ถูกปฏิเสธแล้วกู้สิงก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร หรือจะบอกว่าผลลัพธ์นี้อยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว เขามองกงชิงอี๋อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า
"คุณก็ชอบผมเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?"
ไม่ใช่ว่ากู้สิงหลงตัวเอง แต่กงชิงอี๋ไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายเสียหน่อย
หากกงชิงอี๋ไม่ชอบเขา มีหรือจะยอมให้เขาหยอกเย้าครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเคยจูบและสัมผัสใกล้ชิดกันขนาดนั้น?
"แล้วยังไงล่ะ"
กงชิงอี๋ไม่ได้ปฏิเสธ ในเมื่อกู้สิงพูดออกมาอย่างเปิดอกแล้ว การที่เธอจะมาปากแข็งตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เธอมองผู้ชายที่มักจะยั่วเย้าเธอเสมอด้วยสีหน้าแน่วแน่ "ความรักที่ไม่ได้เป็นของฉันคนเดียว กงชิงอี๋คนนี้ไม่ต้องการ ปล่อยฉัน"
"ขอกอดอีกหน่อยเถอะ"
ร่างกายของกงชิงอี๋แข็งทื่อไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ดนตรีประกอบในหูฟังหยุดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กู้สิงกอดกงชิงอี๋ไว้ คางเกยอยู่บนศีรษะของเธอและคลอเคลียเบาๆ คล้ายกับเป็นการทะนุถนอมครั้งสุดท้าย ทั้งสองคนอิงแอบกันอยู่บนโซฟาเงียบๆ แบบนั้น
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน
กงชิงอี๋เงยหน้าขึ้นจากซอกคอของกู้สิง ดวงตาของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอยกมือขึ้นขยี้หน้าตัวเองแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ราวกับตัดสินใจเรื่องสำคัญบางอย่างได้แล้ว
"กู้สิง ต่อไปนี้พวกเรารักษาระยะห่างกันเถอะ"
กู้สิงมองเธอ "คุณแน่ใจนะว่าจะรักษาระยะห่างกับผม?"
น้ำเสียงของกงชิงอี๋กลับมาสงบเยือกเย็นอีกครั้ง "ต่อให้ฉันจะชอบคุณมากแค่ไหน ฉันก็ไม่อยากเป็นมือที่สามที่ทำลายครอบครัวของคนอื่น"
"ไม่ได้ให้คุณมาทำลายครอบครัวเสียหน่อย"
กู้สิงพูดอย่างจนใจ "แต่ผมอยากให้คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวต่างหาก"
เมื่อกงชิงอี๋ได้ยินตรรกะวิบัติของกู้สิง เธอก็อยากจะผ่าสมองของผู้ชายคนนี้ดูจริงๆ ว่าข้างในนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ "คุณมีเฉินหลิงซู มีลั่วหนิง แล้วยังมีใครอีกก็ไม่รู้ที่ฉันไม่รู้จัก พวกเธอคงจะรักคุณมาก และคุณก็คงจะรักพวกเธอมากเหมือนกัน โลกของคุณมันแออัดเกินไป เกรงว่าคงไม่มีที่ว่างเหลือแล้วล่ะ ฉันเบียดเข้าไปไม่ได้ และก็ไม่อยากเบียดด้วย"
พูดจบ กงชิงอี๋ก็ลุกขึ้นจากตักของกู้สิง
ครั้งนี้กู้สิงไม่ได้ขัดขวาง กงชิงอี๋จึงยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วพูดว่า "เรื่องในวันนี้ก็ถือซะว่าไม่เคยเกิดขึ้น คุณตั้งใจแข่งขันไป ฉันก็จะตั้งใจแข่งขันเหมือนกัน ทะนุถนอมคนข้างกายคุณไว้ให้ดีเถอะ"
กู้สิงนั่งอยู่บนโซฟา จ้องมองเธออยู่นานก่อนจะเอ่ยปาก "ผมเข้าใจแล้ว"
กงชิงอี๋เม้มริมฝีปาก นิ้วมือที่อยู่ข้างลำตัวกำแน่นและคลายออกเล็กน้อย จู่ๆ ในใจก็รู้สึกอึดอัดจนจุกอกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอฝืนฉีกยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก
"ไม่เป็นไรหรอก พวกเรายังเป็นเพื่อนกันได้ ฉันหมายถึงเพื่อนปกติน่ะ"
กู้สิงยิ้มบางๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือไปจัดทรงผมที่ถูกเธอทำจนยุ่งเหยิง ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ด รอยจูบที่ไหปลาร้าถูกบดบังไว้ แต่มิอาจบดบังรอยแผลบนริมฝีปากได้
เขาลุกขึ้นเดินไปที่ประตู
กู้สิงวางมือบนลูกบิดประตู จู่ๆ ก็หันกลับมามองเธอแวบหนึ่งแล้วพูดว่า "ถ้ายังเป็นเพื่อนกันอยู่ ผมคงจะคิดอะไรเกินเลยแน่ๆ"
พูดจบ
กู้สิงก็เดินจากไป
กงชิงอี๋ยืนอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังของกู้สิง เล็บภายใต้แขนเสื้อจิกเข้าไปในเนื้อ ความหมายของเขาคือในเมื่อจะรักษาระยะห่างแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแม้กระทั่งเพื่อนปกติอย่างนั้นหรือ?
……
หลังจากออกจากห้องพัก กู้สิงก็ให้วงดนตรีซ้อมกับเขาทันที เพื่อลองดูว่าเพลง «เสี่ยวฟาง» ที่เขาดัดแปลงมานั้น จะออกมาเป็นโชว์บนเวทีประมาณไหน
ผลลัพธ์ออกมาใช้ได้เลยทีเดียว ทั้งกู้สิงและวงดนตรีต่างก็ค่อนข้างพอใจ
เมื่อซ้อมเสร็จและเตรียมตัวจะกลับบ้าน กู้สิงก็รู้สึกว่ามือมันโล่งๆ ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองน่าจะลืมแก้วเก็บความเย็นไว้ในห้องพักของกงชิงอี๋
แต่ทางฝั่งกงชิงอี๋นั้น ดูเหมือนจะยังอยู่ในห้องพักและไม่ได้ออกมา
กู้สิงคิดไปคิดมา ก็ตัดสินใจไม่เข้าไปเอาแล้ว ในเมื่อตกลงกันไว้ว่าจะรักษาระยะห่าง ถ้างั้นต่อไปก็พยายามทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากันไปเลยก็แล้วกัน
"ผมคงจะโลภมากเกินไปล่ะมั้ง"
กู้สิงทบทวนตัวเองแบบนั้น เขามีผู้หญิงถึงสามคนแล้ว นอกเสียจากตอนแรกที่เฉินหลิงซูจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจกับการมีอยู่ของลั่วหนิงนิดหน่อย ความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปอย่างราบรื่นมาตลอด รวมถึงการเข้ามาของหลินนั่วก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเช่นกัน
เพราะฉะนั้น
กู้สิงจึงคิดว่า การรวบหัวรวบหางกงชิงอี๋เข้ามาในฮาเร็มไม่น่าจะยากอะไร แต่ผลลัพธ์กลับชนกำแพงเข้าเต็มๆ
และการชนกำแพงในครั้งนี้กลับเป็นการเตือนสติกู้สิงว่า หากเขารับกงชิงอี๋เข้ามา หลินนั่ว ลั่วหนิง และเฉินหลิงซู ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกสบายใจนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูกำลังตั้งครรภ์อยู่
แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้มีนิสัยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพราะการตั้งครรภ์ แต่ผู้หญิงในช่วงตั้งครรภ์ย่อมต้องอ่อนไหวง่ายกว่าปกติ และต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด หากกู้สิงรับกงชิงอี๋เข้ามาในตอนนี้ แล้วลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูรู้สึกน้อยใจขึ้นมาจะทำยังไง?
เมื่อคิดถึงตรงนี้
กู้สิงก็ตัดสินใจตกลงตามที่กงชิงอี๋ขอ ตั้งแต่นี้ไปเขาจะไม่แตะเนื้อต้องตัวเธออีก รักษาระยะห่างทางสังคมระหว่างกันให้ดี อย่าให้กระทบถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวของตัวเองจริงๆ เลย ในเมื่อตอนนี้สถานการณ์ในฮาเร็มของเขากำลังปรองดองกันสุดๆ
ความปรองดองเช่นนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของการยอมรับซึ่งกันและกันของหลินนั่ว ลั่วหนิง และเฉินหลิงซู
อันที่จริงกู้สิงเคยแอบวิเคราะห์เหตุผลดูแล้ว หลักๆ เป็นเพราะลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่แล้ว หากเพื่อนสนิทสองคนต้องมาใช้สามีร่วมกัน เมื่อยอมรับความจริงได้แล้ว ระหว่างพวกเธอก็จะไม่มีความห่างเหินกันมากนัก
ส่วนหลินนั่ว เป็นเพราะมีสายใยความเป็นพี่น้องกับเขา
วินาทีที่ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูรู้ว่ากู้สิงก็คือหลินโม่ พวกเธอก็เข้าใจทันทีว่าสายใยพี่น้องนี้ไม่สามารถตัดขาดได้!
ดังนั้น
ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูจึงไม่ได้ต่อต้านอะไรมากมาย และยอมรับความจริงที่หลินนั่วจะเข้ามาอยู่ในฮาเร็ม
ส่วนความรู้สึกของหลินนั่วนั้น ความจริงก็เหมือนกัน แน่นอนว่าเธอหวังจะครอบครองพี่ชายไว้คนเดียว แต่พอมองไปทางลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูที่ต่างก็ตั้งท้องลูกของพี่ชายกันหมดแล้ว จะให้กู้สิงทอดทิ้งพวกเธออย่างนั้นหรือ?
มันไม่เป็นความจริงเลย
ดังนั้น ด้วยเหตุผลทางด้านความเป็นจริงนี้เช่นกัน หลินนั่วจึงยอมรับการมีอยู่ของทั้งสองคนโดยไม่มีแรงต่อต้านมากนัก อย่างไรเสีย บททดสอบที่ควรให้ ความจริงเมื่อก่อนเธอก็เคยให้ไปแล้ว...
เมื่ออยู่ด้วยกันแบบนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ที่หลินนั่วเริ่มทำเหมือนกับลั่วหนิงและเฉินหลิงซู คือตกกลางคืนก็มานอนกับกู้สิง ความสัมพันธ์ก็ยิ่งใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้นไปอีก
เพราะยังไงเสีย...
ท่าทีเบื้องหลังทั้งหมดของหลินนั่ว เมื่ออยู่ต่อหน้ากู้สิงแล้ว ก็ย่อมเปิดเผยให้ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูเห็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แล้วกงชิงอี๋ล่ะ?
ทั้งไม่ได้ตั้งครรภ์หรืออะไร แล้วก็ไม่ได้มีสายใยพี่น้องที่ตัดไม่ขาดกับกู้สิง ในสถานการณ์เช่นนี้ แรงต่อต้านที่เธอต้องเผชิญหากเข้ามาในฮาเร็ม อาจจะมาจากทั้งลั่วหนิง หลินนั่ว และเฉินหลิงซูรวมกันถึงสามคน!
ตราชั่งแบบสามต่อหนึ่งเช่นนี้ กู้สิงรู้ดีว่าควรจะเลือกอย่างไร
เพียงแต่ก่อนหน้านี้การสร้างฮาเร็มมันค่อนข้างราบรื่น เลยไม่ได้คิดอะไรมากมายชั่วขณะ การที่ถูกกงชิงอี๋ปฏิเสธสักครั้ง กลับทำให้กู้สิงคิดทบทวนถึงความซับซ้อนในเรื่องนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"มีภรรยาสามคน ผมก็ควรจะพอใจได้แล้ว"
กู้สิงคิดในใจแบบนั้น ในที่สุดก็ตัดสินใจปล่อยกงชิงอี๋ไป ถึงขั้นที่ว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้กลับไปเอาแก้วเก็บความเย็นด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าถ้าไม่ระวังจะถูกอีกฝ่าย 'ยั่วยวน' เอาได้อีก
ช่วยไม่ได้
ทุกครั้งที่กู้สิงอยู่กับกงชิงอี๋ เขามักจะอดไม่ได้ที่จะอยากแตะเนื้อต้องตัวเสมอ ผู้หญิงคนนี้เหมือนมีเสน่ห์ยั่วยวนมาตั้งแต่เกิด และมีแรงดึงดูดใจสำหรับเขามหาศาล
บ้ากามงั้นเหรอ?
ใช่แล้ว ไม่ผิดหรอก กู้สิงบ้ากามจริงๆ แต่อันที่จริงตอนนี้เขาก็เจอคนสวยๆ มาเยอะแยะ อย่างเช่นถังเหยาอะไรนั่น
แต่กู้สิงกลับไม่รู้สึกอะไรกับถังเหยาเลย
ไม่ใช่แค่ถังเหยา แต่สาวสวยส่วนใหญ่ในวงการ กู้สิงก็ไม่ค่อยมีความรู้สึกอะไรด้วยแล้ว เขาเคยคิดว่าตัวเองจะถอดเขี้ยวเล็บอย่างเป็นทางการ และต่อไปจะรักแค่ลั่วหนิง เฉินหลิงซู และน้องสาวอย่างหลินนั่ว ซึ่งเป็นภรรยาทั้งสามคนเท่านั้น แต่ดันมีกงชิงอี๋โผล่มาอีกคน...
"ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก"
กู้สิงคิดเข้าข้างตัวเอง วงการบันเทิงกว้างใหญ่ขนาดนี้ หลังจากรายการ «นักร้อง» จบลง เขาและกงชิงอี๋ก็คงมีเรื่องให้เกี่ยวข้องกันน้อยลง เมื่อไม่ได้สัมผัสใกล้ชิด ย่อมไม่เกิดอารมณ์วู่วามที่ไม่สมควรขึ้นมาโดยธรรมชาติ
อดทนไปชั่วคราวก่อนก็ไม่เป็นไรหรอก
ถึงลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูจะให้เขาไม่ได้ แต่ถ้ามีความคิดเรื่องพรรค์นั้น ก็ยังมีองค์หญิงนั่วที่ช่วงนี้ยิ่งได้ลิ้มลองก็ยิ่งติดใจอยู่นี่นา