พ่อตาแม่ยายพาน้องสาวภรรยามาเยี่ยมหลานคนใหม่ แน่นอนว่าสวี่ซื่อเยี่ยนต้องต้อนรับอย่างดี
โชคดีที่ตอนนี้ฐานะทางบ้านดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ในเขตซงเจียงเหอสามารถหาซื้อของได้แทบทุกอย่าง บางอย่างไม่ต้องใช้คูปองอีกแล้ว แค่ราคาสูงหน่อยเท่านั้น
แต่สำหรับสวี่ซื่อเยี่ยนแล้ว นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย เขากวาดซื้อวัตถุดิบต่างๆ มาทำอาหารชุดใหญ่โตตั้งโต๊ะต้อนรับ
ทำเอาพ่อตาแม่ยายปลื้มอกปลื้มใจ ต่างชมว่าซูอันอิงโชคดีจริงๆ ที่ได้สามีดี
ซูเหวยจงเป็นหัวหน้าผลิตของทีมเกษตร พอช่วงนี้มีงานในไร่ยุ่งมาก จึงอยู่ได้แค่วันเดียวก่อนจะต้องกลับไป
ส่วนแม่ยาย “ฮันซื่อ” อยู่ต่อที่บ้านสวี่ซื่อเยี่ยนอีกหนึ่งสัปดาห์ เพื่อช่วยดูแลซูอันอิงและลูกๆ
เมื่อมีฮันซื่อกับลูกสาวช่วยเหลือ โจวกุ้ยหลานก็เบาแรงลงไม่น้อย ขณะที่สวี่ซื่อฉินก็ได้กลับไปทำงานตามปกติ
ฮันซื่ออยู่ครบหนึ่งสัปดาห์ก็เริ่มห่วงบ้าน เลยขอตัวกลับ
ก่อนกลับยังย้ำลูกสาวคนสุดท้อง “ซูอันฮวา” ที่จะอยู่ช่วยดูแลพี่สาวกับหลาน ให้มีไหวพริบ รู้จักช่วยงานเท่าที่ทำได้
ซูอันฮวารับปากเรียบร้อย ฮันซื่อจึงกลับบ้านด้วยความสบายใจ
เดือนมิถุนายน งานในไร่โสมมีมาก ต้องดูแลเยอะ แถมยังต้องเตรียมปุ๋ยสูตรพิเศษสำหรับแปลงโสมด้วย
สวี่ซื่อเยี่ยนตอนนี้ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่เทคนิคโสมของทีมสอง แต่ยังเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคโสมของชุมชนตงกังอีกด้วย จะให้นั่งอยู่บ้านเฝ้าภรรยาคลอดลูกเฉยๆ คงเป็นไปไม่ได้
เมื่อปีที่แล้ว แปลงโสมที่ลำธารเสี่ยวเฮยเหอทดลองเก็บเกี่ยวโสมรุ่นแรกออกขาย
ตอนทดลองปลูกโสมบนพื้นที่ 200 จั้งนั้น เขาใส่ทั้งปุ๋ยรองพื้น ปุ๋ยตามฤดูกาล และดูแลจัดการแปลงโสมในช่วงหลังอย่างดี
ผลผลิตออกมาสูงถึง 25 ชั่งต่อต่อจั้ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิมถึง 50% เลยทีเดียว
การทดลองใช้ปุ๋ยในไร่โสมของทีมสองจึงประสบความสำเร็จ พูดได้ว่าเป็นสถิติสูงสุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เรื่องนี้แน่นอนว่าอวี่โส่วกวงจะปิดบังไม่ได้ ต่อให้เขาอยากปิดก็คงทำไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือผลงานชิ้นใหญ่ จะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่ไม่รีบรายงาน
อวี่โส่วกวงรีบรายงานขึ้นไป จากนั้นข่าวก็แพร่ไปทั่วทั้งชุมชนตงกัง แม้แต่ในระดับอำเภอก็รับรู้
ทางอำเภอรีบส่งคนมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ขึ้นเขาไปดูด้วยตาตัวเอง
ได้เห็นโสมหัวโตๆ ขุดขึ้นจากดิน ต่อหน้าต่อตาก็ชั่งน้ำหนักให้เห็นเลย บางแปลงได้ถึง 24-25 ชั่งต่อจั้ง บางที่ได้ถึง 26-27 ชั่งเลยก็มี
ขนาดนี้ ใครจะไม่ตะลึง คนจากอำเภอรีบรายงานต่อทันที
หลังจากนั้น สำนักงานเกษตร บริษัทโสม สำนักงานผลิตภัณฑ์พิเศษ ต่างก็ส่งคนมาสอบถามสูตรปุ๋ยอย่างละเอียด
สวี่ซื่อเยี่ยนในฐานะเจ้าหน้าที่เทคนิคของทีมสอง ผู้รับผิดชอบโดยตรงเรื่องสูตรปุ๋ยสำหรับไร่โสม แน่นอนว่าต้องรับหน้าที่อธิบายต่อผู้ใหญ่
มาถึงขั้นนี้ สูตรปุ๋ยจะปิดไว้ไม่ได้อีกแล้ว
ตอนแรกสวี่ซื่อเยี่ยนบอกจ้าวต้าไห่ว่าเขาได้ยินคนพูดกันในรถไฟ คราวนี้ก็เลยยังใช้คำอธิบายคล้ายเดิม
บอกว่าการใส่ปุ๋ยน้ำจากกากถั่วเขาได้แรงบันดาลใจจากการฟังคนพูดกัน ส่วนสูตรปุ๋ยที่ใช้กากถั่ว เมล็ดซูจื่อ และหินผ่านกระบวนการผสม เป็นผลงานที่เขาวิจัยด้วยตัวเอง
แบบนี้ดูสมเหตุสมผล และไม่ทำให้คำพูดก่อนหน้าขัดแย้งกันจนเกิดข้อสงสัย
พอสูตรเปิดเผย ก็มีเจ้าหน้าที่เอาปุ๋ยตัวอย่างที่สวี่ซื่อเยี่ยนผสมไว้ ส่งไปที่วิทยาลัยเกษตรของมณฑลให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบวิเคราะห์
ไม่นานข่าวก็ตอบกลับมาว่า สูตรนี้ใช้ได้จริง
บวกกับผลผลิตที่ไร่ทีมสองทำได้จริง ก็ไม่มีใครกล้าสงสัยอีกต่อไป
จากนั้น บทความเกี่ยวกับเกษตรกรไร่โสมแห่งทีมสองในชุมชนตงกัง สวี่ซื่อเยี่ยน สหายผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง กล้าคิดกล้าทำ กล้าเสี่ยงทดลอง ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ติดอาวุธทางความคิด วิจัยสูตรปุ๋ยเฉพาะสำหรับไร่โสมจนสามารถเพิ่มผลผลิตและรายได้ ก็ได้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ระดับอำเภอ เมือง และมณฑล
แต่เดิมสวี่ซื่อเยี่ยนก็มีชื่อเสียงในหมู่ผู้นำอำเภออยู่แล้ว จากเรื่องฟาร์มสัตว์ป่า
คราวนี้มาเจอสูตรปุ๋ยโสมที่ช่วยเพิ่มผลผลิตถึง 50% และยังเป็นผลงานของเขาเองอีกด้วย
ผู้นำอำเภอรู้ข่าวนี้แล้ว ก็ยิ่งให้การยอมรับผลงานของสวี่ซื่อเยี่ยนเป็นอย่างสูง
ต้องเข้าใจก่อนว่า การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น
หากจะพัฒนาให้ถึงขนาดที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งอำเภอได้ ก็คงต้องใช้เวลาอีกสักสิบกว่าปี
แต่ปุ๋ยเฉพาะทางสำหรับโสมนี้ไม่เหมือนกันเลย ทั้งอำเภอฝูซง ไม่สิ รวมไปถึงพื้นที่รอบ ๆ ฝูซงอีกมากมาย ต่างก็พึ่งพาการปลูกโสมในการพัฒนาเศรษฐกิจกันทั้งนั้น
ถ้าทุกพื้นที่หันมาใช้ปุ๋ยตัวนี้ แล้วผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในสามปี
รวมพื้นที่ปลูกโสมของทั้งอำเภอเข้าด้วยกัน จะเพิ่มผลผลิตได้มากขนาดไหน? ใครได้ยินเข้าก็ต้องอยากลองกันทั้งนั้น
สุดท้ายผู้นำเขตมีมติเป็นเอกฉันท์
ประกาศให้ทีมที่สองของชุมชนตงกังเป็น “หน่วยงานดีเด่นประจำปี 81”
สวี่ซื่อเยี่ยนก็ได้รับเลือกเป็น “ผู้ผลิตดีเด่น” “แบบอย่างแรงงาน” และ “ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตโสม”
พอเข้าฤดูใบไม้ผลิเดือนมีนาคมปีนี้ สวี่ซื่อเยี่ยนก็ถูกเชิญให้ไปเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลของอำเภอ
มีผู้นำอำเภอมอบรางวัลให้ด้วยตัวเอง ติดดอกไม้สีแดงใหญ่ แล้วก็เชิญให้สวี่ซื่อเยี่ยนขึ้นเวทีพูด
แบ่งปันเทคนิคการผลิตปุ๋ยสำหรับปลูกโสม
ตอนนี้เขายอมเปิดเผยสูตรแล้ว ก็ย่อมไม่หวงวิธีการสอนเทคนิคเหล่านี้
แต่พิธีมอบรางวัลก็มีเวลาจำกัด อีกอย่าง บางอย่างก็อธิบายด้วยปากเปล่าไม่ได้ ต้องดูวิธีทำจริงถึงจะเข้าใจ
สวี่ซื่อเยี่ยนจึงพูดแค่คร่าว ๆ บนเวที แล้วบอกว่า
“ถึงช่วงเดือนหกเดือนเจ็ด ตอนที่ทีมสองของเราหมักปุ๋ย ใครสนใจก็เชิญมาดูงานได้เลย”
พอลงจากเวที ผู้นำของแต่ละชุมชน สถานีเพาะปลูกโสม รวมถึงไร่โสมของรัฐก็เข้ามารุมล้อมเขา
ต่างก็พูดจาสุภาพ ถามไถ่ถึงเทคนิคการทำปุ๋ยโดยละเอียด
มีบางแห่งถึงกับอยากจ้างสวี่ซื่อเยี่ยนไปเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิค
แต่สวี่ซื่อเยี่ยนก็ยังยืนยันเหมือนเดิม ว่าที่ไหนก็สามารถส่งคนมาศึกษาเรียนรู้ได้
ถ้าไม่สะดวกจริง ๆ เขาก็มีลูกศิษย์อยู่หลายคน
ถึงตอนนั้นจะส่งคนของเขาไปสอนแทนก็ได้
สวี่ซื่อเยี่ยนก็มีแค่คนเดียว จะให้เดินทางไปทุกแห่งก็คงไม่ไหว
พอเข้าช่วงเดือนมิถุนายน สถานที่ต่าง ๆ ก็เริ่มโทรมาแจ้งความจำนงว่าจะไปดูงาน
ฝั่งตงกังก็กำหนดวันที่แน่นอนคือ วันที่ 10 มิถุนายน เริ่มลงมือทำกันในวันนั้น ใครอยากเรียนรู้ก็มาได้เลย
วันที่ 10 ชุมชนตงกังได้ขอยืมอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมตงกังแห่งใหม่
ห้องเรียนใหญ่ชั้นสี่ จัดไว้ให้สวี่ซื่อเยี่ยนใช้สอนผู้มาดูงานจากทั่วสารทิศ
อธิบายขั้นตอนการทำปุ๋ยสำหรับโสมอย่างละเอียด รวมถึงเทคนิคเพิ่มผลผลิตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
“การใส่ปุ๋ยให้โสม แบ่งเป็นสองประเภท คือปุ๋ยรองพื้น และปุ๋ยบำรุง
ปุ๋ยรองพื้นมีอยู่หลายวิธี
วิธีที่หนึ่ง ใช้กากถั่วเหลืองบดแล้วหมัก นำมาใช้เดี่ยว ๆ เป็นปุ๋ยรองพื้น
ใช้ประมาณหนึ่งชั่งต่อพื้นที่สิบตารางเมตร
สามปีต่อมาผลผลิตโสมสดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20%”
สวี่ซื่อเยี่ยนเตรียมเอกสารไว้อย่างดีอยู่แล้ว ขึ้นเวทีสอนโดยไม่รู้สึกประหม่า แบ่งหัวข้อออกมาแล้วอธิบายตามลำดับอย่างชัดเจน
“วิธีที่สอง ใช้ปุ๋ยจากเมล็ดซูจื่อ
นำซูจื่อไปคั่วให้สุก แล้วบดละเอียด
หนึ่งชั่งผสมกับดินร่วนประมาณห้าถึงหกชั่ง
ตอนปลูกโสม ให้นำปุ๋ยซูจื่อโปรยลงตรงรากอย่างสม่ำเสมอ
ใช้ประมาณครึ่งชั่งต่อสิบตารางเมตร
สามปีต่อมาผลผลิตเพิ่มขึ้นราว 20%”
“วิธีที่สาม ใช้มูลกวาง
นำมูลกวางไปหมักจนย่อยสลายดี แล้วบดละเอียด ผสมเข้ากับดินปลูก
ใช้มูลกวางประมาณสิบชั่งต่อสิบตารางเมตร
สามปีต่อมาผลผลิตจะเพิ่มขึ้นประมาณ 35%”
“วิธีที่สี่ ใช้ปุ๋ยผสมหลายชนิด
ใช้ซูจื่อคั่วแล้วบด, หินป่นที่ผ่านการหมัก, กากถั่วหมักแห้ง และดินจากเตาอบ
ใช้ในอัตราส่วน 2:2:2:4 คลุกให้เข้ากัน แล้วหมักซ้ำอีกครั้ง
ใช้ประมาณสี่ชั่งต่อสิบตารางเมตร
สามปีต่อมาผลผลิตจะเพิ่มขึ้นประมาณ 25-30%”
“ถ้าไม่มีดินจากเตาอบ สามารถใช้ดินพีทแทนได้ แต่ต้องระวังเรื่องแมลงศัตรูพืช และระยะเวลาหมักครั้งที่สองต้องนานขึ้น เพื่อให้ไข่แมลงและเชื้อโรคในดินพีทถูกทำลายจนหมด จะได้ไม่เกิดโรคและแมลงศัตรูพืชในไร่โสม”







