“น่าจะหิวแล้วล่ะ อิงจื่อร่างกายยังอ่อนแอ ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีน้ำนม
เมื่อกี้แม่เพิ่งให้เด็กทั้งสองกินน้ำกลูโคสไปหน่อย แต่ไม่อยู่ท้องเลย นี่ไงถึงได้ร้องไห้อีกแล้ว”
โจวกุ้ยหลานอุ้มหลานชายกล่อมพลางพูดเบา ๆ กับลูกชาย
“เด็กสองคนนี้ไม่เหมือนสมัยตอนเจ้าหยวนหยวนกับผิงผิงเลย ตอนนั้นยังเลี้ยงง่ายกว่านี้เยอะ คนใดคนหนึ่งเริ่มร้อง อีกคนก็ร้องตามทันทีเลย”
เด็กสองคนเลี้ยงยากกว่าคนเดียวมาก จะฉี่ก็ร้อง หิวก็ร้อง แค่ไม่สบายตัวนิดหน่อยก็ร้อง และถ้าคนหนึ่งร้อง อีกคนก็ร้องตามทันที
ทั้งโจวกุ้ยหลานกับสวี่ซื่อฉิน ไม่ได้หยุดมือพักเลยทั้งบ่าย ถูกสองเจ้าตัวเล็กป่วนจนหัวหมุนแทบไม่ไหว
“แม่ไม่ต้องห่วง ผมพาแม่แพะที่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่กี่วันกลับมาด้วย
เดี๋ยวผมจะกลับไปรีดนมมาต้ม ใส่ขวดนมให้เด็ก ๆ กิน
ตอนนี้ให้กินไปก่อน อย่าให้ร้องไห้ รอดูว่าอิงจื่อจะมีน้ำนมเมื่อไหร่แล้วค่อยว่ากัน”
ในตอนนี้ สวี่ซื่อเยี่ยนรู้สึกดีใจมากที่เขาเตรียมตัวไว้ก่อน
ไม่อย่างนั้น ถ้ารอให้ค่ำแล้วค่อยกลับไปฟาร์มอีก เขาคงเหนื่อยจนไม่เป็นอันทำอะไร และอาจทำให้เรื่องล่าช้าอีกด้วย
“งั้นก็รีบไปสิ! เด็กสองคนคลอดมาตั้งแต่เช้า จนตอนนี้ยังไม่ได้กินนมเลย”
โจวกุ้ยหลานเร่งให้ลูกชายรีบกลับไปรีดนมแพะโดยด่วน
ทำอะไรไม่ได้ เพราะในห้องคลอดของโรงพยาบาล ตอนนี้มีแค่ซูอันอิงคนเดียวที่เป็นคุณแม่หลังคลอด จะไปขอน้ำนมจากแม่คนอื่นก็ไม่มี
ในหมู่บ้านก็มีแม่เพิ่งคลอดไม่นานอยู่บ้าง แต่ทั้งโจวกุ้ยหลานกับลูกสาวก็ออกไปไหนไม่ได้
เพราะซูอันอิงยังสลบไสลอยู่ แล้วเจ้าหยวนหยวนกับผิงผิงก็อยู่ด้วย ถ้าพวกเธออุ้มเด็กออกไปข้างนอก ก็จะไม่มีใครเฝ้าอยู่ที่นี่เลย
“แม่ น้องหก อยู่ดูแลตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมจะพาเจ้าสองคนนี้กลับบ้าน”
“ผิงผิง หยวนหยวน ไปกับพ่อ กลับบ้านกัน ไปรีดนมให้น้องๆกันเถอะ”
สวี่ซื่อเยี่ยนพูดพลางอุ้มลูกสาวขึ้นมา ส่วนเจ้าหยวนหยวนก็ยื่นมือเล็ก ๆ ให้พ่อจับไว้ พ่อกับลูกสามคนก็เดินออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านด้วยกัน
โชคดีที่โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ไม่นานก็ถึงบ้าน สวี่ซื่อเยี่ยนรีบค้นหาลูกอมสองเม็ดมาให้ลูกทั้งสอง
ต้องปลอบเจ้าตัวเล็กสองคนให้ได้ก่อน ไม่ให้กวน พ่อถึงจะทำงานได้อย่างสบายใจ
ไม่ว่ายุคไหน เด็กก็แพ้ของหวานเสมอ พอได้ลูกอมก็ดีใจกันใหญ่
“ขอบคุณค่ะพ่อ” ผิงผิงยังไม่ลืมจะกอดพ่อแล้วหอมแก้มหนึ่งทีเพื่อขอบคุณด้วย
“กินลูกอมดี ๆ นะ พ่อจะไปทำงาน ถ้าปอกเปลือกลูกอมไม่ออกก็ให้พี่ชายช่วยนะ”
โอ้ย หัวอกพ่อคนนี้ละลายจนแทบจะเป็นน้ำอยู่แล้ว
แต่สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่ได้ช่วยแกะเปลือกลูกอมให้ลูกเอง เขายังโยนภารกิจสำคัญให้ลูกชายแทน
เป้าหมายก็เพื่อเพิ่มระดับความยากนิดหน่อย
แม้หยวนหยวนจะฉลาด แต่ก็ยังเด็ก มือยังไม่คล่องเท่าไหร่
จะแกะเปลือกลูกอมสองเม็ดให้เสร็จ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร มีอะไรให้ทำ เด็กก็จะไม่ก่อกวน
พ่อใจร้ายหน่อยๆ คนนี้ก็โยนงานให้ลูกชาย แล้วหยิบอุปกรณ์ไปรีดนมแพะ
พอเขารีดนมกลับมาเสร็จพอดี เจ้าหยวนหยวนเพิ่งจะแกะเปลือกลูกอมของตัวเองเสร็จพอดี
ส่วนผิงผิงนั้น แน่นอนว่าพี่ชายช่วยแกะให้ก่อน ตอนนี้กำลังอมลูกอมอย่างมีความสุข
สวี่ซื่อเยี่ยนก็เตรียมฟืนก่อไฟ วางหม้ออลูมิเนียมเล็กไว้บนอิฐสองก้อน ต้มนมแพะให้เดือด จากนั้นก็ปล่อยให้เย็น แล้วเทใส่ขวดนม
เสร็จแล้ว เขาก็อุ้มลูกสาว พาลูกชายไปฝากไว้บ้านข้าง ๆ กับภรรยาของซุนเสี่ยวเฟิง ให้ช่วยดูแลไว้สักพัก
พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย สวี่ซื่อเยี่ยนจึงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล
พอไปถึง เขาก็เห็นว่าซูอันอิงถูกเสียงร้องของลูกปลุกให้ตื่นขึ้นมากำลังพยายามให้นมลูก
แต่ร่างกายของเธอยังอ่อนแอ และยังไม่มีน้ำนม เด็กทั้งสองเลยได้แต่ดูดเต้าเปล่า ๆ พอดูดแล้วไม่มีนม ก็ไม่พอใจ ร้องไห้ต่อทันที
“โอ๊ย ลูกพ่อ อย่าร้องเลย เสียงพวกหนูดังไปทั่วโรงพยาบาลแล้ว มา ๆ พ่อเอานมมาให้แล้ว!”
สวี่ซื่อเยี่ยนรีบยื่นขวดนมให้โจวกุ้ยหลาน แล้วตัวเองก็รีบอุ้มลูกคนหนึ่งขึ้นมาให้นมด้วยความระมัดระวัง
เจ้าหนูที่หิวจนแทบทนไม่ไหว ไม่สนหรอกว่านี่คือนมแพะหรือนมอะไร ขอแค่มีอะไรให้กินก็พอแล้ว
ดูดนมเสียงดัง แจ๊บ แจ๊บ ดูดไปได้เยอะ ในที่สุดก็หยุดร้องไห้สักที
พอสองแฝดอิ่มท้อง ได้เรอเบา ๆ แล้วก็หลับไปในเวลาไม่นาน ทำเอาโจวกุ้ยหลานกับทุกคนโล่งอกกันไปหมด
“อิงจื่อ เธอพักต่ออีกหน่อยนะ ฉันจะรีบกลับไปทำกับข้าวให้”
โจวกุ้ยหลานเห็นว่าเริ่มสายแล้ว ก็รีบวางเด็กลงข้าง ๆ ซูอันอิงอย่างเบามือ จากนั้นก็ชวนสวี่ซื่อฉินกลับบ้านไปช่วยกันทำอาหาร
การมาถึงของฝาแฝดชายหญิง ทำเอาคนในบ้านสวี่ตั้งตัวกันไม่ทัน
เจ้าตัวน้อยทั้งสองเลี้ยงยากเอาเรื่อง ถ้าคนหนึ่งร้อง อีกคนก็ร้องตาม เวลาหิวก็หิวพร้อมกัน ฉี่หรืออึก็พร้อมกัน ถ้าช้ากว่านิดหน่อยก็ร้องเสียงดังบ้านแทบแตก
ผู้ใหญ่ในบ้านสี่คน ถูกเด็กสองคนปั่นป่วนเสียจนวุ่นวายกันไปหมด
แต่ก็พอประคับประคองผ่านมาได้สองวัน เช้าวันที่สามก็จัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาล กลับบ้านเรียบร้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ซูอันอิงก็เริ่มมีน้ำนมแล้ว เด็ก ๆ ได้กินนมแม่ ก็เลยไม่งอแงเท่าช่วงแรก
โชคดีที่ฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน สวี่ซื่อเยี่ยนขึ้นเขาไปจั บกบหิมะได้แม่ลูกอ่อนมาแล้วก็เก็บไขมันกบหิมะไว้เยอะพอสมควร
ของพวกนี้บำรุงร่างกายดีมาก โดยเฉพาะช่วยฟื้นฟูหลังคลอดและกระตุ้นน้ำนม ถึงจะมีลูกสองคนก็กินนมได้พอเพียง
ครอบครัวของซูอันอิงเพิ่งจะจัดแจงเรียบร้อย พ่อแม่ของเธออย่างซูเหวยจงกับภรรยาก็พาน้องสาวคนที่ห้าและหกมาเยี่ยมถึงบ้าน
“พอรู้ว่าอิงจื่อคลอดลูกแฝด ฉันจะอยู่เฉย ๆ ได้ยังไง? ก็เลยปรึกษากับแม่ของเธอว่าจะรีบมาดูให้เร็วที่สุด ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้
เด็กสองคนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดูแล ถ้าคนดูแลไม่พอก็คงลำบาก”
ซูเหวยจงไม่สะดวกเข้าไปในห้องพักฟื้นเพื่อเยี่ยมลูกสาว เลยนั่งอยู่ที่ห้องฝั่งตะวันออก พูดคุยกับสวี่ซื่อเยี่ยนแทน
“ครั้งนี้จะให้ลูกสาวคนเล็กอยู่ที่นี่ ช่วยอิงจื่อเลี้ยงเด็กไปก่อน
ไม่งั้นลูกสี่คนของนาย โดยเฉพาะสองคนเล็กคงดูแลยากแน่ แค่แม่กับแม่ยายของเธอก็เอาไม่อยู่แล้ว”
ลูกสาวทั้งหกของตระกูลซู คนที่สามแต่งงานไปแล้วเมื่อฤดูหนาวเมื่อสองปีก่อน กับครอบครัวหลัวในหมู่บ้านเดียวกัน คนที่สี่ก็แต่งไปที่หมู่บ้านซวงหลงเมื่อปีก่อน
คนที่ห้าตอนนี้อายุสิบเก้า คนที่หกอายุสิบเจ็ด ทั้งคู่เรียนจบมัธยมต้นแต่ไม่ได้สอบเข้าเรียนต่อที่ไหน ก็เลยต้องทำงานในทีม
ซูอันฮวา น้องสาวคนเล็กสุด ถูกตามใจตั้งแต่เด็ก งานหนักในไร่ก็ไม่ค่อยไหว ได้แต้มแรงงานน้อย
ซูเหวยจงเลยอยากให้ซูอันฮวามาช่วยพี่สาวดูแลเด็ก ๆ ก็ถือว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของซูอันอิงด้วย
“โอ๊ย อย่างนั้นก็ดีเลย!”
สวี่ซื่อเยี่ยนดีใจสุด ๆ ตอนได้ยินเรื่องนี้ เขาอยากได้คนช่วยงานเพิ่มอยู่พอดี
ซูอันอิงอยู่ไฟ สวี่ซื่อฉินก็ต้องไปทำงานประจำ ไร่โสมก็ยังมีงานเหลืออีกมาก
สวี่ซื่อเยี่ยนเองก็ไม่สามารถอยู่ดูแลภรรยาทั้งเดือนโดยไม่ทำงานได้
ถ้าเขาต้องขึ้นเขา ก็จะเหลือแค่โจวกุ้ยหลานดูแลทั้งในบ้านและนอกบ้านคนเดียว แบบนั้นคงไม่ไหว อาจถึงขั้นไม่มีเวลากินข้าวเลยก็ได้
ช่วงนี้ในบ้านกำลังขาดคน ยิ่งพ่อตาหยิบยื่นมือเข้ามาช่วย เสนอตัวให้น้องสาวภรรยามาช่วย ก็เหมือนฝนที่ตกถูกที่ถูกเวลา
แต่งงานมาเป็นลูกเขยบ้านนี้หลายปี สวี่ซื่อเยี่ยนรู้ดีว่าพ่อตาเป็นคนยังไง ไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม เขาเองก็ไม่พูดให้มากความ
“งั้นก็ต้องขอบคุณพ่อ ขอบคุณน้องหกด้วย เอาจริง ๆ ผมก็กำลังกลุ้มใจอยู่เลย
อิงจื่ออยู่ไฟ แถมอยู่ดี ๆ ได้ลูกมาสองคน ผมเองก็ต้องดูทั้งไร่โสมกับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ มันดูไม่ทั่วถึงเลยครับ”
พ่อตาช่วยคลี่คลายปัญหาใหญ่ขนาดนี้ สวี่ซื่อเยี่ยนก็ต้องกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
“คนในครอบครัวเดียวกัน จะไปพูดเรื่องขอบคุณทำไม?
ฮวาเอ๋อร์โตมากับอิงจื่อ มาช่วยดูแลพี่สาวก็เป็นเรื่องที่ควรอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
ซูเหวยจงโบกมือยิ้ม ไม่ถือสาอะไรเลย







