียอยู่ในห้องนั่งเล่น ใบหน้าก็ซีดเผือด
จางหยวนชิงรีบลากศพของผู้ใช้ไฟออกมาที่ลานบ้านทันที เขาคลำหาของตามตัวศพทั้งสี่ร่าง และไม่ลืมที่จะถามว่า
"คนที่ลักพาตัวคุณมา มีแค่สี่คนใช่ไหม?"
ระหว่างที่พูด เขาก็ล้วงเจอกุญแจรถจากกระเป๋าเสื้อของชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยแล้ว
"ชะ ใช่ค่ะ" หวังเชี่ยนหน้าซีดหนักกว่าเดิม เธอเป็นแค่คนธรรมดา เคยเห็นฉากเลือดนองเป็นสายน้ำแบบนี้ที่ไหน เคยเห็นศพเยอะขนาดนี้เมื่อไหร่กัน
พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่หนุ่มตรงหน้านี้ฆ่าตายหมดเลยเหรอ?
จางหยวนชิงโยนกุญแจรถให้หวังเชี่ยน แล้วพูดรัวเร็วว่า
"คุณเอากุญแจรถไป ไปกันเถอะ!"
พูดจบ เขาก็ก้มลงคว้าศพสองร่างมาหนีบไว้ใต้รักแร้ แล้วจับข้อเท้าของศพอีกสองร่างลากไปกับพื้น พาหวังเชี่ยนวิ่งหนีออกจากบ้านพักไปอย่างรวดเร็ว
หวังเชี่ยนวิ่งไปพลางหันกลับไปมองอย่างกระวนกระวายใจ และพบว่าเจ้าหน้าที่หนุ่ม 'แบก' น้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมไว้ แต่กลับวิ่งฉิวราวกับบินได้
"ปลดล็อก เปิดประตู เร็วเข้า!" จางหยวนชิงตะโกน
เขากวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ในเขตบ้านพักคนไม่พลุกพล่านนัก และตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาเลิกงาน จึงไม่มีใครเดินผ่านไปมาแถวนี้
ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดริมถนน หรือจะมีใครในบ้านพักละแวกนั้นแอบดูผ่านหน้าต่างหรือไม่ เขาก็จัดการอะไรไม่ได้มากนักแล้ว ยังไงซะภาพที่ถูกถ่ายไว้ก็คือใบหน้าของเซี่ยโหวเทียนหยวนอยู่ดี
หวังเชี่ยนกดปุ่มปลดล็อก แล้วเปิดประตูรถด้วยความสั่นเทา
จางหยวนชิงโยนศพทั้งสี่ร่างเข้าไปที่เบาะหลัง แย่งกุญแจรถมาอย่างรวดเร็ว ถลึงตาใส่ผู้หญิงที่กำลังยืนอึ้ง แล้วพูดว่า
"ขึ้นรถสิ!"
เขาเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วมุดตัวเข้าไป
จางหยวนชิงสอบใบขับขี่ผ่านตั้งแต่ตอนอยู่มัธยมปลายปีสอง ตอนนั้นโรงเรียนสอนขับรถต้องการเรียกลูกค้า จึงลดราคาให้นักเรียน และรับปากว่าช่วงปิดเทอมฤดูร้อนครั้งเดียวก็สอบใบขับขี่ได้เลย
พอน้าเล็กได้ยินก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องดี จึงควักกระเป๋าส่งหลานชายไปเรียนขับรถ
จางหยวนชิงสอบผ่านตั้งแต่ด่านแรกจนถึงด่านที่สี่ในรวดเดียว ครูฝึกถึงกับร้องชมว่ามีพรสวรรค์ เป็นนักขับมือฉมัง
ทว่าหลังจากสอบใบขับขี่เสร็จ จางหยวนชิงก็ไม่เคยแตะรถอีกเลย
(PRND มันหมายความว่าไงวะ... นี่มันไม่เหมือนเกียร์กระปุกนี่หว่า...) พอนั่งก้นติดเบาะ เขาก็กวาดตามองเกียร์ สีหน้าพลันแข็งค้าง
"ขับรถเป็นไหม?"
"เป็นค่ะ"
"คุณมาขับ"
ทั้งสองคนสลับที่กันอย่างรวดเร็ว หวังเชี่ยนสตาร์ทรถ สองมือจับพวงมาลัยด้วยความสั่นเทา แล้วเหยียบคันเร่งลงไป
รถพุ่งทะยานไปตามถนนในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว จางหยวนชิงกลัวว่าจะถูกเซี่ยโหวเทียนหยวนดักหน้าหมู่บ้าน จึงเร่งเร้าไม่หยุด
สิบกว่าวินาทีต่อมา ประตูทางเข้าหมู่บ้านก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า จางหยวนชิงพูดเสียงขรึม
"ไม่ต้องหยุด ชนไปเลย!"
"คุณเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความสงบจริงๆ เหรอคะ?" หวังเชี่ยนถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น
"อย่าพูดมาก ชนฝ่าไปเลย!" เขาเน้นย้ำเสียงหนัก
หวังเชี่ยนกัดฟัน ตัดใจเหยียบคันเร่งจนมิด
ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์คำราม รถเก๋งสีดำก็พุ่งชนไม้กั้นตรงป้อมยามจนหักกระจุย แล้วพุ่งทะยานจากไป
"ไปกรมรักษาความสงบ เขตคังหยาง!"
จางหยวนชิงสั่งคำหนึ่งแล้วก็เอนหลังพิงเบาะ หลับตาพักผ่อน
แผนเดิมของเขาคือการฆ่าโจรลักพาตัว ช่วยเหลือหวังเชี่ยน แล้วซ่อนตัวปิดบังความดีความชอบ ปล่อยให้เซี่ยโหวเทียนหยวนไปสงสัยวังหยุดสังหาร
แต่ตอนนี้ตัวตนคงถูกเปิดเผยไปแล้ว แผนการก่อนหน้านี้ใช้ไม่ได้ผล ต้องวางแผนกันใหม่
(โชคดีที่ฉันมีแผนสำรองเตรียมไว้...) จางหยวนชิงลืมตาขึ้น ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรหาฟู่ชิงหยาง
เสียงรอสายดังขึ้นห้าครั้งก่อนจะมีคนรับสาย เสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ของฟู่ชิงหยางดังมาจากลำโพง
"มีเรื่องอะไร"
"ผู้กองร้อยฟู่ ผมดำเนินการตามขั้นตอนแห่งความยุติธรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ"
"ผลลัพธ์ล่ะ?"
"ช่วยเหลือเป้าหมายออกมาได้แล้วครับ ในระหว่างนั้น โจรลักพาตัวสี่คนขัดขืนอย่างสุดกำลัง จึงถูกผมวิสามัญไปแล้ว ตอนนี้ผมกำลังพาตัวประกันกับศพมุ่งหน้าไปที่กรมรักษาความสงบ เขตคังหยาง ขอรับคำสั่งด้วยครับ!"
"ดีมาก!" ฟู่ชิงหยางเอ่ยชม "นำศพกลับมา นายไม่ต้องสอบถามวิญญาณ ให้คนของสำนักไท่อีมาจัดการ เราต้องการการตั้งข้อหาแบบคู่ขนาน
ฉันจะออกคำสั่งเดี๋ยวนี้ จับกุมเซี่ยโหวเทียนหยวนในข้อหาเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม"
จางหยวนชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วพูดต่อ
"แค่ข้อหานี้เกรงว่าจะทำอะไรเซี่ยโหวเทียนหยวนไม่ได้มากหรอกมั้งครับ"
ฟู่ชิงหยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา เอ่ยประโยคที่ทำเอาจางหยวนชิงถึงกับอ้าปากค้าง
"นอกจากข้อหาเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมแล้ว เซี่ยโหวเทียนหยวนอาจจะยังมีข้อหาจ้างวานฆ่า ฆ่าคนตายโดยเจตนา ทำร้ายร่างกายโดยเจตนา ข่มขืนกระทำชำเรา ค้าประเวณี
และจัดให้มีการค้าประเวณีด้วย ฉันจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดสักหน่อย"
(ฉันยังอ่อนหัดเกินไปจริงๆ...) จางหยวนชิงถามอีก "แล้วเซี่ยโหวซินล่ะครับ?"
ฟู่ชิงหยางพูดเรียบๆ "เรื่องนี้ก็ต้องดูว่าจะสอบสวนเซี่ยโหวเทียนหยวนยังไง"
(ความคิดเยี่ยมไปเลย!) จางหยวนชิงถามต่อ "แล้วตระกูลเซี่ยโหวล่ะครับ"
...ฟู่ชิงหยางตอบเสียงเรียบ "นายช่วยรู้จักพอทีเถอะ"
"รับทราบครับ ผู้กองร้อย!"
จางหยวนชิงวางสาย
อีกด้านหนึ่ง รถตู้เอนกประสงค์นำเข้าสามคันแล่นด้วยความเร็วสูงมาถึงหมู่บ้านพักตากอากาศ
รถจอดเทียบด้านนอกบ้านพัก เซี่ยโหวเทียนหยวนเห็นพนักงานนิติบุคคลนับสิบคนกำลังช่วยกันดับไฟ บ้างก็ถือสายยาง บ้างก็ถือถังดับเพลิง
ควันโขมงพวยพุ่งออกมาจากหน้าต่างที่เปิดอ้า
เซี่ยโหวเทียนหยวนหน้าเขียวคล้ำ นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่บนรถ บอดี้การ์ดที่ติดตามมาเปิดประตูลงจากรถแล้วเข้าไปในบ้านพัก
ไม่นาน บอดี้การ์ดก็รีบกลับมา โค้งคำนับที่ข้างหน้าต่างรถ
"ศพกับผู้หญิงคนนั้นถูกพาตัวไปแล้วครับ"
(ศพก็ถูกพาตัวไปด้วย...) เซี่ยโหวเทียนหยวนกัดฟันกรอดจนกล้ามเนื้อกรามปูดโปน เขาข่มความโกรธเอาไว้ แล้วกดโทรศัพท์หาเซี่ยโหวซินผู้เป็นพ่อ
"พ่อ ผู้หญิงคนนั้นถูกคนของทางการพาตัวไปแล้วครับ เป็นเทพบรรพกาลคนที่ผมซ้อมไปวันนั้นแหละ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาหาที่นี่เจอได้ยังไง คนที่ผมจัดฉากไว้ในบ้านพักตายหมด ศพก็โดนเอาไป... ตอนนี้จะทำยังไงดีครับ?"
ตอนนี้เซี่ยโหวเทียนหยวนเริ่มลนลานขึ้นมาบ้างแล้ว
ตระกูลเซี่ยโหวสร้างฐานอำนาจมาหลายปี ในพันธมิตรห้าธาตุมีคนของตระกูลเซี่ยโหวอยู่มากมาย หรือไม่ก็เป็นคนที่รับผลประโยชน์จากตระกูลเซี่ยโหว
แต่พันธมิตรห้าธาตุมีขนาดใหญ่โตและมีฝักฝ่ายซับซ้อน ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกรงใจตระกูลเซี่ยโหว
เรื่องแบบนี้ หากไม่มีหลักฐานและยังไม่ถูกเปิดโปง คนอื่นก็ขี้เกียจจะมาแตกหักกับตระกูลเซี่ยโหว แต่ถ้ามีหลักฐานแล้ว สถานการณ์ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
"จะลนลานไปทำไม!" เซี่ยโหวซินยังคงเยือกเย็น เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า
"รีบไปมอบตัวเดี๋ยวนี้"
"มอบตัวเหรอ?" เซี่ยโหวเทียนหยวนขึ้นเสียงสูง "ผมจะไปมอบตัวได้ยังไง..."
ทว่าเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที "พ่อหมายความว่า?"
เซี่ยโหวซินตอบ 'อืม' ในลำคอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ต้องไปมอบตัวกับใคร คงไม่ต้องให้ฉันสอนหรอกนะ"
เซี่ยโหวเทียนหยวนรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เขาเผยรอยยิ้ม "เข้าใจแล้วครับ"
แน่นอนว่าต้องไปมอบตัวกับผู้ใช้พลังของทางการที่สนิทสนมกับตระกูลเซี่ยโหว เพื่อใช้ข้ออ้างในการมอบตัวมาเป็นเกราะคุ้มกัน
จะยอมตกไปอยู่ในมือคนนอก อย่างมัคนายกเขตคังหยาง ฟู่ชิงหยาง ไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เซี่ยโหวเทียนหยวนวางสาย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป เขาทุบหมัดลงบนพนักพิงเบาะอย่างแรง กัดฟันกรอดแล้วพูดว่า
"เทพบรรพกาล ฉันจะฆ่าแก ฉันจะสืบหาตัวตนในโลกความจริงของแกให้เจอ แล้วจะทำให้แกต้องชดใช้!"
ภายในรถที่แล่นฉิว จางหยวนชิงกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เปิดแอปพลิเคชันแชต แล้วส่งข้อความหาหวังเชียน
"พี่สาวนายปลอดภัยแล้ว"







