ช่างเป็นหยกงามเปื้อนฝุ่นเสียจริง เจ้าทำตัวสมกับเรือนร่างหน้าตาอันหล่อเหลานี้หรือ? เจ้าบ้าไปแล้วใช่หรือไม่? ถึงได้ไปสถานที่โสมมเช่นนั้น ที่บ้านไม่ได้สอนหรือว่า เป็นชายหนุ่มอยู่ข้างนอกต้องรู้จักปกป้องตัวเองน่ะ?
ช่างน่าโมโหชะมัด!
มู่หรงอวิ๋นซีกระทืบเท้าด้วยความอับอายและโมโห "ข้าช่างมองคนผิดไปจริงๆ!"
ซินจั๋ว: "?"
พวกสาวใช้ต่างก็อ้าปากค้าง รีบเตือนเสียงเบา "คุณหนูรอง ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ?"
"เอ๊ะ..."
มู่หรงอวิ๋นซีหน้าแดงระเรื่อยิ่งกว่าเดิม รีบบีบผ้าเช็ดหน้า หัวเราะเบาๆ ย่อตัวคำนับ "ขอเรียนให้คุณชายทราบ สถานที่เริงรมย์เช่นนั้นสกปรกที่สุด ท่านจะหาหญิงสาวจากตระกูลดีๆ สักคนก็คงไม่ใช่เรื่องยาก เหตุใดต้องไปที่นั่นด้วยเล่า?
หากยามค่ำคืนรู้สึกกลัดกลุ้ม มิสู้ฝึกฝนวิทยายุทธ์ หรือเป่าขลุ่ยเป่าเซียว แต่งกวีวาดภาพอะไรทำนองนั้น ก็ล้วนแต่ดีเยี่ยม..."
"?"
'ซินจั๋วรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย แค่ถามทาง มันยากเย็นขนาดนี้เลยหรือ? นี่นางชอบทำตัวเป็นผู้ชี้แนะขนาดไหนกัน?'
เขาหันหลังเดินจากไปทันที
"ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ หยุดเดี๋ยวนี้" มู่หรงอวิ๋นซีรีบก้าวตามไปสองสามก้าว เมื่อเห็นซินจั๋วไม่สนใจ จึงจำใจเอ่ยว่า "อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ซ้ายมือหลังที่เจ็ด ข้ามสะพานข้างหน้าไป"
ซินจั๋วมองไปฝั่งตรงข้าม อดไม่ได้ที่จะด่ากราดไปถึงพี่น้องของมู่หรงซิวในใจ ที่เขาตามหาคือหันหน้าไปทางทิศตะวันออกหลังพิงทิศตะวันตกซ้ายมือหลังที่เจ็ด แต่ที่เจ้านั่นบอกมาคือ หันหน้าไปทางทิศตะวันตกหลังพิงทิศตะวันออกซ้ายมือหลังที่เจ็ด!
'พวกเรามาจากทางทิศตะวันตก เจ้ากลับอธิบายจากทางทิศตะวันออกด้วยความเคยชิน ข้าที่เป็นโจรภูเขาจะไปเข้าใจได้อย่างไร?'
"ขอบคุณมาก!"
เขาพยักหน้า ก่อนจะเดินไปทางสะพานที่อยู่ไม่ไกล
มู่หรงอวิ๋นซีหยุดชะงัก จากนั้นก็กระทืบเท้าแล้ววิ่งตามไปอย่างไม่ยอมแพ้
สาวใช้ด้านหลังและองครักษ์ในเงามืดรีบตามไปทันที "คุณหนูรอง ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ?"
"ข้ายังไม่ได้บอกเขาเลยว่าบ้านข้าอยู่ที่ไหน แล้วข้าชื่ออะไร!"
มู่หรงอวิ๋นซีพูดอย่างเป็นเรื่องชอบธรรมว่า "อีกอย่าง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างเขาจะไปหอเคลิ้มใจจริงๆ ฮึ!"
สาวใช้กล่าวอย่างประหลาดใจ "คุณหนูรอง ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน ยิ่งไปกว่านั้น... ท่านไม่ได้ชอบหัวหน้าใหญ่มือปราบหรือเจ้าคะ? ท่านผู้นำตระกูลก็รับปากแล้วด้วย!"
"ไม่ล่ะ!" มู่หรงอวิ๋นซีหรี่ตาลง "ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าไม่ชอบเจ้าคนตัวใหญ่นั่นแล้ว หน้าตาก็ไม่หล่อ แถมยังมีสิวอีก จู่ๆ ข้าก็รู้สึกว่าเขาอัปลักษณ์มาก ตัวก็เหม็นเหงื่อ น่าเบื่อจะตายชัก! คนนี้หล่อกว่าตั้งเยอะ ว่าแต่ คุณชายท่านนี้ชื่ออะไรนะ?"
"ไม่ได้ถามเจ้าค่ะ!"
...
"คุณหนูรีบดูสิเจ้าคะ เรือบุปผาบนแม่น้ำเยอะมากเลย สวยงามจริงๆ!"
แม่หนูน้อยตงหลิงคืนนี้มีความสุขเป็นพิเศษ ชี้ชวนให้ดูโน่นดูนี่ไปทั่ว ทว่ายามนั้นสายตานางพลันชะงัก ชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง "เอ๊ะ? คุณหนูรองสายตรงตระกูลมู่หรง มู่หรงอวิ๋นซี นางก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือนี่"
ซูเมี่ยวจิ่นปรายตามองผ่านๆ อย่างไม่ใส่ใจ แน่นอนว่านางรู้จักมู่หรงอวิ๋นซี แต่ก็แค่เคยคุยกันสองสามคำ ไม่ได้สนิทสนมอะไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้พี่ชายของอีกฝ่ายกลายเป็นโจรภูเขา ทั้งยังเคยหยามเกียรตินางถึงเพียงนั้น ทำให้นางมีมุมมองต่อตระกูลมู่หรงเปลี่ยนไปเล็กน้อย จึงยิ่งไม่อยากเข้าใกล้มู่หรงอวิ๋นซีเข้าไปอีก
ทว่าเพียงแค่ปรายตามองอย่างไม่ใส่ใจ นางกลับเห็นร่างอันคุ้นตาอยู่เบื้องหน้ามู่หรงอวิ๋นซี จนอดไม่ได้ที่จะชะงักงันไป
...
ซินจั๋วมายืนอยู่หน้า 'หอเคลิ้มใจ' แล้ว
นี่คือสิ่งปลูกสร้างโครงสร้างซับซ้อนที่มีหลายเรือนซ้อนทับ เสาและคานแกะสลักวิจิตรบรรจง ทาสีสันตระการตา ดูโอ่อ่ากว่าหอนางโลมและลานบ้านโดยรอบอยู่หลายส่วน หน้าประตูแขวนโคมแดงสว่างไสวเรียงรายหลายแถว เพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้ ร่างกายก็จะถูกอาบย้อมไปด้วยแสงสีแดง ทำให้ในใจอดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกวาบหวามขึ้นมาหลายส่วน
ป้ายชื่อ 'หอเคลิ้มใจ' บนซุ้มประตูเขียนด้วยลายมือตวัดพลิ้วไหวราวกับมังกรผงาดหงส์เหิน ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของกวีเอกท่านใด
สองข้างของป้ายชื่อเป็นระเบียงทางเดินที่ยื่นออกมาเล็กน้อยคล้ายกับหอคอย มีหญิงสาวสวมเสื้อผ้าแพรพรรณบางเบา เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวผ่องยืนเรียงราย พวกนางโบกสะบัดผ้าเช็ดหน้าเบาๆ สายตาร้อนแรงจ้องมองคนเดินถนนเบื้องล่างทุกคน
พวกนางอาจจะไม่ได้สวยอะไรมากนัก ทว่าการแต่งหน้าเข้มจัด จับกลุ่มกันสามห้าคน โพสท่าทางยั่วยวน ประกอบกับกลิ่นเครื่องประทินโฉมที่ฉุนกึก ทำให้ยากที่ในใจผู้คนจะไม่เกิดความรู้สึกกำหนัดขึ้นมา จนแทบอยากจะตะโกนออกไปสักประโยค:
"นังตัวดี ข้าจะ xxx"
'ชาติก่อนข้าไม่กล้าเข้าสถานที่แบบนี้หรอก ไม่มีเงิน'
ซินจั๋วทอดถอนใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างใน ทันทีที่เข้าประตูใหญ่ไป ก็ต้องตาพร่าอีกครั้ง การตกแต่งด้านในยิ่งโอ่อ่าตระการตา ทั่วทั้งบริเวณเป็นสีเหลืองทองประดับประดาด้วยดอกไม้สีแดง ลายเมฆมงคล และลวดลายอันน่าละอาย
ชั้นหนึ่งเป็นโต๊ะรวม ชั้นสองเป็นห้องส่วนตัว ตรงกลางมีพรมแดงทอดยาวตรงไปยังบันไดขึ้นชั้นสอง
เวลานี้โต๊ะรวมชั้นหนึ่งมีคนนั่งอยู่กว่าครึ่งแล้ว กลุ่มบ่าวรับใช้สวมชุดเขียวหมวกใบเล็กยกสุราอาหารเดินขวักไขว่ไปมา ทั้งยังมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยคอยชะเง้อมอง รินสุราคะยั้นคะยอให้ดื่ม
ช่างคึกคักเสียนี่กระไร!
"แหม! คุณชาย ท่านไม่ได้มาเสียนานเลยนะเจ้าคะ!"
สตรีวัยสามสิบเศษที่แต่งหน้าจัดจ้านนางหนึ่งส่งรอยยิ้มมาก่อนคำพูด นางตบไหล่ซินจั๋วเบาๆ จากนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย พิเคราะห์มองซินจั๋วอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่ใช่สตรีปลอมตัวเป็นบุรุษก็วางใจลง "ช่างเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้ ตัวข้าเพิ่งเคยเห็นเด็กหนุ่มที่งดงามถึงเพียงนี้เป็นครั้งแรก วันนี้ไม่ว่าท่านจะเรียกหาหญิงสาวหรือสั่งสุราอาหาร ข้าลดให้ท่านครึ่งราคาไปเลย!"
'ดูสิ! คำพูดคำจานี้ ความฉลาดทางอารมณ์แบบนี้ พนักงานขายหญิงในชาติก่อนคนไหนจะสู้ได้บ้าง?'
'พวกท่านยังรับเด็กเดินโต๊ะอยู่หรือเปล่า ข้าโคตรชอบที่นี่เลย'
ซินจั๋วเกือบจะหลุดปากพูดประโยคหนึ่งออกไป เขาไอเบาๆ "ข้ามาหาแม่นางคนหนึ่งน่ะ!"
"คนที่มาที่นี่ มีสักกี่คนกันที่ไม่มาหาหญิงสาว?"
หญิงสาวทำหน้าเหมือนเข้าใจดี นางดึงมือเขา พาไปนั่งที่โต๊ะว่างด้านในสุด โบกมือเรียกบ่าวรับใช้ให้นำสุรามาหนึ่งกา ขนมสองตำลึง ก่อนจะแอบขยับเข้าไปใกล้ จ้องมองใบหน้าของซินจั๋ว ดวงตาแทบจะหยาดเยิ้มเป็นน้ำ "คุณชายน่ารักน่าชังจริงๆ พี่สาวไม่ได้ต้อนรับแขกมาเป็นสิบปีแล้ว ถึงจะแก่ไปสักหน่อย แต่ลีลาเด็ดนะ ท่าไม้ตายแบบไหนก็ทำได้หมด คืนนี้... ไม่คิดเงินท่าน ถือว่าให้พี่สาวได้กำไรดีหรือไม่?"
พอพูดถึงตอนท้ายน้ำเสียงก็ออดอ้อน ร่างกายอ่อนระทวยไปครึ่งแถบ
'ซินจั๋วชักจะทำตัวไม่ถูก เขาไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมหอนางโลมพวกนี้นัก ไม่รู้ว่าเจ๊คนนี้แค่หยอกเขาเล่น หรือว่าเอาจริง?'
'ความสุขของการเที่ยวผู้หญิงฟรีงั้นหรือ?'
'ใครเที่ยวฟรีใครกันแน่?'
ขณะที่กำลังไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ชายเคราดกที่อยู่ไกลออกไปก็ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด "เจ๊เฟิ่ง ถั่วลิสงนี่มีเส้นผมอยู่ด้วย เกิดอะไรขึ้น? มานี่สิ!"
"พี่สาวไปเดี๋ยวเดียวก็มา หากท่านไม่ถูกใจพี่สาว เดี๋ยวพี่สาวจะหาคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมาให้ เสร็จธุระแล้วก็ต้องให้พี่สาวได้ชิดเชื้อบ้างนะเจ้าคะ โฮะๆๆ..."
สตรีผู้นั้นอยากจะหยิกแก้มซินจั๋วสักที ทว่าเขากลับหลบได้อย่างง่ายดาย นางจึงชะงักไปเล็กน้อย กลอกตาอย่างยั่วยวน ควงเอวส่ายสะโพกเดินจากไป "มาแล้วเจ้าค่ะ มาแล้ว!"
ซินจั๋วถอนหายใจยาว กวาดสายตามองไปรอบๆ ตามที่มู่หรงซิวบอก เสี่ยวหลีฮวาผู้นี้เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งหอเคลิ้มใจ ปกติจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นานๆ ทีเมื่อนึกสนุกถึงจะออกมาบรรเลงเพลงสักสองสามบท
'เดี๋ยวไม่รู้ว่าจะได้เจอนางอย่างไร'
'ที่สำคัญคือไม่รู้จักนี่สิ ดูท่าคงต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมสักหน่อยแล้ว'
"พวกเราเอาห้องส่วนตัวดีหรือไม่ขอรับ?"
"ไม่จำเป็นหรอก ชั้นล่างคึกคักดี!"
เจียงเฮ่อจู๋และกลุ่มคุณชายเดินเข้ามา ไม่ต้องรอให้ใครต้อนรับ พวกเขาก็เดินไปเลือกโต๊ะว่างนั่งลงเอง
ตามมาติดๆ ด้วยซ่างกวนฟ่านชิ่งที่พาสาวใช้ไห่ถังเดินเข้ามาด้วย เดิมทีหอนางโลมไม่อนุญาตให้พาสมาชิกในครอบครัวเข้ามา ทว่าหากให้เงินมากพอและไม่ก่อเรื่อง พวกเขาก็หลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่านไป
ทั้งสองก็เลือกมุมหนึ่งนั่งลงเช่นกัน ซึ่งบังเอิญอยู่ไม่ไกลจากซินจั่วนัก แทบจะประจันหน้ากันเลยทีเดียว
ซ่างกวนฟ่านชิ่งกวาดสายตามองโถงใหญ่ผ่านๆ ก็เห็นซินจั๋วที่อยู่ฝั่งตรงข้าม อดไม่ได้ที่จะอุทานว่า "ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่ดูมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว เร่ร่อนไปทั่ว และดูอมทุกข์เย็นชาเสียนี่กระไร ช่างมีความคล้ายคลึงกับข้าอยู่หลายส่วนทีเดียว!"
ถึงกับจำซินจั๋วไม่ได้ในทันที เพราะวันนั้นบนใบหน้าของซินจั๋วทาขี้เถ้าเอาไว้







