“รีบดื่มซุปชามนี้ซะ ลูกเป็นหวัดมาเกือบสามวันแล้วนะ!” แม่หลี่ชุ่ยเหลียนยกน้ำขิงต้มน้ำตาลมาให้ตู้หย่งเซี่ยวพลางพูด
ตู้หย่งเซี่ยวนั่งอยู่บนเก้าอี้พับตัวเล็กเขียนรายงาน ครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจับกุมทหารอังกฤษ และยังมีเรื่องการไขคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่
เมื่อเห็นแม่เดินเข้ามา ตู้หย่งเซี่ยวก็หยิบกระดาษมาเช็ดจมูก รับน้ำเชื่อมมา “แม่ แม่รู้ไหมว่าไข้หวัดก็แบ่งเป็นไข้หวัดร้อนกับไข้หวัดเย็น แม่ให้ผมดื่มน้ำขิงต้มน้ำตาลแบบนี้บ่อยๆ ไม่แน่อาจจะทำให้อาการหนักขึ้นก็ได้นะ”
“งั้นแกยังจะดื่มอีกเหรอ?”
“แล้วแม่ยังจะต้มอีกเหรอ?”
หลี่ชุ่ยเหลียนเห็นลูกชายไม่รู้ดีรู้ชั่วก็กำลังจะอ้าปากสั่งสอน พ่อตู้ต้าเพ่าที่อยู่ข้างๆ ก็รีบไกล่เกลี่ย “ทุกคนพูดน้อยลงคนละประโยคเถอะ! อาเซี่ยว ลูกไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่มหรอก! แม่ ถ้าคุณอยากต้มก็ต้มซุปสามแส้มาบำรุงผมสิ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาดีจะตาย!”
“ฉันต้มซุป อาซุ่นไปรับจ้างใช้แรงงานที่ท่าเรือ ลูกสาวไปโรงเรียน อาเซี่ยวเขียนรายงาน แล้วคุณทำอะไรฮะ?” แม่ถลึงตาใส่ตู้ต้าเพ่า
“ผมเหรอ?” ตู้ต้าเพ่าขยี้จมูก “อย่างมากเดี๋ยวก็ไปทำดอกไม้พลาสติกที่โรงงานดอกไม้พลาสติกกับคุณไง”
“นี่ คุณพูดเองนะ ฉันไม่ได้บังคับคุณ! คราวที่แล้วพาคุณไป ถ้าไม่อู้ก็แอบหนีงาน โดนผู้คุมงานจับได้ตั้งหลายครั้ง ทำให้ฉันเสียหน้ามาก!” แม่หลี่ชุ่ยเหลียนเก็บของ กระติกน้ำร้อน ปลอกแขน ผ้ากันเปื้อน เตรียมตัวไปทำงาน
ตู้ต้าเพ่าเดินตามต้อยๆ “ไม่ใช่นะ ผู้คุมงานคนนั้นมีปัญหาต่างหาก คนตั้งเยอะแยะไม่จ้อง จะต้องมาจ้องแต่ผม! แล้วก็นะ งานที่โรงงานดอกไม้พลาสติกนั่นมันไม่ใช่งานของผู้ชายเลย คุณไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าถ้าสูดดมกลิ่นพลาสติกพวกนั้นเข้าไปมากๆ ผู้ชายในเรื่องพรรค์นั้นจะ... ไม่ไหวเอานะ!”
หลี่ชุ่ยเหลียนหยุดเดิน หันกลับมายัดกระติกน้ำร้อนใส่มือตู้ต้าเพ่า “คุณไหวกับไม่ไหวมันต่างกันตรงไหน?”
ตู้ต้าเพ่าขยับเข้าไปอย่างกระอักกระอ่วน อยากจะปิดปากภรรยา “อาเซี่ยวอยู่ทั้งคน ไว้หน้ากันบ้างสิ!”
“คุณเลี้ยงครอบครัวยังไม่ได้เลย จะเอาหน้าไปทำไม?” หลี่ชุ่ยเหลียนปัดมือเขาออก เหลือบมองลูกชายตู้หย่งเซี่ยวแวบหนึ่ง
ตู้หย่งเซี่ยวแกล้งทำเป็นดูรายงาน ไม่ได้ยินและไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
ตู้ต้าเพ่าหน้าแดงเถือกไปถึงคอ “คุณก็เป็นแบบนี้ตลอด กลางวันแสกๆ... ผมไปรับจ้างทำงานเป็นเพื่อนคุณดีไหม?”
กว่าจะปลอบภรรยาให้สงบลงได้ ตู้ต้าเพ่าก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นภรรยายังคงเก็บของอยู่ ก็ขยับเข้าไปใกล้ลูกชายตู้หย่งเซี่ยวเพื่อหาความเคารพกลับคืนมา กระแอมไอ “อาเซี่ยว พูดจริงๆ นะ ที่พ่อทำแบบนี้ทั้งหมดก็เพื่อลูก! พ่อยอมทนกลืนความอัปยศอดสูมาหลายปี ขอเพียงให้ลูกได้ดีในวันข้างหน้า ไม่ขอให้ร่ำรวยมหาศาล ขอแค่มีกินมีใช้...”
“เข้าใจครับ พ่อ! ผมจะตั้งใจทำงาน วันหน้าจะหาเงินเยอะๆ มาทดแทนบุญคุณพ่อ!”
“เหรอ แกอย่าพูดแต่ปากนะ ต้องลงมือทำด้วย! พ่อแก่แล้ว จะรอไม่ไหวแล้ว!”
“วางใจเถอะครับ เร็วๆ นี้แหละ! เร็วๆ นี้จริงๆ!”
ขณะที่ตู้หย่งเซี่ยวกำลัง “วาดวิมานในอากาศ” ให้พ่อฟัง แม่หลี่ชุ่ยเหลียนก็เก็บของเสร็จเรียบร้อยเตรียมตัวออกจากบ้าน เธอเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน “ผีหลอก!”
“กลางวันแสกๆ จะมีผีมาจากไหน?” ตู้ต้าเพ่ารู้สึกว่าภรรยาทำตัวพิลึก เมื่อกี้สั่งสอนเขายังไม่พอ ตอนนี้ยังมาเล่นเกมกรีดร้องตกใจอีก
เขาเดินเข้าไปดู “ผีหลอก!” ก็ร้องขึ้นมาเหมือนกัน
“โน! โน! โน! ผมไม่ใช่ผี ผมชื่อจอห์นนี่ ผมมาหาคน ขอถามหน่อยว่าคุณตู้หย่งเซี่ยวอาศัยอยู่ที่นี่ใช่ไหม?” ฝรั่งผมทองตาสีฟ้าคนหนึ่งพูดภาษาจีน
“อืม ใช่! คุณมาหาอาเซี่ยวบ้านเรามีธุระอะไรเหรอ?” ตู้ต้าเพ่าพูดติดอ่าง
“จอห์นนี่ นี่เอง!” ตู้หย่งเซี่ยวได้ยินเสียงก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับ
เมื่อเทียบกับตอนที่เจอกันคราวที่แล้ว ฝรั่งคนนี้ดูเป็นมิตรขึ้นมาก
ตู้หย่งเซี่ยวจับมือกับจอห์นนี่
พ่อตู้ต้าเพ่าและแม่หลี่ชุ่ยเหลียนมองด้วยสีหน้าประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าลูกชายไปรู้จักกับฝรั่งแบบนี้ได้อย่างไร
จอห์นนี่หันหน้ากลับมา ยิ้มกว้างให้พวกเขาสองคน “ขอโทษนะครับ ทั้งสองท่าน! ขอถามหน่อยว่าผมขอคุยกับสารวัตรตู้เป็นการส่วนตัวสักสองสามประโยคได้ไหม?”
“ได้แน่นอน ตามสบายเลย- เอ๊ะ ตู้อะไรนะ?” ตู้ต้าเพ่าชะงักไปครู่หนึ่ง
หลี่ชุ่ยเหลียนพูดติดอ่างเล็กน้อย “เหมือนเมื่อกี้เขาจะเรียกอาเซี่ยวบ้านเราว่าตู้... สารวัตรตู้!”
“สารวัตรเหรอ? ตลกน่า! อาเซี่ยวบ้านเราเพิ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นนักสืบไม่ถึงสองวัน จะกลายเป็นสารวัตรได้ยังไง? หึหึ!”
ตู้ต้าเพ่ายังหัวเราะไม่จบ จอห์นนี่ก็หยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งส่งให้ “เพื่อนเอ๋ย หรือว่าคุณไม่อ่านหนังสือพิมพ์? คุณตู้ตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นสารวัตรแล้ว- ”
ตู้ต้าเพ่ารีบรับหนังสือพิมพ์มา
หลี่ชุ่ยเหลียนรีบชะโงกหน้าเข้าไปดู
เมื่อเห็นเนื้อหาในหนังสือพิมพ์ชัดเจน ตู้ต้าเพ่าและหลี่ชุ่ยเหลียนก็เงยหน้าขึ้นมองลูกชายตู้หย่งเซี่ยวพร้อมกัน ท่าทางเหมือนไม่รู้จักเขา
ตู้หย่งเซี่ยวถูกพ่อแม่มองอย่างงุนงง จึงได้แต่ลูบจมูกตัวเองพูดว่า “ในนั้นเขียนไว้เหรอครับ? เรื่องที่ผมได้เลื่อนขั้นเป็นสารวัตร เดิมทีผมก็อยากจะบอกพวกคุณนั่นแหละ แต่ว่าคำสั่งแต่งตั้งยังไม่ลงมา ดังนั้นผมก็เลย- ”
หลี่ชุ่ยเหลียนได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไรสักคำ หันหลังเดินออกไปทันที
พ่อตู้ต้าเพ่ารีบวิ่งตามไป “ทำอะไรน่ะ? โกรธเหรอ? ลูกของคุณก็บอกแล้วไง ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ!”
“ฉันไม่ได้โกรธ!”
“แล้วคุณนี่มัน- ”
“ฉันตื่นเต้น” หลี่ชุ่ยเหลียนแอบปาดน้ำตา “ฉันกลัวว่าจะทนไม่ไหวร้องไห้ออกมาต่อหน้าอาเซี่ยว!”
ตู้ต้าเพ่าเข้าใจทันที เขาวิ่งไปข้างภรรยา ช่วยเธอถือห่อของ เดินลงบันไดไปด้วยกัน “ต่อไปพวกเราก็จะได้เสวยสุขกับอาเซี่ยวแล้ว ใช่ไหมล่ะ?!”
“อื้ม!” หลี่ชุ่ยเหลียนปาดน้ำตาพยักหน้า
“อาเซี่ยวจะเลี้ยงดูเราในวันข้างหน้าได้แล้ว ใช่ไหม?”
“อื้ม!” หลี่ชุ่ยเหลียนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดตา
“งั้นตอนนี้พวกเราก็ไม่ต้องไปทำงานแล้ว ใช่ไหม?”
หลี่ชุ่ยเหลียนตื่นตัวขึ้นมาทันที เอื้อมมือไปบิดหูตู้ต้าเพ่า “ใช่กับผีสิ! พวกเรามีมือมีเท้าทำไมต้องให้ลูกเลี้ยง? แล้วก็นะ คุณอย่ามาคิดหาผลประโยชน์จากอาเซี่ยว อย่าบอกนะว่าตอนนี้เขาเป็นสารวัตรแล้ว ต่อให้เป็นผู้ว่าการเกาะฮ่องกง คุณก็ห้ามไปเอาเปรียบเขา และยิ่งห้ามทำให้เขาขายหน้าเด็ดขาด!”
“ปล่อยมือนะ เจ็บจังเลย!” ตู้ต้าเพ่าโดนบิดหูร้องโอดโอย
พอลงมาถึงชั้นล่าง ยังไม่ทันที่ตู้ต้าเพ่าจะอ้าปากร้องขอความเมตตา ก็พบว่าภรรยาปล่อยมือแล้ว พอมองอีกที ชั้นล่างก็เต็มไปด้วยผู้คน
คนพวกนี้ล้วนเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ที่สือเสียเหว่ย ตอนนี้แต่ละคนล้วนมีรอยยิ้มเต็มหน้า ถือของขวัญมาสารพัดอย่าง ทั้งไข่ไก่ เหล้ายาดอง หอยเป๋าฮื้อ สะเปะสะปะไปหมด
เสอจ๋ายหมิงเป็นคนแรกที่ก้าวออกมา เขาเดินมาตรงหน้าตู้ต้าเพ่าและหลี่ชุ่ยเหลียน โค้งคำนับอย่างนอบน้อมพลางพูดว่า “สวัสดีครับพ่อบุญธรรม สวัสดีครับแม่บุญธรรม!” พูดจบก็ประคองหอยเป๋าฮื้อในมือขึ้นมอบให้
คำพูดนี้ทำให้คนตกใจ
ตู้ต้าเพ่ารีบพูด “พูดส่งเดชไม่ได้นะ! ฉันถึงจะมีลูกหลานเต็มบ้าน แต่ก็ไม่มีลูกชายแบบนาย!”
เสอจ๋ายหมิงรีบหันไปมองหลี่ชุ่ยเหลียนอีกครั้ง
หลี่ชุ่ยเหลียนก็ส่ายหน้า “ฉันไม่ได้รังเกียจว่านายขี้เหร่นะ แต่ลูกบุญธรรมเนี่ย ฉันไม่กล้ารับจริงๆ!”
“ไม่รับก็ไม่เป็นไร แต่หอยเป๋าฮื้อนี่พวกคุณต้องรับไว้ให้ได้นะครับ!” เสอจ๋ายหมิงยัดหอยเป๋าฮื้อให้หลี่ชุ่ยเหลียน “นี่คือหอยเป๋าฮื้อชั้นยอดที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของครอบครัวเรา ตากแห้งมาตั้งหลายปีแล้ว วันนี้ในที่สุดก็ได้เห็นเดือนเห็นตะวันได้พบเจ้านายที่คู่ควร ”
หลี่ชุ่ยเหลียนมองดูหอยเป๋าฮื้อ เก่าแก่มากจริงๆ รีบคืนให้แทบไม่ทัน “อย่าว่าแต่ของตากแห้งเลย ต่อให้เป็นของสดฉันก็ไม่เอา!”
ตู้ต้าเพ่าก็รีบวางมาดสูงส่ง “สองผัวเมียเรารู้ว่าพวกนายเอาของขวัญมาให้ทำไม แต่ฉันจะไม่รับหรอก แยกย้ายกันไปเถอะ!”
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ตู้ต้าเพ่าจูงมือหลี่ชุ่ยเหลียน ก้าวเดินด้วยจังหวะเหมือนกำลังเล่นงิ้ว
หนึ่งก้าว
สองก้าว
เดินไปที่รถลาก
สีหน้าเคร่งขรึม ราวกับกำลังขึ้นครองราชย์







