"ทำไมถึงเป็นตู้หย่งเซี่ยวล่ะ"
"ทำไมเขาถึงลงมาจากรถนั่นได้"
ลุงอาสุ่ยและเสอจ๋ายหมิงให้ตายก็ไม่เชื่อว่าคนที่ลงมาจากรถหรูคันนั้น จะเป็นไอ้กระจอกตู้หย่งเซี่ยวที่พวกเขาสาปแช่งว่าต้องอยู่ไม่พ้นคืนนี้
"เขาไม่ได้ไปล่วงเกินสารวัตรใหญ่เหยียนสยงหรอกเหรอ ทำไมถึงยังไม่ตายอีกล่ะ"
"ไม่เพียงแต่ไม่ตาย แถมดูเหมือนจะอยู่ดีมีสุขซะด้วย!"
พอมาดูตู้หย่งเซี่ยวก็ดูดีมีระดับจริงๆ เขากำลังหิ้วของขวัญกองโตลงมาจากรถ
ลุงอาสุ่ยได้สติกลับมา สิ่งแรกที่ทำคือคืนผ้าไหมแพรพรรณที่อุ้มไว้ในอ้อมแขนให้กับหลี่หน้าปรุ "เถ้าแก่หลี่ ฉันเข้าใจความหมายของคุณนะ แต่ว่าอาลี่บ้านฉันยังเด็ก แถมคุณก็อายุตั้งขนาดนี้แล้ว ที่สำคัญ...ฉันไม่ได้ว่าคุณขี้เหร่นะ แต่หน้าตาคุณมันก็..."
หลี่หน้าปรุฝันก็คิดไม่ถึงว่าลุงอาสุ่ยที่เพิ่งจะยกยอตัวเองปานประหนึ่งเทวดาเมื่อครู่นี้ จะพูดคำแบบนี้ออกมา ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
ลุงอาสุ่ยยัดของใส่อ้อมอกเขา "ส่วนเรื่องแต่งงานของคุณกับอาลี่ วันหลังค่อยคุยกันเถอะ!"
...
เพื่อนบ้านเก่าแก่ในสือเสียเหว่ยส่วนใหญ่ต่างก็รู้จักกันดี
พอเห็นตู้หย่งเซี่ยวลงมาจากรถ ก็พากันล้อมเข้ามา ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปที่รถหรูของเหยียนสยง แล้วหันไปพูดกับตู้หย่งเซี่ยวว่า "อาเซี่ยว รวยแล้วสิเนี่ย ถึงกับได้นั่งรถสวยขนาดนี้เลย"
ตู้หย่งเซี่ยวไม่มีเวลาพูดคุยกับเพื่อนบ้าน เขาหันไปพูดกับเฉียงตาเขว่า "ขอบใจมาก ลำบากนายแล้ว!"
เฉียงตาเขแค่นเสียงฮึดฮัดทางจมูก จงใจบีบแตรเสียงดังลั่น บังคับให้ทุกคนหลบทางให้ ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคนหันไปมองของขวัญที่ตู้หย่งเซี่ยวหิ้วมาอีกครั้ง เสื้อผ้าฝรั่ง เหล้าฝรั่ง แล้วก็ยังมีน้ำหอมเป็นต้น โดยเฉพาะตัวอักษร 'ห้างซินไป่ฮั่ว' บนบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้พวกเขาราวกับตาถลน
"ของพวกนี้ซื้อมาจากห้างซินไป่ฮั่วเหรอ"
"ของเยอะแยะขนาดนี้ ต้องใช้เงินตั้งเท่าไหร่ล่ะเนี่ย"
ทุกคนมองของขวัญราคาแพงพวกนั้นด้วยสายตาอิจฉา แทบอยากจะแย่งของมาจากมือของตู้หย่งเซี่ยว
อาลี่ก็เห็นเช่นกัน โดยเฉพาะน้ำหอมกล่องที่บรรจุอย่างสวยงามนั่น
ได้ยินมาว่าน้ำหอมดีกว่าน้ำอบมาก ทั้งยังแพงกว่ามาก มีแค่พวกคุณนายเศรษฐี คุณหนูใหญ่เท่านั้นแหละที่ถึงจะมีปัญญาใช้
'ไม่รู้ว่าถ้าฉันฉีดน้ำหอมแล้วจะเป็นยังไงบ้างนะ' อาลี่จับผมเปียเล่น อดไม่ได้ที่จะคิดฝัน
"อาเซี่ยว นายจริงๆ เหรอเนี่ย ฉันยังนึกว่าไอ้หนุ่มหล่อที่ไหนซะอีก!" ลุงอาสุ่ยเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ยื่นมือออกไปหวังจะช่วยตู้หย่งเซี่ยวถือของ
ตู้หย่งเซี่ยวเบี่ยงตัวหลบวูบ!
"ลุงอาสุ่ย มีธุระอะไรเหรอครับ"
"อ้อ ไม่มีอะไรหรอก ฉันเห็นนายกลับมา เลยเข้ามาทักทายน่ะ!" ลุงอาสุ่ยเหลือบมองของขวัญพวกนั้นอย่างเสียดายเล็กน้อย "จริงสิ อาลี่บ้านเราเป็นห่วงนายมาตลอดเลยนะ กลัวว่านายจะเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า อาลี่ ว่างั้นไหม"
ไม่ไกลออกไป อาลี่รีบก้มหน้าลง ส่งของให้ป้าหวีผมผู้เป็นแม่อย่างลุกลี้ลุกลน
"ยัยเด็กโง่ หวีอันนี้ส่งมาให้แล้วนี่" ป้าหวีผมมองลูกสาวแล้วส่ายหน้า
"อาลี่ก็แค่เขินน่ะ โดยเฉพาะพอเห็นอาเซี่ยวนะ ฮะๆ!" ลุงอาสุ่ยถูมือไปมาแล้วพูด "เมื่อกี้รถคันนั้น..."
"อ้อ นั่นรถของสารวัตรเหยียน เขามาส่งผมน่ะ"
"เหยียนสยงงั้นเหรอ" ลุงอาสุ่ยตกใจ
เสอจ๋ายหมิงและคนอื่นๆ ต่างก็เงี่ยหูฟัง
"เขาไม่ได้ทำอะไรนายเลย แถมยัง... ฮะๆ ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าอาเซี่ยวอย่างนายน่ะดวงแข็ง! ฉันเคยบอกไว้แต่แรกแล้ว ว่าถ้าอาลี่บ้านฉันได้แต่งกับนายล่ะก็ ต้องมีวาสนาแน่ๆ!"
"ขอโทษด้วยนะครับ!" ตู้หย่งเซี่ยวขัดจังหวะลุงอาสุ่ย "ดูเหมือนระหว่างผมกับอาลี่จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันนะครับ! จริงสิ ผมยังมีธุระ ขอตัวกลับบ้านก่อนนะ!"
"เอ๊ะ" ลุงอาสุ่ยยืนอึ้งอยู่กับที่ มองดูตู้หย่งเซี่ยวเดินจากไป
อาลี่มองตามแผ่นหลังของตู้หย่งเซี่ยว นิ้วม้วนผมเปียเล่น ในใจรู้สึกปวดร้าว
ป้าหวีผมปลอบเธอว่า "ไม่ใช่ของเธอ จะฝืนก็ไม่ได้หรอก"
"ลุงอาสุ่ย!" เสอจ๋ายหมิงเห็นลุงอาสุ่ยเอาแต่มองแผ่นหลังตู้หย่งเซี่ยวจนเหม่อลอย จึงยื่นมือไปโบกไปมาตรงหน้าเขา "เลิกมองได้แล้ว ลูกเขยสุดหล่อของคุณเดินไปนู่นแล้ว ไอ้ลูกเขยหน้าปรุนั่นก็ไปแล้ว ฉันว่าอาลี่บ้านคุณก็ไม่เลวนะ สู้ยกให้ฉันซะดีกว่า..."
"ยกให้แกกับผีน่ะสิ! ถ้าแกพูดอีกคำเดียว ฉันจะสับแกให้เละเลย!" ลุงอาสุ่ยคว้ามีดตัดอ้อยขึ้นมาตวาดใส่เสอจ๋ายหมิง
เสอจ๋ายหมิงตกใจจนหดคอหนี "ไม่พูดก็ไม่พูดสิ! ไอ้เซี่ยวสุดหล่อนั่นก็แค่พวกได้ดีแล้วลืมตัว อยู่ได้ไม่เกินสองวันหรอก! คอยดูเถอะ ไม่ช้าก็เร็วต้องตายโหงแน่!"
"นั่นสิ ของขวัญพวกนั้นไม่รู้ว่าไปขโมยมาหรือเปล่าด้วย" คนอื่นๆ สมทบ
ในสายตาของพวกเขา ตู้หย่งเซี่ยวในฐานะคนที่มาจากสือเสียเหว่ย ชาตินี้ก็ไม่ควรจะได้ดิบได้ดีหรอก ควรจะเหมือนกับพวกเด็กเหลือขออย่างพวกเขา ที่ต้องเน่าตายอยู่ในโคลนตมตลอดไป
ลุงอาสุ่ยเห็นทุกคนพูดแบบนี้ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
"รอดูไปเถอะ จะรอดูว่าแกจะโชคร้ายเมื่อไหร่!" ลุงอาสุ่ยมองตู้หย่งเซี่ยว ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง
...
วันนี้โรงงานดอกไม้พลาสติกมีการทำโอที ค่าโอทีชั่วโมงละหนึ่งหยวน
ช่วงนี้ธุรกิจโรงงานดอกไม้พลาสติกไม่ค่อยดีนัก เถ้าแก่ใหญ่เตรียมระดมทุนไปทำอสังหาริมทรัพย์ แถมยังตั้งชื่อว่า 'ฉางเจียงสือเยี่ย' อะไรสักอย่างนี่แหละ
หลี่ชุ่ยเหลียนไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก เธอรู้แค่ว่าวันนี้เธอทำโอทีไปห้าชั่วโมง รวดเดียวได้เงินเพิ่มมาตั้งห้าหยวน
กว่าจะถึงสองทุ่ม เธอถึงได้เดินออกมาจากโรงงาน คลำเงินค่าโอทีในกระเป๋าแล้วก็ตัดใจนั่งรถลากไม่ลง จึงทำได้เพียงลากสังขารอันเหนื่อยล้าเดินกลับบ้าน
การเดินเท้าสามกิโลเมตร ปกติแล้วสำหรับเธอไม่นับว่าเป็นอะไร แต่วันนี้มันเหนื่อยเกินไปจริงๆ
โชคดีที่ระหว่างทางกลับ เธอไปเจอเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในสือเสียเหว่ยเหมือนกัน อีกฝ่ายขี่จักรยานมาก็เลยให้เธอติดรถมาด้วยช่วงหนึ่ง
เมื่อกลับมาถึงสือเสียเหว่ย หลี่ชุ่ยเหลียนก็แวะซื้อผักบุ้งที่คนอื่นเลือกเหลือทิ้งไว้ริมทาง ก่อนสุดท้ายจะกัดฟันซื้อไข่ไก่มาอีกสามฟอง แล้วถึงค่อยเดินกลับไปที่บ้าน
พอเข้าบ้าน หลี่ชุ่ยเหลียนก็เห็นตู้ต้าเพ่าผู้เป็นสามีนั่งอยู่บนเก้าอี้พับตัวเล็ก ปิดตาทำตัวเป็น 'โคตรเซียน' ลูบไพ่ปายโกวอยู่...
"ขอคู่สูงสุด!"
"ตองก็ได้!"
หลี่ชุ่ยเหลียนเตะเปรี้ยงเข้าไป ตู้ต้าเพ่าถึงกับลงไปนอนกองกับพื้นทันที
"อย่าโมโหน่า! ฉันก็แค่เล่นสนุกๆ เอง!" ตู้ต้าเพ่าตะเกียกตะกายลุกขึ้น รีบร้องขอความเมตตา
"ถ้าแกยังเล่นพนันอีก ฉันจะสับมือแกทิ้งซะ!" หลี่ชุ่ยเหลียนหันไปหามีดปังตอ
ตู้ต้าเพ่ารีบกอดขาเธอไว้ "ฉันไม่เล่นแล้ว เธอเชื่อฉันเถอะ!"
"พ่อกับแม่เลิกทะเลาะกันได้ไหมเนี่ย รำคาญจะตายอยู่แล้ว!" ตู้หย่งเหมยลูกสาวที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ใต้หลอดไฟ ถูกพ่อกับแม่ส่งเสียงดังรบกวน
หลี่ชุ่ยเหลียนเดินเข้าไปปิดไฟ แล้วจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดขึ้นมาแทน "ยัยเด็กบ้า คิดว่าบ้านเราเป็นเศรษฐีหรือไง ค่าไฟมันแพงนะ!"
"ลูกทำการบ้านอยู่นะ เธอจะทำไม..."
หลี่ชุ่ยเหลียนถลึงตาใส่เขา
ตู้ต้าเพ่ารีบหุบปากฉับ
"แล้วอาซุ่นล่ะ ทำไมยังไม่กลับมาอีก" หลี่ชุ่ยเหลียนกวาดสายตามองไปรอบบ้าน
"อ้อ เขาบอกว่าจะทำโอทีเยอะหน่อยเพื่อช่วยพี่ใหญ่ใช้หนี้น่ะ" ตู้ต้าเพ่าเกาหลังทอย "ไม่รู้จริงๆ ว่าใครเกิดเขามา ไม่เห็นเขาจะช่วยฉันใช้หนี้บ้างเลย..."
"ยังจะพูดอีกเหรอ" หลี่ชุ่ยเหลียนจะไปหามีดปังตออีก
ตู้ต้าเพ่ารีบกอดเธอไว้ "ฉันล้อเล่นน่า! แต่นั่นมันตั้งหนึ่งหมื่นหยวนเลยนะ ต่อให้เขาเป็นกรรมกรแบกหามที่ท่าเรือไปตลอดชีวิตก็ใช้ไม่หมดหรอก... เป็นไอ้เด็กโง่จริงๆ!"
"ถึงจะโง่แต่ก็ยังดีกว่าแกแหละ!" หลี่ชุ่ยเหลียนยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห กระแทกก้นนั่งลงบนเตียงไม้ "ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กซวยอาเซี่ยวนั่นเป็นยังไงบ้าง โดนรังแกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันได้ยินคนเขาพูดกันว่าเหยียนสยงคนนั้นน่ะร้ายกาจมากเลยนะ!"
ตู้ต้าเพ่าขยับเข้าไปใกล้ๆ ปลอบใจภรรยา "วางใจเถอะ อาเซี่ยวบ้านเราฉลาดขนาดนั้น ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจจะกำลังหอบของขวัญกลับมาบ้านแล้วก็ได้"
"จะเป็นไปได้ยังไง"
"ไม่มีเรื่องอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอกน่า!"
"ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย"
"เธอจะตาฝาดได้ยังไง"
"คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูใช่อาเซี่ยวไหม"
"เธอตาฝาดแล้วมั้ง" ตู้ต้าเพ่าหันไปมอง
ตู้หย่งเซี่ยวหิ้วของขวัญขึ้นมา "พ่อ แม่ สวัสดีครับ!"
"เชี่ยเอ๊ย!" ตู้ต้าเพ่าก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น







