"ดูเหมือนว่าจะแค่ลืมปิดประตูเฉยๆ... ว่าแต่ ตอนนี้ก็บ่ายสี่โมงกว่าแล้ว ข้างนอกมีแค่เศษอาหารจากเมื่อคืนหมกไว้ หมอนี่คงนอนยาวมาจนถึงตอนนี้เลยสิเนี่ย?
นี่มันหนักข้อกว่าเพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัยก่อนที่ฉันจะตายซะอีกนะ"
เมื่อนึกถึงการจัดแจงของอาจารย์ใหญ่ อี้เฉินจึงไม่ปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น แต่เริ่มลงมือเก็บกวาดห้องเช่าราคาถูกที่รกเละเทะและไม่ได้ทำความสะอาดมาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
จนกระทั่งรอถึงช่วงหกโมงเย็นกว่า
ความรู้สึกหิวโหยอย่างรุนแรงปลุกรีแกนให้ตื่นขึ้นมา แถมยังอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น เขาเดินไปที่ห้องนั่งเล่นตามความเคยชินของสมอง แล้วหยิบโทรศัพท์แบบหมุนขึ้นมาโทรสั่งอาหาร
ทว่า
ความเคยชินของเขากลับหาโทรศัพท์ไม่เจอ เพราะตำแหน่งของมันเปลี่ยนไปแล้ว
สถานการณ์ที่ผิดไปจากปกติเช่นนี้ทำให้เขาสร่างตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
สภาพห้องที่สะอาดสะอ้านเหมือนใหม่ตรงหน้าทำให้รีแกนถึงกับชะงักไป
ถึงขั้นสงสัยว่าตัวเองเผลอไปนอนบ้านคนอื่นมาทั้งคืนหรือเปล่า จนกระทั่งเหลือบไปเห็นฟิกเกอร์เด็กสาวที่หัวเตียงในห้องนอน ถึงได้มั่นใจว่านี่คือห้องเช่าของตัวเอง
ตอนนั้นเอง
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดสูทสีดำสไตล์ไอวีลีกก็เดินออกมาจากห้องครัว ในมือยังถือไก่อบทั้งตัวและสเต็กที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ
เมื่อเห็นอาหารที่ดูน่าอร่อยขนาดนี้ น้ำลายของรีแกนก็ไหลย้อยออกมาทันที หน้าท้องยังส่งเสียงร้องประท้วงอย่างไม่รักดี
"คุณรีแกน ตื่นแล้วเหรอครับ? ตอนที่ผมมาถึง เห็นว่าประตูบ้านคุณไม่ได้ล็อกเลยถือวิสาสะเข้ามา แล้วก็ช่วยทำความสะอาดให้ด้วย
พอดีว่าใกล้จะถึงเวลาอาหารค่ำ ผมก็เลยแวะซื้อวัตถุดิบจากข้างนอกกลับมาทำอาหารด้วยเลย"
รีแกนไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเลยสักนิดที่อีกฝ่ายบุกรุกเข้ามาในบ้านของตนเอง
ตรงกันข้าม ในสายตาของเขา พ่อหนุ่มตรงหน้านี้เปรียบเสมือนเทวทูตมาโปรด ถึงขั้นมองเห็นวงแหวนบนหัวลางๆ ด้วยซ้ำ
"คุณคือ..."
"วิลเลียม เบเรนส์ จาก O.C.A. ครับ ที่มาครั้งนี้เพราะมีเรื่องบางอย่างอยากจะขอคำชี้แนะจากคุณ"
พอได้ยินว่าอี้เฉินมาจากวิทยาลัย แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังยอมรับความหวังดี "มาจากวิทยาลัยงั้นเหรอ? กินไปคุยไปเถอะ ฉันเผลอนอนเพลินจนไม่ได้กินข้าวมื้อเที่ยง หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว"
รีแกนข่มความอยากอาหารไว้ชั่วคราว เขากลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กยับยู่ยี่ กว่าจะห่อหุ้มพุงของเขาไว้ได้จนมิดก็เล่นเอาเหนื่อย
หลังจากล้างหน้าบ้วนปากและจัดทรงผมแบบลวกๆ เขาก็แอ่นพุงเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น
รีแกนมีความสูงพอๆ กับอี้เฉิน แต่เนื้อที่ย้อยบนใบหน้า คางที่มีหลายชั้น รวมถึงกระดุมเสื้อเชิ้ตที่แทบจะปริแตก รูปร่างแบบนี้มันออกจะเกินเบอร์ไปหน่อยจริงๆ
ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระบบของโลกใบนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่เกี่ยวข้องกับความอ้วน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมาชิกขององค์กรที่มีหน้าที่ปัดเป่าโรคภัย ภายใต้การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในแต่ละวัน โดยพื้นฐานแล้วล้วนมีรูปร่างที่ดูดี
อี้เฉินคาดเดาว่า 【ร่างกาย】 ของคุณรีแกนคนนี้คงมีแค่ 2 หรืออาจจะต่ำกว่านั้นด้วยซ้ำ
ไม่ถึงสิบนาที รีแกนก็สวาปามอาหารสำหรับห้าคนไปจนหมดเกลี้ยง
กระดุมที่ทำหน้าที่รัดหน้าท้องและทนรับแรงดันมาเนิ่นนานในที่สุดก็ถึงขีดจำกัด ปึด! มันกระเด็นหลุดออกมาราวกับลูกกระสุนปืน กระดอนไปมาบนเพดานหลายครั้ง ก่อนจะตกลงมาตรงหน้ารีแกนพอดี
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด เมื่อครู่นี้อี้เฉินสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดของพลังงานบางอย่างลางๆ
รีแกนพูดด้วยความกระดากอายเล็กน้อย "ขอโทษทีนะ ฝีมือทำอาหารของนายยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเชฟใหญ่ของครัวแซมซะอีก! ฉันเลยอดใจไม่ไหว เผลอกินเยอะไปหน่อย"
รีแกนอาศัยจังหวะนั้นวางกระดุมลงบนรอยด้ายที่ขาด ราวกับเล่นกล มันถูกซ่อมแซมและเย็บติดให้แน่นหนาขึ้นในพริบตา
"ว่ามาสิ มีธุระอะไรกับฉัน? ขอบอกไว้ก่อนนะว่าฉันยุ่งมาก พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงาน ถ้าจะให้ช่วยทำอะไรล่ะก็ ฉันไม่มีเวลาให้หรอกนะ"
"ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่บังเอิญรู้มาว่าคุณรีแกนมีพรสวรรค์ด้าน 【จิตสัมผัส】 มาก เลยตั้งใจมาขอคำชี้แนะสักหน่อย... พอจะมีประสบการณ์หรือวิธีฝึกฝนพิเศษอะไรบ้างไหมครับ"
อี้เฉินไม่ได้อ้างชื่ออาจารย์ใหญ่ออกมาตรงๆ ในมุมมองของเขา การลาออกของรีแกนอาจจะเกี่ยวข้องกับการ 'เล็งเห็นแวว' ของอาจารย์ใหญ่ก็เป็นได้
"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองเหรอ? ทุกคนช่างขยันขันแข็งกันจริงๆ... ประสบการณ์ของฉันพูดไปแล้วมันค่อนข้างน่าขันน่ะ ฉันไม่ได้สนใจเรื่องการพัฒนาอะไรนั่นเลยสักนิด ถ้าอู้งานได้ก็ต้องอู้ให้ถึงที่สุด
ตอนแรกที่อยู่วิทยาลัยก็ยังดีอยู่หรอกนะ สัปดาห์หนึ่งต้องเข้าเรียนแค่สองวิชา
แต่ต่อมาไม่รู้ทำไมถึงโดนคนเพ่งเล็ง บังคับให้ฉันทำนู่นทำนี่ ฉันก็เลยลาออกแล้วไปทำงานที่โรงไฟฟ้า เริ่มต้นชีวิตแบบเข้างานเก้าโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็น
ต้องยอมรับเลยว่า ความรู้สึกของการได้นอนเปื่อยๆ นี่มันดีจริงๆ"
"คุณรีแกนครับ ขอถามหน่อยได้ไหมว่า 【จิตสัมผัส】 ของคุณมีเท่าไหร่ครับ?"
"นายยื่นมือมาสิ ของแบบนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังหรอก"
เมื่อวางมือลงบนบ่าที่เต็มไปด้วยไขมันของรีแกน จอประสาทตาก็ได้รับข้อมูลที่ถูกแชร์มาให้ทันที
≮อาชีพ: นักสร้างต้นแบบ≯
≮ระดับ: มนุษย์≯
≮ค่าสถานะพื้นฐาน≯
【ร่างกาย Physique】: 1
【การประสานงาน Motorics】: 5
【สติปัญญา Intellect】: 5
【จิตสัมผัส Psyche】: 7
【โชค Luck】: 4
≮คุณลักษณะอาชีพ≯
"สัมผัสฟ้าดิน (ติดตัว)":
มีความสามารถแต่กำเนิดในการหยั่งรู้และทำความเข้าใจแก่นแท้ของสรรพสิ่ง รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างทุกสรรพสิ่งได้ง่ายกว่าปกติ ขีดจำกัดมาตรฐานของ 【จิตสัมผัส Psyche】 เพิ่มขึ้น ปรากฏมาตรฐานที่เจ็ด - "7. ก้าวข้าม"
อนุญาตให้บุคคลนั้นสามารถทะลวงขีดจำกัดด้วยจิตสัมผัสที่เหนือล้ำ เพื่อบรรลุถึงระดับที่สูงขึ้น
"ควบคุมต้นแบบ (เรียกใช้)":
สามารถจัดเรียงและควบคุมสสารต่างๆ ในระดับจุลภาค หรือแม้กระทั่งสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา
*ความสามารถนี้จำกัดเฉพาะสิ่งไม่มีชีวิตเท่านั้น เมื่อนำไปใช้กับสิ่งมีชีวิต ผลลัพธ์จะลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง แทบจะไม่มีผลเลย
ความแข็งแกร่งในการควบคุม ความลึกซึ้งในระดับจุลภาค และความซับซ้อนในการสร้างสรรค์ มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับค่า 【จิตสัมผัส】
...
"ค่าสถานะสูงมาก!"
อี้เฉินตกใจกับข้อมูลส่วนตัวแบบนี้ นอกเหนือจากร่างกายที่อ่อนแออย่างหนักแล้ว ค่าอื่นๆ ล้วนสูงลิ่ว ที่น่ากลัวที่สุดก็คือจิตสัมผัส ที่สูงถึงระดับ 【7】 ซึ่งหาได้ยากยิ่ง
มิน่าล่ะ อาจารย์ใหญ่ที่อยู่ในสายจิตสัมผัสเหมือนกันถึงได้อยากจะสั่งสอนด้วยตัวเอง
ทว่ารีแกนกลับไม่ใส่ใจกับค่าสถานะเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
"ถึงงานของฉันจะมั่นคง แต่ก็มีคู่แข่งอยู่ไม่น้อย เพราะงั้นปกติฉันก็เลยแบ่งเวลามาฝึกฝน 'ความสามารถอาชีพ' อยู่บ้าง เพื่อรักษาระดับของตัวเองไม่ให้โดนไล่ออกน่ะ"
ระหว่างที่พูด รีแกนก็จงใจชี้ไปที่โมเดลเด็กสาวในห้องของเขา ดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็นผลงานที่เขาใช้สำหรับฝึกฝนนั่นเอง
"แล้วจิตสัมผัสของนายเพิ่มขึ้นได้ยังไงล่ะ?"
"เรื่องนั้นน่ะเหรอ~ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเพิ่มมันหรอก ปกติฉันชอบหมกตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปิดมิดชิดและเงียบสงบ ในหัวก็คิดถึงโมเดลร่างกายมนุษย์ แล้วก็สร้างพวกเธอขึ้นมาด้วยงานฝีมือ
กระบวนการนี้อาจจะต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งเป็นเดือน
มีหลายครั้งที่ฉันคิดจนเพลิน แล้วค่าสถานะมันก็เพิ่มขึ้นมาเอง"
"อะไรนะ!?"
เมื่ออี้เฉินได้ยินคำตอบเช่นนั้น เขาก็รู้สึกยากที่จะยอมรับได้
"ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปหรอก ตอนที่จิตสัมผัสของฉันเพิ่มไปถึงระดับ 【6】 ก็เลยได้รับความสนใจจากวิทยาลัย หลังจากนั้น ภายใต้การชี้แนะของอาจารย์ใหญ่เดสลิน ใช้เวลาประมาณสองเดือนก็ไปถึงระดับ 【7】
ตอนนั้นฉันก็รู้สึกถึงข้อดีของมันจริงๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันอยากจะไปให้ถึงระดับที่สูงกว่านี้
แต่อาจารย์ใหญ่เดสลินกลับดึงดันจะให้ฉันตามทีมทีมหนึ่งเข้าไปในส่วนลึกของเขตสีเทา เพื่อค้นหา 【วัตถุโบราณ】 ที่เหมาะกับฉัน
แบบนั้นมันไม่ไหวหรอกนะ อัตราการตายมันสูงเกินไป... ฉันยังไม่พร้อมที่จะตาย ก็เลยเลือกที่จะลาออกแล้วไปใช้ชีวิตที่มันสบายกว่านี้ดีกว่า"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ประกายความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาในหัวของอี้เฉิน จู่ๆ เขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
(ประสบการณ์ของอัจฉริยะแบบนี้ไม่มีค่าพอให้เอาเป็นแบบอย่างเลยสักนิด อาชีพและพรสวรรค์เฉพาะตัวของเขา เป็นตัวกำหนดรูปแบบการเติบโตที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา คนอื่นไม่สามารถเลียนแบบได้เลย
จุดประสงค์ที่แท้จริงของอาจารย์ใหญ่ คงไม่ใช่ว่าต้องการให้ฉันไปงัดแงะโอตาคุอ้วนคนนี้ เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจในการพัฒนาของเขาหรอกนะ?
การจะทำให้โอตาคุอ้วนระดับปรมาจารย์แบบนี้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้ ความยากมันพอๆ กับการฆ่าผู้ติดเชื้อรุนแรงเลยนะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเกลี้ยกล่อมให้เขาไปที่เขตสีเทา เพื่อทะลวงขีดจำกัดของมนุษย์เลย
ช่างเถอะ~ เรื่อง 【จิตสัมผัส】 เดี๋ยวฉันค่อยหาวิธีเอาเองก็แล้วกัน อีกอย่างจิตสัมผัสของจินก็ค่อนข้างสูง ที่เกทเสมนีก็ต้องมีช่องทางฝึกฝนเพื่อเพิ่มจิตสัมผัสอย่างแน่นอน)
"ขอบคุณที่แบ่งปันครับ งั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน ลาก่อนครับคุณรีแกน!"
"ขอโทษจริงๆ นะ ที่ช่วยอะไรนายไม่ได้... เดินทางปลอดภัยล่ะ"
รีแกนที่กินจนอิ่มแปล้ไม่อยากจะลุกขึ้นยืนเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงแค่นั่งโบกมือลาอยู่กับที่
ทว่าในจังหวะที่อี้เฉินล้มเลิกความตั้งใจในเส้นทางที่อาจารย์ใหญ่เสนอให้ และกำลังจะเดินออกจากห้องเช่าราคาถูกใต้ดินนั้นเอง
เสียงผู้หญิงที่ถูกรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง:
"สุ... สาน (ซี่ ซี่)"
"หืม?"
เสียงแปลกประหลาดนี้เจือปนไปด้วยความรู้สึกอันตราย ถึงขั้นบีบบังคับให้องุ่นน้อยมุดออกมาจากคอเสื้อ แล้วหันกลับไปมองในห้องเช่าพร้อมๆ กัน
ภาพที่เห็นก็คือ ด้านหลังของรีแกนที่กำลังโบกมือลามีศพผู้หญิงที่ดูครึ่งจริงครึ่งลวงตา ลอยล่องอยู่
เนื้อหนังที่เน่าเปื่อยบางส่วนและกระดูกที่ผุพัง ถูกเชื่อมต่อกันด้วยสายไฟชนิดต่างๆ เส้นประสาทและหลอดเลือดส่วนใหญ่ในร่างกายก็ถูกแทนที่ด้วยสายไฟเช่นกัน
ลิ้นในปากของศพหญิงสาวยังเต็มไปด้วยรูเล็กๆ ยั้วเยี้ย คล้ายกับรูลำโพงของวิทยุสื่อสาร และเสียงรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็ดังออกมาจากข้างในนั้นนั่นเอง
(นี่มันตัวอะไรเนี่ย? ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่สังเกตเห็นเลย...)
เสียงตอบกลับจากองุ่นน้อยดังขึ้น:
(แผ่กลิ่นอายของสุสานออกมา อาจจะเป็นพวกเดียวกับข้า แต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านแก่นแท้... สภาพของหล่อนแปลกมาก อยู่กึ่งกลางระหว่างกายหยาบกับกายทิพย์ แถมยังยึดติดอยู่กับมนุษย์อ้วนคนนี้อย่างสมบูรณ์)
(มาจากสุสานในสังกัดขององค์กรงั้นเหรอ? หรือว่า...)







