94. บทที่ 94 ความทรงจำในความฝัน
ตันเอินเคยพูดไว้ว่า พวกคนงานเหมืองที่หนีออกมาได้ใช้เขตเหมืองร้างเป็นฐานที่มั่น และค่อยๆ เติบโตแข็งแกร่งจนถึงจุดที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ ดังนั้นการที่ภาพอุโมงค์เหมืองปรากฏขึ้นในความทรงจำจึงดูเป็นเรื่องปกติทีเดียว
ทว่าเฉาหยางสังเกตเห็นว่า สถานที่แห่งนี้ไม่เหมือนถูกทิ้งร้างเลยแม้แต่น้อย ในที่ไกลออกไปมีรถแร่บนรางที่กำลังวิ่งอยู่ ส่วนเมื่อมองใกล้เข้ามาหน่อยก็จะเห็นเครื่องยนต์จักรกลแต่ละเครื่องกำลังพ่นไอน้ำออกมา
ตอนนั้นเองมีคนเดินเข้ามา และกำลังพูดอะไรบางอย่างกับจินเคอฟู
สิ่งที่เลือนรางที่สุดในความทรงจำมักจะเป็นใบหน้าของคน แม้ว่าทั้งสองจะอยู่ห่างกันเพียงก้าวเดียว เฉาหยางก็ยังมองรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้ยากมาก ทว่าเขาเห็นว่าที่หน้าอกของคนผู้นี้แขวนป้ายระบุตัวตนเอาไว้ ซึ่งบนนั้นไม่ได้มีแค่ชื่อ แต่ยังมีตัวอักษรเขียนว่าเหมืองแร่ฟ้าสูงด้วย
หลังจากคนผู้นั้นจากไป ก็มีคนใหม่เดินเข้ามาใกล้ๆ อีก
เฉาหยางพลันตระหนักได้ว่า พวกเขากำลังรายงานสถานการณ์ให้จินเคอฟูฟัง!
จินเคอฟูไม่ใช่แรงงานทาสอะไรนั่น และไม่ใช่ผู้หลบหนีที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตหมอก เขาเป็นคนของบริษัทเหมืองแร่ฟ้าสูง! อีกทั้งตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่ถือว่าต่ำด้วย!
การค้นพบที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้เฉาหยางรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง วิธีการเหล่านั้นที่บริษัทเหมืองแร่ทำกับเขา ไม่เหมือนสิ่งที่สามารถทำกับผู้บริหารคนหนึ่งได้เลย อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนงานเหมืองที่มีสถานะต่ำต้อย ทั้งไม่ได้เป็นชาวไห่เว่ยที่ถูกปล้นชิงมาจากในทะเล ถ้าทำผิดก็แค่ไล่ออกไปก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ? ถึงขนาดต้องทำกับเขาแบบนี้เลยหรือ?
การตั้งศาลเตี้ยลงโทษพลเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายของป้อมรุ่งโรจน์อย่างร้ายแรง
เมื่อก้าวข้ามก้อนความทรงจำส่วนนี้ เฉาหยางยังคงมุ่งหน้าลึกลงไปอีก โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งซ่อนไว้ลึกมากเท่าไหร่ก็หมายความว่ายิ่งเป็นอดีตที่ขมขื่นจนไม่อยากหวนนึกถึงมากเท่านั้น สำหรับจินเคอฟู การที่เขาเปลี่ยนจากผู้บริหารบริษัทกลายมาเป็นนักโทษที่ปล่อยให้คนอื่นทรมานตามใจชอบ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ย่อมต้องเจ็บปวดรวดร้าวอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจเก็บงำข้อมูลที่สำคัญเอาไว้ด้วยเช่นกัน
ความทรงจำที่ปรากฏขึ้นใหม่ยังคงเป็นส่วนลึกของอุโมงค์เหมือง เพียงแต่พื้นที่ตรงนี้คับแคบกว่ามาก กำแพงรอบด้านดูเหมือนจะประกอบขึ้นจากหินแข็ง เขาสามารถมองเห็นรอยสกัดที่อัดแน่นนับไม่ถ้วนบนกำแพง
เห็นได้ชัดว่า แค่บริษัทขุดมาถึงตรงนี้ก็ต้องสิ้นเปลืองแรงงานไปไม่น้อย
เมื่อเดินไปข้างหน้าอีก... จะเป็นกำแพงไม้ที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เรียงรายเป็นแถว ด้านข้างยังมีป้ายเตือนตั้งอยู่: "อันตราย! ก่อนเข้าไปต้องจับเวลาเด็ดขาด สูงสุดสองนาทีสามสิบวินาที"
"หากเกินเวลาแต่อยู่ภายในห้านาที โปรดติดต่อบัณฑิตตู้เอ้อลี่ทันที"
"ผู้ที่เกินเวลาห้านาที "
ตัวอักษรด้านหลังถูกทาด้วยสีดำ
เดี๋ยวก่อน นี่มันกำลังขุดอะไรกันอยู่? เฉาหยางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บริษัทเหมืองแร่ฟ้าสูงกำลังตั้งใจทำการผลิตอยู่จริงๆ หรือ? ก่อนหน้านี้ยังเหมือนอยู่ในเขตเหมืองหลุมยุบอยู่เลย แล้วตอนนี้ล่ะ? ทำไมอุโมงค์เหมืองที่คับแคบขนาดนี้ยังต้องจงใจสร้างกำแพงมากั้นแบ่งเอาไว้อีก? แล้วการจับเวลาก่อนเข้าไปนั่นมันเรื่องอะไรกัน
หรือว่าพวกเขาขุดไปเจอแหล่งแร่กัมมันตภาพรังสีเข้าแล้ว!?
ตอนนั้นเอง ประตูไม้ก็ถูกผลักออกอย่างแรง คนกลุ่มหนึ่งทยอยเดินออกมาจากในประตู พวกเขาถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทอย่างเห็นได้ชัดจากเครื่องแต่งกาย ประเภทแรกคือคนงานเหมือง สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและผอมโซจนเหลือแต่กระดูก อีกประเภทหนึ่งคือผู้คุมงานของบริษัท ทั่วทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยชุดหนัง บนศีรษะยังสวมหมวกผ้าสักหลาดที่ติดไฟส่องสว่างและแว่นตากระจก เรียกได้ว่า "ติดอาวุธ" ครบมือตั้งแต่หัวจรดเท้า กลุ่มหลังก้าวเดินอย่างเร่งรีบและกำลังหามเปล ส่วนกลุ่มแรกส่วนใหญ่นอนอยู่บนเปล ดูราวกับว่าขุดแร่จนร่างกายหมดเรี่ยวแรงไปเสียอย่างนั้น
สถานที่เกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง
ในขณะเดียวกันมุมมองก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ซ้ายขวายังมีเงาร่างเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน ราวกับกำลังประกบจินเคอฟูเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาก้าวไปข้างหน้าแม้แต่ก้าวเดียว
พวกเขาเกิดการทะเลาะวิวาทกันงั้นหรือ?
เฉาหยางรวบรวมสมาธิ พยายามอย่างหนักที่จะมองเศษเสี้ยวความทรงจำอันเลือนรางนี้ให้ชัดเจน ใช่แล้ว มีคนกำลังพูดอะไรบางอย่างกับเขาเสียงดัง อารมณ์รุนแรงเป็นอย่างมาก ส่วนจินเคอฟูก็กำลังผลักไสกับอีกฝ่ายอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอยให้เลยแม้แต่น้อย
วินาทีนั้นเอง คนผู้นั้นพลาดไปชนเข้ากับกลุ่มคนที่เดินสวนมาด้านหลัง เป็นเหตุให้เปลหามอันหนึ่งล้มคว่ำลงกับพื้น
คนงานเหมืองที่นอนอยู่บนนั้นก็กลิ้งตกลงมาดังขลุก
จินเคอฟูเหมือนอยากจะเข้าไปดึงตัวอีกฝ่ายขึ้นมา ทว่าเมื่อผ้าห่มบนร่างของคนงานเหมืองเลื่อนหลุด เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่า มุมมองก็หยุดนิ่งลงอย่างฉับพลัน!
เฉาหยางถึงกับสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด!
เห็นเพียงคนผู้นี้มีเหงื่อท่วมตัว อีกทั้งยิ่งใกล้บริเวณมือเท่าไหร่ ผิวหนังก็ยิ่งแดงมากเท่านั้น พอใกล้ถึงท่อนแขนล่าง บนผิวหนังของเขากลับเต็มไปด้วยหนวดสั้นๆ นับไม่ถ้วน มองดูราวกับเป็นติ่งเนื้อโปร่งใส โครงสร้างเนื้อเยื่อที่นูนออกมาจากพื้นผิวร่างกายเช่นนี้ ในทางการแพทย์มักเรียกว่าหูด ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเกิดจากไวรัส ทว่า "หูด" ของคนผู้นี้ไม่เพียงแต่มีจำนวนมากแถมยังยาวด้วย พอถึงบริเวณรอบฝ่ามือ หนวดเนื้อเหล่านี้ก็ยาวถึงสามสี่เซนติเมตรแล้ว อีกทั้งตรงปลายยังมีการแตกแขนงที่แปลกประหลาด ทำให้มันดูไม่เหมือนติ่งเนื้ออีกต่อไป แต่กลับคล้ายกับมือเล็กๆ ทีละข้าง!
ภาพทิวทัศน์รอบด้านล้วนพร่ามัวไปหมด...
มีเพียงมือเล็กๆ ทีละข้างเหล่านี้ที่ดูชัดเจนเป็นพิเศษ
พวกมันไม่เพียงสามารถแกว่งไปมาซ้ายขวาได้ แต่ยังคอยไขว่คว้าไปในทิศทางของเจ้าของมุมมองอย่างต่อเนื่อง ราวกับอยากจะปีนขึ้นไปบนรองเท้าของจินเคอฟูอย่างไรอย่างนั้น!
สถานการณ์วุ่นวายครั้งใหญ่ในทันที!
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
จินเคอฟูก็ไม่มีข้อยกเว้น เขาล้มลุกคลุกคลานหนีไปด้านหลัง มุมมองแทบไม่เคยละไปจากพื้นดินเลย จนกระทั่งมันกลายเป็นความมืดมิด
เฉาหยางอดไม่ได้ที่จะเกามือตัวเอง แม้เขาจะรู้ดีว่า ตอนที่เข้าสู่ความฝัน เขาไม่มีแนวคิดเรื่องร่างกายเลยก็ตาม
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บริษัทเหมืองแร่ฟ้าสูงขุดเจอของที่ไม่ธรรมดาบางอย่างเข้าแล้ว และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีข่าวหลุดรอดออกมาเลย สำนักพิมพ์ไม่รู้ นักข่าวไม่รู้ เกรงว่าแม้แต่ท่านลอร์ดก็คงไม่รู้เช่นกัน
และจินเคอฟูที่พวกเขาช่วยเอาไว้ ก็คือหนึ่งในพยานผู้เห็นเหตุการณ์ที่มีอยู่เพียงไม่กี่คน
น่าเสียดายที่ความทรงจำช่วงนี้ค่อนข้างเก่ามากแล้ว แสดงให้เห็นว่าฉากนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อมองลึกลงไปอีก ความมืดมิดก็แทบจะทะลวงผ่านไปไม่ได้แล้ว การรั้งอยู่ในทะเลจิตใต้สำนึกต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากมายนัก
ก่อนที่เฉาหยางจะลอยตัวขึ้นมา เขาตัดสินใจทิ้งร่องรอยเอาไว้ในความทรงจำของอีกฝ่ายสักหน่อย
หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนมา ก็ยากที่จะแยกแยะได้ว่าความทรงจำส่วนไหนเกิดจากความฝัน และส่วนไหนเกิดจากการประทับรอยด้วยฝีมือมนุษย์ ร่องรอยที่ปีศาจวางเอาไว้แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนจิตสำนึกของคนได้ แต่สามารถให้การชี้นำทางจิตใต้สำนึกได้ เหมือนกับตอนที่เขาล่อลวงสื่อตงให้ไปยังร้านทำนายดวงชะตาพิลึก เพื่อแสวงหาคำตอบที่ถูกกำหนดไว้แล้วตามโชคชะตาอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากจบการเข้าฝัน เขาก็เห็นจินเคอฟูเผยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว ในปากส่งเสียงครางที่ฟังไม่ออกความหมาย แม้ดวงตาจะหลับสนิท แต่ก็หนีไม่พ้นฝันร้ายที่มาจากความทรงจำเหล่านั้น
"เสร็จแล้วเหรอ?" อ้ายลั่วตี้ชะโงกหน้าเข้ามาจากนอกประตู "ฉันรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของเขาแข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อยนะ"
"เป็นเพราะวิชาเข้าฝันเผาผลาญพลังปรารถนาของฉันไป มันเลยมีบางส่วนหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของเขาน่ะ"
ปริมาณที่หลงเหลืออยู่นี้น้อยนิดจนแทบไม่สลักสำคัญอะไร หากนำมาคำนวณดูก็คงประมาณสามสี่แต้มได้ล่ะมั้ง
"นายก็ใช้วิธีแบบนี้แอบดูความทรงจำของฉันเหมือนกัน" อ้ายลั่วตี้ยกมือขึ้นกอดอก "เมื่อเทียบกับการเกลี้ยกล่อมซึ่งๆ หน้า ปีศาจก็ยังชอบใช้ทางลัดเดินประตูหลังมากกว่าจริงๆ ด้วย"
คำพูดคำจาของเธออันตรายมากเลยนะ คุณนางฟ้า
"เพราะว่าบางคนมันโน้มน้าวใจยากจริงๆ นี่นา หัวแข็งหยั่งกับหินแหนะ" เฉาหยางผายมือ "...ไม่ได้หมายถึงเธอนะ"
"ถ้านายไม่เสริมประโยคหลังเข้ามา ความน่าเชื่อถือคงจะสูงกว่านี้อีกหน่อย" อ้ายลั่วตี้มองไปที่ผู้ชายบนเตียงผู้ป่วย "แล้วตกลงว่านายค้นพบอะไรบ้างล่ะ?"
"ก็เยอะอยู่ เธอคอยดูเอาเองละกัน" เฉาหยางส่งมอบเนื้อหาความทรงจำส่วนนี้ให้กับอีกฝ่าย จุดที่แตกต่างจากการให้ผู้เล่นรับข้อมูลก็คือ เขาไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
หลังจากอ้ายลั่วตี้ใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่หลายนาที เธอก็เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา "นั่นมันตัวอะไรกัน!? แค่มองก็... ชั่วร้ายสุดขีดแล้ว"
"นึกแล้วว่าเธอต้องคิดเหมือนกัน" เฉาหยางแสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ฉันเคยบอกไปแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่โลก หลายๆ อย่างไม่สามารถเอาสามัญสำนึกไปวัดได้ สรุปก็คือ การที่จินเคอฟูตกต่ำมาถึงขั้นนี้ได้น่าจะแยกไม่ออกจากเรื่องนั้นแน่ บนตัวเขาเก็บซ่อนความลับเอาไว้มากกว่าหนึ่งอย่าง หลังจากนี้ฉันจะลองดูอีกทีว่าจะสามารถทำให้เขาอ้าปากพูดได้หรือเปล่า ส่วนทางด้านบริษัทเหมืองแร่ฟ้าสูง... ตอนนี้ยังไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับพวกเราเท่าไหร่นัก หากมันสามารถสร้างภัยคุกคามให้กับป้อมรุ่งโรจน์ได้จริงๆ กองกำลังพิทักษ์เมืองต้องไม่อยู่เฉยแน่"
"นายไม่สามารถยัดความทรงจำช่วงนี้เข้าไปในสมองของผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์เมือง หรือไม่ก็ท่านลอร์ดบ้างเลยเหรอ?"
"เปล่าประโยชน์ คนทั่วไปพอพบว่าในหัวมีความทรงจำแปลกหน้าโผล่ขึ้นมาก็มีแต่จะรู้สึกตื่นตระหนก แค่ต่อต้านก็แทบจะไม่ทันแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะให้ไปเชื่อเลย ดังนั้นวิชาเข้าฝันจึงทำได้แค่ใช้เพื่อชี้แนะเท่านั้น ไม่มีวิธีปลอมแปลงความทรงจำได้โดยตรง" เฉาหยางถอนหายใจ "ถึงยังไงพลังของปีศาจก็มีขีดจำกัดอยู่ดีนั่นแหละ!"







