พี่ชายบ้า นี่มันขี้โกงนี่นา!
ลมหายใจของหลินนั่วเปลี่ยนจากกลั้นไว้เป็นปั่นป่วนในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที เธอขบฝีปากไว้เพราะไม่อยากส่งเสียงออกมา
เฉินหลิงซูและลั่วหนิงนอนอยู่ข้างๆ
ถึงแม้จะรู้ว่าบนเตียงนี้ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ แต่การรบกวนเวลานอนของคนอื่นมันก็ค่อนข้างน่าอายอยู่ดี
เธอบิดตัวไปมาในอ้อมกอดของกู้สิง อยากจะดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่ได้ออกแรง ดิ้นไม่หลุดและก็ไม่ได้อยากจะดิ้นให้หลุดด้วย
กู้สิงแนบชิดเข้ามาจากทางด้านหลัง มือของเขาค่อยๆ ดึงออกจากเสื้อของเธอ เลื่อนมากุมเอวเธอไว้ แล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด
ท่ามกลางความมืด
กู้สิงคล้ายกับพูดอะไรบางอย่างที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว เธอฟังไม่ถนัดว่าเขาพูดอะไร และก็ไม่ได้อยากฟังให้ชัด เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดในเวลานี้ต้องไม่ใช่คำพูดที่จริงจังหรือมีสาระอะไรแน่นอน
เธอเพียงแค่ซุกหน้าลงกับหมอนแล้วพูดอู้อี้ออกมาประโยคหนึ่ง "พี่เร็วหน่อยสิ"
แม้จะแสร้งทำเป็นรำคาญ แต่ร่างกายกลับให้ความร่วมมืออย่างไม่รู้ตัว ซื่อสัตย์ยิ่งกว่าเวลาใดๆ
สะโพกขยับไปเอง
กู้สิงไม่พูดอะไร เพียงแค่ชะลอจังหวะให้ช้าลง เพื่อให้หลินนั่วได้ออกแรงบ้าง
นิ้วของหลินนั่วขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น ในใจก็ด่าทอพี่ชายตัวร้าย ที่กล้าใช้วิธีนี้มาหยอกล้อเธอ
แต่เธอก็ด่าไม่ออก เพราะถ้าเอ่ยปาก เสียงจะต้องออกมาหวานหยดย้อยสุดๆ แน่ เธอไม่อยากให้พี่ชายได้ยินเสียงออดอ้อนแบบนั้นของตัวเอง
ไม่อย่างนั้นเขาคงจะได้ใจแย่
เฉินหลิงซูพลิกตัว ท่ามกลางห้องที่มืดสนิท เธอจ้องมองไปยังกู้สิงและหลินนั่ว
ฮึ
เผลอแป๊บเดียว สองคนนี้ก็เริ่มกันซะแล้ว เจ็บใจก็แต่ตัวเองที่ไม่สะดวกในตอนนี้
ตอนนี้มีเพียงลมหายใจของลั่วหนิงที่ยังคงสม่ำเสมอ ไม่รู้ว่าหลับไปแล้วหรือแกล้งหลับกันแน่
เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้
วันรุ่งขึ้น กู้สิงตื่นนอนด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ เขาก็ออกไปวิ่งออกกำลังกาย
ข้างกายมีร่างหนึ่งวิ่งเคียงคู่กันมา ซึ่งก็คือน้องสาวอย่างหลินนั่ว
หลินนั่วสวมชุดกีฬาสำหรับวิ่งโดยเฉพาะ ดูเป็นมืออาชีพกว่ากู้สิงมาก
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกัน
วิ่งมาเรื่อยๆ จนถึงม้านั่งยาวที่พลอดรักกับเฉินหลิงซูเมื่อคืน กู้สิงถึงได้หยุดพัก
หลินนั่วหยุดตามและนั่งลงข้างๆ กู้สิง เธอเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า "เฉินหลิงซูถูกพี่ชายชักจูงให้แปรพักตร์แล้วใช่ไหม?"
กู้สิงแกล้งโง่ "เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?"
หลินนั่วกลอกตาบน "พี่ชายคงไม่คิดว่าเรื่องเน่าๆ ของตัวเองกับกงชิงอี๋ จะปิดบังฉันได้หรอกนะ?"
กู้สิงถลึงตาใส่หลินนั่ว "เธอจับตาดูฉันเหรอ?"
หลินนั่วเบ้ปาก "พี่ต้องให้ใครมาจับตาดูด้วยเหรอ ทำเรื่องแย่ๆ ไม่เห็นจะหลบๆ ซ่อนๆ ใครเลย ไม่มีความระมัดระวังตัวสักนิด"
กู้สิง "..."
ก็จริง ความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างเขากับกงชิงอี๋ ทีมงานที่มีไหวพริบสักหน่อยก็พอมองออก ต่อให้ไม่เห็นตอนทั้งสองคนจูบหรือกอดกัน แต่ชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องพักตั้งนานสองนาน คงไม่ได้กำลังแลกเปลี่ยนเรื่องดนตรีกันหรอกมั้ง?
ในวงการนี้ ไม่มีมิตรภาพที่บริสุทธิ์ใจขนาดนั้นหรอก
เมื่อหลินนั่วเห็นปฏิกิริยาของกู้สิง เธอก็พูดอย่างหงุดหงิดว่า "ที่เขาว่าตั้งท้องหนึ่งครั้งโง่ไปสามปี ก็หมายถึงคนแบบเฉินหลิงซูนี่แหละ เมื่อก่อนเป็นผู้หญิงที่ฉลาดขนาดนั้น ตอนนี้ดันถูกพี่สั่งสอนจนกลายเป็นพวกคลั่งรักไปแล้ว ถึงขนาดช่วยปิดบังให้พี่ด้วยซ้ำ"
กู้สิงพูดปกป้อง "นั่นเพราะซูซูรู้ความหรอก ถึงได้รักษาหน้าสามี"
หลินนั่วแค่นเสียงฮึ "คนที่รักษาหน้าพี่มากที่สุด ไม่ใช่น้องสาวอย่างฉันหรอกเหรอ?"
กู้สิงยิ้มเจื่อนพลางรวบตัวหลินนั่วเข้ามากอด "รู้แล้วน่าว่าเธอฉลาดที่สุด เมื่อวานพอลั่วหนิงช่วยแก้ต่างให้ เธอก็เดาออกแล้วใช่ไหมว่าลั่วหนิงกำลังโกหก?"
"พิรุธชัดเจนขนาดนั้น มีแต่ยัยโง่เฉินหลิงซูเท่านั้นแหละที่จะเชื่อ"
หลินนั่วพูดอย่างฉุนๆ "หลังจากที่พี่ออกไป ฉันก็แฉเรื่องนี้เลย เฉินหลิงซูยังโวยวายจะไปเคลียร์กับพี่ให้รู้เรื่องด้วยซ้ำ น้องสาวคนนี้แหละที่ห้ามเอาไว้ ไม่อย่างนั้นพี่จะมีโอกาสได้ลงมือเหรอ"
"รู้แล้วว่านั่วนั่วดีที่สุด"
กู้สิงกอดหลินนั่วแล้วระดมจูบยกใหญ่
หลินนั่วพูดอย่างรังเกียจ "อย่าเอาคราบน้ำลายมาเลอะหน้าฉันนะ"
กู้สิงตีก้นหลินนั่วเบาๆ "พูดกับพี่ชายแบบนี้ได้ยังไง? เมื่อคืนยังเห็นมีความสุขดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
"ใครมีความสุขกัน!"
หลินนั่วไม่ยอมรับ "พี่นั่นแหละไอ้หื่นกามที่บังคับฉัน"
กู้สิงนึกเจ็บใจจริงๆ ที่ไม่ได้เอาอย่างอาจารย์เฉินอัดคลิปเก็บไว้ "ตอนหลังฉันไม่ได้ขยับเลยนะ เธอขยับเองล้วนๆ..."
หลินนั่วเอามือปิดปากกู้สิงไว้ด้วยความเขินอายขั้นสุด "ห้ามพูดนะ พี่ชายบ้า"
กู้สิงหลงใหลท่าทางเขินอายของหลินนั่วเข้าหน่อยๆ จนอดไม่ได้ที่จะปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง "ฉันกับกงชิงอี๋จะรักษาระยะห่างกัน ตกลงตามนี้นะ"
"ตกลงตามนี้?"
หลินนั่วรู้สึกทะแม่งๆ ด้วยนิสัยของพี่ชายตัวเอง เขาจะยอมปล่อยมือไปง่ายๆ จริงเหรอ?
หรือว่า...
หลินนั่วจ้องกู้สิง สีหน้าเต็มไปด้วยความล้อเลียน "พี่ชายคงไม่ได้ถูกเขาสลัดทิ้งหรอกนะ?"
"เปล่าสักหน่อย"
กู้สิงไม่อยากยอมรับ แต่พอคิดๆ ดูแล้ว ตัวเขาเหมือนจะ... ถูกกงชิงอี๋สลัดทิ้งจริงๆ แฮะ?
เดิมทีก็กุ๊กกิ๊กกันอยู่ดีๆ
ผลคือพอเขาสารภาพรักปุ๊บ กงชิงอี๋ก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดีปั๊บ
หลินนั่วสังเกตสีหน้าของกู้สิง เธอแทบจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์สีหน้ายิบย่อยอยู่แล้ว "ต่อให้ไม่ถูกสลัดทิ้ง ก็คงถูกปฏิเสธมาใช่ไหมล่ะ?"
กู้สิงไม่พูดอะไร
หลินน่วยกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอเดาจะถูกต้องไปแปดเก้าส่วนแล้ว
ดีมาก
กงชิงอี๋คนนี้ ถึงกับเป็นฝ่ายปฏิเสธพี่ชายก่อน ดูท่าคงเป็นพวกเด็ดเดี่ยวประเภทที่ "ไม่มีวันยอมแบ่งปันความรักกับผู้หญิงคนอื่น" แน่ๆ
แบบนี้ ต่อให้พี่ชายจะเจ้าชู้แค่ไหน ก็คงไม่ทำตัวไร้รสนิยมถึงขั้นไปบังคับขืนใจใครเขาหรอก
ดูเหมือนว่าทางฝั่งเธอเองก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมาก แค่จัดตารางงานของกงชิงอี๋ให้คลาดกับพี่ชายสักหน่อยก็พอแล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนี้
หลินนั่วก็พูดปลอบใจว่า "ไม่เป็นไรนะพี่ชาย พี่ไม่ได้ยังมีน้องสาวอยู่หรอกเหรอ ต่อให้คนอื่นจะรังเกียจพี่ หรือมองข้ามพี่ไป อย่างน้อยนั่วนั่วก็ไม่ทำแบบนั้นหรอก"
กู้สิงกลอกตา "ฉันแย่ขนาดที่เธอพูดเลยเหรอ?"
หลินนั่วพยักหน้าอย่างจริงจัง "สำหรับกงชิงอี๋แล้ว ต้องถือว่าแย่สุดๆ ไปเลยล่ะ"
กู้สิงขี้เกียจจะเถียงกับหลินนั่ว เขาปล่อยตัวเธอแล้วลุกขึ้นยืน "ฉันจะไปซ้อมแล้ว เธอจะไปยุ่งอะไรก็ไปเถอะ"
"ที่ไปซ้อมเนี่ย เพื่อจะได้บังเอิญเจอกับกงชิงอี๋หรือเปล่า?"
หลินนั่วรู้ว่ากงชิงอี๋ก็จะไปซ้อมเหมือนกัน โอกาสที่กู้สิงจะบังเอิญเจออีกฝ่ายจึงมีสูงมาก
กู้สิงยิ้มบางๆ น้ำเสียงในครั้งนี้ราบเรียบมาก "พี่ชายเธอแย่ขนาดนี้แล้ว ถ้ายังไปตามตื๊อเขาไม่เลิก มันจะดูเป็นยังไงล่ะ?"
อีกอย่าง
รอยจูบและรอยดูดที่กงชิงอี๋ทิ้งไว้ กว่าเขาจะจัดการกลบเกลื่อนได้สำเร็จก็แทบแย่
บรรดาภรรยาที่บ้านแต่ละคนฉลาดเป็นกรดทั้งนั้น การที่คราวนี้พร้อมใจกันเลือกที่จะไม่แฉ ก็ไม่ได้แปลว่าจะทนให้เขาไปพัวพันกับกงชิงอี๋ไม่เลิกราได้หรอกนะ
ทำตามที่ตกลงกันไว้ คือรักษาระยะห่าง นั่นแหละดีที่สุดแล้ว
ส่วนเรื่องซ้อม นั่นก็เพราะกู้สิงจำเป็นต้องซ้อมอยู่แล้ว ยังไงซะเพลง "เสี่ยวฟาง" เพลงนี้ก็ไม่ใช่เพลงแต่งใหม่ แต่เป็นเพลงดัดแปลง
กู้สิงใส่ไอเดียของตัวเองลงไป จึงไม่ได้มั่นใจเท่ากับเพลงที่แต่งเอง
การซ้อมให้มาก ก็เพื่อเพิ่มโอกาสชนะ ขืนมาถูกคัดออกตอนการแข่งขันดำเนินมาถึงจุดนี้คงน่าหัวเราะแย่
แม้ว่าตามความเห็นของอาจารย์เหอ การแข่งขันในอีพีที่เก้าจะเป็นการคัดจากห้าเหลือสี่คน ซึ่งก็หมายความว่าจะมีคนถูกคัดออกแค่คนเดียวเท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น กู้สิงก็นั่งรถมาถึงสถานที่ซ้อมของรายการ «นักร้อง»
หลังจากเดินเข้าห้องซ้อม กู้สิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เป็นอย่างที่หลินนั่วพูดไว้จริงๆ กงชิงอี๋กำลังซ้อมอยู่ในตอนนี้พอดี
ด้วยเหตุนี้
ในวินาทีที่ประตูถูกผลักเปิดออก กงชิงอี๋ที่กำลังซ้อมอยู่ก็หันมาเห็นกู้สิงเข้าพอดี จากนั้นเสียงร้องของเธอก็เพี้ยนไปในทันที...