วันทำการแรกหลังสิ้นสุดวันหยุดยาวเปิดตลาดมาก็ทำให้นักลงทุนจำนวนมากต้องอกหัก เมื่อดัชนีตลาดหุ้นเปิดกระโดดลงต่ำถึง -2.87% เรียกเสียงด่าทอจากเหล่านักลงทุนที่ต่างพากันก่นด่าว่าหุ้นเน่าๆ พวกนี้ไม่มีทางเยียวยาได้แล้ว
ต้องยอมรับว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์ตลาดดิ่งเหวในช่วงเดือนมกราคมที่เริ่มต้นปีใหม่มา นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากต่างขวัญเสียเหมือนนกที่ตกใจเสียงคันศร พอเห็นตลาดเปิดตัวด้วยการดิ่งเหวแบบนี้ ก็ตกใจจนหนีตายกันไม่ทันตั้งตัว
ทว่าการทุบราคาในช่วงห้านาทีแรกของตลาดเช้าเป็นเพียงท่าหลอกเท่านั้น เพราะหลังจากผ่านห้านาทีแรกไป ตลาดก็เริ่มผันผวนและค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้น จนกระทั่งช่วงบ่ายเกือบจะพลิกกลับมาเป็นบวก ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นักลงทุนที่รีบตัดขาดทุนไปเมื่อเช้าถึงกับโกรธจนด่าบรรพบุรุษ
“ตลาดหุ้น A-share มันคือเรื่องตลกชัดๆ!”
“ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเถอะ ตลาดหุ้นมันทำเงินไม่ได้หรอก”
“นักลงทุนช่างขมขื่น จะขึ้นจะลงจะขาดทุนหรือกำไรก็เดาไม่ได้ นักลงทุนช่างลำบาก ใจห้อยระย้าอยู่ตลอดทั้งวัน จะสูงก็ติดดอย จะต่ำก็ติดดอย พอติดแล้วก็หนีไม่พ้น คุณหนีเขาก็หนี พอผมจะหนีมันก็ดีดกลับ”
“เป็นต้นหอมให้เขาเกี่ยว ชีวิตคนเรามันสั้นเพียงนี้...”
“ถงฮวาซุ่นเป็นเกมมือถือที่แพงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเล่นมา ไม่มีอันไหนเกินเลย... [ยิ้มแบบสิ้นหวัง]”
“เป็นตลาดที่ขยะที่สุดในโลก ไม่มีที่ไหนเกินเลย”
“ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากการเล่นหุ้นมาห้าปีคือ เล่นหุ้นมีแต่เสียเงิน ถ้าใครมีเงินเหลือใช้จนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร จะเอาเงินมาทิ้งในตลาดหุ้นก็ได้ แต่ชนชั้นมนุษย์เงินเดือนอย่าได้คิดเข้าตลาดเด็ดขาด จริงๆ นะ A-share มันเล่นไม่ไหวหรอก เงินที่หามาด้วยความยากลำบากถูกโยนทิ้งลงไปหมด ไม่ได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไรในการพัฒนาของบริษัทเลยสักนิด เฮ้อ...”
“เชี่ย! ทำไมกลุ่มแบตเตอรี่ลิเธียมวันนี้ถึงพุ่งแรงขนาดนี้? เกิดอะไรขึ้น?”
“อี้เหว่ยลิเธียมเพดาน, ก้านเฟิงลิเธียมเพดาน, หัวโหย่วโคบอลต์เพดาน, หลงจีหุ้นเพดาน, เซี่ยเหมินทังสเตนเพดาน, เทียนฉือวัสดุเพดาน, เป่ยฟางหัวชวงก็เพดานด้วย เชี่ยเอ๊ย พวกเซมิคอนดักเตอร์ก็เคลื่อนไหวผิดปกติเหมือนกัน”
“ว้าว ขุนพลห้าเสือใต้สังกัดนางมารเทียนเซิ่ง วันนี้ช่วงปิดตลาดดันลากขึ้นไปแตะเพดานกันหมดเลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ขุนพลห้าเสืออะไรวะ?”
“ก็ ไห่เทียน, อันซื่อ, เหมา, อู่, หลู ไงล่ะ หุ้นถือครองหลักห้าตัวของกองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่ง แต่ว่าอี้เกอเทขายหมดพอร์ตไปแล้ว หรือว่าอี้เกอจะคิดผิด?”
“อี้เกอน่าจะหดหู่มาก หุ้นสิบตัวแรกที่เขาถือครอง นอกจากบีวายดีแล้ว ตัวอื่นแตะเพดานหมดเลย แบบนี้มัน...”
“ยังไงอี้เกอก็ไม่ใช่เทพเจ้าที่แท้จริง ในที่สุดก็มีช่วงที่ตกรถจนได้”
เมื่อตลาดปิดตัวลงในวันนี้ นักลงทุนของกองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่งต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในช่องแสดงความคิดเห็นของกองทุนในแพลตฟอร์ม ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าการตกรถมันช่างทรมานเหลือเกิน
แต่จะว่าไป นักลงทุนของกองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่งโดยรวมแล้วมีความคิดในเชิงบวกมาก เพราะกองทุนนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง การย่อตัวลงมาแทบจะเป็นโอกาสทองในการซื้อเพิ่ม ดังนั้นส่วนใหญ่จึงได้กำไร ต่างกันแค่ได้มากหรือได้น้อยเท่านั้น
แม้แต่นักลงทุนที่อยู่ในสถานะขาดทุนทางบัญชีก็ยังคงใจเย็น อย่างแรกคือขาดทุนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ อย่างที่สองคือมีความเชื่อมั่นในการบริหารพอร์ตของลู่หมิงอย่างมาก
ตราบใดที่ผู้จัดการหลี่ที่รักไม่ได้ขึ้นมาคุม ก็ยังถือว่าคุยกันได้
จริงๆ แล้วลู่หมิงได้รับกลุ่มผู้ติดตามที่คลั่งไคล้จำนวนหนึ่งแล้ว ผู้ติดตามกลุ่มนี้มองเขาเป็นดั่งศรัทธา แม้ว่าตอนนี้คนประเภทนี้จะยังมีน้อย แต่ความเชื่อมั่นที่มีต่อลู่หมิงนั้นเป็นแบบไม่ลืมหูลืมตา
ครึ่งชั่วโมงหลังปิดตลาด สื่อต่างๆ เช่น ถงฮวาซุ่นอินฟอร์เมชัน, หนังสือพิมพ์หลักทรัพย์, ไฉเหลียนเซ่อ ต่างพากันประกาศข่าวหนึ่งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งดึงดูดความสนใจของตลาดทุนอีกครั้ง และทำให้แฟนคลับของลู่หมิงรวมถึงช่องคอมเมนต์ของกองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่งระเบิดเถิดเทิง
【กองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่ง ใช้การซื้อขายรายใหญ่ (Block Trade) เข้าถือครองเต็มพอร์ตหลังวันหยุด อี้เกอแห่งกองทุนรวมไม่มองตลาดเป็นขาลงแล้วหรือ?】 "ไฉเหลียนเซ่อ"
【บ้าคลั่ง! กองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่ง กว้านซื้อหุ้น 17 ตัวนี้จนระเบิด!】 "โซหูการเงิน"
【การซื้อขายรายใหญ่: กองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่งและผู้ขายได้บรรลุข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับราคาและจำนวนหุ้นในการซื้อขายรายใหญ่ในช่วงวันหยุด รวมทั้งสิ้น 1,021 รายการ มูลค่าการซื้อขายรวม 3.78 หมื่นล้านหยวน ทราบว่าการซื้อขายรายใหญ่ทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เวลา 15:30 น.】 "ถงฮวาซุ่นอินฟอร์เมชัน"
ทันทีที่ข่าวออกมา ก็สร้างความฮือฮาให้กับเหล่านักลงทุนหุ้นและนักลงทุนกองทุนเป็นอย่างมาก ต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า "ให้ตายเถอะ"
รายชื่อหุ้น 17 ตัว รายละเอียดการซื้อขายรายใหญ่ และราคาเฉลี่ยในการถือครองถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมด การซื้อขายรายใหญ่ไม่ได้ผ่านตลาดรอง ดังนั้นจึงแทบไม่มีผลกระทบกับรายย่อย
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าลู่หมิงในฐานะนักลงทุนสถาบัน มองหุ้น 17 ตัวนั้นในแง่บวกอย่างรุนแรง สำหรับหุ้น 17 ตัวนั้น ย่อมถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง เป็นข่าวดีที่จับต้องได้ เพราะอี้เกอมาช่วยรับของและช่วยพยุงราคา แถมยังเป็นแบบทุ่มสุดตัวถือเต็มพอร์ตอีกด้วย
หนังสือพิมพ์หลักทรัพย์รายใหญ่ต่างๆ ได้นำประกาศรายละเอียดการถือครองล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของบริษัทกองทุนเทียนเซิ่งมาลงข่าว เป็นการเปิดไพ่ให้เห็นกันจะๆ การซื้อขายรายใหญ่มีการให้ส่วนต่างราคาเพิ่ม (Premium) ความต้องการที่จะมองขึ้นจึงชัดเจนโดยไม่ต้องพูดอะไรมาก
ไห่เทียนเว่ยเย่ (10%): ซื้อขายรายใหญ่ 81 รายการ ราคาเฉลี่ย 29.06 หยวน
อันซื่อหุ้น (10%): ซื้อขายรายใหญ่ 89 รายการ ราคาเฉลี่ย 58.95 หยวน
เหมาไถ (10%): ซื้อขายรายใหญ่ 77 รายการ ราคาเฉลี่ย 207.92 หยวน
อู่เหลียงเย่ (10%): ซื้อขายรายใหญ่ 92 รายการ ราคาเฉลี่ย 25.17 หยวน
หลูโจวเหลาเจี้ยว (10%): ซื้อขายรายใหญ่ 96 รายการ ราคาเฉลี่ย 22.25 หยวน
ไห่คังไมโครวิชัน (9%): ซื้อขายรายใหญ่ 83 รายการ ราคาเฉลี่ย 27.99 หยวน
จ้าวซางแบงก์ (8%): ซื้อขายรายใหญ่ 77 รายการ ราคาเฉลี่ย 15.02 หยวน
ซานตงโกลด์ (7.63%): ซื้อขายรายใหญ่ 82 รายการ ราคาเฉลี่ย 22.88 หยวน
อีลี่หุ้น (7.3%): ซื้อขายรายใหญ่ 66 รายการ ราคาเฉลี่ย 13.76 หยวน
...
หุ้นทั้ง 17 ตัวล้วนเป็นสินทรัพย์หลักที่แท้จริงของ A-share ไม่เป็นสินทรัพย์หลักในตอนนี้ ก็จะเป็นในอนาคต ลู่หมิงจึงไม่กลัวที่จะเปิดไพ่ หากหุ้นสิบตัวแรกในพอร์ตเหล่านี้ดิ่งเหว ตลาด A-share คงต้องดิ่งลงไปต่ำกว่า 2,000 จุด และที่อื่นก็คงไม่มีใครรอดชีวิตแล้ว
ถ้าจะตาย ก็ต้องตายบนตัวผู้นำ
แต่เห็นได้ชัดว่า การที่ดัชนีจะดิ่งลงไปต่ำกว่า 2,000 จุดนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะกลุ่ม Short สากลได้ถอนตัวออกไปนานแล้ว ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงระยะสั้นได้รับการปลดปล่อยออกไปจนหมดสิ้น ตลาดไม่มีเหตุผลที่จะลดลง ดังนั้นจึงมีแต่ต้องขึ้น
อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่มีกฎระเบียบที่ระบุว่าการซื้อขายรายใหญ่ต้องล็อกหุ้นไว้ครึ่งปีห้ามโอนย้าย พูดอีกอย่างคือลู่หมิงสามารถถอนตัวได้ทุกเมื่อ และเป้าหมายทั้ง 17 ตัวล้วนถือครองเกิน 5% ของหุ้นทั้งหมด ดังนั้นเวลาถอนตัวจึงไม่ต้องประกาศการลดสัดส่วนการถือหุ้น
ส่วนเรื่องกฎการล็อกหุ้นครึ่งปีในการซื้อขายรายใหญ่ที่จะมีในอนาคต นั่นเป็นเรื่องของวันหน้า
“มิน่าล่ะ หุ้นทั้ง 17 ตัวถึงแตะเพดานหมด การซื้อขายรายใหญ่ยังมีราคาพรีเมียม อี้เกอมาช่วยพยุงราคาชัดๆ นี่มันแสดงให้เห็นว่าเขามองหุ้นพวกนี้ในแง่บวกขนาดไหน”
“เชี่ย! ฉันถือบีวายดีอยู่ ไม่เห็นดีเป่าเปา ไม่เห็นเลย อี้เกอเทขายบีวายดีหมดพอร์ตแล้วเหรอ? โอ้ว ให้ตายเถอะ พรุ่งนี้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ขาดทุนหนัก) แน่!”
“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง จะตื่นตูมไปทำไม นางมารเทียนเซิ่งก็ยังถืออี้เหว่ยลิเธียม, หัวโหย่วโคบอลต์, ก้านเฟิงลิเธียม พวกนี้อยู่ แสดงว่ายังมองบวกกับพลังงานใหม่”
“แม่ง! พลังงานใหม่รวมกันยังถือไม่ถึง 5% ของพอร์ตเลย ฉันสงสัยว่าเอามาใส่ให้ครบจำนวนหรือเปล่า เชื่อถือไม่ได้เลย พรุ่งนี้รีบชิ่งดีกว่า”
ในความเป็นจริง หุ้น 17 ตัวที่ลู่หมิงเลือก ตัวที่พุ่งแรงที่สุดคือหุ้นตัวเล็กที่ถือครองในสัดส่วนน้อยนั่นแหละ เทียนฉือวัสดุ, หัวโหย่วโคบอลต์, ก้านเฟิงลิเธียม, เป่ยฟางหัวชวง ล้วนเป็นหุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวภายในครึ่งปี และหากปรับราคาตามสิทธิ (Adjusted Price) แล้ว จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตัวด้วยซ้ำ
ลู่หมิงเองก็อยากจะถือหุ้นพวกนี้ในสัดส่วนที่สูง แต่ปัญหาคือพวกมันเป็นหุ้นตัวเล็ก ตัวอย่างเช่น เป่ยฟางหัวชวง ที่ในอีกห้าปีข้างหน้าสามารถพุ่งทะยานไปถึงระดับแสนล้านได้ แต่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมเพียงเจ็ดถึงแปดพันล้านหยวน หากกองทุนผสมเน้นคุณค่าและการเติบโตเทียนเซิ่งซื้อเพียงสี่ห้าร้อยล้านหยวน ก็จะกลายเป็นการเข้าถือหุ้นรายใหญ่จนต้องแจ้งต่อตลาดทันที
แม้ว่าตอนนี้จะเปลี่ยนมาเป็นการลงทุนเน้นคุณค่าแล้ว แต่เพื่อให้เส้นกราฟมูลค่าสุทธิ (NAV) ของกองทุนเทียนเซิ่งเป็นเส้นทะยานขึ้นที่สมบูรณ์แบบและครอบคลุมทั้งตลาดหมีและตลาดกระทิง เขาจึงไม่ทำ T (Trade) ในระดับรายวัน แต่การทำ T ในระดับรายไตรมาสหรือรายปีนั้นยังจำเป็นต้องทำ
หุ้นอย่างบีวายดีที่แนวโน้มทั้งปีในอนาคตจะเป็นขาลง ย่อมต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยง พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน
ตัวอย่างเช่น ในปี 2018 ที่เป็นตลาดหมีซึ่งหุ้นบลูชิพถูกทุบจนราคาลดลงอย่างต่อเนื่องทั้งปี แม้แต่ ไห่เทียน, อันซื่อ, เหมา, อู่, หลู ก็ต้านไม่ไหวจนราคาลดลงครึ่งหนึ่ง หากไม่ทำ T ขนาดใหญ่ การจะทำให้กองทุนเดินหน้าเป็นขาขึ้นอย่างอิสระท่ามกลางตลาดหมีและกระทิงก็คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้