(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 246
บทที่ 246 ห้ามกินแล้วนะ จริงจังหน่อย พวกเรากำลังปราบผีกันอยู่นะ!
"หมอเฉิน คุณหนูเฉียวนอกจากแววตาเลื่อนลอยและนั่งนิ่งไม่ไหวติงแล้ว ฉันก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติตรงไหนเลย นี่โดนผีเข้าจริงๆ เหรอคะ?"
โจวเข่อซินเรอออกมา
"เธอถูกพลังงานพิเศษบางอย่างสิงสู่จริงๆ" เฉินหยูวางเบียร์ในมือลง
"ถ้าคุณลงมือล่ะก็ แค่ไม่กี่นาทีก็แก้ปัญหาได้แล้วใช่ไหมคะ?"
"ก็อาจจะนะ"
เฉินหยูยิ้มอย่างไม่แสดงความเห็น
ก่อนจะหันกลับไปมองข้างหน้าอีกครั้ง
"ทุกท่าน พวกคุณเลิกเถียงกันก่อนเถอะ"
"ถ้าอยากได้เงินห้าสิบล้าน ก็ต้องดูว่าพวกคุณมีฝีมือของจริงหรือเปล่า"
น้ำเสียงของเฉียวไป่ซุ่นแฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
เขาเอ่ยเตือนให้ทุกคนหยุดทะเลาะกัน แล้วรีบปราบผีให้เฉียวอันนาได้แล้ว
ขืนยังเถียงกันต่อไป ฟ้าได้สว่างก่อนพอดี
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเขาก็เลิกทะเลาะกัน แล้วพากันกรูเข้าไปล้อมรอบตัวเฉียวอันนา
นักพรตอ้วนแกว่งดาบไม้ท้อ ร่ายรำเพลงดาบไปมาเหนือหัวของเฉียวอันนา
ชายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ใช้คาถาเชิญเทพถอยหลังไปสองก้าว กำหมัดแน่น แล้วทุบหน้าอกตัวเองไม่หยุด
ไม่กี่วินาทีต่อมา ผู้ใช้คาถาเชิญเทพก็ตัวสั่นงันงกเหมือนคนเป็นตะคริว พร้อมกับส่งเสียงแหลมปรี๊ดออกมาจากปาก
"ย้าก! เจ้าปีศาจบังอาจนัก ซุนหงอคงผู้นี้ลงมาจุติบนโลกมนุษย์แล้ว พวกเจ้ายังไม่รีบออกมาสวามิภักดิ์อีก"
สิ้นเสียง ผู้ใช้คาถาเชิญเทพก็ยื่นหน้าออกไปแยกเขี้ยวใส่เฉียวอันนา
"บ้าเอ๊ย เล่นใหญ่ชะมัด"
โจวเข่อซินกินตีนไก่เลาะกระดูกเข้าไปคำหนึ่ง
หมอนี่เมื่อก่อนคงไม่ได้มีอาชีพเล่นปาหี่ลิงหรอกนะ แกล้งทำเป็นลิงได้เหมือนอยู่เหมือนกัน
การแสดงของคนอื่นๆ ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
บางคนแหกปากโวยวาย อัญเชิญเซียนป่ามาประทับร่าง
บางคนหยิบซองอั่งเปาเล็กๆ ออกมา ล้วงข้าวสารสีขาวออกมาเป็นกำๆ แล้วปาใส่เฉียวอันนา
"หมอเฉิน หลังจากพวกเราได้เงินห้าสิบล้านแล้ว ไปกินมื้อดึกกันดีไหมคะ?"
"ฉันไม่ได้กินกุ้งเครย์ฟิชมาตั้งนานแล้ว ทั้งรสกระเทียม เครื่องเทศ หมาล่า ฉันกินได้หมดเลย"
โจวเข่อซินจัดการตีนไก่เลาะกระดูกจนหมดในรวดเดียว แล้วหยิบเส้นบุกหมาล่าขึ้นมากินต่อ
"เอาสิ มื้อดึกคืนนี้ไปกินกุ้งเครย์ฟิชกัน"
เฉินหยูกับโจวเข่อซินคุยกันสัพเพเหระ
ถกเถียงกันว่ากุ้งเครย์ฟิชทำเมนูไหนอร่อยที่สุด
กลุ่มคนด้านหน้าต่างงัดไม้เด็ดออกมาโชว์ แต่กลับไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เวลาผ่านไปทีละนาที ไม่นานก็ผ่านไปหลายสิบนาที
ทุกคนเหนื่อยจนหอบแฮ่ก
ผู้ใช้คาถาเชิญเทพที่อ้างว่าซุนหงอคงประทับร่างยิ่งเหนื่อยหอบราวกับสุนัข เขานั่งแหมะลงกับพื้น แลบลิ้นหอบหายใจไม่หยุด
คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่น จากนั้นก็เริ่มแย่งกันออกโรง
"โอม มะนิ มะนิ... ระเบิดแกซะ!"
หลวงจีนคนหนึ่งถือลูกประคำในมือ ตะโกนเสียงดังกลบเสียงของทุกคนในลาน
กินเส้นบุกหมาล่าเสร็จ โจวเข่อซินก็คว้าถั่วลิสงรสกระเทียมมาจากมือของเฉินหยูกำหนึ่ง
โจวเข่อซินแทะถั่วไปพลาง พูดไปพลาง "หมอเฉิน พวกนี้แต่ละคนมีพรสวรรค์ทั้งนั้นเลยนะคะ ถ้าจัดกรุ๊ปทัวร์ไปเหยียบจักรเย็บผ้าในคุกคงไม่เหงาแน่ๆ"
"คุณดูพวกเขาสิ แต่ละคนดูธรรมดามากๆ แต่กลับมั่นหน้ากันสุดๆ"
"ว้าว หมอเฉิน คุณรีบดูสิคะ! คนนั้นพ่นไฟได้ด้วย!"
โจวเข่อซินใช้มืออีกข้างตบไหล่เฉินหยู
ชายเปลือยท่อนบนคนหนึ่งหยิบไฟแช็กกันลมออกมา
เขาเป่าลมออกไปหนึ่งที เปลวไฟจากไฟแช็กก็พุ่งออกมายาวราวกับมังกร เกือบจะไหม้ผมของเฉียวอันนา
เฉินหยูแค่นหัวเราะ "เขาอมแอลกอฮอล์ไว้ในปากก่อนหน้านี้แล้ว"
"ก็แค่ปาหี่หลอกเด็ก"
"ยันต์ในมือนักพรตที่มีรอยเลือดปรากฏขึ้นมา ก็เพราะเขาเอาน้ำขมิ้นมาทาไว้ล่วงหน้า"
"น้ำขมิ้นทำปฏิกิริยาเคมีกับด่าง ก็เลยกลายเป็นน้ำเลือด"
"ผู้ใช้คาถาเชิญเทพเคยทำงานในคณะละครสัตว์มาก่อน เลยถนัดเรื่องเลียนแบบสัตว์ต่างๆ"
"ลูกพี่นักเลงที่ใส่แว่นคนนั้น เมื่อก่อนเคยเป็นขาใหญ่คุมตลาดสด พอโดนกวาดล้างก็เข้าไปนอนในซังเตอยู่หลายปี"
"พอออกมาก็กะจะไลฟ์สด แต่ดันเจอเว็บสั่งแบนพวกสตรีมเมอร์ที่สร้างคาแรคเตอร์ว่าเป็นคนคุก ก็เลยหันมาทำอาชีพหลอกลวงต้มตุ๋นซะเลย"
"ป้าที่ใส่กระโปรงสั้นกับเสื้อสายเดี่ยวนั่นแต่งตัวเป็นแม่มดเหมียวเจียง แต่หาซื้อชุดแม่มดเหมียวเจียงไม่ได้ ก็เลยเอาของสองชิ้นนี้มาใส่แทน"
"แล้วก็ผู้หญิงที่ห้อยกระดิ่งตามตัวคนนั้น สร้างคาแรคเตอร์ว่าเป็นหมอผีซาแมนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่หาชุดซาแมนไม่ได้ ก็เลยตัดชุดเองตามรูปในเน็ต"
เฉินหยูแฉเบื้องหลังของคนพวกนี้ออกมาเป็นฉากๆ ราวกับรู้ไส้รู้พุง
พร้อมกับบอกโจวเข่อซินว่า ในบรรดาคนพวกนี้ ก็พอมีคนที่มีฝีมืออยู่บ้าง
แต่ฝีมือของพวกเขาก็เรียกได้ว่ามีแค่หางอึ่ง งูๆ ปลาๆ
เอาไว้หลอกคนธรรมดาทั่วไปน่ะพอได้
แต่ถ้าเจอของแข็งเข้าล่ะก็ มีหวังได้กลัวจนฉี่ราดกางเกงเหมือนกัน
ในขณะที่แฉเบื้องหลังของคนพวกนี้
เฉินหยูก็แสดงความเห็นด้วยกับวิธีการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง
ขนาดกวาดล้างอย่างหนักทุกวัน ยังมีพวกนักต้มตุ๋นหลุดรอดมาได้ตั้งเยอะแยะ
ถ้าไม่กวาดล้างให้เด็ดขาด สถานการณ์คงเลวร้ายกว่านี้เป็นสิบเท่า
"พวกคุณสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย?"
ตอนนั้นเอง เฉียวไป่ซุ่นก็ได้กลิ่นแปลกๆ โชยมา
บ้าเอ๊ย ใครกินทุเรียนวะ?
พอเห็นเฉินหยูกับโจวเข่อซิน เฉียวไป่ซุ่นก็แทบจะควันออกหู
ที่เชิญคนพวกนี้มา ก็เพื่อช่วยปราบผีให้ลูกสาวและแก้ปัญหาให้จบๆ ไป
ไม่ได้เชิญมาดูงิ้วสักหน่อย
เฉินหยูกับโจวเข่อซินนั่งอยู่บนเก้าอี้ ที่พื้นใต้เท้าถ้าไม่ใช่เปลือกถั่วลิสงก็เป็นซองขนม
ข้างเท้าของเฉินหยูมีเบียร์วางอยู่ครึ่งขวด
ส่วนในมือของโจวเข่อซินก็ถือเนื้อทุเรียนสีเหลืองทองอร่ามอยู่หนึ่งพู
ทั้งดื่มโค้ก กระดกเบียร์ แล้วก็ทิ้งเปลือกถั่วลิสงรสกระเทียมเกลื่อนพื้น
ว่าแต่ ทุเรียนมันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?
โจวเข่อซินถูกทุกคนจ้องจนรู้สึกอึดอัดไปหมด เธอจึงรีบยัดเนื้อทุเรียนในมือเข้าปากจนหมดในไม่กี่คำ
เฉินหยูพูดเรียบๆ ว่า "ไม่ต้องสนใจพวกเราหรอก พวกคุณทำต่อเลย"
"ห้ามกินแล้วนะ จริงจังหน่อย พวกเรากำลังปราบผีกันอยู่นะ!"
นักพรตอ้วนเอ็ดตะโรด้วยความไม่พอใจ
"การที่พวกคุณสองคนมาอยู่ที่นี่ได้ ก็ต้องเป็นคนในวงการไสยเวทที่ท่านเฉียวเชิญมาแน่ๆ"
"แต่กลับไม่สนใจความปลอดภัยของคุณหนูเฉียว เอาแต่กินดื่มอยู่ตรงนี้ ช่างเป็นพวกสวะในวงการไสยเวทจริงๆ!"
เพื่อแก้เขิน ทุกคนจึงเบนเป้าไปที่เฉินหยูกับโจวเข่อซิน
พากันต่อว่าทั้งสองคนว่าไม่เอาถ่าน
"พวกคุณนั่นแหละที่ไม่เอาถ่าน!"
โจวเข่อซินลุกพรวดขึ้นมาทันที แล้วพูดว่า "พวกคุณจะว่าฉันก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แต่ถ้าจะว่าหมอเฉินล่ะก็ ระวังจะหาเรื่องใส่ตัวก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินคำว่าหมอเฉิน สีหน้าของหลายคนก็เปลี่ยนไป
เฉียวไป่ซุ่นเรียกพ่อบ้านเข้ามาหา แล้วถามว่า "พ่อบ้าน สองคนนี้เป็นใครกัน? ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นๆ ชื่อหมอเฉินจังเลย"
"นายท่าน เขาคือเฉินหยู สตรีมเมอร์ชื่อดังที่กำลังมาแรงในเน็ตช่วงนี้ครับ"
"และเขาก็เป็นคนที่คำนวณดวงชะตาได้ว่าท่านประธานสวี่จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานครับ"
เฉียวไป่ซุ่นถึงกับร้องอ๋อ
เมื่อรู้ตัวตนของเฉินหยู ความโกรธในใจของเฉียวไป่ซุ่นก็มลายหายไป
ได้ยินมาว่าคนคนนี้ใช้ตัวตนจิตแพทย์มาช่วยแก้ปัญหาให้ผู้คนในโลกออนไลน์
นอกจากจะมีฝีมือเก่งกาจแล้ว นิสัยยังเดาทางยากอีกด้วย
สไตล์การทำงานก็แหวกแนวไม่เหมือนใคร
สำหรับคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้ การนั่งกินดื่มอยู่ข้างหลังก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เฉียวไป่ซุ่นระบายยิ้มอย่างกระตือรือร้น เขาเดินเข้าไปหาเฉินหยู นำมือประสานกันคารวะแล้วเอ่ยว่า "หมอเฉิน ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของคุณมานานแล้ว"
"ได้โปรดช่วยยื่นมือเข้าช่วย ให้ลูกสาวของผมพ้นขีดอันตรายด้วยเถอะครับ"
"เดี๋ยวผมจะตอบแทนให้อย่างงามเลยครับ"
เฉินหยูพยักหน้า เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าอันนาโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เขามองเฉียวอันนาที่นั่งอยู่บนรถเข็น แล้วล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค้ท
เมื่อเขาดึงมือออกมาอีกครั้ง ทุกคนก็พากันหน้าถอดสี
เฉินหยูหยิบปืนฉีดน้ำออกมา แล้วเล็งไปที่หน้าผากของเฉียวอันนา







