อันที่จริงเฉินหลิงซูชอบชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ไปแล้ว สมมติว่าจู่ๆ กู้สิงเกิดบ้าบิ่นจะเลิกกับลั่วหนิงและหลินนั่วขึ้นมา เกรงว่าเธอเองก็คงปรับตัวไม่ทันเหมือนกัน
เฉินหลิงซูในตอนนี้มีความสุขมาก
หากจะให้พูดว่ายังมีความไม่พอใจอะไรอยู่อีก ก็คงเป็นเรื่องที่มีเวลาอยู่ตามลำพังกับกู้สิงน้อยลงล่ะมั้ง
ทว่าการที่กู้สิงเรียกเธอออกมาข้างนอกเป็นบางครั้งบางคราวอย่างคืนนี้ โลกส่วนตัวที่มีแค่สองคนแบบนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เฉินหลิงซูพอใจแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กู้สิงยังสารภาพความจริงกับเธอด้วย
เฉินหลิงซูที่ไม่อาจห้ามความรู้สึกของตัวเองได้ อดไม่ได้ที่จะจูบกู้สิงต่อไป จูบไปจูบมาก็เลื่อนไปถึงบริเวณไหปลาร้า แล้วเธอก็เห็นรอยดูดที่กงชิงอี๋ทำไว้...
"นี่ก็เป็นรอยที่กงชิงอี๋ทิ้งไว้เหรอ"
เฉินหลิงซูรู้สึกหึงหวงในใจเล็กน้อย เดิมทีคิดว่ากงชิงอี๋กับกู้สิงแค่จูบปากกัน ไม่คิดเลยว่านังจิ้งจอกนั่นจะจูบลงมาถึงตรงนี้
"อืม"
แน่นอนว่ากู้สิงรู้ถึงความไม่สบายใจของเฉินหลิงซู เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า "ยังไม่รู้เลยว่าคืนนี้ถ้าหลินนั่วกับลั่วหนิงเห็นแล้วจะมีปฏิกิริยายังไง พวกเธอคงไม่แสนดีเหมือนคุณหรอก"
ฉันแสนดีเหรอ?
เฉินหลิงซูกระแอมเบาๆ กดความไม่พอใจในอกลงไป "สรุปคือลั่วหนิงไม่รู้ว่ากงชิงอี๋แหวกเสื้อคุณแล้วจูบสินะ"
"จะบอกว่าแหวกก็คงไม่ได้หรอก แค่นิดหน่อย..."
"เอาล่ะสามีคนบ้า ไม่ต้องบรรยายแล้ว ถึงฉันจะโอนอ่อนผ่อนตามมากกว่าหลินนั่วหรือแม้แต่ลั่วหนิงจริงๆ แต่ก็อดหึงไม่ได้อยู่ดีนะ"
เฉินหลิงซูเอ่ยอย่างตัดพ้อ
ชักจะสงสัยนิดๆ แล้วว่าไอ้ผู้ชายเฮงซวยนี่จงใจวางแผนควบคุมเธอหรือเปล่า ทำให้ตอนนี้พอตัวเองอยากจะบ่นอะไรสักหน่อย ก็ต้องมาคอยกังวลว่าภาพลักษณ์ 'โอนอ่อนผ่อนตาม' นี้จะพังทลายลงไหมอะไรทำนองนั้น
"ผมรู้ว่าซูซูดีที่สุด"
กู้สิงกระหน่ำยิงกระสุนเคลือบน้ำตาลอย่างเต็มที่ ทั้งลูบไล้และจูบเฉินหลิงซู ไม่นานหญิงงามในอ้อมอกก็หายใจหอบถี่ไม่อาจห้ามใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยว่า "อย่างมากฉันก็แค่ช่วยพูดจาดีๆ ให้คุณต่อหน้าพวกเธอ..."
"อืมๆ"
จู่ๆ มือของกู้สิงก็ล้วงเข้าไปสำรวจในหมู่เมฆ เขามองสบตาเฉินหลิงซู "ที่รักอยากมากเลยใช่ไหม"
"อยากแล้วมันมีประโยชน์อะไรล่ะ"
ใบหน้าของเฉินหลิงซูแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ช่วงตั้งครรภ์ทำไม่ได้ ไม่ใช่แค่กู้สิงเท่านั้น เธอเองก็อั้นไว้จนทรมานมากเหมือนกันนะ
"หรือให้ผม..."
กู้สิงกระซิบข้างหูเฉินหลิงซู
เฉินหลิงซูบิดตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย "แบบนั้นคงไม่ทำให้มดลูกหดรัดตัวหรอกมั้ง ก่อนหน้านี้เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาสองสามครั้งแล้ว ช่างเถอะ อดทนอีกหน่อยดีกว่า"
"ก็ได้"
กู้สิงก็แค่พูดไปอย่างนั้น เขากอดเฉินหลิงซูแน่นขึ้นแล้วบอกว่า "รอคลอดลูกเสร็จ เราจัดกันวันละสิบครั้งเลย"
"คุณบ้าไปแล้ว"
เฉินหลิงซูหัวเราะคิกคัก "ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าร่างกายคุณจะไหวไหม ร่างกายฉันน่ะไม่ไหวหรอก ถึงคลอดเสร็จก็ต้องรออย่างน้อยสองสามเดือนถึงจะทำได้ แต่คำพูดของคุณฉันจำไว้แล้วนะ ถึงตอนนั้นอย่ามาเบี้ยวก็แล้วกัน หึๆ"
"ผมจะเบี้ยวอะไรล่ะ คุณต่างหากที่จะต้องร้องขอชีวิต"
"ใครร้องขอชีวิตกัน ก่อนหน้านี้ฉันยอมให้คุณต่างหาก เพื่อให้คุณรู้สึกภูมิใจขึ้นมาบ้าง"
กู้สิงกับเฉินหลิงซูต่อล้อต่อเถียงกันอยู่สองสามประโยค จากนั้นก็เริ่มพูดจาหวานเลี่ยนใส่กันอีกครั้ง ความขุ่นเคืองใจเล็กๆ น้อยๆ เรื่องกงชิงอี๋ได้จางหายไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างเงียบๆ
...
เมื่อกลับถึงบ้าน
กู้สิงก็เตรียมตัวจะนอน
หญิงสาวทั้งสามทยอยกันอาบน้ำจนเสร็จ เฉินหลิงซูกับลั่วหนิงขึ้นเตียงไปก่อน หลินนั่วออกมาจากห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย เส้นผมยังเปียกชื้นอยู่ครึ่งหนึ่ง ทิ้งตัวพาดบนไหล่จนซึมผ่านชุดนอนบริเวณหัวไหล่เป็นรอยสีเข้ม เธอเดินไปที่เตียงพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมไปด้วย เลิกผ้าห่มขึ้นแล้วสอดตัวเข้าไปนั่ง จากนั้นทั้งร่างก็ชะงักงัน
สายตาของเธอตกลงบนไหปลาร้าของกู้สิง
นั่นคือรอยดูดที่เห็นได้ชัดเจนมาก ราวกับผลมัลเบอร์รีที่สุกงอมประทับอยู่บนผิวหนัง
หลินนั่วจ้องมองรอยนั้นอยู่สองสามวินาที แล้วหันไปมองลั่วหนิง ลั่วหนิงกำลังเอนหลังพิงหัวเตียงดูหนังในแท็บเล็ต สีหน้าสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ดี ดีจริงๆ สมกับที่เป็นลั่วหนิง
จากนั้นหลินนั่วก็หันไปมองเฉินหลิงซูอีกครั้ง
ผลคือคิดไม่ถึงเลยว่าเฉินหลิงซูในตอนนี้จะทำตัวเหมือนสาวใช้ กำลังถือที่ตัดเล็บตัดเล็บให้กู้สิงด้วยสีหน้าจดจ่อ?
นี่มันสมเหตุสมผลแล้วเหรอ?
เฉินหลิงซูไม่เห็นรอยดูดนั่น หรือว่ากำลังแกล้งโง่อยู่กันแน่?
หลินนั่วขมวดคิ้ว รู้สึกว่าทั้งเฉินหลิงซูและลั่วหนิงพึ่งพาไม่ได้เลย จึงได้แต่เป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง
"พี่"
"หืม"
"ที่คอพี่มีอะไรติดอยู่น่ะ"
กู้สิงลูบไหปลาร้าตัวเอง แกล้งถามทั้งที่รู้เต็มอก "อะไรเหรอ"
หลินนั่วมองเขา "รอยดูด แถมยังใหญ่อีกต่างหาก คนทำลงน้ำหนักปากไม่เบาเลยนะ"
ภายในห้องเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นเฉินหลิงซูที่กำลังตัดเล็บเท้าให้กู้สิงก็เบ้ปาก จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า
"ฉันทำเองแหละ"
หลินนั่วมองเฉินหลิงซู สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอสองสามวินาที แล้วก็หัวเราะออกมา "แอบกินลับหลังฉันกับลั่วหนิงสินะ"
เฉินหลิงซูบอกว่า "ข้างๆ ยังมีที่ว่างอยู่นะ"
หลินนั่วแค่นเสียงฮึดฮัด เข้าสวมกอดกู้สิงโดยตรง แล้วทำรอยดูดรอยใหม่ลงบนลำคอของเขาราวกับแวมไพร์ ทำเสร็จยังไม่ลืมเรียกลั่วหนิง
"ลั่วหนิง ตาเธอแล้ว"
ลั่วหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง วางแท็บเล็ตลง แล้วขยับเข้ามาทำรอยดูดบ้าง เฉินหลิงซูรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที จึงทำท่าจะเข้าไปทำด้วย
หลินนั่วห้ามไว้ "เธอทำไปตั้งหลายรอยแล้วนะ"
เฉินหลิงซูคิดในใจว่ารอยพวกนั้นฉันไม่ได้เป็นคนทำสักหน่อย "ทำเพิ่มอีกหน่อยจะเป็นไร"
หลินนั่วส่ายหน้า "ไม่มีที่แล้ว ถ้าขยับขึ้นไปข้างบนอีกเสื้อจะปิดไม่มิด ไปออกรายการเดี๋ยวก็โดนคนหัวเราะเยาะหรอก"
เฉินหลิงซู "..."
โชคดีที่หลินนั่วต้องลุกไปเป่าผม เฉินหลิงซูจึงอาศัยจังหวะที่เธอหันหลัง ทำรอยดูดของตัวเองลงบนตัวกู้สิง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ปิดไฟเข้านอน
เฉินหลิงซูพลิกตัวเบาๆ หันหน้าเข้าหากู้สิง ยื่นนิ้วไปจิ้มที่สีข้างของเขาเบาๆ หนึ่งที
กู้สิงเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้ สองมือประสานสิบนิ้ว มุมปากของเฉินหลิงซูยกขึ้น รู้สึกว่าการที่ตัวเองช่วยปกปิดให้สามีนั้น เหนือชั้นกว่าลั่วหนิงตั้งเยอะ
ยังไงซะสามีกับกงชิงอี๋ก็ตัดขาดกันแล้ว
การที่ตัวเองช่วยสามีจัดการปัญหาตามหลัง ยังช่วยสร้างความประทับใจว่าเป็นคน 'โอนอ่อนผ่อนตาม' ได้อีกด้วย ถึงแม้ในใจของเฉินหลิงซูจะรู้สึกเปรี้ยวปรี๊ดด้วยความหึงหวง แต่ก็แค่ไม่อยากแสดงออกต่อหน้ากู้สิงก็เท่านั้น
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง
เฉินหลิงซูกับลั่วหนิงก็หลับไป
กู้สิงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้หลินนั่วทีละนิด มือไม้อยู่ไม่สุขล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอ ผลคือตอนที่กำลังเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ จู่ๆ ก็ถูกกดเอาไว้
"ฉันเหนื่อยแล้ว"
หลินนั่วพูดจบก็หันหลังให้กู้สิง
แต่พอกู้สิงสอดใส่เข้ามา เธอก็อดไม่ได้ที่จะเผยอปากเล็กน้อย จังหวะการหายใจปั่นป่วนอย่างไม่เอาไหน เผยสีหน้าเย้ายวนถึงขีดสุดที่มากพอจะทำให้ผู้ชายทุกคนบนโลกไม่อาจหักห้ามใจได้...