"องุ่นน้อย นายซ้าย ฉันขวา!"
กระจายวิสัยทัศน์ สแกนหาแกนกลางเชื้อก่อโรคในซากสุนัขอย่างรวดเร็ว
ทว่าในขณะที่กำลังค้นหาด้วยสายตาอยู่นั้น
ท่ามกลางบาดแผลของสุนัขที่ถูกรอยหยักเลื่อยตัดและฉีกทึ้ง กลับมีท่อนแขนมนุษย์ขาวซีดยื่นออกมา ตามด้วยร่างของเด็กหนุ่มผมบางที่มีสีหน้าเจ็บปวดทรมานและมีเมือกเหนียวเหนอะหนะเคลือบอยู่เต็มตัวกระเด้งพรวดออกมา
"พี่ชาย! ผมเจ็บเหลือเกิน~ ผมทรมานมาก! ผมอยากออกไป ผมอยากไปจากที่นี่"
ในทำนองเดียวกัน ซีกร่างอีกครึ่งหนึ่งของสุนัขตัวนั้นก็มีท่อนแขนแห้งเหี่ยวปีนป่ายออกมา พร้อมกับใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราที่แทรกตัวเบียดเสียดออกมาจากกองเครื่องใน
"พ่อหนุ่ม... รีบฆ่าฉันทีเถอะ ขอร้องล่ะ"
อย่างไรก็ตาม
ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ไม่สามารถสั่นคลอนอี้เฉินได้แม้แต่น้อย ก่อนตายเขาเคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ภายใต้หน้ากากจอมปลอมล้วนเป็นปากเปื้อนเลือดที่อ้ากว้างหมายจะกลืนกินคุณเข้าไปทั้งสิ้น
เขากวัดแกว่งขวานมือ
เริ่มจากฟันร่างสุนัขซีกที่มีเด็กหนุ่มงอกออกมาจนขาดสะบั้นตรงเอว พร้อมกับสับลงไปอีกหลายครั้งจนเกิดภาวะ [ตกเลือดอย่างหนัก]
บาดแผลฉีกขาดที่ถูกหั่นบนพื้นผิวร่างสุนัขเชื่อมต่อเข้าด้วยกันจนกลายเป็นแผลขนาดมหึมาที่อาบชุ่มไปด้วยเลือด และปล่อยเลือดไหลทะลักออกมาพร้อมๆ กัน
โพล๊ะ! ราวกับลูกโป่งบรรจุสีแดงถูกเจาะจนแตก
การตกเลือดอย่างหนักส่งผลให้ร่างสุนัขครึ่งนั้นระเบิดออกทั้งหมด แตกกระจายเป็นหมอกสีแดงฟุ้งกระจาย ชิ้นส่วนที่เล็กที่สุดแหลกเหลวกลายเป็นเพียงเศษเนื้อ
น่าเสียดายที่โชคไม่เข้าข้าง เขาแพ้เดิมพันที่มีโอกาสห้าสิบเปอร์เซ็นต์นี้
แกนกลางเชื้อก่อโรคซ่อนอยู่ในซีกของชายชรา
เมื่อหันกลับไปมอง ร่างสุนัขอีกครึ่งหนึ่งก็ผสานเข้ากับชายชราที่คลานออกมาจากข้างในเรียบร้อยแล้ว... ครึ่งหนึ่งเป็นสุนัขล่าเนื้อตัวเดิม อีกครึ่งหนึ่งเป็นร่างกายของชายชรา พวกมันช่วยกันพยุงร่างยืนอยู่บนพื้น
โครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายคนกึ่งสุนัขเช่นนี้ทำให้อี้เฉินรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง
"‘แกนกลางเชื้อก่อโรค’ ของผู้ติดเชื้อทั่วไปน่าจะหาเจอได้ง่ายมาก สุนัขตัวนี้ต้องถูกผู้ใหญ่บ้านดัดแปลงมาแน่ๆ ถึงได้จงใจซ่อนมันเอาไว้
จะมัวยื้อเวลาต่อไปไม่ได้แล้ว รีบกำจัดเชื้อเถอะ"
เมื่อคิดถึงเรื่องที่จินกำลังรับมือกับผู้ติดเชื้อรุนแรงเพียงลำพัง แถมยังอยู่ในถิ่นของศัตรู... ต่อให้ตอนนี้จะยังไม่มีปัจจัยภายนอกใดๆ เข้ามาแทรกแซง เขาก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี
ฟู่~ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ
จุดศูนย์ถ่วงของอี้เฉินถูกกดต่ำลงอีกครั้ง แทบจะอยู่ในระดับเดียวกับสุนัขตัวนั้น
มือซ้ายยันพื้น
มือขวากำดวงจันทร์แห่งการสังหาร
หน้ากากอนามัยพืชที่สวมอยู่บนใบหน้าถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงฉาน
แม้กระทั่ง ‘หนังสุภาพบุรุษ’ ก็ยังได้รับผลกระทบจากจิตสังหาร เมื่อรวมเข้ากับหมอกเลือดที่เพิ่งสาดกระเซ็นมาติด ชุดสุภาพบุรุษจึงแผ่รัศมีสีแดงจางๆ ออกมา
ท่วงท่าเช่นนี้ประกอบกับเจตจำนงแห่งการเข่นฆ่าที่เอ่อล้นออกมาจากทั่วร่าง ถึงกับทำให้สุนัขล่าเนื้อที่ติดเชื้อก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิต
ทันใดนั้น! ตู้ม!
เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นบนถนนในหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก สุนัขตัวนั้นสัมผัสได้ว่าเจ้านายของมันกำลังได้รับบาดเจ็บ ‘กลไกการปกป้อง’ ที่ถูกฝังอยู่ในสมองของมันจึงทำงานเต็มรูปแบบ
มันไม่หวาดกลัวมนุษย์ตรงหน้าอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็เกิดขึ้นบนร่างของสุนัข
อ้วก!
หัวมนุษย์ที่ปูดโปนอยู่บนผิวหนังของสุนัขพากันอ้าปากขย้อนอย่างเจ็บปวด
ภายในปากที่อ้ากว้างของพวกเขากลับมีท่อนแขนกล้ามเนื้อที่ไร้หนังปกคลุมงอกออกมาทีละข้าง พวกมันยันพื้นรับน้ำหนักไว้ ทำหน้าที่เป็นรยางค์เสริม
สุนัขของผู้ใหญ่บ้านในยามนี้ดูคล้ายกับแมงมุมหน้าคนมากยิ่งขึ้น
ท่อนแขนหลายข้างประสานงานกับขาทั้งสี่ที่มีอยู่เดิม พุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมกัน!
ความเร็วที่ปะทุออกมาในชั่วพริบตานั้นเหนือจินตนาการ อีกทั้งมันยังอาศัยการบิดข้อมือเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยากต่อการจับตาดู
ทว่า
เมื่ออี้เฉินเห็นฉากนี้ สีหน้าของเขากลับดูแปลกประหลาด
สุนัขล่าเนื้อในท่าคลาน ทำให้เขาอดนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ประลองฝีมือกับอาจารย์เซดไม่ได้
เซดมักจะใช้รูปแบบการเคลื่อนไหวแบบ ‘คลาน’ ตามที่เขาบอก การคลานนั้นใกล้เคียงกับรากฐานของสิ่งมีชีวิตมากที่สุด มันทำให้ร่างกายขนานไปกับผืนดิน ซึ่งช่วยในการรับรู้และพิจารณาร่างกายเนื้อได้ดียิ่งขึ้น
คำสอนจากอาจารย์เซดดังก้องขึ้นในหัว ณ วินาทีนี้:
"ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่การหั่นบนพื้นผิว ต้องเผยให้เห็น ‘ความงามที่อยู่ภายใน’ ออกมาให้หมด! ไม่ว่าโครงสร้างร่างกายเนื้อจะเป็นรูปแบบใด จะเล็กหรือใหญ่ จะอ้วนหรือผอม ภายในของพวกเขาย่อมมีลักษณะร่วมของสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้ออยู่เสมอ
จงเปลี่ยนการฆ่าฟันให้กลายเป็นการชื่นชมงานศิลปะ เปลี่ยนเป็นการสำรวจต้นกำเนิดของร่างกายเนื้อ... ผ่าร่างของพวกมัน แล้วลิ้มรสชาติให้เต็มที่!"
วินาทีนี้
อี้เฉินกลายร่างเป็นสัตว์ป่าดึกดำบรรพ์ในชั่วพริบตา เขาเข้าสู่ "สถานะสวนสนุก" พุ่งเข้าปะทะกับสุนัขล่าเนื้อตรงๆ
ก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งชนกัน
สุนัขล่าเนื้ออ้าปากเปื้อนเลือดกว้างอีกครั้ง รยางค์บนพื้นผิวร่างกายของมันก็ยื่นไปข้างหน้าพร้อมกัน พยายามคว้าจับตัวอี้เฉิน เพื่อให้หัวสุนัขกัดเขาจนแหลกละเอียดในคำเดียว
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ อี้เฉินทำเพียงท่าทางเดียว
[ยื่นแขนซ้ายไปข้างหน้า]
มือซ้ายเพียงข้างเดียวยื่นเข้าไปในปากเปื้อนเลือดของสุนัขล่าเนื้อ ขณะที่มันกำลังจะถูกฉีกทึ้งและเคี้ยวจนแหลกละเอียด
วืง!
ไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากเหนือศีรษะของอี้เฉิน ‘ตราประทับรูปหนังสือ’ ที่หลังศีรษะสว่างวาบขึ้นอย่างสมบูรณ์ กระตุ้นคุณลักษณะการติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับ [สติปัญญา] จนถึงขีดสุด
กระทั่งมองเห็นรากฝอยสีเขียวที่กำลังกระสับกระส่ายอยู่ใต้ผิวหนังของอี้เฉินได้อย่างชัดเจน
ในพริบตานั้น
รากฝอยและเถาวัลย์นับร้อยเส้นงอกออกมาจากมือซ้าย สร้างฝ่ามือพืชขนาดยักษ์ขึ้นบนพื้นฐานโครงสร้างของฝ่ามือเดิม มันใหญ่เกินกว่าปากของสุนัขล่าเนื้อ หรือกระทั่งใหญ่กว่าหัวของสุนัขเสียอีก
มันบีบปากสุนัขเอาไว้แน่น แล้วบังคับให้หุบลง!
ไม่เพียงเท่านั้น มือซ้ายพืชที่บีบปากสุนัขยังคงงอกรากฝอยหนามแหลมออกมาแทงทะลุทั่วทั้งปากสุนัขจากบนลงล่าง ทำให้มันไม่สามารถอ้าปากได้
สุนัขที่ถูกปิดปากยังคงพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้น
ขวานในมืออีกข้างถูกฟาดฟันลงมาแล้ว
มันสับลงไปในก้อนเนื้อเน่าเฟะที่ติดเชื้อบริเวณลำคอ ตัดผ่านกระดูกสันหลังส่วนคอ... ฉั๊วะ! หัวสุนัขทั้งหัว รวมถึงท่อนแขนที่พยายามขัดขวางระหว่างทางถูกฟันจนขาดกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ
สุนัขล่าเนื้อที่ถูกตัดหัวยังไม่ทันได้กระตุกสักกี่ครั้ง
มือซ้ายของอี้เฉินที่ใช้ปิดปากก็หดกลับมามีขนาดเท่าเดิม เขาสอดมือเข้าไปในลำคอที่ถูกฟันขาดของสุนัขล่าเนื้อ แล้วล้วงเข้าไปข้างใน
แผละ!
ได้ยินเพียงเสียงของบางสิ่งถูกบีบจนแหลกละเอียด อาการชักกระตุกก็หยุดลง
การกำจัดเชื้อเสร็จสมบูรณ์!
ขณะที่อี้เฉินดึงมือซ้ายออกมาจากซากศพของสุนัข ถุงมือของเขาก็กำก้อนซีสต์หัวสุนัขที่ถูกบีบจนแตกเล็กน้อยเอาไว้
‘แกนกลางการติดเชื้อ’ แบบนี้จำเป็นต้องเก็บเอาไว้ เมื่อกลับถึงไซอันจะต้องขายได้ราคาดีอย่างแน่นอน
อี้เฉินไม่มีทีท่าว่าจะพักผ่อน เขาช้อนตาขึ้นมองไปยังพื้นที่ต่อสู้อีกแห่งทันที
พื้นถนนและเส้นทางเต็มไปด้วยหลุมระเบิดน้อยใหญ่ ปศุสัตว์มากมายที่โดนลูกหลงถูกระเบิดจนเละเทะไม่เหลือเค้าเดิม
เสื้อกันลมสีดำของผู้ใหญ่บ้านถูกระเบิดจนแหว่งวิ่น เผยให้เห็นร่างกายเนื้อที่ติดเชื้ออย่างชัดเจน
ในที่สุดอี้เฉินก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กระสอบป่านที่แบกอยู่บนไหล่ขวาของผู้ใหญ่บ้านนั้นไม่ใช่สิ่งของภายนอกเลย แต่มันคือ [เนื้องอกสีดำ] ที่งอกออกมาจากการเจริญเติบโตของร่างกายเนื้อ
เนื่องจากมันห้อยต่องแต่งอยู่ด้านหลังไหล่ มีขนาดใหญ่และมีลักษณะเปิดอ้าออก มองดูจึงคล้ายกับการแบกกระสอบป่านเอาไว้
ระหว่างการต่อสู้ ผู้ใหญ่บ้านก็พยายามจะจับจินยัดเข้าไปในนั้นหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถคว้าตัวจินผู้มีความเร็วขั้นสุดยอดได้เลย
เวลาช่างประจวบเหมาะ
ตอนที่อี้เฉินหันไปมอง ก็เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของการต่อสู้พอดี
เลื่อยไฟฟ้าถูกพละกำลังอันป่าเถื่อนของผู้ใหญ่บ้านทำลายจนพังพินาศ หัวหมูห้อยต่องแต่งอยู่บนบ้านข้างๆ ใบเลื่อยแตกกระจายเกลื่อนพื้น
ทว่า
อาศัยบาดแผลบนช่องท้องที่ถูกหั่นเปิดออกก่อนหน้านี้ จินก็สามารถสอดแขนขวาทั้งท่อนของเธอเข้าไปในร่างกายของผู้ใหญ่บ้านได้สำเร็จ
นี่คือแผนการที่จินวางเอาไว้ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ ในที่สุดเธอก็สามารถเจาะทะลวงร่างกายเนื้อที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าของผู้ใหญ่บ้านได้ในวินาทีนี้
มือขวาที่สอดเข้าไปในช่องท้องของผู้ใหญ่บ้านกำลังกำ ‘เนื้อบดอัด’ ก้อนหนึ่งเอาไว้
ดอกบัวแดงเบ่งบานขึ้นบนพื้นผิวของเนื้อบดอัด
"ระเบิดขั้นสุดยอด"
ตู้ม! แสงสว่างปกคลุมร่างของทั้งสองในพริบตา เมฆรูปเห็ดอันน่าสะพรึงกลัวลอยขึ้นจากจุดศูนย์กลางการระเบิด
เมื่อควันจางลง
มือขวาของจิน รวมถึงลำตัวของผู้ใหญ่บ้านถูกระเบิดทำลายไปพร้อมกัน
ฉึก! ‘หลอดฉีดยา’ ที่สร้างจากเนื้อเทียมก่อนเริ่มการต่อสู้ถูกแทงเข้าไปในรอยขาดของแขนขวาอย่างรวดเร็ว ท่อนแขนจึงเริ่มงอกใหม่กลับมาอย่างช้าๆ
ในระหว่างที่แขนค่อยๆ ฟื้นฟู
จินก็ก้าวเท้าอย่างผ่อนคลายเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ใหญ่บ้านที่ลำตัวถูกระเบิดจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ กระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
แม้กระทั่ง ‘แกนกลางการติดเชื้อ’ ที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของผู้ใหญ่บ้าน - หัวใจที่มีเปลือกนอกเป็นเหล็กกล้า พื้นผิวก็ยังเต็มไปด้วยรอยร้าว หยาดน้ำแก่นแท้แห่งชีวิตไหลทะลักออกมา ร่อแร่เต็มทน
"ก็งั้นๆ แหละนะ~ นอกจากร่างกายเนื้อที่แข็งแกร่งทนทานแล้ว ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ พอดีเลย ฉันเชี่ยวชาญเรื่องการจัดการร่างกายเนื้ออยู่แล้ว แถมเรื่องความเร็วก็ยังข่มนายได้มิด
ขอฉันคิดดูก่อนนะ จะเอาแกไปทำเป็นอาวุธแบบไหนดีล่ะ?
ค้อนยักษ์? ดูเหมือนจะพกพาไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่
ขวานยักษ์? เหมือนจะซ้ำกับอาวุธของวิลเลียม ไม่ค่อยเหมาะแฮะ
ถุงมือเหล็กแบบหุ้มมิดชิด? ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยนะ... แกอดทนหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะทำให้แกกลายเป็นอาวุธประจำตัวของฉันแต่เพียงผู้เดียว
รอจนกว่าพวกเราจะสืบสวนเสร็จแล้วกลับถึงไซอัน ค่อยเอาไปดัดแปลงแปรรูปก็แล้วกัน"
พูดจบ จินก็ยังส่งจูบให้ผู้ใหญ่บ้านอีกหนึ่งที
ทว่าเมื่อเธอทาบมือทั้งสองข้างลงบนร่างกายที่ร่อแร่ของผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเตรียมทำการดัดแปลงเนื้อ
ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งก็จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน
บริเวณใกล้กับช่องท้องของผู้ใหญ่บ้าน กลับแผ่ซ่านความรู้สึกของพลังชีวิตที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เป็นพลังชีวิตที่อ่อนเยาว์มาก ราวกับเด็กทารกแรกเกิด
วินาทีต่อมา
สายสะดือประหลาดเส้นหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมา รัดคอเอาไว้แน่น!
ไม่ใช่คอของจิน
แต่รัดคอของผู้ใหญ่บ้านเอาไว้ มันแขวนร่างที่หนักถึงสี่ร้อยกว่าจินให้ลอยขึ้นไปบนอากาศ ในลักษณะ "ถูกแขวนคอ"
"จิน! ระวัง!"
คำเตือนของอี้เฉินดังขึ้นมาในเสี้ยววินาทีแรก แต่จินกลับยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่อย่างเหนือความคาดหมาย
บางทีเธออาจจะถูกดึงดูดด้วยภาพประหลาดตรงหน้า
บางทีอาจได้ยินเสียงกระซิบอันลี้ลับบางอย่าง จนถูกกัดกร่อนในระดับจิตวิญญาณ
หรือบางทีเธออาจจะมีความคิดเป็นของตัวเอง แค่อยากจะมองดูสถานการณ์นี้ให้ชัดเจน
ผู้ใหญ่บ้านที่สมควรจะตายไปแล้วเบิกตาโพลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ถุงเนื้องอกบนไหล่ของเขาสวมพรวดลงมา จับจินที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงยัดเข้าไปข้างในชั่วพริบตา...







