78. บทที่ 78 บุคคลที่ไม่มีอยู่จริง
อันตรายแค่ไหน?
จางจื้อหย่วนเองก็อยากถามคำถามนี้กับตัวเองเช่นกัน
หากคนผู้นี้เป็นพิธีกรของดินแดนหรรษาจริงๆ เช่นนั้นความรู้สึกที่เขามีต่อตนเองก็คือการทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง... ไม่เพียงแต่สร้างสิ่งของขึ้นมาได้จากความว่างเปล่า ยังสามารถเขียนทับความทรงจำ หรือแม้กระทั่งบิดเบือนเวลาได้
แม้แต่ภารกิจที่มอบหมายให้พวกเขา ก็ยังเต็มไปด้วยเลือดและการเข่นฆ่า หากเผลอเพียงนิดเดียวก็อาจตายคาที่ได้
แต่เมื่ออยู่ข้างกายคนแบบนี้ ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงอันตรายเลยล่ะ?
คนที่ได้รับความช่วยเหลือจากดินแดนหรรษาเหล่านั้น... ตันเอิน จูตี๋ ซิสเตอร์เจินนี แรงงานทาสที่ถูกปล่อยตัว พวกเขาก็คงไม่คิดว่าดินแดนหรรษาเป็นองค์กรที่อันตรายเหมือนกันใช่ไหม?
"ผมไม่ทราบครับ" ในที่สุดจางจื้อหย่วนก็ตอบกลับ "พวกคุณจะใช้วิธีที่รัดกุมก็ได้ แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมหวังว่าจะจับเป็นเขาได้"
"เข้าใจแล้ว" หลู่หมิงพยักหน้า และไม่พูดอะไรอีก
สามสิบนาทีต่อมา รถตู้ก็มาถึงหมู่บ้าน และจอดตรงข้ามกับตึกเป้าหมายทันที
ตำรวจที่ซุ่มดูลาดเลามาตั้งแต่เมื่อคืนก็ส่งข่าวมาว่ายังคงไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติใดๆ
"ทุกคนยืนยันผู้ต้องสงสัยในรูปถ่ายแล้วใช่ไหม?" หลู่หมิงยกข้อมือขึ้น "ตอนนี้เริ่มเทียบเวลา เวลาคือเก้าโมงสิบห้านาที ทีมสามกับทีมสอง ผมให้เวลาพวกคุณสิบห้านาที อพยพผู้อยู่อาศัยทั้งหมดในชั้นหกของตึกออกไป ทีมหนึ่งตามผมมาพังประตู ตอนเก้าโมงสามสิบนาทีจะบุกทะลวงเข้าไปตรงๆ ขอให้พยายามจับเป็นให้ได้มากที่สุด เข้าใจกันหมดแล้วนะ?"
สมาชิกหน่วยสวาทพยักหน้าพร้อมเพรียงกัน
"ปฏิบัติการได้!" เมื่อสิ้นเสียงสั่งการของหลู่หมิง ประตูหลังรถก็เลื่อนเปิดออก ทุกคนทยอยกันออกมาและวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในตึก เวลานี้เลยช่วงเวลาเร่งด่วนตอนเช้าไปแล้ว ในหมู่บ้านแทบจะมองไม่เห็นเงาคน ประกอบกับรถตู้ยังปลอมตัวเป็นบริษัทรับจ้างย้ายบ้าน จึงไม่มีใครรู้เลยว่าปฏิบัติการจับกุมอย่างกะทันหันได้เริ่มขึ้นแล้ว
จางจื้อหย่วนกับชุยเจินเอินตามหลู่หมิงขึ้นมาที่ชั้นสาม ก็เห็นฝ่ายหลังหยิบเครื่องมือออกมาเครื่องหนึ่ง แล้วทาบลงบนบานประตูเบาๆ ด้านหลังเครื่องมือกลับค่อยๆ ปรากฏภาพภายในห้องขึ้นมา
"ว้าว..." ฝ่ายหลังอดไม่ได้ที่จะพูดเสียงเบา "นี่คือกล้องจับภาพความร้อนเหรอ? ทะลุกำแพงได้ด้วยแฮะ!"
"งบประมาณเขาเยอะน่ะ" จางจื้อหย่วนพึมพำเบาๆ ในใจก็อิจฉาไม่แพ้กัน
"ในห้องดูเหมือนจะมีแค่คนเดียว" หลู่หมิงประเมิน "อยู่ในห้องที่สามนับจากข้างหน้า อืม... ดูจากท่าทางแล้วเขากำลังเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ ความระแวดระวังก็ไม่สูงเท่าไหร่"
อยู่คนเดียว คลุกคลีกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน นี่ช่างตรงกับภาพลักษณ์ของคนทำอาชีพเกี่ยวกับเกมมากทีเดียว
"หวงจื้อหนิง น่าจะเป็นเขาแน่" จางจื้อหย่วนสูดหายใจเข้าลึกๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกหลายส่วนอย่างอดไม่ได้
ในอดีตเขาเคยเห็นแต่อีกฝ่ายในคราบตัวละครในเกม แต่ตอนนี้ เขาคงไม่มีหน้ากากให้สับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อีกแล้ว
วินาทีที่เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เลข 30 ทีมพังประตูก็เหวี่ยงค้อนพังประตู ทุบประตูเหล็กดัดที่ไม่ค่อยแน่นหนานี้เปิดออกในพริบตา! แทบจะในเวลาเดียวกัน หลู่หมิ่นกับตำรวจหน่วยสวาทอีกคนก็ถือปืนสั้นบุกเข้าไปในบ้าน และพุ่งตรงไปยังห้องที่สาม กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ตั้งแต่พังประตูจนบุกเข้าไปใช้เวลาแค่สองสามวินาที จางจื้อหย่วนยังไม่ทันลุกขึ้นยืน ในบ้านก็มีเสียงเตือนและตวาดด่าดังขึ้นแล้ว!
"ห้ามขยับ!"
"เอามือไพล่หลัง ไพล่หลังไป!"
"ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้ว อย่ายิงนะ!"
เสียงที่สามเห็นได้ชัดว่าเป็นเสียงของผู้ต้องสงสัย
จางจื้อหย่วนรีบไปที่ห้องเป้าหมาย ก็เห็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปีถูกหน่วยสวาทกดลงกับพื้น เหลือเพียงเมาส์คอมพิวเตอร์ที่ยังห้อยแกว่งไปมาอยู่ข้างโต๊ะ
"เอ่อ... แค่นี้เนี่ยนะ?" ชุยเจินเอินพิจารณาเขาอย่างละเอียดด้วยความสงสัย "ไม่เห็นเหมือนยอดฝีมือเลย"
"ผมไม่ใช่ยอดฝีมืออะไรทั้งนั้นแหละ!" อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ "พวกคุณถึงกับต้องทำแบบนี้กับผมเลยเหรอ! คดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจคงไม่ถึงขั้นประหารชีวิตหรอกมั้ง!?"
จางจื้อหย่วนก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล "คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับดินแดนหรรษา?"
"หา? ดินแดนหรรษาอะไร? คุณตำรวจ ผมไม่รู้เรื่องที่คุณพูดเลยนะ!"
"แล้วทำไมคุณถึงต้องไปยุโรป? แถมยังต้องขึ้นเรือสำราญโอเชียนสตาร์อีก?"
"ผมไม่ได้ไปนะ! ช่วงนี้ผมก็แค่เดินเล่นอยู่แถวบ้านแค่นั้นเอง!"
"คุณพูดเหลวไหล!" จางจื้อหย่วนคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นมา และใบหน้านั้นก็คือผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล้องวงจรปิดถ่ายไว้ได้มากมายจริงๆ "พวกเรามีหลักฐาน หลังจากที่คุณนั่งเรือสำราญเสร็จ ก็บินจากยุโรปมาที่เมืองเจียงเฉิง จากนั้นก็นั่งรถไฟความเร็วสูงมาที่ฉู่เฉิง ระหว่างทางถูกพวกเราถ่ายไว้ได้หมดแล้ว!"
"ผมถูกใส่ความ! พวกคุณจับผิดคนหรือเปล่า?" ชายหนุ่มตะโกนด้วยความน้อยใจ "ยุรปยุโรปอะไรกัน เกิดมาผมเคยไปแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วีซ่าเป็นพยานได้นะ!"
"คุณชื่อหวงจื้อหนิง?"
"ใช่ครับ..."
จู่ๆ จางจื้อหย่วนก็รู้สึกเข่าอ่อน เขาค่อยๆ ปล่อยมือ ลุกขึ้นยืนอย่างหมดแรง และเดินออกไปนอกประตู
"สหายจาง? เกิดอะไรขึ้น?" หลู่หมิงขมวดคิ้ว
"เอ่อ... สรุปว่าเขาคือผู้ต้องสงสัย รบกวนพวกคุณจับตัวเขากลับไปที่กรมตำรวจก่อน เดี๋ยวพวกเราจะตามไป" ชุยเจินเอินรีบยกมือไหว้หน่วยสวาท แล้ววิ่งตามออกไปนอกประตู
อันที่จริงจางจื้อหย่วนไม่ได้ไปไหนไกล เขาแค่มาที่ห้องรับแขก แล้วทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา
"นี่ คุณเป็นอะไรไปน่ะ?" ชุยเจินเอินเดินเข้าไปถามอย่างตำหนิ
"เขาไม่ใช่คนที่เราต้องการจะจับ" จางจื้อหย่วนส่ายหัว
"คุณแน่ใจเหรอ? เถอะน่า กล้องวงจรปิดโกหกไม่ได้หรอกนะ! เมื่อคืนพวกเราทำโอทีกันตั้งนาน คงไม่สูญเปล่าหรอกมั้ง? เขาบอกว่าตัวเองไม่เคยไปยุโรป แล้วมีอาชญากรคนไหนบ้างล่ะที่เปิดปากปุ๊บก็ยอมรับว่าตัวเองก่ออาชญากรรมเลย?" ชุยเจินเอินพูดอย่างไม่เข้าใจ "พูดตามตรง นี่ไม่เหมือนคุณตามปกติเลยนะ"
จางจื้อหย่วนนวดขมับ
เขาเคยคิดถึงความเป็นไปได้หลายๆ อย่าง เช่นพวกเขากลับไปมือเปล่า จับผู้ต้องสงสัยไม่ได้เลย หรืออีกฝ่ายเปิดฉากต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตายกับตำรวจ หรือไม่ก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาเลย หรือแม้กระทั่ง... เขาเคยคิดว่าอีกฝ่ายจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย รอคอยการมาเยือนของพวกเขา
แต่มีเพียงอย่างเดียวที่เขาไม่เคยคิดเลย นั่นก็คือ... พวกเขาจำเป้าหมายผิดตั้งแต่แรก
"โจวจือเคยบอกผมว่า เมื่อได้เห็นดินแดนหรรษาแล้ว คนกับคนก็จะกลายเป็นไม่เหมือนกันอีกต่อไป ผมไม่ได้เห็นด้วยกับคำพูดของเขาหรอกนะ แต่ความเข้าใจที่คนผู้นี้มีต่อดินแดนหรรษา... มันเหมือนกับกระดาษเปล่าเลย" จางจื้อหย่วนพูดเสียงเบา "เขาไม่รู้ว่าดินแดนหรรษาคืออะไร จุดนี้แกล้งทำได้ยากมาก ก็เหมือนกับผมบอกคุณว่าดวงอาทิตย์ไม่มีอยู่จริง ปฏิกิริยาแรกของคุณก็ยากที่จะเสแสร้งทำสีหน้าว่าจริงๆ แล้วชาตินี้คุณไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์มาก่อน"
"โอเค ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเราก็ให้หลักฐานเป็นคนพูด" ชุยเจินเอินยื่นมือออกไปหาเขา "ถ้าเป็นเรื่องจริง จะยังไงมันก็ปลอมไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องปลอม จะยังไงมันก็จริงไม่ได้ นี่ไม่ใช่คำที่คุณมักจะพูดกับฉันเมื่อก่อนหรอกเหรอ? ทำไมล่ะ ตอนนี้คุณคงไม่ได้คิดว่าความรู้สึกสำคัญกว่าหลักฐานแล้วใช่ไหม?"
"คุณพูดถูก..." จางจื้อหย่วนตบแก้มตัวเองเบาๆ แล้วใช้มือของเธอพยุงตัวลุกขึ้น "การจับกุมยังไม่จบ"
ชุยเจินเอินหัวเราะออกมา "ดีมาก งั้นพวกเราก็มาสืบสวนกันต่อไปเถอะ มาดูกันว่าหวงจื้อหนิงคนนี้เป็นตัวละครแบบไหนกันแน่!"
……
"คุณว่าไงนะ!?" ผู้กองชุยตบโต๊ะลุกขึ้นยืน "ในประวัติวีซ่าของเขา มีแค่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จริงๆ เหรอ?"
"เอ่อ พวกเราตรวจสอบหลายรอบแล้วครับ" ตำรวจของฉู่เฉิงที่รับหน้าที่ต้อนรับเกาหัว "อีกอย่างเขาพัวพันกับคดีฉ้อโกงทางเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์หลายคดี จำนวนเงินที่เกี่ยวข้องก็ไม่ใช่น้อยๆ ในคอมพิวเตอร์ของเขา พวกเราก็เจอหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย แต่ส่วนเรื่องการเดินทางไปยุโรปที่คุณพูดถึงนั้น พวกเราไม่สามารถยืนยันได้ครับ"
"สองท่านนี้คือสหายจากเป่ยฝู่ใช่ไหมครับ?" ตอนนั้นเองตำรวจอาวุโสคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในออฟฟิศ และจับมือพวกเขาอย่างกระตือรือร้น "ไอ้หยา ลำบากพวกคุณแล้วๆ ผมคือรองอธิบดีเว่ยเจี้ยนกั๋ว พวกคุณมาได้จังหวะพอดีเลย! หวงจื้อหนิงคนนี้น่ะ เป็นคนที่พวกเราตามสืบมาตลอด แต่เขาทำอะไรระมัดระวัง สถานที่ก่อเหตุก็มักจะอยู่ต่างประเทศ พวกเราหาตัวเขาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ ผลคือพอพวกคุณมาถึง ก็เอาของขวัญชิ้นใหญ่มามอบให้พวกเราถึงที่เลย ต้องขอบคุณมากๆ ครับ!"
"แล้วพวกคุณมีบันทึกการผ่านด่านศุลกากรของเขาไหมคะ? ฉันหมายถึง... แบบที่มีกล้องวงจรปิดบันทึกไว้น่ะค่ะ" ชุยเจินเอินกัดฟันพูด
"วิดีโอไม่มีครับ แต่มีรูปถ่ายกับตราประทับ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการปลอมแปลง เขาไปต่างประเทศครั้งล่าสุดคือเมื่อหนึ่งปีก่อน"
"แล้วในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาล่ะคะ?"
"ซ่อนตัวอยู่ในฉู่เฉิงมาตลอด ใช้ชื่อปลอมด้วย ถ้าไม่ได้ข้อมูลระบุตัวตนที่พวกคุณสองคนนำมา พวกเราก็คงไม่รู้ว่าเขาวกกลับมาที่นี่ตั้งแต่สองเดือนก่อนแล้ว"
สีหน้าของชุยเจินเอินกลายเป็นเขียวคล้ำ!
ส่วนรองอธิบดีกลับไม่สังเกตเห็นสีหน้าของผู้กองชุยเลยแม้แต่น้อย เขาปรบมือหัวเราะร่วน "รอให้คดีที่เกี่ยวข้องกับเขาปิดคดีเมื่อไหร่ ผมจะส่งธงประกาศเกียรติคุณไปให้พวกคุณแน่นอน ฮ่าๆๆ... นี่ถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่เลยนะเนี่ย!"







