หลังจากตลาดปิดในวันนั้น ลู่หมิงก็อัปเดตสเตตัสในบัญชีเถาปาของเขาอีกครั้ง:
[วันนี้ช้อนซื้อหุ้นถงฮวาซุ่นตอนราคาย่อตัว มองว่าหุ้นแนวคิดการเงินอินเทอร์เน็ตจะมาแรง ถงฮวาซุ่นกำลังอยู่ในกระแส ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ พุ่งทะยาน วันพรุ่งนี้ถือต่อรอดูสถานการณ์ คาดหวังว่าจะวิ่งชนเพดานและปิดบวกต่อเนื่องในคลื่นขาขึ้นหลัก]
มาถึงวันนี้ บัญชีเถาปาของลู่หมิงมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,200 คนแล้ว
โดยพื้นฐานแล้ว ทันทีที่เขาโพสต์สเตตัส แค่ผ่านไปสองสามนาทีก็มีคนมาแสดงความคิดเห็น และในช่วงเวลานี้ ลู่หมิงยังเห็นไอดีคุ้นตาปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง ไอดีนั้นคือ “อีหมิงจิงลู่” แฟนคลับเหล่านี้พากันเรียกเขาว่า “อี้เกอ” ปรากฏการณ์นี้บ่งชี้ว่าเริ่มมีกลุ่มแฟนคลับตัวจริงเกิดขึ้นแล้ว
“สุดยอด อี้เกอเล่นแต่หุ้นราคาสูงจริงๆ เหรอ?”
“ปีนี้ถงฮวาซุ่นขึ้นมาสองเท่าแล้ว คลื่นขาขึ้นหลักน่าจะสุดทางแล้วมั้ง?”
“แบบนี้ยังกล้าเข้าอีก แถมยังออลอินด้วย ใจกล้าจริงๆ”
“ดูเหมือนเขาจะออลอินหุ้นตัวเดียวตลอดเลยนะ”
“ทำแบบนี้มันก็ได้ผลตอบแทนสูงสุดก็จริง แต่ถ้าเหยียบกับระเบิดเข้าก็จะเจ็บหนักกว่า!”
“เจ๋งเหมือนกันนะ เกือบจะซื้อได้ที่จุดต่ำสุดของวันนี้เลย ได้กำไรมาอีกหนึ่งลิ่ง วันเดียวสี่หมื่นหยวน อิจฉา”
“อี้เกอ คุณซื้อที่จุดต่ำสุดนี้ได้ยังไง?”
ลู่หมิงอ่านความคิดเห็น เมื่อเห็นว่าเป็นแฟนคลับที่ค่อนข้างคุ้นเคย จึงพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า:
[ช่วงเร่งความเร็วของคลื่นขาขึ้นหลัก จุดซื้อไม่มีเทคนิคอะไรมาก ก็แค่รอให้มันย่อกลับมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันแล้วช้อนซื้อเข้าไปก็พอ]
……
จากนั้น ลู่หมิงก็เริ่มนอนนิ่งๆ ถือหุ้นรอต่อไป วันต่อมาเมื่อตลาดเปิด ถงฮวาซุ่นเปิดตัวต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้าและย่อตัวลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน แต่ยังไม่ทันแตะก็ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นการดีดตัวที่แข็งแกร่งผิดปกติ
ในบรรดาแฟนคลับกว่าพันคนของลู่หมิง หลายคนติดตามหุ้นตัวนี้เพราะเมื่อวานเขาเข้าซื้อและมองว่ามันจะไปต่ออย่างมาก เช้านี้มีส่วนน้อยที่ตัดสินใจตามไปบ้าง แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อ
เหตุผลยังคงเป็นเพราะกลัวความสูง ปีนี้ถงฮวาซุ่นขึ้นมาสองเท่ากว่าแล้ว
แต่ทว่า... คนที่ไม่ได้ซื้อตอนเปิดตลาดช่วงเช้าที่ราคาต่ำก็เริ่มเสียใจ เมื่อราคายิ่งดีดตัวขึ้นแรง พวกเขาก็ยิ่งไม่กล้าซื้อ และยิ่งไม่กล้าซื้อ ราคาก็ยิ่งขึ้น
พอถึงเวลา 10:19 น. หุ้นถงฮวาซุ่นก็วิ่งชนเพดานราคา คนที่ได้แต่มองมันวิ่งทะยานจากแดนลบจนถึงขั้นชนเพดานต่างก็ทั้งโมโหทั้งเสียใจจนต้องตบขาตัวเองฉาดๆ
ตอนนี้มันชนเพดานไปแล้ว โดยพื้นฐานคือไม่มีโอกาสแล้ว
แต่ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา เพดานของถงฮวาซุ่นก็แตก ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นจังหวะที่เข้าได้ แต่พอเห็นว่าลิ่งแตกกลับไม่กล้าซื้อ กลัวว่าจะโดนทุบจากเพดานลงมา เพราะตอนนี้ราคามันสูงเกินไปแล้ว
ผลคือหลังจากลิ่งแตกได้สองนาที หุ้นก็กลับไปชนเพดานอีกครั้ง คราวนี้ก็มานั่งเสียใจที่ไม่ได้ซื้ออีก การเคลื่อนไหวของราคาหลังจากนั้น ถงฮวาซุ่นลิ่งแตกแล้วกลับไปปิดที่เพดานซ้ำๆ หลายครั้ง แฟนคลับจำนวนมากต้องเผชิญกับความทรมานระหว่างความกลัวและความโลภในกระบวนการนี้ และสุดท้ายความกลัวก็เอาชนะความโลภได้
ควบคุมมือตัวเองไว้ ไม่ซื้อ
พอถึงวันซื้อขายถัดไป วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน เมื่อตลาดเปิด ถงฮวาซุ่นพุ่งขึ้นในช่วงเช้าแล้วย่อตัวลงมาถึงแดนลบ แต่ในช่วงบ่ายก็เริ่มดีดตัวกลับและสามารถวิ่งชนเพดานเป็นวันที่สองติดต่อกันได้สำเร็จ
แฟนคลับที่เมื่อวานไม่ได้เข้า พอเห็นว่าวันนี้มันวิ่งชนเพดานเป็นวันที่สองก็รู้สึกโมโหสุดๆ
คนส่วนใหญ่ทั้งโมโหทั้งจนปัญญา ตอนนี้ทำได้แค่แหงนมองราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งขึ้นก็ยิ่งไม่กล้าไล่ตาม
แต่ทว่า... ในวันซื้อขายถัดๆ มา การเคลื่อนไหวของถงฮวาซุ่นทำให้แฟนคลับกลุ่มที่ได้แต่มองดูอยู่ข้างสนามต้องจมอยู่ในความเจ็บปวดจากการตกรถ ถงฮวาซุ่นแม่มวิ่งจากสองลิ่งเป็นสามลิ่ง แต่ก็ไม่ได้เข้าอีก เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์แล้ว ทุกคนกลัวว่าช่วงสุดสัปดาห์จะมีข่าวร้ายออกมา แถมยังลิ่งที่สามแล้วด้วย ก็น่าจะพอแล้วล่ะ
ผลคือ...
พอถึงวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม ถงฮวาซุ่นเปิดตลาดสูงขึ้นเกือบ 5% จากนั้นก็เร่งความเร็วในช่วงเช้าจนชนเพดาน เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันตามความเร็วในการขึ้นของแท่งเทียนไม่ทันแล้ว
เมื่อถงฮวาซุ่นวิ่งชนเพดานเป็นวันที่สี่ในวันนี้ ใต้โพสต์ล่าสุดในบัญชีเถาปาของลู่หมิงก็คึกคักกว่าปกติมาก
“ทรมานจัง ตกรถมันทรมานกว่าขาดทุนอีก”
“อี้เกอสุดยอด! ตามลอกการบ้าน ตอนนี้กำไรสี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว ฟินสุดๆ!”
“แม่มเอ๊ย โคตรน่าโมโหเลย หุ้นหลันสือจ้งจวงก็นั่งมองมันขึ้นไป 7 ลิ่งแต่ไม่ได้เข้า ถงฮวาซุ่นก็เหมือนกัน ได้แต่มองมันขึ้นจากไม่ถึง 40 หยวนจนตอนนี้ 60 หยวนแล้ว แต่ก็ไม่ได้เข้า พ่องงงงง...”
“อี้เกอสุดยอดไปเลย!”
“รอบนี้อี้เกอรวยเละอีกแล้ว คลื่นขาขึ้นหลักที่วิ่งชนเพดานต่อเนื่อง แถมยังออลอินด้วย!”
“ตั้งแต่หลันสือจ้งจวงจนมาถึงถงฮวาซุ่นตอนนี้ มีของจริงๆ นะ อาจจะเป็นเทพจริงๆ ก็ได้!”
……
หลังจากตลาดปิดวันนี้ ลู่หมิงก็เปิดบัญชีเถาปาตามปกติ เหลือบมองหลังบ้านก็พบว่ามีข้อความส่วนตัวที่ยังไม่ได้อ่านจำนวนมาก มีข้อความหลากหลายประเภท
มีทั้งถามเรื่องหุ้น ถามว่ามีกลุ่มไหม ถามว่าพรุ่งนี้ยังตามถงฮวาซุ่นได้อีกไหม มีคนที่อยากเรียนรู้ถึงขนาดยอมจ่ายเงินถ้าเปิดคอร์ส... มีคำถามสารพัดเต็มไปหมด
ลู่หมิงไม่ได้ตอบกลับแม้แต่ข้อความเดียว ในบรรดาข้อความส่วนตัวมากมาย คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือมีกลุ่มพูดคุยอะไรทำนองนี้ไหม เพราะอยากจะเรียนรู้
“น่าจะถึงเวลาแล้ว...”
ลู่หมิงเห็นข้อความส่วนตัวมากมายในหลังบ้าน เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงล็อกอินเข้า QQ จากนั้นก็สร้างกลุ่มธรรมดาขนาด 200 คน คัดลอกหมายเลขกลุ่ม แล้วไปแก้ไขโพสต์ใหม่ในบัญชีเถาปาเพื่ออัปเดตออกไป:
[ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ เพิ่งสร้างกลุ่มไปหนึ่งกลุ่ม เพื่อนๆ ที่สนใจสามารถเข้ามาร่วมพูดคุยโม้กันในกลุ่มได้]
ตอนนี้จำนวนผู้ติดตามของลู่หมิงเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,000 คนแล้ว หลังจากโพสต์ข้อความนี้ออกไปไม่นาน แฟนคลับตัวยงบางคนก็เห็นเป็นคนแรกๆ พวกเขาไม่ลังเลที่จะกดขอเข้าร่วมกลุ่มตามหมายเลขที่ให้ไว้ แต่กลับพบว่าสามารถคลิกสมัครแล้วเข้ากลุ่มได้เลยโดยไม่ต้องรอการอนุมัติ
ลู่หมิงเห็นไอคอนกลุ่มสั่นเตือน เมื่อคลิกเข้าไปดูก็พบว่ามีคนเข้าร่วมแล้วกว่า 30 คน และทุกๆ ไม่กี่วินาทีก็มีคนใหม่เข้าร่วมกลุ่มมาเรื่อยๆ ในกลุ่มก็เริ่มคึกคักขึ้นมา
“เข้ามาได้แล้ว? ไนซ์!”
“มาชมบารมีอี้เกอในระยะใกล้ชิด!”
“ขอบคุณอี้เกอครับ รอบถงฮวาซุ่นนี้ผมลงไปเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของพอร์ต กำไรบวมเลย!”
“รอบนี้เท่มากเลยพี่ชาย อิจฉา!”
“สุดยอด กลุ่มเต็มเร็วจัง”
“@อีหมิงจิงลู่ อี้เกอครับ กลุ่มเต็มแล้วจะขยายจำนวนสมาชิกไหมครับ?”
ลู่หมิงที่ซุ่มดูอยู่พักหนึ่งเห็นมีสมาชิกกลุ่มแท็กหาเขา จึงโผล่ออกมาตอบกลับไปว่า:
[เอาแค่ 200 คนนี่แหละ]
สมาชิกในกลุ่มเห็นลู่หมิงออกมาพูดแล้ว พอเห็นเนื้อหาก็แอบดีใจที่ตัวเองมือไว ในขณะเดียวกันก็มีสมาชิกในกลุ่มไปโพสต์ข้อความในเถาปา บอกว่าอี้เกอจะรับแค่กลุ่มขนาดสองร้อยคน ซึ่งเต็มแล้ว
เรื่องนี้ทำให้คนทียังไม่ได้เข้ากลุ่มโมโหไม่น้อยและรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง
พวกเขาต่างพากันเสนอแนะใต้โพสต์ของเขาให้ขยายกลุ่ม ทั้งเขียนจดหมายเลือดคนเดียวบ้าง หมื่นคนบ้าง บลาๆๆ
“@อีหมิงจิงลู่ อี้เกอครับ ในกลุ่มมีกฎอะไรไหมครับ?”
ลู่หมิงแก้ไขเนื้อหาแล้วส่งเข้าไปในกลุ่ม:
[ไม่มีกฎอะไรมาก ขอพูดง่ายๆ ว่า ผมไม่เปิดคอร์ส, ไม่แนะนำหุ้น, ไม่เก็บเงิน, ไม่รับแอดเพื่อน, ไม่ขยายกลุ่ม และกลุ่มนี้จะไม่คงอยู่นานนัก ประมาณสองเดือนก็จะยุบ ส่วนหลังจากยุบกลุ่มแล้วจะเปิดกลุ่มใหม่หรือไม่ค่อยว่ากันอีกที]
[ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะแชร์การเทรดจริงของผมในกลุ่ม จะส่งจุดซื้อขายของหุ้นที่ถืออยู่เข้ากลุ่มทันที แต่นี่เป็นเพียงการแชร์การเทรดส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น หากทำตาม การตัดสินใจและความเสี่ยงเป็นของคุณเอง รับผิดชอบกำไรขาดทุนด้วยตัวเอง อย่ามาตามหาผม]
[สุดท้ายคือ ระหว่างวันห้ามคุย ปิดการสนทนาสำหรับทุกคน หลังตลาดปิดทุกคนสามารถพูดคุยโม้โอ้อวดได้ตามสบาย]
หลังจากพูดจบ สมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มทั้ง 199 คนต่างก็ตื่นเต้นจนตาเป็นประกาย การส่งจุดซื้อขายเข้ากลุ่มทันที นี่มันก็คือการให้ทุกคนลอกการบ้านของเขานั่นแหละ
ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใจกล้าพอ
สิ่งที่ลู่หมิงพูดนั้นอาจจะฟังดูเย็นชาและกระชับ แต่ก็ไม่มีอะไรผิด เขาไม่เปิดคอร์ส ไม่แนะนำหุ้น ไม่เก็บเงิน แค่โพสต์การเทรดของตัวเองเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น
แต่ทุกคนก็เข้าใจกันดี
“รับทราบ!”
“พวกเราทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ลอกการบ้านก็ต้องรับผิดชอบกำไรขาดทุนเอง”
“ตามติดอี้เกอ ลุยเลย!”
“ตื่นเต้นจัง พรุ่งนี้ตลาดจะเปิดแล้ว!”
“อะไรจะแก้ความทุกข์ได้ มีเพียงความร่ำรวยเท่านั้น แล้วจะรวยเมื่อไหร่ ก็ต้องตอนนี้นี่แหละ ใช่ไหม...[doge]”
……







