(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 229
บทที่ 229 เผยโฉมหน้าที่แท้จริง โดนซ้อมซะยับเยิน
"รู้ไหมว่าทำไมจนป่านนี้แกถึงยังเป็นแค่เถ้าแก่ร้านเล็กๆ" ฉือหางผู่ตู้พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ทำไมล่ะ"
ชายอ้วนถาม
"เพราะแกมันมีสมองหมูไง!"
"เหล่าเจี่ย อยู่ดีๆ นายมาด่าฉันทำไม"
ชายอ้วนพูดอย่างไม่พอใจ "ถ้าไม่ได้ฉันช่วย นายจะหาเงินได้เยอะขนาดนี้เหรอ"
"อย่าลืมสิว่าเงินสกปรกพวกนี้ที่นายหามาได้ มันก็มีส่วนของฉันด้วย"
ฉือหางผู่ตู้ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"แกมันมีสมองหมู ส่วนฉันก็ตาบอด"
"ตอนนั้นทำไมฉันถึงดูไม่ออกนะ ว่าแกมันเป็นไอ้หมูโง่กลับชาติมาเกิด!"
"ฉันพยายามขยิบตาให้แกแทบตาย เพื่อจะบอกว่าสถานการณ์มันไม่ชอบมาพากล แต่แกกลับดีนัก เรื่องที่ควรพูดไม่ควรพูด แม่งพูดออกมาหมดเลย"
เมื่อได้ยินคำว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล เถ้าแก่อ้วนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
"เหล่าเจี่ย อาฮุ่ยเป็นคนสนิทของนาย นายพาเธอมา ก็เพื่อจะให้เธอรู้เรื่องธุรกิจของเราไม่ใช่เหรอ"
"ฉันพูดพวกนี้แล้วมันผิดตรงไหน"
"หุบปากไปเลยนะ! ไอ้หมูโง่เอ๊ย!!!"
ฉือหางผู่ตู้ได้แต่เจ็บใจที่ในมือไม่มีพลั่วสักอัน
ถ้ามีล่ะก็ เขาจะเอาพลั่วฟาดเถ้าแก่อ้วนให้สลบก่อน แล้วค่อยหาที่ขุดหลุมโยนมันลงไป
ค่อยๆ กลบฝังหลุมทีละนิด
สุดท้ายก็ยืนกระทืบเท้าบนหลุมสักสองที
เมื่อเรื่องแดงขึ้นมาแล้ว ฉือหางผู่ตู้ก็พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "อาฮุ่ย ฉันพูดความจริงกับเธอเลยนะ เงินที่ซ่อนอยู่ใต้ห้องนอนพวกนั้นน่ะ เป็นเงินที่ฉันหามาด้วยความยากลำบาก"
"ฉันเป็นพระปลอมจริงๆ สัตว์เดรัจฉานพวกนั้นที่เราช่วยมาเมื่อก่อน ก็เป็นของจากในมือไอ้อ้วนเวรนี่แหละ"
"รายละเอียดลึกๆ เอาไว้ฉันจะเล่าให้ฟังทีหลัง เธอช่วยเก็บเป็นความลับให้ฉันด้วย แล้วต่อไปเราจะรวยไปด้วยกัน"
"มีส่วนของฉัน ก็มีส่วนของเธอด้วย"
ฉือหางผู่ตู้หงายไพ่เปิดอกคุยตรงๆ
ยอมรับว่าเขาใช้การกุศลบังหน้า เพื่อทำเรื่องโกยเงินเข้ากระเป๋า
จากนั้น ฉือหางผู่ตู้ก็เปลี่ยนเรื่อง เริ่มยุยงให้อาฮุ่ยเข้าร่วมแก๊ง
"ตรงนี้มีเงินอยู่สองแสนกว่า เธอเอาไปก่อน"
"พอกลับไปแล้วฉันจะเอาให้เธออีกสามแสน"
ฉือหางผู่ตู้เตะกระเป๋าหิ้วที่อยู่ตรงเท้าไปตรงหน้าอาฮุ่ย
ธุรกิจการกุศลในวันข้างหน้า ทั้งสามคนทำด้วยกันแล้วจะได้ผลประโยชน์
"เราสามคนแบ่งกันคนละเท่าๆ กัน"
"ไอ้คนหลอกลวง เอาเงินสกปรกของแกไปเลย ฉันไม่ต้องการ!!!"
อาฮุ่ยแผดเสียงตะโกนลั่น
"หมอเฉิน ฉันผิดไปแล้ว เขาเป็นคนหลอกลวงจริงๆ แถมยังเป็นนักต้มตุ๋นที่ชั่วร้ายสุดๆ อีกด้วย"
วินาทีนี้ ความเชื่อมั่นเฮือกสุดท้ายของอาฮุ่ยได้พังทลายลง
สิ่งที่เธอเคยคิดว่าถูกต้อง ก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน
"เธอยังวิดีโอคอลกับเฉินหยูอยู่อีกเหรอ!"
ฉือหางผู่ตู้หน้าถอดสี อยากจะหนีไปจากที่นี่ตามสัญชาตญาณ
"อาฮุ่ย คุณช่วยปรับกล้องมือถือหน่อย หันหน้าจอไปทางฉือหางผู่ตู้"
อาฮุ่ยจัดการสลับกล้องมือถือไปเป็นกล้องหน้า
เฉินหยูพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ "ฉือหางผู่ตู้ คุณยังคิดว่าตัวเองไม่ได้ป่วยอยู่อีกไหม"
"ผมป่วย ผมสมควรตายเป็นหมื่นครั้ง"
ปฏิกิริยาของฉือหางผู่ตู้ผิดคาดจากทุกคน
เขาไม่แก้ตัวให้ตัวเองเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว แต่กลับคุกเข่าลงบนพื้น แล้วโขกศีรษะใส่หน้าจอมือถือไม่หยุด
เถ้าแก่อ้วนที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง "เหล่าเจี่ย นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ทำไมถึงไปโขกศีรษะให้มือถือล่ะ"
ฉือหางผู่ตู้ไม่สนใจเถ้าแก่อ้วนเลยสักนิด เขาโขกศีรษะไปพลางร้องขอให้เฉินหยูปล่อยเขาไป
"โรคของคุณมีต้นเหตุมาจากความโลภ ตอนนี้มันเข้าขั้นโคม่า ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ช่วยไม่ได้แล้ว"
เฉินหยูพูดเสียงตวาด
"ตั้งแต่ที่คุณปลอมตัวเป็นพระ คุณก็คงคิดไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งอาจจะถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพ่งเล็ง"
"ด้วยเหตุนี้ คุณเลยวางแผนมาอย่างรัดกุม"
"ใช้ประโยชน์จากกระแสการปล่อยสัตว์ที่กำลังฮิตในตอนนี้ จัดตั้งคนไปปล่อยสัตว์ ใช้สิ่งที่เรียกว่ากิจกรรมการกุศลมาสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง"
"พอเป็นแบบนี้ ต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพ่งเล็งคุณ พวกเขาก็ทำได้แค่ตักเตือนสั่งสอนคุณเท่านั้น"
"เพราะภายใต้การจัดฉากของคุณ พวกเขาย่อมหาหลักฐานที่คุณเผยแพร่ความงมงายไม่เจอ และหาจุดอ่อนเรื่องการกอบโกยเงินของคุณไม่เจอด้วย"
"นี่คือความฉลาดหลักแหลมของคุณ การกอบโกยเงินผ่านเงินทำบุญโดยตรงคือแผนการที่ต่ำต้อยที่สุด"
"แค่ตรวจสอบนิดหน่อยก็ความแตกแล้ว"
"คุณร่วมมือกับเถ้าแก่ร้านนี้ ซื้อสัตว์ที่มีต้นทุนราคาถูกจากมือเขามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปทำสิ่งที่เรียกว่าการปล่อยสัตว์"
ต้นทุนราคาถูก ไม่ได้หมายความว่าราคาที่ทุกคนซื้อไปจะถูกตามไปด้วย
ส่วนต่างราคากลางทาง ถูกฉือหางผู่ตู้ฮุบเอาไว้จนหมด
ฉือหางผู่ตู้ไม่เพียงแต่เป็นคนหลอกลวง แต่ยังเป็นอัจฉริยะด้านการทำธุรกิจอีกด้วย
เรื่องมาถึงตรงนี้ ความจริงทุกอย่างก็กระจ่างชัด
การกอบโกยเงินโดยตรงมีความเสี่ยงมากเกินไป ตรงกลางจึงต้องเพิ่มการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง
ชายอ้วนก็คือการป้องกันชั้นนี้นี่เอง
พูดจบ เฉินหยูก็เล่าต่อว่าทำไมฉือหางผู่ตู้ถึงรับแต่เงินสดเท่านั้น
ก็เพื่อป้องกันการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลขนาดนี้ ทันทีที่มีเงินก้อนโตปรากฏในบัญชีส่วนตัว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถตรวจสอบเจอได้ในเวลาไม่กี่นาที
มีเพียงการทำธุรกรรมด้วยเงินสดเท่านั้น ถึงจะไม่ถูกคนตรวจสอบเจอได้ง่ายๆ
ทุกครั้งที่เคลียร์เงิน จะใช้เงินสดทั้งหมด
ไร้ร่องรอยให้ใครรู้เห็น ช่างเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
ฉือหางผู่ตู้ปลอมตัวเป็นพระ พาคนไปปล่อยสัตว์
การกระทำนี้จะทำให้ชาวเน็ตบางคนที่ไม่รู้ความจริง เชื่อว่าเขาคือพระภิกษุผู้มีศีลธรรมอย่างแท้จริง
จ่ายเงินจ้างกองทัพน้ำมาชี้นำกระแสบนโลกออนไลน์
ภาพลักษณ์ของฉือหางผู่ตู้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
พระปลอมถูกจับได้คาหนังคาเขา ภาพลักษณ์ใหม่ก็ถูกสร้างขึ้นมาอีก
ฉือหางผู่ตู้ไม่ไปยื่นเรื่องขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับวัดจากทางการ และไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันตัวตนของตัวเองด้วย
ไม่ใช่เพื่อจะทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเพราะไม่อยากแปดเปื้อนไปกับทางโลก
ทำความดีด้วยความเงียบ เผยแผ่พุทธศาสนา ชักนำให้สรรพสัตว์ทำความดี
"เชี่ย! หมอนี่ไม่เพียงแต่เหมาะจะไปทำแชร์ลูกโซ่ แต่ยังเหมาะจะไปเป็นคนเขียนบทด้วย ตรรกะมันครบวงจรเลยเห็นไหม"
"ฉันคาดเดาการคาดเดาของนาย แล้วก็ทำการคาดเดาใหม่อีกที"
"ไม่ใช่คนโหดธรรมดาเลย"
"มีสมองขนาดนี้ไปทำอะไรก็รุ่ง ทำไมต้องมาเป็นนักต้มตุ๋นด้วย"
"สามร้อยหกสิบอาชีพ ล้วนมีสุดยอดฝีมือ นักต้มตุ๋นก็เป็นอาชีพเหมือนกัน"
"ฉือหางผู่ตู้ แกอย่ามาคิดแผนชั่วเลย ชาวเน็ตหลายล้านคนดูอยู่นะ ต่อให้หมอเฉินปล่อยแกไป ชาวเน็ตคนอื่นๆ ก็ไม่ปล่อยแกไว้หรอก"
ราวกับเป็นการพิสูจน์ข้อความแชตนี้ ในขณะที่ฉือหางผู่ตู้คุกเข่าโขกศีรษะอยู่บนพื้น คนกลุ่มใหญ่ก็พุ่งพรวดเข้ามาจากข้างนอก
คนที่อยู่ข้างหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพี่หวังนั่นเอง
เหล่าอาสาสมัครกลับบ้านไปด้วยความพึงพอใจ รู้สึกว่าแต้มบุญในตัวมีเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย
อาสาสมัครวัยรุ่นไปโพสต์บนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มไลฟ์สด เพื่อป่าวประกาศถึงความดีที่พวกเขาทำในวันนี้
อาสาสมัครคนหนึ่งพบว่าในคำค้นหายอดฮิตบนแพลตฟอร์มหูอวี๋ มีชื่อของฉือหางผู่ตู้อยู่ในนั้นด้วย
พอเข้ามาในห้องไลฟ์สดของเฉินหยู ความจริงทุกอย่างก็กระจ่าง
สภาพจิตใจของพวกเขาพังทลายยิ่งกว่าอาฮุ่ยเสียอีก
พวกเขาโทรศัพท์ติดต่ออาสาสมัครคนอื่นๆ แล้วรีบมาที่นี่ตามที่อยู่
"ไอ้นักต้มตุ๋นเฒ่า แม่จะข่วนแกให้ตาย!!!"
พี่หวังราวกับแม่สิงโตที่กำลังโกรธเกรี้ยว พุ่งเข้าไปยื่นมือข่วนหน้าฉือหางผู่ตู้
อาสาสมัครคนอื่นๆ แต่ละคนโกรธจัดไม่แพ้กัน
รุมล้อมฉือหางผู่ตู้ไว้ตรงกลางแล้วประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าเข้าใส่
ชาวเน็ตคนหนึ่งส่งข้อความแชตมา
ต่อให้อาสาสมัครรู้ว่าโดนหลอก โมโหจนเลือดขึ้นหน้าตีสักสองสามทีก็พอแล้วมั้ง ดูท่าทางพวกเขาดิ นี่กะจะเอาให้ตายเลยนะเนี่ย
เพียงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่นาที ฉือหางผู่ตู้ก็ถูกซ้อมจนหัวร้างข้างแตกเลือดอาบ
เขานอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น ฟันในปากร่วงไปหลายซี่







