สำนักงานใหญ่กลุ่มบริษัทตระกูลอัน
เวลา 09:56 น. อันจิ่นหงเดินเข้ามาในห้องทำงานประธานบริษัทด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณพ่อครับ บริษัทเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งจากเทียนเซิ่งแคปปิตอล พวกเขาประกาศถือหุ้นครั้งที่สี่จนถึง 20% แล้ว ตอนนี้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจควบคุมกลุ่มบริษัทตระกูลอันโดยพฤตินัยแล้วครับ!"
อันฉีหลงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที จ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง "แกพูดว่าอะไรนะ? ประกาศถือหุ้นสี่ครั้งรึ? ข่าวที่ฉันได้ยินน่าจะเป็นข่าวเทียนเซิ่งแคปปิตอลโดนล้างพอร์ตไม่ใช่หรือไง?"
อันจิ่นหงค้อมตัวลงตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ "คุณพ่อครับ... เทียน...เทียนเซิ่งแคปปิตอลไม่...ไม่รู้ว่าเอาเงินทุนนับหมื่นล้านมาจากไหน..."
อันฉีหลงชะงักงันไปครู่หนึ่ง สีหน้าค่อยๆ ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อหวนคิดและตระหนักได้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน เขาก็ตบโต๊ะอย่างแรงพลางกัดฟันคำรามเสียงต่ำ "โธ่เว้ย! พวกเราโดนหลอกเข้าอย่างจัง ข้อมูลพวกนั้นมันของปลอมทั้งนั้น..."
อันจิ่นหงตกตะลึง "นี่...นี่มัน... หรือว่าน้องเล็กเธอ... เป็นไปได้อย่างไร? เธอ..."
อันฉีหลงใช้สองมือยันโต๊ะทำงาน ก้มหน้ามองโต๊ะแล้วคำรามทีละคำ "ตอนนี้ใช่เวลามามัวสืบสาวเรื่องพวกนี้หรือไง? ไปยื่นเรื่องขอพักการซื้อขายฉุกเฉินครึ่งชั่วโมงกับตลาดหลักทรัพย์ แล้วรีบไปรวบรวมเงินทุนมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ พอเปิดตลาดเมื่อไหร่ให้กว้านซื้อหุ้นเพิ่มโดยไม่ต้องสนต้นทุน! ยังจะยืนบื้ออยู่อีกทำไม? หมาป่ามันมาจ่ออยู่หน้าประตูแล้ว ยังจะมัวยืนบื้ออยู่อีกทำไม? ไปชิงตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง... กลับมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
เทียนเซิ่งแคปปิตอลกว้านซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทตระกูลอันอย่างบ้าคลั่งจนถึง 20% ทำเอาผู้บริหารกลุ่มบริษัทตระกูลอันถึงกับช็อก
ลูกชายคนโตอย่างอันจิ่นหงรีบร้อนจากไป อันฉีหลงจึงต่อสายตรงไปหาผู้กุมบังเหียนกลุ่มบริษัทฮุ่ยจิ่งเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ทว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายกลับเย็นชาอย่างยิ่ง ทำเอาสีหน้าของอันฉีหลงย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
ทางฝั่งกลุ่มบริษัทฮุ่ยจิ่งเองก็อารมณ์เสียสุดๆ เช่นกัน เพิ่งจะเทขายหุ้น 4.57% ไปในราคาฟลอร์หมาดๆ ตอนนี้จะให้พวกเขาไปไล่ซื้อกลับมาเนี่ยนะ?
เห็นได้ชัดว่าฮุ่ยจิ่งเองก็ตระหนักแล้วว่า กลุ่มบริษัทตระกูลอันดูเหมือนจะโดนคู่แข่งซ้อนแผนจนพังยับเยิน!
เมื่อขอความช่วยเหลือจากฮุ่ยจิ่งไม่สำเร็จ อันฉีหลงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหาหนทางเอาตัวรอดด้วยตัวเอง
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของตระกูลอันให้เร็วที่สุด กว้านซื้อเพิ่มโดยไม่สนต้นทุน และที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่สามารถใช้เงินของบริษัทได้ ต้องใช้เงินส่วนตัวของตระกูลอันเท่านั้น
เพราะหุ้นที่ซื้อคืนด้วยเงินบริษัทจะไม่มีสิทธิ์ออกเสียง การซื้อคืนหนึ่งหุ้นเท่ากับการเพิ่มสิทธิ์ออกเสียงให้กับผู้ถือหุ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นใหญ่มากที่สุด และตอนนี้เทียนเซิ่งแคปปิตอลก็กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของกลุ่มบริษัทตระกูลอันโดยพฤตินัยไปแล้ว
แต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด สิ่งที่เลวร้ายจริงๆ คือขอเพียงเทียนเซิ่งแคปปิตอลประกาศถือหุ้นครั้งที่หกจนถึง 30% ก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมกลุ่มบริษัทตระกูลอัน ถึงตอนนั้นลู่หมิงก็สามารถเรียกร้องให้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัทตระกูลอัน ปลดกรรมการชุดปัจจุบันออก แล้วบริษัทก็จะเปลี่ยนมือทันที
...
ในขณะเดียวกัน ตลาดทุนก็แตกตื่นกันไปหมดแล้ว
เวลา 10:02 น. หุ้นกลุ่มบริษัทตระกูลอันถูกระงับการซื้อขายชั่วคราวครึ่งชั่วโมง และจะกลับมาเปิดการซื้อขายอีกครั้งในเวลา 10:32 น.
ประกาศเรื่องเทียนเซิ่งแคปปิตอลกว้านซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทตระกูลอันจนถึง 20% ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ บนแอปพลิเคชันหุ้นที่มีผู้ใช้งานนับร้อยล้านคนอย่างถงฮวาซุ่น ความนิยมของหุ้นกลุ่มบริษัทตระกูลอันพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ทันที ความคิดเห็นใหม่ใต้โพสต์มีมากกว่าพันรายการ เมื่อเลื่อนลงไปดูก็พบแต่คำว่า "เพิ่งโพสต์", "1 นาทีที่แล้ว", "3 นาทีที่แล้ว" ส่วนกระแสในเถาปาและเสวี่ยฉิวก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน
"สุดยอดดดด การเทรดระดับเทพของอี้เกอคราวนี้ทำเอาฉันขนลุกซู่ไปหมดแล้ว!"
"เปิดตลาดสิบโมงครึ่ง กลุ่มบริษัทตระกูลอันพุ่งจากฟลอร์ชนซิลลิ่งแน่"
"หลังจากนี้ก็คงได้นับซิลลิ่งกันรัวๆ ก่อนหน้านี้ก็นับเหมือนกัน แต่นับฟลอร์ ตั้งแต่วันนี้ไปได้เริ่มนับซิลลิ่งแล้ว!"
"หุ้นตัวนี้โคตรเร้าใจเลยว่ะ เมื่อเช้าเสี่ยงตายเข้าไปรับของ โคตรสะใจ ถ้าไม่พุ่งจากฟลอร์ไปชนซิลลิ่งนะ ฉันยอมหกสูงกินขี้เลย สะใจเว้ย!!"
"อี้เกอ เทพเจ้าตลอดกาล ไม่รับความเห็นต่าง!"
"อี้เกอคือคนที่โคตรเทพที่สุดเท่าที่เคยเดินออกจากเถาปาของพวกเราไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเทียบได้ เทพเจ้าตลอดกาล!"
"ขอถามหน่อยเถอะ ใครจะไปคิดว่าคนที่เพิ่งเข้าตลาดมาเมื่อครึ่งปีก่อนด้วยเงินแค่แสนเดียว ครึ่งปีให้หลังจะกลายมาเป็นพระเอกใน 'ศึกอันเทียน' ที่คนทั้งตลาดทุนจับตามอง? กลายเป็นตัวตนที่กวนน้ำให้ขุ่นจนปั่นป่วนไปทั้งตลาด"
"โคตรเจ๋ง ยอมซูฮกให้เลยจริงๆ ไม่เล่นเก็งกำไรระยะสั้น แต่หันกลับมาฮุบกลุ่มบริษัทระดับยักษ์ใหญ่มูลค่ากว่าห้าแสนล้าน"
"พวกนายว่าอี้เกอจะทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์นี้สำเร็จไหม?"
"พูดยากว่ะ เรื่องนี้แม่งพูดยากจริงๆ ไม่กล้าฟันธงเลย ลองดูแนวโน้มราคาหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันช่วงนี้สิ แล้วก็ดูการปะทะกันของฝั่งซื้อกับฝั่งขายเมื่อเช้า ก็รู้แล้วว่าทั้งสองฝ่ายฟาดฟันกันโหดเหี้ยมขนาดไหน ถึงเวลาจะสั้น แต่มูลค่าการปะทะกันในแต่ละวินาทีมันหลักพันล้าน หลายพันล้าน หรือเป็นหมื่นล้านเลยนะ!"
"เมื่อเช้าฉันเพิ่งเจอมา โคตรเถื่อนเลย แม่งยังไม่ทันตั้งตัว 'คลิก' เดียว ออเดอร์หลายล้านหุ้นก็โดนกวาดเรียบ"
"ฮ่าๆ อี้เกอลอบกัดคนแก่จากข้างหลัง ไม่เบาเลยนะ!"
"ได้ยินมาว่าขอแค่อี้เกอประกาศถือหุ้นถึง 30% ก็จะสามารถควบคุมกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ได้แล้ว ขาดอีกแค่สองครั้งเท่านั้น"
"ตระกูลอันจะยอมงอมืองอเท้าเหรอ? คอยดูเถอะ ฉันสังหรณ์ใจว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะมันส์ยิ่งกว่านี้อีก แค่คิดถึงศึกชิงอำนาจเหนือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสินทรัพย์รวมกว่าห้าแสนห้าหมื่นล้าน ก็รับรองได้เลยว่าทั้งสองฝ่ายต้องงัดทุกวิถีทางหรือแม้แต่วิธีสกปรกออกมาใช้แน่!"
"ฉันเตรียมเก้าอี้กับเมล็ดแตงโมพร้อมแล้ว รอดูละครฉากเด็ดเลย"
"จู่ๆ ก็รู้สึกว่าหนังหรือซีรีส์ที่ดูอยู่ปกติมันกากไปเลยเมื่อเทียบกับความจริง มาเฟียไม่กี่คนฟันกันไปมาเพื่อเงินแค่ไม่กี่ล้านหรือสิบล้าน ฉากแอ็กชันเดือดๆ ใน 'Fast 5' ก็เพื่อเงินแค่ร้อยล้านดอลลาร์ หรือประมาณหกเจ็ดร้อยล้านหยวน ถ้าเอามาวางในกระดานของกลุ่มบริษัทตระกูลอันวันนี้ แค่วินาทีเดียวก็คงปลิวหายไปแล้ว"
"พูดได้คำเดียวว่าเรื่องจริงมันเร้าใจกว่าจินตนาการในจอเยอะ การปะทะกันระดับหลักพันล้านหมื่นล้านมีจุดพีคให้ลุ้นตลอด บดขยี้หนังทุกแนว ชี้เป็นชี้ตายล้างพอร์ตกันในชั่วพริบตา นี่มันศึกเทพชนเทพชัดๆ!"
"ฉันขอประกาศว่า ตั้งแต่นี้ไปอี้เกอคือความศรัทธาของเถาปา ใครเห็นด้วย? ใครค้าน?"
"ฉันขอค้าน... ซะเมื่อไหร่ล่ะ ยกมือเห็นด้วยรัวๆ!"
...
เวลาผ่านไปทีละนาที การระงับการซื้อขายชั่วคราวครึ่งชั่วโมง เพียงพอที่จะทำให้ข่าวช็อกโลกนี้แพร่กระจายและกลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงเวลา 10:30 น. เหลือเวลาอีกเพียง 2 นาทีก่อนจะกลับมาเปิดการซื้อขาย
ในวินาทีนี้ ราวกับว่าสายตาทั้งตลาดได้จับจ้องมาที่หุ้นกลุ่มบริษัทตระกูลอัน
เวลา 10:31:59 น. เมื่อวินาทีสุดท้ายสิ้นสุดลง การจับคู่ซื้อขายต่อเนื่องก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ทุกคนต่างเห็นว่ากราฟราคาที่จมน้ำอยู่ระดับ -8.63% พุ่งหัวทะยานขึ้นทันที เพียงแค่วินาทีเดียวก็มีมูลค่าการซื้อขายปาเข้าไปเจ็ดแปดร้อยล้าน
ทุกคนกำลังแย่งกันกว้านซื้อหุ้นอย่างบ้าคลั่ง!
เวลา 10:32:26 น. หุ้นตระกูลอันพุ่งแตะ 15.72 หยวน พุ่งจากฟลอร์ชนซิลลิ่งที่ +10.03% ภายในเวลาเพียง 26 วินาทีหลังจากเปิดตลาด ก็มีมูลค่าการซื้อขายทะลักกว่า 12,900 ล้านหยวน ทำเอาผู้คนนับไม่ถ้วนถึงกับตกตะลึง
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ คนที่ยอมปล่อยหุ้นออกมาในราคานี้ โง่บัดซบจนถึงขีดสุดเลยหรือเปล่า?
แบบนี้ยังจะขายอีกเหรอ?
คนขายไม่อ่านข่าวกันเลยหรือไง?
อัตราการหมุนเวียนเปลี่ยนมือระเบิดเถิดเทิง หุ้นบลูชิปขนาดใหญ่ระดับแสนล้านกลับมีสภาพเหมือนหุ้นปั่นหรือหุ้นไอพีโอใหม่ เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากจริงๆ
ออเดอร์ฝั่งซื้อที่ตั้งรอคิวชนซิลลิ่งกองพะเนินเทินทึกอย่างโหดเหี้ยมราวกับเก็บแต้มคิล เพียงไม่กี่นาทีก็มีออเดอร์รอซื้อกว่า 5 ล้านลอต คิดเป็นมูลค่าเกือบ 8 พันล้าน
มูลค่าการซื้อขาย 12,900 ล้านหยวน เม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้ามานี้เรียกได้ว่ามาจากสารพัดเทพเซียนภูตผีปีศาจในตลาด ตระกูลอันไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาแย่งกว้านซื้อหุ้นอย่างหิวโซกับคนพวกนี้ในตลาดรอง แต่ก็ไม่มีทางเลือก ยังไงก็ต้องแย่ง และจะมามัวเลือกกินไม่ได้ด้วย
ภายในเวลา 26 วินาทีนี้ ตระกูลอันต้องควักกระเป๋าตัวเองทุ่มเงินไปเกือบ 5 พันล้านเพื่อแย่งซื้อหุ้นมาได้ 320 ล้านหุ้น ดันสัดส่วนการถือหุ้นของตระกูลขึ้นไปเป็น 18% ถ้าบอกว่าไม่เจ็บปวดก็คงโกหกแล้ว
นี่มันเงินสดๆ ทั้งนั้น ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ เดิมทีพวกเขาไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนนี้ก็สามารถรวบรวมอำนาจควบคุมหุ้นได้ ผ่านแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2 หมื่นล้านของบริษัท แต่ผลคือเทียนเซิ่งแคปปิตอลดันโผล่มาสกัดดาวรุ่งกลางปล้อง
การดำเนินการครั้งนี้ ตระกูลอันต้องทุ่มเงินสดๆ ไปแล้วรวมกว่าหกเจ็ดพันล้าน หน้าตักของเจ้าสัวก็แทบจะไม่เหลือแล้วเหมือนกัน
เมื่อหุ้นตระกูลอันพุ่งชนซิลลิ่ง ออเดอร์รอซื้อหน้ากระดานก็ค่อยๆ ลดลงไปกว่าครึ่ง ทำเอาแมลงเม่าบางส่วนตกใจจนยอมปล่อยหุ้นออกมา เพราะคิดว่าหลังจากนี้ซิลลิ่งจะแตก
ก็อย่างว่าแหละ ตอนนี้หุ้นตัวนี้มันไม่ปกติเอาเสียเลย แค่เห็นออเดอร์หลายล้านลอตโดนกวาดเรียบภายในไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ใครๆ ก็ต้องเสียวสันหลังกันทั้งนั้น!
แต่ในความเป็นจริง เม็ดเงินที่ต่อคิวรอซื้ออยู่บนกระดานไม่ได้มองว่าหุ้นตัวนี้ไม่ดี แต่มองว่ามันโคตรจะดีต่างหาก พวกนักลงทุนรายใหญ่ที่ฉลาดๆ ต่างก็หันหัวเรือไปเก็งกำไรใน 'หุ้นธีมถูกกว้านซื้อ' กันหมดแล้ว
หลังจากหุ้นกลุ่มบริษัทตระกูลอันชนซิลลิ่งไปได้ยี่สิบนาที หุ้นในกลุ่ม 'ธีมถูกกว้านซื้อ' ทั้งกระดานก็พากันพุ่งทะยาน กระแสความตื่นตัวที่กลุ่มบริษัทตระกูลอันจุดประกายขึ้นได้ลุกลามไปยัง 'หุ้นธีมถูกกว้านซื้อ' ทั้งหมด กลายเป็นการสร้างอิทธิพลทางอารมณ์แบบ 'ซิลลิ่งนำพา' ราวกับหลุดออกมาจากตำรา
เม็ดเงินเก็งกำไรระยะสั้นและเงินร้อนจากนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดที่ตกรถ มาช้าไปก้าวเดียวจนไม่ได้กินเนื้อก้อนโตของกลุ่มบริษัทตระกูลอัน ก็หันไปเก็งกำไรหุ้นธีมถูกกว้านซื้อตัวอื่นๆ แทน กลุ่มบริษัทตระกูลอันใช้กำลังเพียงลำพังลากหุ้น 'ธีมถูกกว้านซื้อ' ทั้งกลุ่มให้บินทะยาน เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เหล่าปีศาจเริงระบำ เทพเซียนทุกสายต่างงัดอิทธิฤทธิ์ออกมาโชว์กันอย่างเต็มที่
สิ่งนี้ยังทำให้ 'หุ้นธีมถูกกว้านซื้อ' เลื่อนขั้นได้สำเร็จ กลายเป็นจุดสนใจและกระแสหลักของตลาดในวันนี้