เมื่อได้ยินว่าซูอันฟางและซูอันฮวาจะอยู่ต่อ สวี่ซื่อฉินก็ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
ตั้งแต่เด็กบ้านเธอก็มีแค่ลูกสาวคนเดียว ไม่มีพี่น้องผู้หญิงให้พูดคุยเล่นด้วย บางครั้งก็เหงาจนใจจะขาด
ยิ่งได้เห็นบ้านอื่นมีพี่สาวน้องสาวหลายคนยิ่งรู้สึกอิจฉา
เมื่อก่อนยังทำงานก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอตอนนี้อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไร พอนานเข้าเข้าก็เริ่มเบื่อหน่ายจริง ๆ
เมื่อปีที่แล้วตอนที่ซูอันฮวามาอยู่ด้วย ทั้งสองก็เข้ากันได้ดีมาก
ทุกครั้งที่สวี่ซื่อฉินเลิกงาน ทั้งสองก็จะมานั่งพูดคุย ทำงานบ้าน ทำโน่นทำนี่ด้วยกัน เป็นช่วงเวลาดี ๆ
ตอนนี้มีซูอันฟางเพิ่มอีกคน สวี่ซื่อฉินก็ยิ่งดีใจ รีบไปเก็บกวาดห้องฝั่งตะวันตก หยิบผ้าห่มออกมาอีกสองผืนเพื่อเอาไปตากแดด เตรียมไว้ให้คืนนี้
“จากนี้พวกเธอสองคนอยู่กับฉันนี่แหละ ดีเลย ฉันจะได้มีเพื่อนคุย”
สวี่ซื่อฉินจัดเตรียมผ้าห่มเสร็จก็เก็บของในตู้ แบ่งช่องไว้ให้สองพี่น้องซูอันฟางใส่เสื้อผ้าของตัวเอง
ฝั่งตะวันตก สามสาวกำลังจัดของไปหัวเราะไป ส่วนฝั่งตะวันออก พ่อแม่ของสวี่ซื่อฉินก็กำลังคุยกับสวี่ซื่อเยี่ยน
“ช่วงที่พวกแกไม่อยู่บ้าน บ้านเรานี่คึกคักเชียว มีคนแวะมาหาเยอะอยู่
หลี่หมินพาเด็กหนุ่มคนนึงมาหาแกหลายรอบ หน้าตายังหนุ่มอยู่ ใส่แว่นตาด้วย บอกว่าเป็นเลขาจากไร่โสม มีธุระอยากคุยกับแก
แกว่างเมื่อไหร่ก็ไปไร่โสมนั่นหน่อย ถามหลี่หมินดูว่าเรื่องมันยังไงกันแน่”
“แล้วยังมีหัวหน้ากัวจากกรมป่าไม้แม่น้ำซงเจียง มาหาแกเมื่อวาน
เขาบอกว่าเรื่องที่แกฝากให้เขาช่วยสืบมีข่าวแล้ว ให้แกหาเวลาว่างไปหาเขาหน่อย”
พ่อของสวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่ค่อยรู้หรอกว่าลูกชายไปฝากคนอื่นทำอะไร แต่ในเมื่อมีคนมา ก็แค่รับฝากข้อความไว้ให้ลูก
“อีกอย่าง ช่วงนี้ในหมู่บ้านเรากำลังจะประชุมแบ่งที่ดิน
หัวหน้าอวี่มาถามฉันว่า ปีนี้พวกเราจะรับเหมาดูแลไร่โสมไหม
ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว ถ้าเราจะไม่ดูแล เขาต้องรีบหาคนมาแทน”
เรื่องนี้พ่อกับลูกเคยตกลงกันไว้แล้ว ปีนี้สวี่ซื่อเยี่ยนจะไม่รับไร่โสมอีก พอพ่อได้รับปาก ก็ย่อมไม่มีเปลี่ยนแปลง
“เข้าใจแล้วครับพ่อ
พรุ่งนี้ผมจะไปหาพี่กัวก่อน ผมเคยขอให้เขาช่วยหาคลิเวีย
ผมว่าต้องมีข่าวดีแล้วล่ะ พอดีช่วงนี้ยังเป็นเดือนหนึ่ง ไม่ค่อยมีงานใหญ่ ผมจะพาเจี้ยนเซ่อกับเซิงลี่ออกไปหาไม้ดอกกับเมล็ดพันธุ์อีกหน่อย พอได้ปริมาณก็พอเปิดกิจการได้แล้ว”
เป็นพ่อกับลูก ไม่มีอะไรต้องปิดบัง สวี่ซื่อเยี่ยนพูดตรง ๆ
“ตอนนี้พวกแกหาได้เยอะหรือยัง? ถ้าหามาเยอะ จะขายออกได้เหรอ?”
สวี่เฉิงโฮ่วรู้สึกเป็นห่วง ถึงพวกไม้ดอกพวกนี้จะไม่ได้แพงมาก แต่ก็ต้องใช้เงินซื้อ ถ้าขายไม่ออกจะทำยังไง?
“ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อ ที่มีตอนนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ
ต้องหาให้เยอะถึงจะเริ่มได้จริง
พวกกิจการอะไรพวกนี้ ถ้าไม่มีขนาดหรือปริมาณก็จัดการยาก
ถ้าของเยอะ ผมหารถขนไปขายในเมืองได้ หรืออาจจะให้พ่อค้าในเมืองมาซื้อถึงที่ก็ยังได้ อย่างน้อยต้องหักค่าขนส่งแล้วยังได้กำไร ถึงจะคุ้มใช่ไหมล่ะ?
แต่ถ้าแค่ไม่กี่สิบกระถาง จะเอายังไง? จะให้ผมแบกใส่ตระกร้านั่งรถไฟไปขายในเมืองเหรอ? ล้อเล่นชัด ๆ”
สวี่เฉิงโฮ่วแม้จะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้นัก แต่ก็รู้ว่าลูกชายทำอะไรก็พอมีหลักการ จึงไม่น่ากังวลนัก
“เอาเถอะ ตามใจแก
แต่แกให้หัวหน้ากัวช่วย แบบนี้ไม่ต้องให้สินน้ำใจเขาหน่อยเหรอ? ก็ในเมื่อมันเป็นกิจการหาเงินนี่นา”
สวี่เฉิงโฮ่วไม่รู้เรื่องการค้าขาย แต่เรื่องมารยาทน้ำใจคนเขารู้ดี
เมื่อก่อนเวลาใครฝากใครหางานหรือหาของ ต้องมีค่าน้ำใจเรียกว่าค่าแนะนำ
ไม่รู้สมัยนี้ยังมีอยู่ไหม แต่ยังไงถ้าจะให้คนช่วย ก็ต้องให้ค่าตอบแทนสมควรอยู่ดี
“ใช่ เรื่องนี้ผมคุยกับพวกเจี้ยนเซ่อแล้ว จะให้พี่กัวร่วมลงทุนด้วย
เขาไม่ใช่คนอื่นคนไกล พวกเราก็รบกวนเขามาหลายเรื่องแล้ว ไม่ควรทำให้เขาเสียเปรียบ”
ทางกัวโส่วเย่ จะต้องให้ผลตอบแทนอย่างเต็มที่
ไม่ใช่แค่คราวนี้ แต่เรื่องอื่นในอนาคตก็ยังอาจต้องพึ่งพาเขาอีก ถ้าไม่ให้ของตอบแทนจะได้ยังไงกัน?
สวี่เฉิงโฮ่วได้ยินแล้วก็พยักหน้า พอใจ ลูกชายคนที่สามของเขาจัดการเรื่องพวกนี้ได้ดีทีเดียว
“อืม เรื่องนี้พ่อก็แค่เตือนลูกไว้ ถ้าลูกแค่ทำเล่น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็แล้วไปเถอะ
แต่ถ้าคิดจะทำให้ใหญ่ขึ้นหน่อย ก็ควรไปคุยกับเลขาอวี่ของกองการผลิต แล้วก็เลขาเฉินของชุมชนให้เรียบร้อย
มีอะไรขึ้นมา ทางกองจะได้ช่วยแบกรับบางส่วนให้ลูกได้บ้าง”
สวี่เฉิงโฮ่วอายุมากแล้ว มีประสบการณ์เยอะ เลยอดไม่ได้ที่จะเตือนสวี่ซื่อเยี่ยนไว้ก่อน
“ได้ ผมเข้าใจแล้วพ่อ เรื่องนี้ผมระวังไว้ในใจแล้วครับ”
สวี่ซื่อเยี่ยนยิ้ม รู้เลยว่าตอนนี้พ่อหันมาคิดเผื่อลูกอย่างเขาทุกเรื่อง ชนิดที่บางทีเขาเองยังคิดไม่ถึง
“อ้อ แล้วก็ยังมีอีกเรื่องนะ วันที่ห้า เจ้ารองเอาเงินกลับมาให้ 200 หยวน
บอกว่าเขายังหาได้เท่านี้ก่อน ส่วนที่เหลือจะทยอยหาแล้วเอามาให้ทีหลัง
เงิน 200 หยวนนี้ พ่อให้ลูกเอาไป ถือว่าเจ้ารองเขาร่วมลงทุนด้วย
ลูกก็ไม่ต้องพูดอะไรนะ ทีหลังถ้ามีงานหนัก ๆ ก็เรียกเขาช่วยหน่อย ไม่ว่าอนาคตจะได้กำไรแค่ไหน ก็อย่าลืมแบ่งให้เขาส่วนนึง”
สวี่เฉิงโฮ่วยื่นเงิน 200 หยวนให้กับสวี่ซื่อเยี่ยน ถือเป็นการช่วยพี่รองของเขาร่วมลงหุ้นไปเงียบ ๆ
“เฮ้อ ฉันมีลูกชายตั้งห้าคน
เมื่อก่อนก็คิดว่าพวกที่ฉลาด ๆ ทำงานดี ๆ น่ะจะดูแลเราได้ตอนแก่
แต่พอมาดูตอนนี้ ยิ่งฉลาดก็ยิ่งเห็นแก่ตัว กลับกลายเป็นลูกสองคนนี้ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรกลับดีกว่า”
คำโบราณที่ว่าคนลำเอียงเลี้ยงลูกไม่ขึ้นนั้น ไม่เคยผิดเลย
คนโตเป็นลูกชายคนแรก ตั้งแต่เด็กก็ได้รับความรักความหวังจากพ่อแม่ แม้แต่สวี่ซื่อเซียนจะเคยก่อเรื่องใหญ่แค่ไหน สวี่เฉิงโฮ่วก็ยังฝากความหวังไว้กับเขา
ลูกสี่ฉลาด ลูกห้ารอบรู้ พ่อแม่ก็รัก แต่ยิ่งรักก็ยิ่งเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่สนใจพ่อแม่
กลับกลายเป็นลูกชายคนที่สองที่ชอบก่อเรื่อง ถูกดุตลอดเวลา และลูกชายคนที่สามที่ดูหงอยเหงา ไม่เคยได้รับความสนใจมากนัก
เมื่อก่อนคิดว่าไม่มีทางได้ดี กลับกลายเป็นสองคนนี้ที่กตัญญูที่สุด
พอสวี่ซื่อเยี่ยนได้ยินว่าพี่ชายรองหาเงินมาให้ เขาก็ทั้งตกใจและดีใจ
“พี่รองผมนี่ เงินสองร้อยหยวนนี้ไม่รู้ไปยืมใครมาหรือเปล่า บางทีอาจจะยังปิดพี่สะใภ้อยู่เลย
ได้ครับ ผมจะฟังพ่อให้เขาร่วมด้วย”
ตอนนี้สวี่ซื่ออันกำลังทำงานอยู่ที่ฟาร์ม และกำลังจะสร้างเรือนปลูกไม้ดอก เรื่องปลูกคลิเวียก็ปิดเขาไว้ไม่ได้อยู่แล้ว
แบบนี้ก็ดี จะได้พาเขาร่วมมือกันไปเลย ทีหลังพี่น้องคนอื่นจะพูดอะไรก็ยังมีเรื่องนี้อ้างได้
ครอบครัวอยู่กินกันที่นั่นจนบ่ายสี่โมงถึงได้กลับบ้าน
ดีที่มีพ่อแม่อยู่ดูแล บ้านพักกับเรือนปลูกไม้ดอกก็มีการก่อไฟทำความร้อนไว้หมดแล้ว ข้างในเลยอบอุ่นดี
เมล็ดพันธุ์ที่เพาะในเรือนปลูกไม้ดอกก็เริ่มงอกแทงยอดขึ้นมาทีละนิด อัตราการงอกก็นับว่าไม่แย่
สวี่ซื่อเยี่ยนเลยมั่นใจในการเพาะพันธุ์คลิเวียมากขึ้นอีกหน่อย
เช้าวันที่แปดเดือนอ้าย สวี่ซื่อเยี่ยนออกเดินทางไปหากัวโส่วเย่ที่ซงเจียงเหอ
กัวโส่วเย่พอเห็นสวี่ซื่อเยี่ยน ก็รีบบอกทันทีว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เขาช่วยถามไถ่หาคนไว้หลายแห่ง
ทั้งสำนักป่าไม้ฉวนหยาง ลู่สุ่ยเหอ ไป๋เหอ ซานฉ๋า และที่อื่น ๆ ถ้าในบ้านญาติเพื่อนฝูงมีใครอยู่ก็ขอให้ช่วยถามแล้ว และก็ใช่เลย ว่ากันว่าพบอยู่ไม่น้อย
“นี่เป็นที่อยู่ทั้งหมด เวลานายไปหาใครก็บอกเลยว่าฉันเป็นคนแนะนำมา เขาจะเข้าใจเอง”
กัวโส่วเย่ยื่นสมุดเล่มเล็กให้สวี่ซื่อเยี่ยน ข้างในจดที่อยู่กับรายชื่อคนไว้เต็มไปหมด
“โอ้โห ผมต้องขอบคุณพี่กัวให้มากเลย พี่ช่วยผมไว้เยอะจริง ๆ
พี่ครับ พี่ไม่ต้องห่วงเลย ถ้าผมทำเงินได้ขึ้นมา จะไม่มีทางลืมบุญคุณพี่เด็ดขาด”







