หลังจากวันที่ 15 เดือนสิบสองผ่านไป ปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาทุกที
ผู้คนที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาตลอดปีก็เริ่มเตรียมของกินของเล่นมากมาย
ตัดเสื้อผ้าใหม่ให้ลูก ๆ ในบ้าน ซื้อภาพปีใหม่สักสองสามใบ แล้วก็ซื้อประทัดอีกหน่อย
ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกแล้วกลับมา เด็ก ๆ ในบ้านก็จะพากันวิ่งมารุมถามเสียงเจื้อยแจ้วว่าซื้ออะไรมาบ้าง
ทุกบ้านทุกเรือนต่างก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสำหรับปีใหม่ ฆ่าหมูปีใหม่ ทำเต้าหู้ ทำความสะอาดบ้าน ถอดซักผ้าห่ม ปะผนังบ้าน หมักแป้งนึ่งหมั่นโถว
บ้านสกุลสวี่ก็เตรียมตัวคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ปีนี้ไม่ได้เลี้ยงหมูไว้ จึงไม่ต้องมีขั้นตอนฆ่าหมู
แต่ทีมที่สองฆ่าหมูอ้วนตัวใหญ่ไปถึงยี่สิบตัว แต่ละบ้านก็เลยได้แบ่งเนื้อหมูกันถ้วนหน้า
ส่วนทางสำนักงานป่าไม้ก็แจกของกันเยอะมาก นอกจากข้าว แป้ง น้ำมัน ถั่วลิสง น้ำตาลแล้ว ยังแจกปลาทะเลแช่แข็งให้คนละห้าจินอีกด้วย
ไม่รู้ว่าสำนักงานป่าไม้ไปแลกกับหน่วยงานไหนมาอีก ใช้โสมไปแลกกลับมาแน่นอน
ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนมากมายพยายามสุดชีวิตอยากจะเข้ามาทำงานที่สำนักงานป่าไม้ สวัสดิการดีจริง ๆ
พอได้ของพวกนี้มา บ้านสกุลสวี่ก็ไม่ต้องออกไปซื้ออะไรเพิ่มเติมอีก
สวี่ซื่อเยี่ยน แอบหาเวลาไปที่เมืองทงฮวาพร้อมกับหานลี่หมิง ไปขายถุงน้ำดีหมีและชะมดหอมที่ได้จากการล่าสัตว์บนเขามาก่อนหน้านี้
ชะมดหอมนั้นราคาสูงกว่าถุงน้ำดีหมี เพียงแต่มีปริมาณน้อย คิดคำนวณแล้วก็ได้เงินมาสามพันกว่าหยวน
สวี่ซื่อเยี่ยนบอกว่าเขาขอแค่หนึ่งในสามก็พอแล้ว แต่หานลี่หมิงไม่ยอม สุดท้ายเลยแบ่งให้เขาเป็นสองในห้าส่วน
ได้เงินมาหนึ่งพันสามร้อยหยวน สวี่ซื่อเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าที่ทงฮวา ซื้อของฝากให้คนในบ้าน
ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ผ้าเนื้อดี รวมไปถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เห็นว่าอะไรเหมาะก็ซื้อไว้ก่อน
บางอย่างต้องใช้คูปองซื้อ แต่ก็ไม่เป็นปัญหา หน้าห้างสรรพสินค้ามีคนขายคูปองแบบเถื่อนอยู่
ขอแค่กล้าจ่าย ยังไงก็หาคูปองได้หมด
สุดท้าย ขนของกลับบ้านมาเต็มพะรุงพะรัง
พอสวี่เฉิงโฮ่วเห็นเข้า ก็อดบ่นไม่ได้ บอกว่าสวี่ซื่อเยี่ยนใช้เงินไม่เป็น มีเงินก็ใช้สุรุ่ยสุร่าย
พ่อจะพูดอะไรก็พูดไป สวี่ซื่อเยี่ยนหูซ้ายรับ หูขวาปล่อย ไม่เก็บใส่ใจเลยสักนิด
โยนผ้าให้สวี่ซื่อฉินกับซูอันอิง บอกให้รีบตัดเสื้อผ้าให้ทันก่อนถึงปีใหม่
เรื่องนี้ไม่ยากอะไร สวี่ซื่อฉินเป็นคนตัดแบบ ซูอันอิงเป็นคนเย็บ
ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ซูอันอิงเรียนรู้จากน้องสามีมาไม่น้อย ใช้จักรเย็บผ้าเก่งมาก เย็บเสื้อผ้าไม่ใช่ปัญหาเลย
สองสาวพี่สะใภ้น้องสามีช่วยกันทำงาน ไม่นานก็เย็บเสื้อผ้าใหม่ให้ทุกคนในบ้านเสร็จเรียบร้อย
เขาว่ากันว่า “มีเงินไม่มีเงินก็ต้องมีภรรยาไว้ข้ามปี” ใกล้ถึงปีใหม่ คนแต่งงานก็เยอะเป็นพิเศษ
แค่ทีมที่สองก็แต่งกันหลายคู่ สวี่ซื่อเยี่ยนถูกเรียกไปช่วยงานและกินเลี้ยงเกือบทุกวัน ซูอันอิงก็ถูกเรียกไปช่วยทำอาหารบ่อย ๆ
โชคดีที่โจวกุ้ยหลานยังอยู่บ้าน ตอนนี้สวี่ไห่หยวนกินขนมเค้กไข่และโจ๊กข้าวฟ่างได้แล้ว
แม่ไม่อยู่บ้าน เขาก็ไม่งอแง ซูอันอิงก็สามารถออกไปช่วยงานได้อย่างสบายใจ
วันที่ยี่สิบหกของเดือนสิบสอง โจวชิงกั๋วแต่งงาน
พูดถึงแล้วก็ถือว่าบังเอิญเหมือนกัน โจวชิงกั๋วได้เจ้าสาวมาก็เพราะเรื่องนี้
ต้นฤดูหนาวที่ผ่านมา แม่ของเขาหลี่ซื่อหกล้มจนแขนหัก
โจวชิงกั๋วไปโรงพยาบาลกับแม่ ไม่รู้ยังไงถึงได้ปิ๊งกับคุณหมอเวรเข้า
พอหลี่ซื่อรักษาหายออกจากโรงพยาบาล โจวชิงกั๋วก็เริ่มคบหากับเธอในฐานะแฟน
ก่อนหน้านี้พ่อแม่เขาอย่างโจวฉางเหอเป็นห่วงมาก กลัวลูกชายจะเลือกมากจนขึ้นคาน
ไม่คิดเลยว่าลูกชายจะหาคู่ได้ดีขนาดนี้ มีงานทำ ได้เงินเดือน แถมหน้าตายังดูดี
โจวฉางเหอกลัวจะมีอะไรผิดพลาด เลยรีบหาพ่อสื่อแม่สื่อไปขอฝ่ายหญิงทันที
ฝ่ายหญิงพอรู้ว่าโจวชิงกั๋วเคยเป็นทหาร ปัจจุบันทำงานเป็นผู้ช่วยรักษาความสงบในชุมชน ก็ค่อนข้างพอใจ
สองครอบครัวหาเวลานัดเจอกัน ตกลงหมั้นหมาย และรีบจัดงานแต่งก่อนสิ้นปี
งานแต่งของโจวชิงกั๋ว ครอบครัวสกุลสวี่ก็ไปร่วมงาน ช่วยงาน และร่วมดื่มเลี้ยงอย่างคึกคักจนถึงเย็นถึงได้กลับบ้าน
ปีนี้ วันส่งท้ายปีตรงกับวันที่ยี่สิบเก้า เดือนสิบสอง วันเวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน ทำงานยุ่ง ๆ ไป ไม่ทันไรก็หมดปีอีกแล้ว
หลังจากแยกบ้านกันอยู่ ลูกชายแต่ละคนก็ไม่จำเป็นต้องกลับมารวมตัวกันในช่วงตรุษจีนอีกต่อไป
เพราะงั้น ปีนี้ก็มีแค่สองตายายกับครอบครัวของสวีชื่อเหยียนสามคน รวมถึงสวีชื่อเสียงกับสวีชื่อฉินไม่กี่คนที่มาร่วมฉลองวันส่งท้ายปีเก่าด้วยกัน
ถึงแม้คนจะน้อย แต่ขั้นตอนการเฉลิมฉลองตรุษจีนก็ยังคงต้องทำตามประเพณีเหมือนเดิม
ตอนเช้าก็แขวนโคมไฟ ติดคู่คำอวยพร ตอนบ่ายกินข้าวเย็นร่วมกัน พอถึงตอนค่ำก็ห่อเกี๊ยวแล้วก็นั่งเฝ้าปีใหม่
หลังจากกินเกี๊ยวตอนส่งท้ายปีเก่าแล้ว เสียงระฆังบอกเวลาขึ้นปีใหม่ก็ดังขึ้น
พร้อมกับเสียงระฆังนั้น คู่สามีภรรยาสวีชื่อเหยียนก็อุ้มลูก สวีชื่อเสียงกับสวีชื่อฉินพี่น้อง ต่างก็พากันมาอวยพรปีใหม่ให้พ่อแม่
“พ่อ แม่ สวัสดีปีใหม่ ขอให้ท่านทั้งสองสุขภาพแข็งแรง มีโชคดีสมปรารถนา”
สวี่เฉิงโฮ่วกับโจวกุ้ยหลาน สองตายายยิ้มแย้มอย่างมีความสุข พยักหน้ารับไม่ขาด
“ดี ดี ทุกคนดีหมด พวกแกก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี สุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย ขอแค่พวกแกอยู่ดีมีสุข พ่อแม่ก็มีความสุขแล้ว”
สองตายายอาจจะพูดคำหรูหราไม่ได้มากนัก แต่หัวใจที่รักลูกหลานนั้นแน่นแฟ้นเต็มเปี่ยม
“มา มา มา เอาหลานสุดที่รักของข้าอุ้มมานี่หน่อย ปู่มีอั่งเปาให้นะ”
สวี่เฉิงโฮ่วล้วงหยิบซองแดงออกมาจากอกเสื้อ โบกมือเรียกหาสวีไห่หยวน
สวีไห่หยวนอายุเกือบสิบเดือน ช่วงนี้สนิทกับปู่เป็นพิเศษ
พอเห็นปู่เรียกก็เริ่มบิดตัว อยากจะดิ้นออกจากอ้อมแขนแม่ไปหาปู่
ซูอันอิงอุ้มลูกไว้ไม่อยู่ จึงต้องวางลูกไว้บนแท่นอุ่น ปล่อยให้เด็กคลานไปเอง
วันนี้สวีไห่หยวนสวมเสื้อหนาวผ้าซาตินสีแดงแบบกระดุมหน้าคู่ กับกางเกงสีดำ สวีชื่อฉินยังเย็บหมวกทรงกลมจากผ้าแบบเดียวกันกับเสื้อให้อีกด้วย
สวีไห่หยวนเดิมทีก็ผิวขาว อวบอิ่ม พอใส่ชุดนี้แล้วยิ่งดูน่ารักน่าชังยิ่งกว่าตุ๊กตาในภาพวาดปีใหม่เสียอีก
สวี่เฉิงโฮ่วก็หลงหลานเอามาก ๆ อุ้มขึ้นมาก็หอมไปหลายฟอด
“มา นี่คืออั่งเปาที่ปู่ให้ เป็นเงินส่วนตัวเก็บไว้ให้ดีนะ ห้ามทำหายเด็ดขาด”
สวี่เฉิงโฮ่วเอาอั่งเปายัดใส่มือหลานชาย แล้วก็หอมมือน้อย ๆ อวบ ๆ นั้นอีกที
สวีไห่หยวนยังเล็กนัก ยังไม่เข้าใจว่าอั่งเปาคืออะไร เห็นแค่สีแดงสดก็รู้สึกว่าสวยดี กำไว้ในมือแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ใคร
ทางโจวกุ้ยหลานก็รีบหยิบอั่งเปาอีกซองมายัดใส่มือหลานเหมือนกัน
เจ้าตัวน้อยจอมแสบคลานไปหาย่า แหงนหน้าขึ้นไปจุ๊บย่าทีหนึ่ง ทำเอาโจวกุ้ยหลานดีใจจนยิ้มจนตีนกาชัดขึ้นกว่าเดิม
เมื่อก่อน สองตายายจะให้อั่งเปาหลาน ๆ ทุกปี ปีละไม่เยอะ คนละสองเหมา
สวีชื่อเหยียนก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร ปล่อยให้ลูกชายถืออั่งเปาไว้ในมือแล้วคลานไปทั่วบนแท่นอุ่น
เมื่อก่อน แท่นอุ่นในบ้านจะปูด้วยเสื่ออ้อ
เสื่ออ้อถักเป็นลาย แม้จะสวยแต่ก็ขูดเสื้อผ้าได้ง่าย และถ้าไม่ระวังก็อาจจะโดนตำมือเอาได้
ไม่กี่วันก่อน สวีชื่อเหยียนไปหากัวโส่วเยี่ย เพื่อขอแผ่นไฟเบอร์บอร์ดมาใช้
พอทาสีบนด้านหน้าแล้วก็เอามาปูบนแท่นอุ่น ใช้ผ้าปิดรอยต่อเอาไว้
เจ้าไฟเบอร์บอร์ดนี้เอามาปูแท่นอุ่นแล้วลื่นปรื๊ด ๆ ดีมากกว่าพวกเสื่ออ้อเยอะ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำกางเกงของสวีไห่หยวนเสียหาย หรือมืออ่อนนุ่มของเขาโดนตำ
แต่ก็ทำให้สวีไห่หยวนรู้สึกไม่ค่อยชินนัก เพราะแท่นอุ่นมันลื่นเกินไป คลานแล้วไถลอยู่เรื่อย น่าขำดีไม่น้อย
คืนส่งท้ายปีเก่า ไม่มีอะไรให้ทำมากนัก ก็ได้แต่นั่งกินเมล็ดแตงโม ดื่มน้ำชา แล้วก็พูดคุยกันไป
พอเริ่มง่วงกันหมดแล้ว สวีชื่อเหยียนกับภรรยาก็อุ้มลูกกลับไปนอนที่ห้องฝั่งตะวันตก







