เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์สร้างปริมาณการซื้อขายถึง 1.1 พันล้านในวินาทีแรกที่เปิดตลาด แต่นี่คือการเทขายทิ้ง จากนั้นปริมาณการซื้อขายก็ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่หนึ่งนาทีหลังจากเปิดตลาดก็มีปริมาณมหาศาลระดับตำนานถึง 1.72 หมื่นล้าน
ส่วนราคาหุ้นเมื่อเปิดตลาดไปแตะที่ 7,690.88 หยวน ปรับตัวขึ้นไปไม่ถึง 1 เฟินก็กลับหัวดิ่งพสุธาลงมาตลอดทาง
ราคาเปิดตลาดอยู่ที่ 7,690.80 หยวน เปิดกระโดดสูงขึ้น +156.36% หลังจากเปิดตลาดเพียงหนึ่งนาที ราคาหุ้นก็หลุดแนวรับตัวเลขกลมๆ ที่ 7,000 หยวน และยังคงดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถึงเวลา 9:35 น. อัตราการเพิ่มขึ้นระหว่างวันของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ร่วงกลับลงมาอยู่ที่ +117.84% ราคาหุ้นก็ร่วงลงมาอยู่ที่ราคา 6,535.32 หยวน ภายในห้านาทีมูลค่าตลาดที่หายไปก็ทะลุ 1 แสนล้านหยวน
หนึ่งแสนล้าน ในห้านาที หายวับไปกับตา!
วันแรกที่กลับมาซื้อขาย แท่งเทียนแท่งแรกของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ก็คือแท่งเทียนสีแดงแบบไม่มีไส้เทียนด้านบนแดงเถือก ด้วยผลกระทบนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี SSE 50 ดัชนี SSE 180 ดัชนี CSI 300 และดัชนีหลักทรัพย์ที่เปิดกระโดดสูงขึ้นมาก่อนหน้านี้ต่างก็พากันดิ่งลงตาม
เดิมทีการเปิดกระโดดสูงขึ้นอย่างมากในวันนี้ก็เป็นผลมาจากการดันราคาของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์
ในตอนนี้ ส่วนความคิดเห็นใต้หุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เดือดพล่านไปหมดแล้ว
"พังแล้ว พังพินาศ ดิ่งเหวแล้ว ดิ่งลงทั้งกระดาน แม่งเอ๊ย โดนลากลงเหวไปหมดเลย!"
"เวรเอ๊ย!"
"ทิศทางของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ ปริมาณการซื้อขาย และรูปแบบแท่งเทียนแท่งนี้... เซียนหุ้นทั้งหลาย นึกอะไรออกกันบ้างไหม? พวกที่เพิ่งเข้าตลาดไม่นานก็ช่างเถอะ แต่นักลงทุนหุ้นเก่าล่ะนึกอะไรออกหรือเปล่า?"
"ตกลงมันคืออะไรกันแน่?"
"วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2007 เกิดอะไรขึ้น? ลองคิดดูดีๆ ถ้ายังนึกไม่ออกงั้นขอเตือนความจำด้วยตัวเลข 48.62 นึกออกกันหรือยัง?"
"48.62... เชี่ยเอ๊ย!"
"เชี่ย เชี่ย เชี่ย เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!"
"พวกที่ซุ่มอยู่ข้างในยังไม่หนีอีกเหรอ? รีบหนีสิ รีบหนีไปเร็วเข้า ด่วนเลย 7,690.88 ก็คือยอดดอยประวัติศาสตร์ระดับมหากาพย์ของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์แล้ว"
"นี่มันสถานการณ์อะไรกัน? ในส่วนความคิดเห็นอย่ามาสร้างความตื่นตระหนกกันสิวะ แม่งเอ๊ย!"
"ฮ่าๆ ยังมีเม่ามือใหม่ที่ไม่รู้เรื่องอยู่อีก พิมพ์รหัส 601857 แล้วไปดูแท่งเทียนตอนที่หุ้นน้ำมันถังนั้นเข้าตลาดวันแรกดูสิ แม่งเอ๊ยแทบจะเหมือนกันเปี๊ยบ เป็นหุ้นตัวใหญ่เหมือนกันนี่คือจุดที่เหมือนกันข้อแรก จงสือโหยวเข้าตลาดวันแรกเปิดกระโดดสูงขึ้นเกิน +181% เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เปิดกระโดด +156% นี่คือจุดที่เหมือนกันข้อสอง เปิดตลาดมาหนึ่งนาทีหุ้นน้ำมันถังนั้นมีปริมาณการซื้อขายพุ่งทะลุ 2.03 หมื่นล้าน เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ปริมาณมหาศาล 1.72 หมื่นล้าน นี่คือจุดที่เหมือนกันข้อสาม เปิดตลาดปุ๊บก็ดิ่งเหว นี่คือจุดที่เหมือนกันข้อสี่... แล้วก็ลองไปดูทิศทางหลังจากนั้นของหุ้นน้ำมันถังนั้นดู... ขอถามหน่อยว่าคนที่ไล่ซื้อเข้าไปวันนี้ลนลานกันไหมล่ะ?"
"เชี่ยเอ๊ย อยากตายชะมัด มือบอนไปกดออลอินซื้อมา 5 ล็อตตอนราคา 7,000 หยวน นี่มันทรัพย์สินทั้งหมดของฉันเลยนะ ฉันหมดตัวแล้ว อยากจะสับมือตัวเองทิ้งจริงๆ!"
"7,000 หยวน ซัดไป 5 ล็อต? 3.5 ล้านเลยนะ รวยจริงๆ!"
"พรุ่งนี้ตัดใจขายทิ้งซะเถอะ ถ้าทำใจไม่ได้ก็ลองไปดูทิศทางของ 601857 ดู เชื่อฉันสิ ลองไปดู แล้วนายจะตัดใจขายทิ้งโดยไม่ลังเลเลย"
"เป็นพยานในหน้าประวัติศาสตร์แล้ว ได้เห็นการเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งที่โหดร้ายทารุณที่สุดด้วยตาตัวเอง"
"แม่งเอ๊ย นี่มันหลอกกินเม่าที่ไหนกัน นี่มันรถเกี่ยวข้าวโพดชัดๆ ถอนรากถอนโคนเม่าไปจนหมดเลย!"
"อี้เกอ (พี่ใหญ่) กลายเป็น อี้เกอ (นักเชือดอันดับหนึ่ง) ไปแล้ว?"
"อี้เกอก็พึ่งไม่ได้แล้ว เป็นอย่างที่คิดว่าคนละพวกกับเม่าต๊อกต๋อยอย่างพวกเราจริงๆ หมากกระดานนี้ของนักเชือดอันดับหนึ่งช่างใหญ่โตนัก การเชือดรอบนี้เล่นเอาชั้นบรรยากาศขาดสะบั้นไปเลย"
"ฮ่าๆ ยังไงคนที่โดนเชือดก็ไม่ใช่เม่าน้อยอย่างพวกเราอยู่ดี ราคาแพงขนาดนั้นอย่าว่าแต่หนึ่งล็อตเลย ครึ่งล็อตก็ยังไม่มีปัญญาซื้อ อยากจะโดนเชือดยังไม่มีคุณสมบัติพอเลย แทงใจดำชะมัด... [อีโมจิกุมขมับ]"
"แล้วคนที่โดนเชือดคือใครล่ะ?"
"นี่มันก็เห็นๆ กันอยู่ เม็ดเงินจากรายใหญ่กระเป๋าหนัก พวกเถ้าแก่บ้านนอกที่ทำธุรกิจจนพอมีเงินแล้วอยากมาลงทุนแต่ก็ไม่มีความรู้ โดนเชือดซะยับเยินเลย"
"เทขายแล้วเว้ย แม่งเอ๊ยไม่กล้าเสี่ยงหรอก เอาเงินเข้ากระเป๋าให้อุ่นใจไว้ก่อน รู้งี้หนีตั้งแต่ตอนเคาะราคาเปิดก็ดีแล้ว น่าจะนึกถึงจงสือโหยวได้ตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังดี อย่างน้อยก็ได้กำไรมาเกือบเท่าตัว ไม่ขาดทุน"
...
ในตอนนี้ ส่วนความคิดเห็นของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ในซอฟต์แวร์ตลาดหุ้นต่างๆ กำลังดุเดือดอย่างมาก หลังจากเปิดตลาดไปสิบห้านาทีราคาหุ้นก็หลุดแนวรับตัวเลขกลมๆ ที่ 6,000 หยวน อัตราการเพิ่มขึ้นร่วงกลับลงมาต่ำกว่า 1 เท่าแล้ว
ส่วนความคิดเห็นต่างๆ พากันเปลี่ยนชื่อเรียก "เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์" เป็น "เทียนเซิ่งปิโตรเลียม" ไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างพากันนึกย้อนกลับไปในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2007 ทิศทางของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์แทบจะเหมือนกับจงสือโหยวในวันที่เข้าตลาดวันแรกไม่ผิดเพี้ยน
สิ่งนี้ทำให้เหล่านักลงทุนรายย่อยที่มีกำไรอยู่ต่างพากันเทขายหุ้นในมือออกมา หนีตายกันจ้าละหวั่นชนิดที่ดึงกางเกงขึ้นแทบไม่ทัน เกิดเป็นฉากฝั่งซื้อขายตัดราคากันเองอย่างน่าสลดใจ
แต่ยังดีที่คนที่ถือหุ้นอยู่ก่อนที่หุ้นจะกลับมาซื้อขายยังคงมีกำไร แม้ว่าในตอนนี้แท่งเทียนแท่งแรกของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์จะเป็นแท่งเทียนสีแดงแบบไม่มีไส้เทียนด้านบนแดงเถือก แต่มันก็คือแท่งเทียนปลอมที่เป็นลบแต่จริงแล้วเป็นบวก
ตราบใดที่ราคาหุ้นยังไม่ร่วงทะลุ 3,000 หยวน ตราบใดที่ไม่ใช่คนที่เพิ่งไล่ซื้อเข้ามาในวันนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังคงอยู่ในสถานะที่มีกำไรอย่างแน่นอน
แต่เนื่องจากจงสือโหยวได้ทิ้งความทรงจำที่ไม่มีวันลบเลือนให้กับนักลงทุนในตลาดหุ้น A-Share เม็ดเงินที่มีกำไรอยู่ข้างใน โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยจึงไม่มีความกล้าที่จะถือมันเอาไว้จริงๆ และเมื่อส่วนความคิดเห็นพากันปั่นกระแสเรื่องจงสือโหยวอย่างบ้าคลั่ง ก็ยิ่งกระตุ้นให้คนที่ซุ่มถือหุ้นอยู่ก่อนกลับมาซื้อขายเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรออกไป
ส่วนคนที่ไล่ซื้อเข้ามาในวันนี้ หลังจากอ่านส่วนความคิดเห็นและลองย้อนดูทิศทางของจงสือโหยวในช่วงเก้าปีที่ผ่านมาแล้ว แม่งเอ๊ย น่ากลัวเกินไปแล้ว
พวกเขาตบหน้าตัวเองไปฉาดใหญ่ จากนั้นก็ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะตัดใจขายทิ้ง ยอมขาดทุนออกจากตลาดไป ตอนนี้ทำได้แค่ภาวนาเงียบๆ ขอให้วันนี้ร่วงน้อยลงหน่อย พรุ่งนี้ก็อย่าลงไปแตะราคาฟลอร์เลย ไม่กล้าขออะไรมากแล้ว ขอแค่ปล่อยให้หนีออกไปได้ก็บุญหัวแล้ว
แต่ที่น่ากล่าวถึงก็คือ อันที่จริงวันนี้นักลงทุนรายย่อยที่เข้าตลาดมามีไม่มากนัก และนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาได้ก็เป็นนักลงทุนรายย่อยที่มีเงิน
เหตุผลก็ง่ายมาก นักลงทุนรายย่อยกว่า 90% ในตลาดหุ้น A-Share ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่หนึ่งล็อต ซื้อหนึ่งล็อตในราคาสูงสุดก็เทียบเท่ากับเงินดาวน์บ้านหนึ่งหลังในเมืองใหญ่แล้ว มีไม่กี่คนหรอกที่ซื้อไหวจริงๆ
...
สำนักงานใหญ่เทียนเซิ่งแคปปิตอล ภายในห้องซื้อขาย
"พวกสถาบันพวกนี้..." ลู่หมิงมองดูทิศทางแบบแบ่งเวลาในระหว่างวันของบริษัทตัวเอง เขาส่ายหน้าถอนหายใจเบาๆ โดยไม่ได้พูดอะไรมาก รูปแบบเช่นนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จากแรงผลักดันของนักลงทุนรายย่อยอย่างแน่นอน
มีเพียงสถาบันเท่านั้น และไม่ใช่แค่แห่งเดียว แต่เป็นสถาบันจำนวนนับไม่ถ้วนที่บรรลุฉันทามติร่วมกันอย่างรู้ใจ
"บอสลู่ครับ พวกเราควรจะเข้าไปแทรกแซงที่ราคาประมาณเท่าไหร่ดี?" หลี่หมิงหยางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน วันนี้ยังไม่มีจุดให้เข้าไป พรุ่งนี้ค่อยเข้าตลาด" ลู่หมิงพูดเรียบๆ ประโยคหนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง หันหลังเดินออกจากห้องซื้อขายไป
หลี่หมิงเซวียนมองดูบอสที่เดินจากไป แล้วหันกลับมากวาดตามองราคาซื้อขายของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์อีกครั้ง หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้า ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างทรงตัวแล้ว แต่ก็ยังคงค่อยๆ ลดลงไปตลอดทาง
พอได้ยินคำพูดของบอสเมื่อกี้ นั่นก็หมายความว่าวันนี้ยังร่วงไม่สุด พรุ่งนี้ยังต้องโดนเชือดอีกระลอกงั้นเหรอ?
หลังจากลู่หมิงเห็นทิศทางในช่วงเปิดตลาดเช้าแล้วก็ไม่จำเป็นต้องดูต่อไปอีก กลุ่มสถาบันตั้งใจทำให้รูปแบบแท่งเทียนในวันแรกที่กลับมาซื้อขายของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ออกมาเป็นรูปแบบเดียวกับจงสือโหยว เห็นได้ชัดว่านี่คือความพยายามที่จะบีบให้นักลงทุนรายย่อยที่อยู่ข้างในต้องกระเด็นออกมา
หุ้นตัวใหญ่ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดหลายแสนล้านอย่างเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ ไม่ใช่สิ่งที่สถาบันแห่งสองแห่งจะสามารถทำได้ แต่หากสถาบันหลายสิบหรือกระทั่งหลายร้อยแห่งบรรลุฉันทามติร่วมกันอย่างรู้ใจ พลังขับเคลื่อนนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
แรงร่วมที่เกิดจากสถาบันมากมายขนาดนี้ การจะทำให้รูปแบบแท่งเทียนของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ในวันนี้ออกมาคล้ายคลึงกับแท่งเทียนของจงสือโหยวในปีนั้น ย่อมสามารถทำได้อย่างแน่นอน
และข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่า การร่วมมือกันดำเนินการของสถาบันรายใหญ่ในรอบนี้สามารถทำได้สำเร็จ
นักลงทุนรายกลางและรายย่อยที่อยู่ข้างใน เมื่อเห็นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์มีรูปแบบแท่งเทียนที่คล้ายคลึงกับวันแรกที่จงสือโหยวเข้าตลาดอย่างมาก จะมีสักกี่คนกันที่ไม่สั่นสะท้านในใจ พวกที่มีกำไรอยู่ก็เริ่มเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรออกไปขนานใหญ่ ไม่กล้าเสี่ยงอีกต่อไป
พวกที่ไล่ซื้อราคาสูงในวันนี้ก็ได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์ พอเห็นเต็มหน้าจอมีแต่คนพูดถึง "เทียนเซิ่งปิโตรเลียม" ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะตัดใจขายทิ้ง ยอมขาดทุนออกจากตลาดไป
นี่คือพฤติกรรมการเขย่าหุ้นครั้งใหญ่ที่หาได้ยาก การต่อสู้กันเองระหว่างสถาบันนั้นเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ความขัดแย้งหลักในตอนนี้คือการบีบให้นักลงทุนรายย่อยที่อยู่ข้างในกระเด็นออกไป โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยบางส่วนที่โชคดีได้นอนรอกำไรอยู่ข้างในก่อนที่หุ้นจะกลับมาซื้อขาย ต้องสลัดพวกเขาทิ้งไปให้หมด
สำหรับเรื่องนี้ ลู่หมิงจะไม่เข้าไปแทรกแซงพฤติกรรมของตลาดใดๆ ทั้งสิ้น เพราะมันไม่มีประโยชน์ นักลงทุนรายย่อยที่ทนถือไหวก็ย่อมทนถือต่อไป ส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ทนถือไม่ไหว ต่อให้อี้เกอมาช่วยเชียร์ก็ไม่มีประโยชน์ และถึงแม้เขาอยากจะทำเช่นนั้นก็ไม่ได้รับอนุญาต "กฎหมายหลักทรัพย์" ไม่อนุญาตให้เขาทำแบบนั้น นี่เรียกว่าความผิดฐานปั่นหุ้น
อย่างไรเสีย ความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทกับตลาดทุนก็คือการได้รับเงินจากการระดมทุน 4.5 หมื่นล้าน ส่วนราคาหุ้นขึ้นลงในตลาดรองนั้น ไม่ได้มีผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมใดๆ ต่อการดำเนินงานของตัวบริษัทเลย นั่นล้วนเป็นผลลัพธ์จากการห้ำหั่นกันของเม็ดเงินจากทุกสารทิศในตลาดรอง ไม่ว่าจะมองขึ้นหรือมองลง ไม่ว่าจะห้ำหั่นกันอย่างไร ผู้ถือหุ้นในตลาดรองก็ไม่มีทางส่งผลกระทบต่ออำนาจการควบคุมของลู่หมิงได้







