วันรุ่งขึ้น ช่วงเช้า
สองพี่น้องชุยโป๋ซานและชุยจ้งหยวนได้นอนตื่นสายอย่างเต็มอิ่มเป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปี
หลังจากตื่นนอน ทั้งสองลุกจากเตียงอย่างเกียจคร้าน กินมื้อเช้าอย่างไม่เร่งรีบ จากนั้นก็ไปยืนอยู่ในลานบ้านของตนเอง ชมดอกไม้ ให้อาหารปลา และเหม่อลอย
แสงแดดฤดูใบไม้ผลิสาดส่องสดใส สายลมพัดโชยอ่อนโยน
สีหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความเบิกบานใจ ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยว่าวันเวลาธรรมดาๆ จะสุขสบายได้ถึงเพียงนี้
มีชีวิตอยู่นี่มันดีจริงๆ เลยน้า!
เมื่อเทียบกับความผ่อนคลายหัวเราะร่าของทั้งสองคนแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือนั้นกลับหัวเราะไม่ออกโดยสิ้นเชิง
เมื่อวานตอนอยู่ 'ในที่ประชุม' พวกเขาตื่นเต้นฮึกเหิมกันแค่ไหน วันนี้ก็ทุลักทุเลลุกลี้ลุกลนกันแค่นั้น
เพราะชุยเซี่ยนเริ่มปล่อยท่าไม้ตายแล้ว!
ตั้งแต่เช้าตรู่
เขาให้พวกบ่าวไพร่มาช่วยทำชั้นวางกระดานไม้ขนาดใหญ่ นำไปตั้งไว้ที่ด้านข้างประตูห้องโถงหลัก
'แผนธุรกิจห้าปี' ที่ทุกคนลงนามกันเมื่อวาน ล้วนถูกนำมาติดไว้บนนั้นทั้งหมด
และที่มุมซ้ายบนของกระดานไม้ ตรงจุดที่สะดุดตาที่สุด มีแผ่นกระดาษเขียนด้วยหมึกสีแดงว่า: เหลือเวลาอีก 1733 วันก่อนเดินทางไปไคเฟิง!
ฮูหยินเฒ่าชุยตื่นมาตอนเช้า พอเห็นตัวหนังสือบรรทัดนี้ก็รู้สึกขนหัวลุกซู่ทันที "เมื่อวานไม่ใช่อีก 1734 วันหรือไง ทำไมแค่คืนเดียวผ่านไป ก็เหลือแค่ 1733 วันแล้วล่ะ!"
วันอันมีค่าหนึ่งวัน ถูกปล่อยให้สูญเปล่าไปแบบนี้เลย!
ไม่ใช่แค่ฮูหยินเฒ่าชุย
คนตระกูลชุยที่เหลือ รวมถึงเผยเจียน จวงจิ่น และคนอื่นๆ ที่รีบมาตั้งแต่เช้าตรู่ ต่างก็รู้สึกกดดันอย่างมาก
ชุยโป๋ซานและชุยจ้งหยวนมองดูท่าทางร้อนรนของพวกเขา แล้วก็ยิ่งหัวเราะร่าเริงกว่าเดิม
เวลานั้นเอง
บ่าวไพร่ตระกูลชุยสองคนที่ถูกชุยเซี่ยนใช้งานให้ออกไปทำธุระตั้งแต่เช้าตรู่ ก็ถือหีบใส่ของใบหนึ่งกลับมา
ด้านในมีป้ายแปลกๆ ม้วนผ้าขนาดยาวที่เขียนตัวหนังสือเอาไว้ และอื่นๆ
เผยเจียนชะเง้อคอ ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "น้องเซี่ยน ของพวกนี้คืออะไรหรือ?"
วินาทีต่อมาหลังจากที่เขาเพิ่งถามจบ
ที่คอก็ถูกแขวนด้วยป้ายแผ่นหนึ่ง ชุยเซี่ยนพูดพลางหัวเราะ "ป้ายชื่อพนักงาน ต่อไปทุกคนต้องแขวนเอาไว้ ทุกคนไปหาป้ายชื่อของตัวเองกันเถอะ"
เผยเจียนก้มดูป้ายที่ตัวเองแขวนอยู่ บนนั้นเขียนว่า: เผยเจียน อายุ 12 ปี กลุ่มสอบเคอจวี่
คนที่สังกัด 'กลุ่มสอบเคอจวี่' เหมือนกับเขา ยังมีจวงจิ่น หลี่เฮ่ออวี้ เกาฉี และชุยอวี้อีกสี่คน
ส่วนเฉินซื่อ หลินซื่อ และชุยเสวียน ถูกแบ่งไปอยู่ 'กลุ่มสอนหนังสือ'
สำหรับฮูหยินเฒ่าชุย ถูกจัดให้อยู่ใน 'กลุ่มบริหาร'
นอกจากฮูหยินเฒ่าชุยแล้ว อาจารย์ตงไหลก็มีป้ายชื่อ 'กลุ่มอาจารย์' เช่นกัน
ชุยจ้งหยวนกับชุยโป๋ซาน ถูกกำหนดให้เป็น 'กลุ่มนอกอัตรา' ชั่วคราว
ทุกคนสวมป้ายชื่อของตัวเองเรียบร้อย ชุยเซี่ยนก็นำข้อมูลประวัติของแต่ละคน แบ่งกลุ่มแล้วไปติดไว้ในตำแหน่งที่สอดคล้องกันบนกระดานไม้
'ผังโครงสร้างองค์กร' แบบง่ายๆ ก็เสร็จสมบูรณ์
ทุกคนจ้องมองของที่เขาง่วนทำออกมาอย่างเหม่อลอย ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ก็รู้สึกกดดันขึ้นมาเป็นเท่าตัว
ทว่า
เมื่อชุยเซี่ยนเขียนรางวัล 'สุดยอดคัมภีร์' ไว้ใต้ช่องข้อมูลของแต่ละกลุ่ม ทุกคนก็เบิกตาโพลง
บนใบหน้าของทุกคนล้วนเขียนไว้ด้วยความกระหายใคร่รู้!
ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มสอบเคอจวี่ ชื่อหนังสือสุดยอดคัมภีร์คือ: "ตะลุยโจทย์จริง: ห้าปีเคอจวี่ สามปีจำลองสอบ", "เวลาครึ่งถ้วยชา ช่วยลดเวลาหลงทางสอบเคอจวี่ไปสามสิบปี", "ห้าสิบวันสปีดสอบติดถงเซิง", "ข้ากลายเป็นเทพแห่งการเรียน หลังจากสอบตกแล้วโดนเพื่อนล้อ" เป็นต้น
เผยเจียนร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น "ข้าจะเรียนอันนี้ น้องเซี่ยน ขอร้องล่ะ! ข้าจะเรียนอันนี้ ให้ข้าทำอะไรข้าก็ยอม! ขอร้องจริงๆ นะ!"
จวงจิ่น หลี่เฮ่ออวี้ และคนอื่นๆ ก็หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกัน
ส่วนคัมภีร์ของกลุ่มบริหารคือ: "จากล้มละลายสู่เศรษฐีอันดับหนึ่งใน 100 วัน", "สามประโยคที่ทำให้คนงานสมัครใจทำงานล่วงเวลา", "การพัฒนาตนเองของเถ้าแก่" เป็นต้น
ตอนนี้ฮูหยินเฒ่าชุยพอจะรู้หนังสือบ้างแล้ว นางจ้องมองชื่อคัมภีร์เหล่านั้นจนก้าวขาไม่ออกเลยทีเดียว!
สำหรับกลุ่มสอนหนังสือ ซึ่งมีเป้าหมายคือหลินซื่อ เฉินซื่อ และชุยเสวียนสามคน สุดยอดคัมภีร์ก็คือ: "คู่มือจัดการคนงาน: จากระดับพื้นฐานสู่ระดับปรมาจารย์", "เทคนิคทำบัญชี: จากหนึ่งอีแปะสู่แสนตำลึง" เป็นต้น
พวกนางยังไม่รู้หนังสือ แต่เมื่อผ่านการอธิบายจากฮูหยินเฒ่าชุย ก็เผยสีหน้ากระตือรือร้นและกระหายใคร่รู้เช่นกัน
เห็นได้ชัดว่า
พอเอาหนังสือพวกนี้ออกมา ทุกคนก็นั่งไม่ติดกันแล้ว!
ชุยเซี่ยนยิ้มมองพวกเขาแล้วถาม "อยากเรียนไหม?"
เนื้อหาพวกนี้ แน่นอนว่าเขาเป็นคนรวบรวมขึ้นมา เป็นความรู้เนื้อๆ เน้นๆ ที่ซับซ้อนและน่าเบื่อหน่าย แต่พอเปลี่ยนชื่อหนังสือ ความน่าดึงดูดก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"อยาก! พวกเราอยากเรียนสุดๆ เลย!"
"น้องเซี่ยน รีบให้พี่ใหญ่ดูสักตาเถอะ! ตอนนี้พี่ใหญ่รู้สึกเหมือนมีมดไต่ยั้วเยี้ยไปทั้งตัว พี่ใหญ่จะทนไม่ไหวแล้ว!"
แต่ชุยเซี่ยนกลับไม่หวั่นไหว พูดว่า "รอดูผลงานของพวกท่านละกัน ถ้าทำผลงานได้ดีก็จะได้เรียนกันทุกคน ท่านย่า ท่านได้รับการแต่งตั้งเบื้องต้นให้เป็นอาจารย์ของกลุ่มสอนหนังสือ นำพาสมาชิกในกลุ่มเรียนรู้ตัวหนังสือ"
หา?
ฮูหยินเฒ่าชุยงงเต็ก พูดตะกุกตะกัก "ข้า? ข้าเนี่ยนะ? ข้าสอนพวกนางรู้หนังสือ?"
ตัวนางเองเพิ่งจะเริ่มเรียนได้ไม่นาน ยังเรียนไปตะกุกตะกักไปอยู่เลย!
ชุยเซี่ยนตวัดมือชี้ไปที่สุดยอดคัมภีร์บนกระดานไม้ "แค่ท่านปั้นกลุ่มสอนหนังสือขึ้นมาได้ จะสอนท่านเรียนคัมภีร์ทันที!"
ฮูหยินเฒ่าชุยตื่นเต้นจนเลือดขึ้นหน้า กัดฟันตอบ "ตกลง!"
จากนั้น ชุยเซี่ยนก็หันไปมองเผยเจียนกับพวก "พี่ใหญ่ ภารกิจของพวกท่านในวันนี้ คือสร้างบ้านให้ตัวเองหนึ่งหลัง"
อะไรนะ?
ท่ามกลางสายตาสงสัยของเผยเจียนและคนอื่นๆ ชุยเซี่ยนกล่าวว่า "ที่ลานว่างหลังบ้าน สร้างสนามสอบเคอจวี่ที่คล้ายกับการสอบเซียงซื่อขึ้นมา ต้องจำลองให้เหมือนจริงแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพื่อสัมผัสบรรยากาศสนามสอบล่วงหน้า!"
"ต่อไปพวกท่านต้องเข้าไปตะลุยโจทย์ในนั้นทุกวัน ทำเหมือนสนามสอบเป็นบ้าน! แบบนี้ในอนาคตตอนที่คนอื่นเข้าสนามสอบ พวกเขาจะตื่นเต้นหวาดกลัว แต่พวกท่านจะไม่เป็น"
"เพราะพวกท่านแค่กลับบ้าน!"
เผยเจียนทั้งสี่คนได้ฟังดังนั้น: ???
ไม่ใช่สิ ขอถามหน่อยเถอะ? แบบนี้มันใช่เหรอ?
แต่ภายใต้การล่อลวงของสุดยอดคัมภีร์เคอจวี่ ทั้งสี่คนก็กัดฟันปรึกษากัน แล้วลงมือทำ!
พวกเขาไปที่หลังบ้าน เพื่อสร้าง 'บ้าน' ให้ตัวเอง
อีกด้านหนึ่ง
ห้องข้างของห้องโถงหลัก ห้องเรียนสำหรับกลุ่มสอนหนังสือแบบเรียบง่ายถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างรวดเร็ว
ฮูหยินเฒ่าชุยพาหลินซื่อ เฉินซื่อ และชุยเสวียน นักเรียนทั้งสามคนเดินเข้าไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ครึ่งชั่วยามต่อมา
หลินซื่อร้องไห้โฮ "ไม่ไหวแล้ว ท่านแม่ ท่านพูดช้าหน่อย ช้าหน่อย! ข้าฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ!"
เฉินซื่อกับชุยเสวียนก็กำลังปาดน้ำตาเช่นกัน
ฮูหยินเฒ่าชุยร้องไห้หนักกว่าพวกนางสามคนเสียอีก "ข้าสอนเข้าใจง่ายขนาดนี้แล้ว ทำไมพวกเจ้ายังเรียนไม่รู้เรื่อง ทำไมยังเรียนไม่รู้เรื่องอีกเล่า!"
"สอนไม่ไหว ข้าสอนไม่ไหวจริงๆ! เซี่ยนเกอ ย่าจะเรียนคัมภีร์! ให้พ่อเจ้ากับลุงใหญ่ของเจ้ามาสอนพวกนางเถอะ"
คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเพิ่งจะเริ่มสอนหนังสือ ข้อพิพาทในครอบครัวก็เริ่มต้นขึ้นเสียแล้ว
ชุยเซี่ยนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "แบบนี้มันผิดกฎนะ แต่ท่านย่า ข้าจะให้โอกาสท่านหนึ่งครั้ง ถ้าท่านตอบคำถามที่ข้าถามได้ ก็จะได้รับคัมภีร์ไปเรียนหนึ่งเล่ม"
ฮูหยินเฒ่าชุยปาดน้ำตา "เจ้าถามมาเลย!"
ช่วงเวลาที่ผ่านมานางตั้งใจเรียนอย่างหนัก นางจึงมีความมั่นใจในตัวเองมาก
ชุยเซี่ยนกะพริบตา "โปรดฟังคำถาม บนต้นไม้ 'ขี่' (พ้องเสียงกับคำว่าเจ็ด) ลิงตัวหนึ่ง บนพื้นมีลิงหนึ่งตัว รวมมีลิงกี่ตัว?"
ฮูหยินเฒ่าชุยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะทั้งน้ำตา ตอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "แปดตัว! ต้องเป็นแปดตัวแน่ๆ! ข้าเรียนเลขมาแล้ว"
"ผิด!"
ชุยเซี่ยนผายมือ "ข้าพูดว่า บนต้นไม้ 'ขี่' ลิงตัวหนึ่ง ขี่ที่แปลว่าขี่ม้าน่ะ ดังนั้นคือสองตัว!"
เฉินซื่อ หลินซื่อ และคนอื่นๆ ที่กำลังปาดน้ำตาอยู่ต่างก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา
ฮูหยินเฒ่าชุยชะงักอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็โกรธจัด "ไม่ได้ เจ้าขี้โกง! มีใครเขาถามคำถามกันแบบนี้บ้าง!"
พูดได้ดี
ชุยเซี่ยนมีสีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย พูดอย่างมีความนัยว่า "ท่านย่า สนามการค้าก็เหมือนสนามรบ นี่คือลูกไม้พื้นฐานที่สุด หากต่อไปท่านได้เป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่ง ปัญหาที่ต้องเผชิญจะซับซ้อนยิ่งกว่าคำถามข้อนี้เสียอีก"
"อีกอย่าง ถ้าแม้แต่คนในบ้านเราท่านยังปั้นขึ้นมาไม่ได้ จะเอาอะไรไปนำพาตระกูลชุยให้ผงาดขึ้นมาเล่า?"
"ถ้าไม่ไหวจริงๆ พวกเราก็ช่างมันเถอะ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฮูหยินเฒ่าชุยก็เชิดหน้าขึ้นทันที "ช่างมันไม่ได้! ล้มเลิกไม่ได้! สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง ยัยหนูชุย พวกเราเรียนกันต่อ!"
ครู่ต่อมา
กลุ่มสอนหนังสือและอาจารย์ของพวกนาง ก็เริ่มปาดน้ำตากันอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้ง
มันยากเกินไปแล้ว!
ส่วนกลุ่มสอบเคอจวี่ ก้มหน้าก้มตาทำกันทั้งวัน ในที่สุดก็สร้าง 'บ้าน' เสร็จสมบูรณ์
ทั้งสี่คนทยอยกันเข้าไปนั่งในคอกสอบเคอจวี่อันคับแคบที่เรียกได้ว่าเป็น 'กรงนกพิราบ' ยังไม่ทันได้เริ่มเรียนอย่างเป็นทางการ คนก็เริ่มสั่นเทาเสียแล้ว
แม่ร่วงเอ๊ย น่ากลัวสุดๆ ไปเลย!
สรุปว่าวันแรกนี้
นอกจากสองพี่น้องสุดชิลในกลุ่มนอกอัตราแล้ว สมาชิกกลุ่มที่เหลือล้วนมีอาการสติแตก ลนลาน และท้อถอยในระดับที่แตกต่างกันไป
พอหมดวัน ล่วงเลยมาถึงช่วงเย็น
ทุกคนเดินออกมาด้วยสีหน้าอิดโรย แต่กลับเห็นม้วนผ้าสิบกว่าผืนแขวนอยู่ในลานบ้าน
"อยากสำเร็จ ต้องบ้าคลั่ง! กัดฟันแน่นแล้วพุ่งชน!"
"ชีวิตไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่ กลัวแค่ไม่มีอนาคต!"
"ท้องฟ้าของผู้แข็งแกร่งมักจะเป็นสีฟ้าเสมอ"
"สู้สักครั้งรวยไปสามชั่วโคตร ต้องสู้ถวายหัวถึงจะไม่พ่ายแพ้!"
"ยามที่ยากลำบากที่สุด คือตอนที่ใกล้ความสำเร็จที่สุด!"
ภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง ม้วนผ้าพลิ้วไหวไปตามสายลม
กลุ่มคนที่เพิ่งถูกโจมตีมาอย่างหนัก จ้องมองตัวหนังสือเหล่านั้นอย่างเหม่อลอย ไม่รู้ทำไม เลือดในกายถึงได้เดือดพล่านขึ้นมา