"ครูสอนภาษาอังกฤษของพวกเธอยังตรวจข้อสอบกันอยู่ คาบนี้เลยเปลี่ยนเป็นวิชาฟิสิกส์แทน"
คำพูดของหวังเจี้ยนจวินครูสอนฟิสิกส์ ทำให้หลินซวิ่นและหวังจื่อหาวถึงกับอึ้งไป
เอาล่ะสิ!
ขั้นตอนการตบหน้าคงต้องรอไปก่อน
ทั้งสองคนนั่งลงที่โต๊ะอย่างห่อเหี่ยว
ตอนนี้พวกเขาไม่ได้คาดหวังที่จะตบหน้าชิงอวิ๋นขนาดนั้นแล้ว
รู้สึกกร่อยๆ ขึ้นมานิดหน่อย
จะตบหน้าให้ใครดูอีกล่ะ?
ถังเชียนหยิ่งรู้สึกง่วงเล็กน้อย
เรียนติดกันมาสองคาบแถมยังมีคาบวิชาคณิตศาสตร์ที่โคตรปวดสมอง ระหว่างคาบก็ไม่ได้พัก ตอนนี้สมองของเธอเลยกำลังประท้วงหยุดงาน
เธออาศัยกองหนังสือสูงลิ่วบนโต๊ะช่วยบัง แล้วบิดขี้เกียจ "วันนี้ฉันง่วงจังเลย!"
ท่าทางยืดเส้นยืดสายตามมาตรฐาน เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าด้านหน้าอย่างชัดเจน
ฉินมั่นมั่นเห็นแบบนั้นก็มองบน เอนตัวฟุบลงบนโต๊ะแล้วเออออไปด้วย "ฉันก็ง่วงเหมือนกัน"
ชิงอวิ๋นที่ถูกหลังศีรษะของเธอบังทัศนวิสัยถอนหายใจอยู่ในใจ ก้มหน้าก้มตาท่องวิชาชีววิทยาต่อไป
ขอมองหน่อยจะเป็นไรไป?
ตำแหน่ง 'เมียหลวง' ของเธอไม่ปลิวหายไปไหนหรอก
ยัยผู้หญิงคนนี้ดีทุกอย่าง เสียแค่ขี้หวงไปหน่อย!
ถังเชียนหยิ่งหยิบยาหม่องน้ำออกมาขวดหนึ่ง หยดลงบนร่องใต้จมูกของตัวเอง "ต้องรีบทำให้ตัวเองตื่น คาบนี้ฟิสิกส์นะ"
เดิมทีเธอตั้งใจจะพักผ่อนชิลๆ ในคาบภาษาอังกฤษเสียหน่อย
ภาษาอังกฤษเป็นวิชาถนัดของเธอ ตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายมาไม่เคยได้ต่ำกว่า 145 คะแนนเลย
ฉินมั่นมั่นขอยาหม่องน้ำจากเธอมาหยดลงบนกระดาษทิชชู่วางไว้ข้างๆ "เวลาไม่ค่อยตื่น เรียนวิชาง่ายๆ นี่แหละกำลังดี"
กวนเสี่ยวเหอที่นั่งอยู่แถวหน้าหันขวับมาอย่างฉุนเฉียว "มั่นมั่น! ฉันว่าวันนี้เธอคันผิวอยากโดนตีใช่ไหม!"
หยางเยว่ที่อยู่ข้างๆ ปิดปากหัวเราะ "เธอยังดูไม่ออกอีกเหรอ? วันนี้มั่นมั่นกำลังแข่งทำคะแนนอยู่น่ะสิ!
แม่ที่ไอคิวสูงถึงจะคลอดลูกที่ไอคิวสูงออกมาได้ นายว่าจริงไหม ชิงอวิ๋น"
ฉินมั่นมั่นปรี๊ดแตกทันที เรียวขายาวๆ คู่กระหน่ำเตะเก้าอี้ของเพื่อนสนิทตัวแสบทั้งสองคนอยู่ใต้โต๊ะ
ถังเชียนหยิ่งได้ยินดังนั้นสีหน้าก็ชะงักไป เธอมองฉินมั่นมั่นที่กำลังโวยวายด้วยความรู้สึกหวาดระแวงและสงสัยในใจ
เธอดูออกแล้วเหรอ?
เธอดูออกแล้วแน่ๆ!
ดวงตากลมโตราวกับตัวการ์ตูนหรี่ลง
ร้ายนักนะฉินมั่นมั่น!
ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าจะแย่งกับเธอ มาเล่นตุกติกกับพี่สาวคนนี้ใช่ไหม!
เธอเชื่อไหมว่า...
จู่ๆ ไหล่ของถังเชียนหยิ่งก็ตกลงอีกครั้ง
ช่างเถอะ
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าเปลี่ยนเป็นตัวเองก็คงต้องระวังเหมือนกันแหละ
ก็เพื่อนสนิทนี่เนอะ
เหตุผลที่เพื่อนสนิทกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ก็เป็นเพราะคำกล่าวที่ว่า "ศีลเสมอกันถึงคบกันได้"
ความสนใจ รสนิยม และหน้าตาของเพื่อนสนิทมักจะคล้ายคลึงกัน อารมณ์ นิสัยใจคอ และการวางตัวในสังคมก็คล้ายกันมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันหรอก
เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความคล้ายคลึงกันในทุกๆ ด้าน สิ่งที่คุณชอบก็อาจจะเป็นสิ่งที่เธอชอบด้วยเช่นกัน
ในทางกลับกันก็เป็นจริง ผู้ชายก็เลยตกหลุมรักเพื่อนสนิทของแฟนตัวเองได้ง่ายๆ เหมือนกัน
ถังเชียนหยิ่งถอนหายใจในใจ ก้มหน้าลงด้วยสีหน้าซับซ้อน
เอาเถอะ มั่นมั่น ฉันยอมรับ เธอระวังตัวน่ะถูกแล้ว
ฉันชอบเขาจริงๆ นั่นแหละ
แต่ว่านะ ฉินมั่นมั่น...
เธอจะคบกับเขาไปได้ตลอดรอดฝั่งจริงๆ เหรอ?
เราเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกันและกัน เธอคิดว่าฉันไม่รู้ใจเธอหรือไง?
"นักเรียน กระดาษคำตอบการสอบจำลองครั้งที่สองยังตรวจอยู่ แบบฝึกหัดท้ายบทที่สั่งไปคราวที่แล้วทำกันมาหมดแล้วใช่ไหม?"
หวังเจี้ยนจวินยืนอยู่บนโพเดียม เริ่มพลิกกระดาษคำถามในมือ
"ฉิบหายแล้ว! ฉันลืมทำ!"
ถังเชียนหยิ่งตาสว่างขึ้นมาทันที การบ้านที่สั่งก่อนการสอบจำลองครั้งที่สอง เธอไม่ได้แตะเลยสักตัว
"พี่หยิ่ง ฉันมีข่าวดีกับข่าวร้าย ข่าวดีก็คือฉันก็ไม่ได้ทำเหมือนกัน" โจวลี่ที่นั่งเยื้องไปข้างหน้าหันขวับมายิ้มให้เธอ
"แล้วข่าวร้ายล่ะ?" พอได้ยินว่าตัวแทนวิชาการก็ยังไม่ได้ทำ ถังเชียนหยิ่งก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย
โจวลี่หัวเราะคิกคัก "ข่าวร้ายก็คือ ฉันใช้เวลาแค่สามนาทีก็ทำเสร็จแล้ว"
ถังเชียนหยิ่งถึงกับพูดไม่ออก
ยัยแก๊งเพื่อนสนิทพวกนี้ วันนี้รวมหัวกันแกล้งเธอใช่ไหม!
"ฉินมั่นมั่น เธอมาอธิบายโจทย์ข้อนี้หน่อย"
หวังเจี้ยนจวินเห็นแถวหลังเริ่มวุ่นวาย ก็เลยเรียกชื่อฉินมั่นมั่นที่เป็นศูนย์กลางของความวุ่นวายซะเลย
ฉินมั่นมั่นรีบหดขากลับ ถือใบงานลุกขึ้นยืน "ตามรูป สายพานลำเลียงในแนวนอนที่ยาวพอสมควร เคลื่อนที่ไปทางซ้ายด้วยความเร็ว v = 3m/s ตลอดเวลา..."
หวังเจี้ยนจวินขมวดคิ้วขัดจังหวะเธอ "ฉินมั่นมั่น เธอจะอ่านโจทย์ไปทำไม?"
ฉินมั่นมั่นจ้องมองใบงาน "ครูหวังคะ เพราะเพิ่งเริ่มคาบเรียน หนูคิดว่าเพื่อนๆ คงต้องการเวลาสักหน่อยเพื่อดึงสมาธิกลับมาที่ห้องเรียน หนูเลยอ่านโจทย์นำไปรอบหนึ่งค่ะ"
หวังเจี้ยนจวินยิ้มและพยักหน้า สมกับเป็นที่หนึ่งของสายชั้น!
ทำอะไรก็รอบคอบไปหมด!
เป็นโชคดีของเจ้าเด็กชิงอวิ๋นจริงๆ
จะว่าไป สองคนนี้เดินด้วยกันก็ดูเหมาะสมกันดีนะ
ชิงอวิ๋นเป็นลูกศิษย์คนโปรดของเขา มองยังไงก็เลยดูเจริญหูเจริญตาไปหมด
แต่ว่า มันก็แปลกๆ อยู่นะ
เจ้าเด็กโง่นี่ ทำไมถึงมองเมียตัวเองด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ?
ในตอนนี้ ชิงอวิ๋นมองดูใบงานที่ว่างเปล่าขาวสะอาดในมือของฉินมั่นมั่นที่อยู่ข้างๆ ด้วยความตกตะลึง
ยัยผู้หญิงของเขาคนนี้ ดูเหมือนจะไม่ได้ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาขนาดนั้นนะ!
ที่อ่านโจทย์ก็เพราะเธอต้องการเวลาคิดเลขในใจไงล่ะ
"คำถามย่อยข้อที่ 1 คือความเร็วร่วมกันในจังหวะที่ทรงกลมกับกล่องไม้ชนกัน เราสมมติให้ความเร็วที่ทั้งสองเคลื่อนที่ไปด้วยกันในจังหวะที่ลูกบอลลูกที่ 1 ชนกับกล่องไม้เป็น v1 ตามกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม แทนค่าข้อมูลลงไปแล้ว คำตอบก็คือ 3m/s
คำถามย่อยข้อที่ 2 สิ่งที่ทดสอบก็คือการกระจัด เราสมมติให้ระยะห่างจากจุดที่ลูกบอลลูกที่ 1 ชนกับกล่องไม้จนถึงปลายด้านซ้ายของสายพานคือ S..."
หวังเจี้ยนจวินปรบมือ "วิธีคิดและคำตอบของโจทย์ข้อนี้ถูกต้องทั้งหมด ฉินมั่นมั่นอธิบายได้ดีมาก"
จังหวะที่ฉินมั่นมั่นยิ้มรับอย่างสงวนท่าทีและกำลังจะนั่งลง หวังเจี้ยนจวินก็พูดเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง "เพียงแต่คราวหน้าอย่าลืมทำการบ้านด้วยล่ะ"
ทั้งห้องเรียนระเบิดเสียงหัวเราะครืนขึ้นมาทันที ฉินมั่นมั่นหน้าแดงก่ำ นั่งลงด้วยความเขินอาย
"วันนี้ครึ่งแรกของคาบเราจะมาลองทำข้อสอบข้อสุดท้ายของมณฑลเจียงซูกัน ส่วนครึ่งหลังครูจะเฉลยให้ฟัง"
หลังจากที่หวังเจี้ยนจวินให้ทุกคนเริ่มทำโจทย์ เขาก็บอกให้ชิงอวิ๋นไปทำวิชาอื่นเหมือนกับที่หลีฟางผิงเคยทำ
การปฏิบัติแบบนี้ทำเอาฉินมั่นมั่นยังแอบอิจฉา
วิชานี้เธอทำคะแนนเต็มไม่ได้ ดังนั้นก็เลยต้องก้มหน้าก้มตาทำโจทย์ไปตามระเบียบ
หวังเจี้ยนจวินก็เดินออกจากห้องเรียนไปเช่นกัน เขาเพิ่งจะตรวจข้อสอบเสร็จ ยังไม่ทันได้เข้าห้องน้ำเลย
ส่วนชิงอวิ๋นที่อยู่ในห้องเรียนกลับรู้สึกจนใจเล็กน้อย
นั่งทำโจทย์สายศิลป์มาเกือบสองชั่วโมง สมองเขาเริ่มจะตื้อไปหมดแล้ว
ฉินมั่นมั่นเองก็รู้สถานการณ์นี้ดี เลยบอกให้เขาพักสักหน่อย
หลังจากแก้โจทย์ย่อยข้อแรกเสร็จอย่างรวดเร็ว ถังเชียนหยิ่งก็เริ่มนั่งเหม่อลอยใส่คำถามสองข้อสุดท้ายของข้อสอบสุดหินตามปกติ
เธอมั่นใจเลยว่า นี่คือโจทย์ที่เกินความสามารถของเธอไปมาก
คำพูดเรื่อง 'แข่งทำคะแนน' ของหยางเยว่เมื่อกี้ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
เธอแค่นเสียงเย็นชา
เอาสิ!
ดูเหมือนว่าท่าทางร้อนรนแทนชิงอวิ๋นในคาบวิชาคณิตศาสตร์ของเธอ พอไปตกอยู่ในสายตาของคนที่จ้องจับผิด ก็กลายเป็นเป้าสายตาไปซะแล้ว
เธอถลึงตาใส่ชิงอวิ๋นอย่างขัดใจ แต่กลับไม่คาดคิดว่าสายตาของทั้งสองคนจะประสานกันพอดิบพอดีโดยมีแผ่นหลังของฉินมั่นมั่นคั่นกลาง
ชิงอวิ๋นฉีกยิ้มให้เธอ "ขอดูข้อสอบคณิตศาสตร์ของเธอหน่อยสิ ฉันจะหลับอยู่แล้วเนี่ย"
เดิมทีถังเชียนหยิ่งไม่อยากจะสนใจเขา
แต่พอนึกถึงคำว่า 'แข่งทำคะแนน' ขึ้นมา ในใจเธอก็ลุกเป็นไฟ ส่งกระดาษคำตอบให้เขาไปอย่างลืมตัว "ทำไมต้องเป็นข้อสอบของฉันด้วยล่ะ?"
ชิงอวิ๋นรับกระดาษคำตอบมา แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงใจ "ฉันชอบศึกษาวิธีคิดเลขของเธอมากเลยนะ"
ถังเชียนหยิ่ง ฉินมั่นมั่นที่นั่งอยู่ตรงกลาง และพวกที่แอบฟังอยู่อีกสองสามคนถึงกับทำหน้าเหวอ
วิชาคณิตศาสตร์ของถังเชียนหยิ่งน่ะเหรอ จะมีวิธีคิดอะไรให้ศึกษา?
"วิธีคิดของเธอทำให้ฉันตาสว่างเลยล่ะ เป็นวิธีแก้โจทย์ที่ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ"
ถังเชียนหยิ่ง: ???
ฉินมั่นมั่น: ???
เฉินเยว่: ???
บนใบหน้าของเหล่าไทยมุงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามโดยพร้อมเพรียง
"ทุกครั้งฉันจะลองแก้โจทย์ตามวิธีคิดของเธอไปหนึ่งรอบ แต่ทุกครั้งก็แก้ไม่ออกเลย"
คำพูดของชิงอวิ๋นทำให้ทุกคนกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ ดังคิกคักออกมา
โชคดีที่ยังอยู่ในห้องเรียน ถึงครูจะไม่อยู่ พวกเธอก็ไม่กล้าทำตัวตามสบายจนเกินไป
ถังเชียนหยิ่งโกรธจนควันแทบจะออกหู จ้องเขม็งไปยังไอ้น้องชายตัวแสบที่น่ารังเกียจตรงหน้า
ชิงอวิ๋นส่ายหัวแล้วสรุปอย่างจริงจัง "พี่หยิ่ง ผมต้องบอกเลยนะว่า บางทีพี่ก็เป็นอัจฉริยะจริงๆ ทำไมพี่ถึงชอบคิดหาวิธีแก้โจทย์ที่มันหาคำตอบไม่ได้ออกมาได้ตลอดเลยล่ะ?"
ถังเชียนหยิ่งปรี๊ดแตกทันที เอื้อมมือข้ามฉินมั่นมั่นไปข่วนเขา
กวนเสี่ยวเหอหัวเราะพรืด "ไอ้เล็ก นายกับมั่นมั่นนี่เกิดมาคู่กันจริงๆ! เวลาด่าเชียนหยิ่ง น้ำเสียงเหมือนกันเป๊ะเลย!"
ฉินมั่นมั่นยื่นมือไปกอดถังเชียนหยิ่งด้วยสีหน้าจนใจ หันไปดุชิงอวิ๋นประโยคหนึ่ง "นายพูดให้น้อยๆ หน่อยเถอะ"
ทว่ามุมปากของเธอกลับเผยรอยยิ้มออกมาบางๆ
ผู้ชายบ้าคนนี้รู้ใจใช้ได้เลยนี่นา
ถังเชียนหยิ่งอาละวาดอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งถูกฉินมั่นมั่นยัดอมยิ้มเข้าปากไปอีกแท่งถึงได้สงบลง
แต่สิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็นก็คือ ภายใต้ผมม้ายาวๆ ของเธอ ในเวลานี้หางตากลับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เธอพบว่าการโวยวายแบบนี้ ถึงจะทำให้เธอขายหน้ามาก แต่การที่เพื่อนสนิทหลายคนแอบจ้องจับผิดเธอกลับมลายหายไป
ดวงตากลมโตราวตัวการ์ตูนกะพริบปริบๆ สองครั้ง ในใจก็เกิดความสงสัยขึ้นมาอีก
คงไม่ใช่ว่าไอ้น้องชายตัวแสบจงใจทำแบบนี้หรอกนะ?
เธอแอบมองชิงอวิ๋นอย่างคลางแคลงใจ เห็นเพียงเขากำลังก้มหน้าลูบคางพินิจพิจารณากระดาษคำตอบของเธออย่างละเอียด
ถังเชียนหยิ่งบ่นพึมพำในใจ มันมีอะไรน่าดูนักหนา?
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาในหัว
หมอนี่คงไม่ได้กำลังคิดหาทางช่วยดึงคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ให้เธออยู่หรอกนะ?
ถังเชียนหยิ่งหันหน้ากลับมาแอบกัดริมฝีปาก ในใจทั้งตื่นเต้นและรู้สึกผิดหวัง
ที่ตื่นเต้นก็คือ เป็นที่รู้กันดีว่าชิงอวิ๋นไม่เพียงแต่มีพื้นฐานคณิตศาสตร์ที่ไม่ธรรมดาเท่านั้น แต่ยังมีฉายา 'โค้ชเหรียญทอง' อีกด้วย วิชาคณิตศาสตร์ของเธอ เขาอาจจะมีวิธีช่วยได้จริงๆ ก็ได้
ส่วนที่ผิดหวังก็คือ แม่งเอ๊ย เขาเป็นแค่น้องชายตัวแสบนี่หว่า!
พวกชอบอ่อยแบบไม่รู้ตัวนี่น่าหมั่นไส้ที่สุด!
ผู้ชายเฮงซวย!
แต่ว่า...
ถ้านายไม่มีใจ แล้วคะแนนคณิตศาสตร์ของฉันดีขึ้นมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ!
...
"ถัง... พี่หยิ่ง ข้อสอบอัตนัยสองข้อที่พี่ทำผิด ผมเขียนวิธีคิดให้พี่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็แต่งโจทย์ที่คล้ายๆ กันให้ลองทำดูเพื่อทบทวนความเข้าใจด้วย คราวหน้าถ้าเจอโจทย์แบบนี้อีกน่าจะไม่ผิดแล้วล่ะ"
ภายใต้สายตาทิ่มแทงของฉินมั่นมั่น ชิงอวิ๋นที่เดิมทีตั้งใจจะเรียกถังเชียนหยิ่งว่า 'ถังถัง' ตามความเคยชินในอดีต จำต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่
ถังเชียนหยิ่งกล่าวขอบคุณแล้วรับกระดาษทดที่เขาส่งมาให้ นั่งมองมันอยู่ที่โต๊ะอย่างหมดอารมณ์
วิธีแก้โจทย์ของชิงอวิ๋นนั้นแยบยลมาก แต่เธอไม่มีความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์เลยแม้แต่น้อย
ไม่อย่างนั้น คงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้มาตลอดหรอก
ตอนนี้ต่อให้เธอพยายามหรือไม่พยายาม ก็ไม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด
เธอไม่อยากจากซีสู่บ้านเกิดเมืองนอนไปเรียนต่างถิ่น
และมหาวิทยาลัยระดับ 985 สองแห่งในพื้นที่อย่างม.สู่และม.เฉิงเตี้ยนเคอ ก็ใช้คะแนนสอบเข้าในซีสู่ไม่สูงนัก
โดยเฉพาะม.สู่ ตอนนี้คะแนนสูงกว่าเกณฑ์มหาวิทยาลัยชั้นนำแค่สามสิบกว่าคะแนนเท่านั้น
นี่คือระดับคะแนนที่ต่อให้ยังไงเธอก็ไม่มีทางทำได้ต่ำกว่านี้แล้ว
"ทฤษฎีบทสามข้อนี้ พี่ลองดูสิ" ชิงอวิ๋นยื่นกระดาษมาให้อีกสองสามแผ่น
ถังเชียนหยิ่งรับมาด้วยสีหน้าชาชิน
"ทฤษฎีบทค่ามัชฌิมของโคชี?"
"กฎของลอปิตาล?"
"สูตรของเทย์เลอร์?"
ถังเชียนหยิ่งมองกระดาษทดในมือด้วยสีหน้ามึนงง "นี่มันเนื้อหาคณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษาไม่ใช่เหรอ?"
ชิงอวิ๋นส่งเสียงอืมในลำคอ "จำคำพูดประโยคนี้ไว้นะ 'เมื่อมองจากมุมสูง ก็ไม่มีความลับใดๆ อีกต่อไป'"
ดวงตากลมโตราวตัวการ์ตูนหรี่ลงทันที "หมายความว่าไง? นายกำลังจะบอกว่านายยืนอยู่บนก้อนเมฆแล้วมองลงมายังสรรพสัตว์งั้นเหรอ?"
ชิงอวิ๋นแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองตาย
ถึงเขาจะอยากมองต่ำลงไปหาเธอบ้างก็เถอะ แต่ตอนนี้คงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมแน่ๆ
ในห้องเรียน ฉินมั่นมั่นก็ยังนั่งอยู่ข้างๆ ด้วย
วันหน้ายังมีโอกาสอีกเยอะ ไม่ใช่แค่มองต่ำลงไปเห็นผมแกละสองข้างของเธอเท่านั้นนะ ข้างๆ ต้องวางกระจกไว้บานหนึ่งด้วย!
เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ อธิบายอย่างจนใจ "พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้คณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษามองโลก บนโลกนี้ก็ไม่มีความลับอะไรอีกต่อไป"
ฉินมั่นมั่นเบ้ปาก "ใช้คณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษามาทำข้อสอบเกาเข่าคณิตศาสตร์ ต่อให้ทำถูก กรรมการตรวจข้อสอบมณฑลซีสู่ก็จะหักคะแนนไปครึ่งหนึ่งอยู่ดี"
"ทำไมล่ะ? แก้โจทย์ได้แล้วทำไมถึงไม่ให้คะแนน? ครูคนตรวจทำไม่เป็นเหรอ?"
เสียงของฉินมั่นมั่นราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี มีพลังทะลุทะลวงสูงมาก
แม้ว่าห้องเรียนพิเศษในคาบเรียนรู้ด้วยตัวเองจะไม่ได้เงียบสงบเท่าไหร่นัก แต่เสียงพูดคุยที่ไม่ได้ควบคุมระดับเสียง ก็ยังคงดังไปทั่วทุกมุมห้อง
อู่จวิน เจ้าของเหรียญทองการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับประเทศ เป็นคนตั้งคำถามนี้ขึ้นมา
ฉินมั่นมั่นรู้ดีว่า หมอนี่ก็เป็นนักเรียนโควตาพิเศษเหมือนกัน ไม่ได้ผ่านการปรับโหมดเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย การจะไม่รู้เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
แต่เธอไม่อยากอธิบาย
และยิ่งไม่อยากอธิบายให้ผู้ชายคนอื่นฟังด้วย
ชิงอวิ๋นปัดรอยเท้าบนกางเกง เอ่ยปากอย่างจนใจ "เหล่าอู่ เรามายกตัวอย่างกฎของลอปิตาลที่นายชอบที่สุดอย่าง 'ทุกสรรพสิ่งล้วนใช้ลอปิตาลได้' กันเถอะ
คณิตศาสตร์ระดับมัธยมไม่ได้พูดถึงนิยามของคำว่า 'ลิมิต' เลยนะ"
อู่จวินไม่ยอมรับ "ไม่ได้พูดยังไง? ตรงเรื่องอนุพันธ์ก็ใช้ไม่ใช่เหรอ?"
กูใช้อยู่ตลอดแท้ๆ มึงมาบอกว่าไม่ได้สอนเนี่ยนะ?
หยางเยว่เองก็สงสัย "กระบวนการเข้าใกล้ก็คือลิมิตไม่ใช่เหรอ? ในหนังสือเรียนของเราก็มีเขียนไว้นี่นา"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา อู่จวินก็ตบหัวตัวเอง "ฉันเข้าใจแล้ว"
"นายเข้าใจอะไร?" หยางเยว่งง
ฉันอุตส่าห์เห็นด้วยกับมุมมองของนายแท้ๆ แต่ผลคือนายกลับพูดแบบนี้เนี่ยนะ?
สรุปคือทำเหมือนฉันโง่ใช่ไหม!
อู่จวินยิ้มให้ชิงอวิ๋น หันไปอธิบาย "'ลิมิต' เป็นคอนเซปต์ในหลักสูตรแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์ของคณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษา แต่ในหนังสือเรียนมัธยมปลายของเรา มองว่า 'การเข้าใกล้' ก็คือลิมิต ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วมันก็ไม่ผิดหรอก
แต่มัธยมปลายมักจะมองว่า 'เข้าใกล้' ก็คือ 'เท่ากับ' ไปเลย"
กวนเสี่ยวเหอที่อยู่ข้างๆ อึ้งไป "แล้วมันไม่ใช่เหรอ?"
ในห้องเรียนเริ่มมีเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วดังขึ้น
ล้วนแต่เป็นเด็กดีที่รักการเรียนกันทั้งนั้น พอเจอจุดความรู้ใหม่ๆ สัญชาตญาณก็เริ่มทำให้พวกเขาให้ความสนใจขึ้นมา
อู่จวินเกาหัว "ไอ้เล็ก นายช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม? ฉันกลัวว่าจะอธิบายจนพวกนี้งงไปกันใหญ่"
เขารู้จักตัวเองดี เขาแก้โจทย์ได้ แต่อธิบายโจทย์ไม่เป็น
นี่มันเป็นความรู้ที่เกินหลักสูตรอยู่แล้ว ถ้าอธิบายจนเพื่อนๆ งง เขาคงรับผิดชอบไม่ไหว
ชิงอวิ๋นปัดขากางเกงอีกครั้ง เดินไปที่หน้าโพเดียม "ฉันขอพูดหน่อยนะ ในหนังสือมัธยมปลายของเรามีความรู้เรื่องแคลคูลัสอยู่ส่วนหนึ่ง
แต่มันก็เป็นแค่ส่วนพื้นฐานที่สุดของคณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษาที่ต้องไปเรียนในมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ความรู้ส่วนนี้ ถ้าขุดลึกลงไปอีก ล้วนเป็นสิ่งที่สุดยอดมากๆ และเป็นเหตุผลที่คณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษาถูกเรียกว่าคณิตศาสตร์ระดับอุดมศึกษา
แต่ในที่นี้ ฉันจะพูดถึงแค่เรื่องลิมิตที่เราเพิ่งคุยกันเมื่อกี้ และ... โปรดฟังให้ดี! และเหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่มีกำลังเหลือเฟือในการเรียนเท่านั้น"
"ถ้างั้นนายยังจะให้ฉันเรียนอีกเหรอ!" ถังเชียนหยิ่งเอ่ยปากขึ้นมาอย่างไม่พอใจ







