(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 247
บทที่ 247 ใบหน้าผู้หญิงในควันดำ
ในบรรดาหมอผีจอมปลอมมากมาย มีเกือบครึ่งที่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเฉินหยู หรือไม่ก็เคยดูไลฟ์สดของเขา
และยังมีอีกหลายคนที่เคยเลียนแบบรูปแบบการไลฟ์สดของเฉินหยู
โดยใช้การบำบัดทางจิตวิทยาเป็นข้ออ้าง แล้วเปิดไลฟ์สดดูฮวงจุ้ยและทำนายดวงชะตาให้ชาวเน็ต
เดิมทีตั้งใจจะตามกระแสเพื่อหลอกฟันกำไร กะจะนอนหาเงินสบายๆ
ใครจะไปคิดว่า พอเปิดไลฟ์สดวันแรกอย่างเบิกบานใจ
วันที่สองก็โดนแพลตฟอร์มแบนบัญชีซะแล้ว
แถมแพลตฟอร์มยังส่งจดหมายเตือนมาให้พวกเขาอีกด้วย
ทำเอาคนพวกนี้โกรธจัดจนด่าทอว่าแพลตฟอร์มสองมาตรฐาน
มองว่าการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ลับๆ ระหว่างแพลตฟอร์มหูอวี๋กับเฉินหยูนั้น มันมาถึงขั้นที่ไร้กฎเกณฑ์ใดๆ แล้ว
"ที่รัก เขาคือสตรีมเมอร์เฉินหยูที่ทำได้ทุกอย่างคนนั้นจริงๆ เหรอ? ทำไมฉันรู้สึกว่าเขาเหมือนคนบ้าเลยล่ะ?"
เหยาหลิน ภรรยาคนที่สองของเฉียวไป่ซุ่นรู้สึกอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก
เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมสามีถึงต้องยอมทุ่มเงินมากมายขนาดนี้กับตัวขาดทุนอย่างลูกสาวคนนั้น
ยอมควักเงินห้าสิบล้านเพื่อจ้างพวกคนบ้าๆ บอๆ กลุ่มใหญ่ มาปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้เฉียวอันนา
เมื่อหลายปีก่อน สองพ่อลูกก็หมดความผูกพันกันไปแล้ว
จะบอกว่าเป็นเหมือนคนแปลกหน้าก็คงไม่เกินจริงนัก
แต่พอตัวขาดทุนนั่นเพิ่งจะโดนผีเข้า เฉียวไป่ซุ่นก็แทบรอไม่ไหวที่จะให้พ่อบ้านไปตามหาผู้มีวิชาอาคมมา
ถ้าบอกว่าความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกกลับมาดีกันแล้ว เหยาหลินนี่แหละคือคนแรกที่ไม่เชื่อ
มุมปากของเฉียวไป่ซุ่นกระตุก
หลายครั้งที่เขาอยากจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมา แต่สุดท้ายก็ต้องข่มมันกลับไป
ถึงแม้เขาจะไม่เคยดูไลฟ์สดของเฉินหยู แต่เขาก็มักจะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเฉินหยูอยู่บ่อยๆ
แวดวงไฮโซเมืองหางโจวจะว่าเล็กก็ไม่เล็ก จะว่าใหญ่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก
ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในแวดวงนี้ มันก็มักจะแพร่กระจายไปจนรู้กันทั่วอย่างรวดเร็ว
เมื่อหลายเดือนก่อน ท่านประธานสวี่ เจ้าของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ติงเซิ่งธุรกิจล้มละลาย จนต้องกระโดดทาวเวอร์เครนฆ่าตัวตาย
ก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตาย ก็มีคนออกมาแฉเรื่องราวต่างๆ ที่เขาจะต้องเจอในภายหลังบนอินเทอร์เน็ต
ซึ่งคนคนนั้นก็คือเฉินหยู
ความตื่นตะลึงที่เฉินหยูนำมาสู่ตระกูลเศรษฐีในท้องถิ่น ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเหวินซิงฮุย เจ้านายใหญ่แห่งบริษัทภาพยนตร์ซิงฮุย ก็ถูกเฉินหยูส่งเข้าคุกด้วยมือของเขาเอง
อีกไม่นานก็ต้องไปกินลูกปืนแล้ว
จนถึงทุกวันนี้ เหวินซิงฮุยยังไม่กล้าแม้แต่จะปริปากบ่นสักแอะ
จากตรงนี้ก็เห็นได้ชัดว่า เหวินซิงฮุยหวาดกลัวเฉินหยูเป็นอย่างมาก
เมื่อมีบทเรียนจากคนเหล่านี้เป็นตัวอย่าง แม้ว่าเฉียวไป่ซุ่นจะอัดอั้นตันใจด้วยความโกรธ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่กล้าอาละวาด
เขาได้แต่หวังว่าเฉินหยูจะสามารถแก้ปัญหาในตัวเฉียวอันนาได้โดยเร็วที่สุด
"นี่มันของเล่นที่วางอยู่บนชั้นวางในร้านไม่ใช่เหรอ? หมอเฉินหยิบมันออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
โจวเข่อซินเกาหัวด้วยความสงสัย
ปืนฉีดน้ำราคาตั้งสามแสน แต่รูปร่างหน้าตากลับไม่ได้ต่างอะไรกับปืนฉีดน้ำก๊อกแก๊กกระบอกละไม่กี่หยวนบนพินตัวตัวเลยสักนิด
ตัวปืนพลาสติกสีเขียว ขนาดพอๆ กับมือของโจวเข่อซิน
ทุกคนต่างมองเฉินหยูเล่นตลกอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจ
รู้สึกว่าคนคนนี้ต้องป่วยหนักแน่ๆ
ให้คุณมาปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แล้วคุณเอาปืนของเล่นไปจ่อที่หน้าผากของคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉียวทำไมกัน?
แบบนี้ก็เรียกว่าปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายงั้นเหรอ?
"โฮก!"
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงหอนที่คล้ายกับสัตว์ป่าก็ดังออกมาจากปากของเฉียวอันนา
จากนั้นก็มีควันสีดำกลุ่มหนึ่งลอยออกมาจากบนหัวของเฉียวอันนา
"ผี!!!"
ท่ามกลางควันดำนั้นปรากฏใบหน้าของผู้หญิงที่ดูดุร้ายและน่าสยดสยอง
เหยาหลินตกใจจนทรุดลงไปกองกับพื้น เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของเธอดังทะลุแก้วหู
ควันดำก่อตัวเป็นรูปร่างคน ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วเหมือนจะเป็นผู้หญิง
รูม่านตาของเฉียวไป่ซุ่นเบิกกว้าง ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"แม่เจ้าโว้ย บนโลกนี้มีผีจริงๆ ด้วย! หนีเร็ว!!!"
ไม่รู้ว่าใครตะโกนเรียกหมอขึ้นมา สถานการณ์ในที่เกิดเหตุก็วุ่นวายขึ้นมาทันที
หมอผีจอมปลอมนับร้อยคนวิ่งหนีแตกกระเจิง ต่างคนต่างแย่งกันพุ่งตัวออกไปนอกประตู
หมอผีส่วนใหญ่เพิ่งเคยเห็นผีเป็นครั้งแรก มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เคยรับมือกับผีมาก่อน
แต่โดยไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนต่างตกใจกลัวจนฉี่ราดรดกางเกง
ควันดำกลายร่างเป็นคน อุณหภูมิในห้องก็เย็นเฉียบยิ่งกว่าห้องน้ำแข็ง ถ้าไม่ใช่ผีแล้วจะเป็นอะไร?
ประกอบกับเสียงหอนของสัตว์ป่านั่น ต้องเป็นผีร้ายอย่างแน่นอน!
พวกสิบแปดมงกุฎที่อ้างตัวว่าเป็นปรมาจารย์สวรรค์ นักพรต พ่อมด และคนทรง ต่างก็พากันวิ่งหนีสุดชีวิต
ได้แต่เจ็บใจที่พ่อแม่ให้ขามาแค่สองข้าง
นักพรตเต๋าอ้วนใช้ความเร็วที่ไม่สมกับอายุวิ่งนำหน้าไปไกล ทิ้งคนอื่นๆ ไว้ข้างหลังอย่างไม่เห็นฝุ่น
ห้องนั่งเล่นที่เคยเนืองแน่นไปด้วยผู้คน บัดนี้กลับว่างเปล่า
เหลือเพียงคนในตระกูลเฉียวไม่กี่คน เฉินหยู และโจวเข่อซิน
โจวเข่อซินเองก็อยากจะหนี แต่ก็รู้สึกว่ามีเฉินหยูอยู่ที่นี่ เขาจะต้องปกป้องเธออย่างแน่นอน
ละครฉากใหญ่ที่หาดูได้ยากแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เธอเฝ้ารอดูมาตลอดหรอกเหรอ?
ผีร้ายที่มีไอสีดำแผ่ออกมาทั่วร่าง ยื่นมือทั้งสองข้างพุ่งเข้าใส่เฉินหยู
เฉินหยูไม่ตื่นตระหนกและไม่รีบร้อน เขาเหนี่ยวไกปืนใส่ผีร้ายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม
ลำน้ำสายเล็กยาวพุ่งออกมาจากปืนฉีดน้ำ โดนผีร้ายที่กระโจนเข้ามาอย่างจัง
"ซี่!"
เสียงแสบแก้วหูดังขึ้นในทันที
ราวกับน้ำเย็นหยดลงในกระทะน้ำมันเดือด
ผีร้ายที่ดุร้ายหยุดการจู่โจม มันถูกพลังที่มองไม่เห็นกักขังไว้กลางอากาศ
เสียงกรีดร้องที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวดังขึ้นเรื่อยๆ
เหยาหลินรู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะ ภาพตรงหน้ามืดมิดลง ก่อนจะสลบเหมือดไปในทันที
เฉียวไป่ซุ่นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบไม้เท้าขึ้นมาแล้วรีบเดินไปทางประตูเล็ก
เฉินหยูพูดขึ้นว่า "คุณเฉียว สิ่งสกปรกที่คอยรังควานลูกสาวของคุณยังไม่ถูกจัดการเลย คุณก็รีบร้อนจะกลับไปพักผ่อนขนาดนี้เชียวเหรอ?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉียวไป่ซุ่นก็หยุดฝีเท้าลง
"ถึงแม้ฉันจะผ่านโลกมามาก แต่ก็ไม่มีความรู้เรื่องภูตผีปีศาจพวกนี้เลยสักนิด อยู่ที่นี่ไปนอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ซ้ำร้ายยังจะสร้างความวุ่นวายให้คุณเฉินเสียเปล่าๆ"
"รอให้คุณเฉินจัดการเรื่องที่นี่เสร็จแล้ว ฉันค่อยกลับมาคุยกับคุณใหม่ก็แล้วกัน"
"ทุกอย่างคงต้องรบกวนคุณเฉินแล้วล่ะ"
พูดจบ เฉียวไป่ซุ่นก็ก้าวเท้าเดินต่อไป
"ถึงจะไป ก็ควรพาลูกสาวของคุณไปด้วยสิ"
"ลูกสาวของคุณขยับตัวไม่ได้ การทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียว ก็เท่ากับว่าคุณผลักลูกสาวตัวเองเข้าปากเสือชัดๆ"
"คุณเฉียวรักลูกสาวมากขนาดนี้ คงไม่ทิ้งขว้างเธอตอนที่ภัยมาถึงตัวหรอกใช่ไหม?"
เฉินหยูพูดพลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉียวไป่ซุ่น
"รับนะ"
เฉินหยูโยนปืนฉีดน้ำให้โจวเข่อซิน
"หมอเฉิน คุณทำอะไรเนี่ย?"
โจวเข่อซินรับปืนฉีดน้ำเอาไว้ แล้วถามขึ้นตามสัญชาตญาณ
"นี่เป็นสวัสดิการที่ร้านมอบให้พนักงาน เผื่อเจอคนร้าย จะได้เก็บไว้ป้องกันตัวไง"
"ขอบคุณค่ะหมอเฉิน"
โจวเข่อซินเล่นปืนฉีดน้ำในมืออย่างมีความสุข
นี่ต้องไม่ใช่ปืนฉีดน้ำธรรมดาแน่ๆ มันต้องเป็นอาวุธเวทมนตร์อะไรสักอย่างชัวร์
ไม่อย่างนั้น ตอนที่เฉินหยูเอาปืนฉีดน้ำจ่อไปที่เฉียวอันนา ผีที่สิงอยู่ในร่างจะโผล่ออกมาเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?
มันต้องถูกปืนฉีดน้ำข่มขวัญเอาแน่ๆ
เฉินหยูเหนี่ยวไก ลำน้ำที่ฉีดออกไปก็ทำให้ผีร้ายเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส
มันต้องเป็นของวิเศษชิ้นโตแน่นอน!
"พ่อบ้าน พาลูกสาวฉันกลับห้องไป"
เฉียวไป่ซุ่นออกคำสั่ง
พ่อบ้านเดินไปด้านหลังรถเข็นโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ในช่วงพริบตาเดียว ผีร้ายที่กำลังดิ้นรนอยู่กลางอากาศก็ดูเหมือนจะหลุดพ้นจากการพันธนาการ
มันพุ่งเข้าใส่เฉินหยูด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
"อย่าเข้ามานะ แกอย่าเข้ามา!!!"
เฉินหยูยังไม่ทันได้ขยับตัว เฉียวไป่ซุ่นกลับตกใจจนล้มพับไปกองกับพื้นเสียก่อน
เขาปัดป่ายมือทั้งสองข้างด้วยสีหน้าหวาดกลัว
เฉินหยูยกมือซ้ายขึ้น ชี้ไปทางผีร้ายที่พุ่งเข้ามา
ผีร้ายถูกตรึงเอาไว้อีกครั้ง
เฉินหยูมองลงมาที่เฉียวไป่ซุ่น แล้วยิ้มบางๆ พลางพูดว่า "คุณเฉียวกลัวขนาดนี้ หรือว่าคุณจะรู้จักเธอเหรอครับ?"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา หัวใจของเฉียวไป่ซุ่นก็กระตุกวูบ
สีหน้าหวาดกลัวบนใบหน้าของเขามีมากกว่าเมื่อกี้เสียอีก
ในหัวของเขาปรากฏข่าวลือมากมายที่บอกว่าเฉินหยูทำได้ทุกอย่าง และสามารถทำให้คนอื่นดับอนาถทางสังคมได้ในพริบตา
เมื่อเห็นสีหน้าของเฉียวไป่ซุ่น โจวเข่อซินก็ถามขึ้นว่า "หมอเฉิน คุณดูอะไรออกใช่ไหมคะ?"
"ท่านเฉียวรู้จักกับผีตัวนี้จริงๆ เหรอคะ?"







