"ดังนั้นนับแต่โบราณกาลมา เมื่อเหนือใต้เผชิญหน้ากัน ย่อมต้องแย่งชิงเมืองสำคัญหลายแห่งในแถบเจียงหวย
ง่อก๊กทางตะวันออกเคลื่อนทัพ บุกโจมตีเหอเฝยอยู่บ่อยครั้ง ก็เพราะที่นั่นเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำฉางเจียงกับแม่น้ำหวาย จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในแถบเจียงหวย
ทว่าจนสิ้นยุคง่อก๊กทางตะวันออกก็ไม่อาจครอบครองแม่น้ำหวาย สุดท้ายจึงถูกราชวงศ์จิ้นกลืนกิน
ทัพใหญ่ของฝูเจียน โยนแส้ม้าลงแม่น้ำก็ยังตัดกระแสน้ำได้ ขุมกำลังดุจภูเขาไท่ซานกดทับ ทว่าสุดท้ายก็ไม่อาจให้ม้าดื่มน้ำที่ฉางเจียงได้ เป็นเพราะราชวงศ์จิ้นสามารถรักษาแม่น้ำหวายเอาไว้
ตอนนี้กระทั่งแม่น้ำหวายยังรักษาไว้ไม่ได้ จะไปพูดเรื่องปราบกบฏทำไมกัน"
หวังหยางพูดถึงตรงนี้ก็พบว่าสายตาของคนหลายคนในที่นั่งดูผิดแผกไป ทุกคนล้วนมองเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
เซี่ยซิงหานพูดเสียงอ่อยว่า "คุณชายหวัง... คือว่า... พวกเรายังไม่ได้สูญเสียแม่น้ำหวายนะเจ้าคะ..."
หวังหยาง : ???
'สมัยราชวงศ์ฉีใต้ยังรักษาแม่น้ำหวายไว้ได้อีกเหรอ?!'
'งั้นก็ยังถือว่าใช้ได้นี่นา!'
สถานการณ์ใหญ่ของประเทศจีน ก่อนราชวงศ์ฮั่นตะวันออกอยู่ที่ตะวันออกและตะวันตก หลังราชวงศ์ฮั่นตะวันออกอยู่ที่เหนือและใต้
นับแต่ยุคสามก๊กเป็นต้นมา โครงสร้างการเผชิญหน้าระหว่างเหนือและใต้ปรากฏขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตำราที่สรุปวิถีแห่งการรุกรับระหว่างเหนือและใต้ก็มีให้เห็นไม่น้อยในหน้าประวัติศาสตร์ สิ่งที่หวังหยางเพิ่งถกไปนั้น ก็คือการรวบรวมประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ในการเผชิญหน้ากันระหว่างเหนือใต้ตลอดมา ผนวกกับทัศนะของผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์การทหารหลายท่านอย่างหลี่เทาและกู้จู่ยวี่ ย่อมเป็นทฤษฎีสัจธรรมที่ไม่เปลี่ยนแปลงนับพันปี กระทั่งตอนศึกหวยไห่ กองทัพชาติรวบรวมกำลังพลหนาแน่นไว้ที่สวีปั้ง ก็ยึดหลักยุทธศาสตร์ "รักษาเจียงจำต้องรักษาหวย" เช่นกัน
แต่ปัญหาอยู่ที่หวังหยางในบรรดายุคหกราชวงศ์ สิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยที่สุดก็คือประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ฉีใต้ จนถึงขั้นเข้าใจผิดไปว่าในเวลานั้นได้สูญเสียแม่น้ำหวายไปแล้ว
หลิวเฉิงพูดพลางหัวเราะว่า "พี่หวังไม่รู้กระทั่งสามัญสำนึกพื้นฐานที่สุด กลับยังสามารถคุยโตโอ้อวดได้ ข้านับถือพี่หวังจริงๆ!"
เหยียนโย่วเฉิงเองก็ขบขัน ภาพลักษณ์ของหวังหยางที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามขึ้นเรื่อยๆ ในใจของเขาเริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
กระทั่งอวี่เฉียนโหลวก็อดส่ายหน้าไม่ได้ ในใจคิดว่า 'คนผู้นี้แม้ดูเหมือนมีทัศนะไม่ธรรมดา แต่กลับไม่รู้เลยว่าพรมแดนป้องกันของราชวงศ์ตนเองอยู่ที่ไหน แล้วจะมาถกวิถีแห่งการรุกรับอะไรกัน'
มีเพียงอวี่อี้ที่สีหน้าเรียบเฉยดุจผิวน้ำ รอคอยให้หวังหยางพูดต่อไป
ในมุมมองของอวี่อี้ เมื่อเทียบกับข้อสรุปที่มองการณ์ไกลจากมุมสูงของหวังหยางแล้ว ความผิดพลาดเพียงแค่นี้ก็ถือเป็นรอยตำหนิเล็กๆ บนหยกขาวเท่านั้น
ทว่าเขากลับรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง คนที่ไม่มีแม้กระทั่งสามัญสำนึกแบบนี้ กลับมีวิสัยทัศน์เช่นนี้ได้อย่างไร
หวังหยางกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
'ราชวงศ์ใต้แต่ละยุคล้วนด้อยลงเรื่อยๆ หลิวซ่งสูญเสียหวยเป่ยและหวยซี ราชวงศ์ฉีใต้สู้หลิวซ่งไม่ได้ ย่อมไม่อาจทวงคืนดินแดนที่สูญเสียไป หากยังสามารถรักษาแม่น้ำหวายได้ นั่นก็หมายความว่า...'
เมื่อเขาคิดถึงตรงนี้ ก็กล่าวอย่างไม่ลนลานว่า
"การปกป้องเพียงหวยหนานจะเรียกว่าปกป้องหวยได้อย่างไร
ปกป้องแม่น้ำฮวงโหไม่ได้ ก็ปกป้องหวยเป่ย ปกป้องหวยเป่ยไม่ได้ก็ปกป้องหวยซี หวยซีก็ปกป้องไม่ได้ จนใจแล้วถึงได้ปกป้องหวยหนาน!
บัดนี้ราชวงศ์ของพวกเราทำได้เพียงปกป้องหวยหนาน จะไปพูดเรื่องปกป้องหวยได้อย่างไรกัน
เมืองทางหวยเป่ย ไม่มีที่ใดสำคัญไปกว่าเผิงเฉิง เมืองทางหวยซี ไม่มีที่ใดสำคัญไปกว่าเสวียนฮู่
หากควบคุมเผิงเฉิงก็สามารถเข้าสู่แม่น้ำหวายจากแม่น้ำซื่อสุ่ย หากควบคุมเสวียนฮู่ก็สามารถเข้าสู่แม่น้ำหวายจากแม่น้ำหรู่สุ่ย
ซ่งเสียเสวียนฮู่ เก้าจวิ้นทางหวยซีล้วนพ่ายแพ้! เสียเผิงเฉิง สี่โจวทางหวยเป่ยสูญสิ้น!
หากต้องการปกป้องหวย อันดับแรกต้องยึดสองเมืองนี้มาให้ได้ เพื่อใช้เป็นรากฐานในการรักษาหวยให้มั่นคง!"
หลิวเฉิง เหยียนโย่วเฉิง เซี่ยซิงหาน อวี่เฉียนโหลวล้วนตกตะลึง!
เฉินชิงซานมองแผ่นหลังของหวังหยาง ดวงตาหงส์เบิกกว้าง
อวี่อี้ใช้มือยันโต๊ะ จะลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ดึงสติกลับมาได้ทันและทรงตัวไว้อย่างมั่นคง
อวี่เฉียนโหลวประสานมือ พูดอย่างหนักแน่นว่า "คุณชายหวังเพียบพร้อมทั้งบุ๋นและบู๊ วิสัยทัศน์ล้ำเลิศ บังอาจถามว่าครอบครัวสืบทอดกิจการใด เป็นศิษย์สำนักใดขอรับ"
หวังหยางหัวเราะหึๆ "ถกกลศึกบนหน้ากระดาษ ก็แค่ถกกลศึกบนหน้ากระดาษเท่านั้น! อย่าได้ใส่ใจเป็นจริงเป็นจัง!"
"พี่หวัง พูดต่อสิ! ข้อสองข้อสามคืออะไรหรือ" เหยียนโย่วเฉิงถามอย่างร้อนใจ
"มีข้อสองข้อสามที่ไหนกัน ล้วนพูดไปเรื่อยเปื่อย ตื้นเขินมาก งานเลี้ยงวันนี้เบิกบานใจยิ่ง คุยกันมาพอสมควรแล้ว ควรจะแยกย้ายได้แล้ว!"
หวังหยางไม่อยากพูดต่อแล้ว วันนี้เขาทำตัวโดดเด่นมากพอแล้ว อีกทั้งยังเหนื่อยด้วย กลับไปเร็วกว่านี้หน่อย รีบอ่าน 'กฎหมายฉี' สองม้วนสุดท้ายให้จบดีกว่า
เหยียนโย่วเฉิงไม่ยอมขึ้นมาทันที "อย่าสิพี่หวัง กำลังพูดถึงตอนสนุกๆ จะเลิกได้อย่างไร!"
อวี่เฉียนโหลวกล่าวว่า "ตอนนี้เวลายังเช้าอยู่ คุณชายหวังจะรีบร้อนไปไย ในจวนเพิ่งได้ผลไม้สดมาสองสามอย่าง พอดีสำหรับสร่างเมา ข้าจะรีบให้คนยกมาทันทีขอรับ!"
เซี่ยซิงหานเองก็เร่งเร้าติดๆ กัน "ท่านอย่าทำให้คนค้างคาสิ รีบพูดสองข้อหลังมาเร็วเข้า!"
อวี่อี้รอคอยอย่างเงียบๆ แม้จะไม่มีเจตนาดื่มสุรา แต่นิ้วมือกลับลูบคลำจอกสุราไปมา
หวังหยางเพียงแค่บ่ายเบี่ยง เซี่ยซิงหานงัดไม้เก่ามาใช้ กะจะเอาเรื่องการค้ามาข่มขู่
หวังหยางขัดจังหวะทันทีว่า "เรื่องราวไม่อาจเกินสาม มีครั้งที่หนึ่งครั้งที่สองได้ แต่จะไม่มีครั้งที่สาม"
เซี่ยซิงหานเห็นสีหน้าจริงจังของหวังหยาง ก็ตระหนักได้อย่างเฉียบไวว่าหากตนยังเอาเรื่องนี้มาข่มขู่อีก เขาอาจจะไม่ทำการค้าด้วยจริงๆ จึงไม่ได้พูดต่อ
การล้อเล่นกับการทำตัวกำเริบเสิบสานล้วนต้องดูเวลา คนฉลาดย่อมสามารถหยุดได้ทันท่วงทีในเวลาที่ไม่เหมาะสม
เซี่ยซิงหานก็เป็นเช่นนี้
แม้หลิวเฉิงจะเกลียดหวังหยาง แต่เขาก็อยากรู้ว่าประเด็นสำคัญอีกสองข้อของการใช้ฝ่ายใต้ต่อต้านฝ่ายเหนือคืออะไร ทว่าเขาก็ไม่อยากเอ่ยปากขอร้อง เมื่อเห็นหวังหยางบ่ายเบี่ยงไม่ยอมพูด ในใจก็ยิ่งรังเกียจมากขึ้น
ทันใดนั้นอวี่อี้ก็เอ่ยขึ้นว่า
"หวนเวินเคยกล่าวไว้ว่า 'แผ่นดินเสินโจวต้องจมดิ่ง กลายเป็นซากปรักหักพังนับร้อยปี หวังอี๋ฝู่และพวกพ้องไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบนี้ได้!' นับแต่หวังเหยี่ยนนิยมความว่างเปล่าเลื่อนลอย แผ่นดินก็ล่มสลาย ห้าชนเผ่าป่าเถื่อนรุกรานจงหยวน วาทกรรมที่ว่าการสนทนาเชิงปรัชญาทำลายชาติ ก็ดังไม่ขาดสาย
แต่เมื่อย้อนรอยจุดเริ่มต้นของการสนทนาเชิงปรัชญา เดิมทีก็ไม่ได้มีแค่การพูดถึงปรัชญาลึกล้ำเท่านั้น แต่ยังมีผู้ที่พูดถึงเรื่องบ้านเมืองด้วย!
ช่วงยุคเว่ยและจิ้น การพูดถึง 'ข้อถกเถียงเรื่องพรสวรรค์และอุปนิสัย' มีจุดประสงค์เพื่อถกเรื่องการเลือกเฟ้นผู้มีความสามารถ การพูดถึง 'ปราชญ์หยั่งรู้ความว่างเปล่า' แท้จริงแล้วก็มีความหมายแฝงถึงกษัตริย์และขุนนาง
ด้วยเหตุนี้การมองว่าการสนทนาเชิงปรัชญามีเพียงวิชาคัมภีร์ซานเสวียน จึงเป็นการมองที่คับแคบเกินไปจริงๆ
ดังนั้นข้าจึงคิดว่า การถกสถานการณ์เหนือใต้เมื่อครู่นี้ ก็เป็นการสนทนาเชิงปรัชญาเช่นกัน!
วันนี้เริ่มต้นด้วยการสนทนาเชิงปรัชญา และจบลงด้วยการสนทนาเชิงปรัชญา ช่างเบิกบานใจยิ่งนัก!
หากคุณชายหวังสามารถถกให้จบได้ ข้าจะใช้หยกชิ้นนี้ตอบแทน!"
อวี่อี้ปลดหยกพกสีเขียวที่เอวลงมา นำมาแสดงให้หวังหยางดู
"หยกนี้มีชื่อว่า 'ชางหมิง' เป็นของติดตัวข้า หากคุณชายหวังไม่รังเกียจ ข้าก็จะมอบให้คุณชาย!"
หยกชางหมิงมีลักษณะคล้ายวิหคเพลิง เนื้อนวลไร้ลวดลาย สีสันเรียบง่ายอ่อนโยน ดูโปร่งแสงแต่ก็ไม่โปร่งแสง
เมื่อหยกชิ้นนี้เผยโฉม เหยียนโย่วเฉิงก็ร้องอุทานว่า "หยกดี! ช่างเป็นหยกชั้นดีจริงๆ!"
หลิวเฉิงเห็นอวี่อี้ที่สงบเยือกเย็นมาตลอด กลับแสดงความสนใจต่อข้อสรุปของหวังหยางด้วย สีหน้าก็ยิ่งเคร่งขรึมลง
อวี่เฉียนโหลวใจหายวาบ เขารู้ว่าสิ่งที่หวังหยางถกนั้นล้ำลึก แต่กลับคาดไม่ถึงว่าบิดาจะให้ความสำคัญถึงเพียงนี้!
เซี่ยซิงหานกระซิบเสียงเบากับหวังหยางว่า "นี่คือหยกโบราณ สีที่เรียกว่า 'เขียวอมฟ้าดุจน้ำลึกในสระ' มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ รีบตอบตกลงเร็วเข้า"
หวังหยางมองหยกสีเขียวชิ้นนั้นและท่าทีที่ผิดปกติไปจากเดิมของอวี่อี้ ในใจก็สั่นไหว จึงกล่าวว่า
"เช่นนั้นผู้น้อยก็ขอบังอาจกล่าววาจาโอหังแล้ว ประการที่สอง รักษาเจียงจำเป็นต้องคุ้มครองจิงเซียงให้มั่นคง
จิงเซียงนั้น คือกระดูกสันหลังของแม่น้ำฉางเจียง ตะวันออกช่วยเหลือซานอู๋ ตะวันตกควบคุมปาฉู่ หากยึดได้ก็สามารถกุมสถานการณ์ทั้งหมดของฝั่งตะวันออกและตะวันตกเอาไว้ได้..."
ยามค่ำคืนใกล้สิ้นสุด แสงไฟสว่างไสว ทั่วทั้งโถง ผู้คนสี่ทิศเงียบสงัด มีเพียงเสียงของหวังหยางคนเดียวเท่านั้น
"จิงโจวคุมต้นน้ำของเจี้ยนคัง เซียงหยางคุมต้นน้ำของจิงโจว ดังนั้นแผนยุทธศาสตร์หลงจงของจูเก๋อเลี่ยง จึงให้ความสำคัญกับจิงเซียงอย่างยิ่ง! มุ่งหน้าขึ้นเหนือก็เชื่อมต่อกับแม่น้ำฮั่นสุ่ยและแม่น้ำอวี้สุ่ยเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบ กวนอูยกทัพจากเซียงหยางโจมตีฝานเฉิง โจโฉถึงกับเสียกระบวน เพราะดินแดนเซียงหยางนั้น ทางเหนือติดกับหว่านลั่ว สามารถใช้จุดนี้ทลายหัวใจของจงหยวนได้ แม้เว่ยอู่จะเชี่ยวชาญการทหาร ก็ยังมีตอนที่ไม่อาจต้านทานได้..."
......
"ซานตง จิงเซียง ก็ดุจปีกทั้งสองข้างของเจียงหนาน! หากยึดซานตงได้ก็สามารถคุ้มครองต้นน้ำหวยซื่อให้มั่นคง หากยึดจิงเซียงได้ก็สามารถคุ้มครองต้นน้ำฉางเจียงให้มั่นคงได้ ปีกทั้งสองกางออก ขุมกำลังของเจียงหนานก็จะแผ่ขยาย! อย่างเช่นตอนสวีต๋าบุกตีแดนเหนือ..."
"ใครบุกตีแดนเหนือ???"
หวังหยางเผลอพลั้งปาก ถึงกับยกตัวอย่างช่วงรอยต่อยุคหยวนหมิงออกมา จึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันทีว่า
"เอ้อ... สวี... อาจจะเป็นสักวันหนึ่งในอนาคต หากต้องการให้การบุกตีแดนเหนือสำเร็จลุล่วงทั้งหมด สามารถเคลื่อนทัพจากแม่น้ำหวาย ยึดซานตงให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยชิงเหอลั่ว..."







