"ฉึก " เส้นผมที่ทั้งหยาบและแหลมคมแทงทะลุเอวด้านหลังของเกาหยาง ยกตัวเขาที่กำลังจะร่วงหล่นให้ลอยค้างอยู่กลางอากาศทั้งเป็น ราวกับปลาที่ถูกเสียบด้วยฉมวก
สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกเย็นเยียบชวนขนลุกที่แผ่ซ่านไปทั่วเอว จากนั้นความเจ็บปวดมหาศาลก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง ก่อนจะพุ่งกลับมาที่บาดแผลตรงเอวในท้ายที่สุด
"อ๊ากกก..." เกาหยางเจ็บปวดทรมานจนอยากจะตายเสียเดี๋ยวนี้
ในความเลือนราง จู่ๆ ในหัวเขาก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา ชิงหลิงทำได้ยังไงกันนะ ตอนที่ถูกแทงทะลุหน้าอกกลับไม่ร้องออกมาสักแอะ เธอไม่เจ็บหรือไง? ถ้าปล่อยฉันไว้แบบนี้ ฉันต้องลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายกับพื้นพร้อมกับร้องโหยหวนจนกว่าจะตายแน่ๆ
"เข็มยักษ์สีดำ" ที่เกิดจากเส้นผมนับพันเส้นพันเกลียวถูกดึงออกจากร่างของเกาหยาง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงพุ่งทะลวงขึ้นสมองของเขาอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็ไม่มีแรงจะร้องอีกต่อไป เหลือเพียงความรู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างหนักหน่วง
ร่างกายของเขาเริ่มร่วงหล่น
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขากลับไม่ตกลงกระแทกพื้น มีพลังบางอย่างค่อยๆ พยุงเขาไว้ พลังนี้มาจากสองจุด จุดหนึ่งคือใต้รักแร้ของเขา ส่วนอีกจุดคือส้นเท้าขวา
เกาหยางลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พบว่าตัวเองยังอยู่กลางอากาศ ข้างกายเขามีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ สวมหน้ากากเท็งกุสีแดงหน้าตาดุร้าย
อีกฝ่ายใช้มือข้างหนึ่งประคองแขนของเกาหยางไว้ ส่วนหลังเท้าของเท้าข้างหนึ่งก็ยันส้นเท้าของเกาหยางเอาไว้ ช่วยพยุงเขาให้ทรงตัวได้อย่างง่ายดาย
"คุณคือ..."
"สิบสองนักษัตร สุนัขสวรรค์" อีกฝ่ายมีน้ำเสียงเป็นเด็กหนุ่ม ฟังดูเกียจคร้านและไร้เรี่ยวแรง ช่างขัดกับหน้ากากอันดุร้ายนั้นอย่างสิ้นเชิง
เกาหยางเพิ่งสังเกตเห็นว่า เขาสวมชุดต่อสู้สีดำ แขนพันด้วยผ้าพันแผลสีขาว ด้านหลังศีรษะมัดผมหางม้าสั้นชี้ฟ้า ให้กลิ่นอายความเป็น "นินจาญี่ปุ่น" นิดๆ
"พวกคุณ..."
"ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง" ชายที่ชื่อสุนัขสวรรค์ไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นอย่างเกียจคร้าน เล็งไปที่ปีศาจผมกลางอากาศ "ตัดแยก"
เกาหยางรู้สึกเพียงว่าอากาศหยุดนิ่งไปหนึ่งวินาที หรือจะพูดให้ถูกก็คือ อากาศตรงหน้าเกิดการบิดเบี้ยวที่เล็กน้อยและซ่อนเร้น
วินาทีต่อมา เส้นผมที่พันธนาการชิงหลิงก็ขาดสะบั้นลงพร้อมกัน
"รับเธอไว้" สุนัขสวรรค์หนีบเกาหยางไว้ แล้ว "บิน" พุ่งตรงไปยังชิงหลิงโดยไม่ขยับเขยื้อนตัว เกาหยางเข้าใจทันที เขากัดฟันทนความเจ็บปวด เอื้อมมือไปคว้าตัวชิงหลิงไว้
"อ๊าก..." ความเจ็บปวดรุนแรงที่เอวทำให้เขาทนไม่ไหวจนต้องร้องออกมา
เด็กหนุ่มที่ชื่อสุนัขสวรรค์ยังคงยื่นมือขวาเล็งไปที่ปีศาจผม
"ตัดแยก"
ความรู้สึกที่มิติหยุดนิ่งและแตกสลายปรากฏขึ้นอีกครั้ง ปีศาจผมถูกผ่าครึ่งในแนวตั้ง ทว่าหัวกะโหลกซึ่งเป็นร่างต้นรับรู้ถึงอันตราย จึงรีบเคลื่อนที่ไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว มันถูกผ่าเส้นผมออกไปกว่าครึ่ง แต่กลับไม่ทำอันตรายถึงตัวกะโหลกเลย
"ตัดอีก"
มิติที่มองไม่เห็นเกิดการ "ตัดแยก" อีกครั้ง คราวนี้เป็นการตัดขวาง
หัวกะโหลกสีขาวเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว มันจึงสูญเสียเส้นผมไปอีกหนึ่งในสี่ แต่ร่างต้นก็ยังคงรอดพ้นไปได้
"ตัดอีก"
"ตัด"
"ตัด"
...
ในเวลาเพียงสิบวินาที สุนัขสวรรค์ก็แปลงกายเป็นช่างตัดผมยอดฝีมือ ช่วยตัดผมให้หัวกะโหลกอย่างบ้าคลั่ง แต่ทุกครั้งก็พลาดไปนิดเดียวเสมอ ไม่สามารถตัดโดนตัวหัวกะโหลกได้เลยสักที
หัวกะโหลกเจ้าเล่ห์มาก มันไม่คิดจะสู้ต่อ และเริ่มบินหนีขึ้นสู่ที่สูง
ในมือของสุนัขสวรรค์ยังลากคนเจ็บสองคน ความเร็วจึงตามไม่ทันแล้ว เขาก้มหน้าตะโกนลงไปที่พื้น "กระต่าย มันจะหนีแล้ว"
เกาหยางก้มหน้ามอง กลับกลายเป็นกระต่ายขาวที่เพิ่งเจอกันเมื่อคราวก่อน
คราวนี้เธอไม่ได้ใส่ชุดพนักงานร้านคาราโอเกะ หน้ากากกระต่ายขาวบนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยหน้ากากอนามัยสีขาว บนหน้ากากอนามัยวาดรูปปากกระต่ายสีชมพูสุดน่ารัก
เธอสวมหมวกเบสบอล เสื้อแจ็คเก็ตเบสบอลสีขาวดำเปิดอ้า เผยให้เห็นเสื้อกล้ามครอปสีแดงโชว์เอวด้านใน ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดสีอ่อน อวดเรียวขายาวที่มีกล้ามเนื้อได้รูปสวยงาม สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว มือข้างหนึ่งถือไม้เบสบอลโลหะสีดำ ดูราวกับสาวน้อยนักเบสบอลสุดแฟชั่น
ตอนนี้เธอเพิ่งจะพยุงสารวัตรหวงและพั่งจวิ้นให้นั่งลงบนพื้น ก่อนจะเงยหน้าตะโกนใส่สุนัขสวรรค์ที่อยู่บนฟ้า "ไอ้ไม่ได้เรื่อง! เดี๋ยวแกต้องชดใช้รองเท้าคู่ใหม่ให้ฉันด้วย!"
"รู้แล้วน่า เร็วเข้า มันจะหนีไปได้จริงๆ แล้ว" น้ำเสียงของสุนัขสวรรค์ยังคงเกียจคร้าน ดูไม่ออกเลยสักนิดว่ากำลังรีบร้อน
กระต่ายขาวรีบนั่งยองๆ ใช้สองมือยันพื้นไว้
"กระโดด!" เห็นเพียงเธอใช้สองขาถีบส่ง พุ่งทะยานขึ้นในพริบตา
สารวัตรหวงรู้สึกเพียงว่ามีกระแสลมสั่นสะเทือนกระจายออกมาจากรอบตัวกระต่ายขาว พัดจนเขาลืมตาไม่ขึ้น พอหลับตาลงลืมตาขึ้นอีกที กระต่ายขาวก็หายตัวไปแล้ว บนพื้นซีเมนต์ลานหน้าบ้านเหลือเพียงรอยเท้าลึกสองรอยและพื้นดินที่แตกร้าว
ความสูงราวร้อยเมตร กระต่ายขาวพุ่งขึ้นไปถึงในเวลาไม่ถึง 2 วินาที
เธอคำนวณความสูงในการกระโดดได้พอดิบพอดี เมื่อรวมกับระยะทางที่หัวกะโหลกบินหนีขึ้นไปต่อ ก็อยู่ในระดับเดียวกับจุดสูงสุดที่เธอกระโดดไปถึงพอดีเป๊ะ
"ฮัลโหล!" เธอยังทักทายหัวกะโหลกอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นก็ชูไม้เบสบอลขึ้นสูง แล้วฟาดลงมากลางกบาลอย่างสมบูรณ์แบบ "โฮม รัน!"
เนื่องจากใช้แรงเหวี่ยงไม้มากเกินไป แรงสะท้อนกลับจึงทำให้กระต่ายขาวลอยสูงขึ้นไปอีกสองเมตร
อีกด้านหนึ่ง หัวกะโหลกที่โดนฟาดเข้าอย่างจังก็ร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็วราวกับดาวตก กระแทกเข้ากลางสระน้ำที่แห้งขอดในหมู่บ้านสกุลกู่จนกลายเป็นหลุมโคลนขนาดใหญ่
ไม่นาน หัวกะโหลกก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากหลุมโคลน กะโหลกศีรษะของมันปรากฏรอยร้าว ขากรรไกรก็หลุดอย่างรุนแรง แต่มันยังไม่ "ตาย" และยังคงคิดจะหนี
อู๋ต้าไห่ไปยืนอยู่ริมสระน้ำแล้ว เขายังคงสวมชุดเสื้อหนังและกางเกงหนังที่บอกไม่ถูกว่าเป็นสไตล์พังก์หรือว่าอินดี้ เขายกสองมือขึ้น เสยผมทรงไม้กวาดของตัวเองอย่างหล่อเหลา ยิ้มมุมปากเผยให้เห็นฟันขาวอย่างมั่นใจ
"สิบสองนักษัตร ท่านหนูไฟฟ้า ท่าไม้ตายสูงสุด " เขากระโดดสูงสองเมตร ปล่อยหมัดพุ่งตรงไปยังหัวกะโหลกสีขาวกลางหลุมโคลน "หมัดสายฟ้าฟาดซูเปอร์!"
ความจริงแล้ว หมัดของอู๋ต้าไห่ไม่ได้ปล่อยสายฟ้าใดๆ ออกมาเลย สายฟ้าต่างหากที่ผ่าลงมาจากฟากฟ้า
จากสายตาของเกาหยาง พื้นที่รอบสระน้ำทั้งหมดมืดสลัวลงครึ่งวินาที ทันใดนั้นสระน้ำทั้งสระก็ถูกล้อมรอบด้วยประกายสายฟ้าเล็กๆ พวกมันดัง "เปรี๊ยะๆ" ลุกลามไปยังใจกลางหลุมโคลน พุ่งตรงเข้าหาหัวกะโหลก ก่อนจะมีสายฟ้าสีฟ้าขาวขนาดเท่าเสาไฟฟ้าหลายสายผ่าลงมาที่หัวกะโหลก
"เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง "
ชั่วขณะนั้น ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
เมื่อเกาหยางได้สติ สุนัขสวรรค์ก็ค่อยๆ ร่อนลงสู่พื้นแล้ว
เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างกายอ่อนยวบ ล้มพับลงไปพร้อมกับกอดชิงหลิงไว้
ในตอนที่สติกำลังเลือนราง เขาได้ยินเสียงตื่นเต้นของอู๋ต้าไห่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อย่างแผ่วเบา "จัดการเรียบร้อย! ว้าวเชี่ย! บนตัวมันมีวงจรลวดลายอักขระจริงๆ ด้วย!"
"อู๋ต้าไห่ ฉันขอร้องล่ะ คราวหน้าลงมือให้มันฉับไวหน่อย ทำท่าทางฉูดฉาดซะเยอะแยะ เห็นแล้วปวดหัว" เสียงบ่นอย่างรังเกียจของกระต่ายขาวดังแว่วมาเข้าหู
"เธอจะไปรู้อะไร นี่เขาเรียกว่าพิธีรีตองโว้ย!"
"จูนิเบียวเป็นโรคนะ ต้องรักษา"
"เฮ้ ทางนี้มีคนกำลังจะตายแล้วนะ" เสียงของสุนัขสวรรค์
"ขอหนูดูหน่อย ว้าว... น่าสงสารจัง!" เสียงเด็กผู้หญิงเล็กๆ พูดขึ้น
"ทุกคน ในบ้านยังมีอีกคนนะ" เสียงผู้ชายที่ขึ้นจมูกดังขึ้น
"นั่นมันอสูรโมหะ ไม่ต้องไปสนใจหรอก" อู๋ต้าไห่พูด
"ไม่ใช่อสูร... เพื่อนผม... ช่วย... เขา..." เกาหยางยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่เปลือกตาหนักอึ้งเกินไป สติจึงดับวูบลงในทันที











