เขาชื่อหลี่ป้านเฟิง เฟิงที่แปลว่ายอดเขา ไม่ใช่เฟิงที่แปลว่าบ้า หมอเคยบอกไว้ว่าเขาไม่ได้บ้า เพื่อช่วยชีวิตเพื่อน เขาจึงไปยังชานชาลาหมายเลข 96 ขึ้นรถไฟไอน้ำขบวน 1160 และเดินทางมาถึงแคว้นผู่หลัวที่ยังคงหยุดนิ่งอยู่ในยุคไอน้ำ เขาได้พบกับหญิงงามรู้ใจในเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่า หญิงงามสะกดโลกในปฏิทินรูปภาพ หญิงโฉมตรูผู้เริงระบำในนาฬิกาตั้งพื้นโบราณ และยอดคนหลีกเร้นในน้ำเต้าสุรา ที่นี่มีผู้ฝึกตนสายโภชนาที่ยิ่งกินยิ่งดุดัน ผู้ฝึกตนสายควันที่ยิ่งสูบยิ่งแข็งแกร่ง ผู้ฝึกตนสายยุทธ์ที่ยิ่งฆ่ายิ่งเหี้ยมโหด ผู้ฝึกตนสายสุราที่ยิ่งดื่มยิ่งบ้าคลั่ง ที่นี่มีผู้ฝึกตนสายท่องที่อยากไปทุกหนแห่ง และยังมีผู้ฝึกตนสายเก็บตัวที่ไม่อยากไปไหนเลย ร้อยสำนักทั่วหล้า ใครเล่าจะต่อกร ผู้ฝึกตนเรือนหมื่นแห่งแคว้นผู่หลัว ใครกันคือยอดคน ป้านเฟิงสวมชุดสูท สวมหมวกสักหลาด ถือไม้ขนไก่ แล้วเอ่ยถามประโยคหนึ่งอย่างจริงจังว่า บอกฉันที ใครคือเจ้าแห่งผู่หลัว