ซินจั๋วเอาผ้าใบกันน้ำออกมาปูออก ทั้งสองคนนั่งลงบนพื้น เสี่ยวหวงเข้ามาดมๆ ที่เท้าของฮุ่ยหรูชิง ดูเหมือนจะไม่ใช่กลิ่นที่คุ้นเคย มันจึงกลอกตาแล้ววิ่งออกไปเที่ยวเล่น
ซินจั๋วมองฮุ่ยหรูชิงเงียบๆ ชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกสับสนเหมือนกำลังหลอกเด็กสาว รู้สึกผิดศีลธรรม แม้ว่าตัวเขาเองจะเป็นแค่มือใหม่ แต่ก็ดูออกไม่ยากว่าฮุ่ยหรูชิงคนนี้เป็นหญิงสาวที่มีจิตใจใสซื่อบริสุทธิ์จริงๆ
มิฉะนั้นนางคงไม่มีทางสนใจคำพูดเพียงไม่กี่คำและเรื่องไร้สาระที่เขาพ่นออกมา
ทั้งสองคนนัดเจอกันทุกๆ สามวัน เดิมทีเขาคิดแค่จะเกาะขาผู้ยิ่งใหญ่ไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
เขามักจะรู้สึกว่าเวลาคุยกับนางนั้นผ่อนคลายมาก ไม่ต้องใช้สมองมากนัก แค่ชมไปเรื่อยก็พอแล้ว เมื่อเทียบกับผู้หญิงในชาติก่อนที่แค่เขาขยับปาก พวกนางก็รู้แล้วว่าเขาอยากจะทำอะไร นางช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
หลังจากมองดูหิมะที่โปรยปรายเต็มท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ซินจั๋วก็พูดขึ้นมาทันทีว่า "เอาอย่างนี้ไหม เจ้ามาเป็นโจรภูเขากับข้าเถอะ เป็นแม่ชีไม่มีอนาคตหรอก"
"..."
ฮุ่ยหรูชิงมองเขาแวบหนึ่ง พบว่าเขาจริงจังมาก นางจึงอดหัวเราะไม่ได้ "เป็นโจรภูเขาแล้วมีอนาคตงั้นหรือ ข้า...เป็นโจรภูเขาไม่ได้หรอก!"
"เป็นโจรภูเขามันไม่ดีตรงไหน" ซินจั๋วนับนิ้ว "ไม่มีภาระ ไม่มีแรงกดดัน อยากไปไหนก็ไป"
"หากข้าไปเป็นโจรภูเขา เกรงว่าคนในครอบครัวของข้าคงจะไล่ตามฆ่าเจ้าไปทั่ว"
ฮุ่ยหรูชิงปิดปากหัวเราะเบาๆ กลัวว่าจะทำร้ายความภาคภูมิใจของซินจั๋ว นางจึงพูดอีกว่า "เจ้าอยากเป็นโจรภูเขาไปตลอดชีวิตจริงๆ หรือ"
ซินจั๋วตกอยู่ในห้วงความคิด คำถามนี้เขาเคยคิดมาแล้ว แต่ก็ยังคิดไม่ตก
ฮุ่ยหรูชิงพูดขึ้นอีกครั้งว่า "คัมภีร์เต้าเต๋อจิง และ พิชัยสงครามซุนวู ช่างล้ำลึกจริงๆ โจรน้อยอย่างเจ้ากลับมีความรู้เต็มท้อง มีแผนการรบในใจ ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ ต่อให้ไปเป็นทหาร หรือเข้ารับราชการ ก็ยังได้เลย"
ซินจั๋วพูดพลางหัวเราะ "คงจะไม่ได้กระมัง ประวัติของข้าก็วางอยู่ตรงนี้ เรื่องการตรวจสอบภูมิหลัง... เอาเป็นว่าข้าไม่มีความมั่นใจขนาดนั้นหรอก ยังรู้สึกว่าการเป็นโจรภูเขามันผ่อนคลายกว่า"
จากนั้นเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ "เอ๊ะ เจ้าทราบได้อย่างไร"
ฮุ่ยหรูชิงกะพริบตาอย่างซุกซน "ข้าเคยบอกแล้วว่าจะปกป้องเจ้า ย่อมต้องรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเจ้าสิ"
ซินจั๋วไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "ความจริงก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่หรอก"
"อีกไม่กี่วัน หอสารทสถาน น่าจะน่าสนใจมาก"
ฮุ่ยหรูชิงยกเรียวขาที่ตรงและยาวขึ้น สลัดหิมะบนตัวออก "ป้ายศิลาไร้อักษรของหอสารทสถาน ได้เชิญคนจำนวนมากไปเยี่ยมชมและทำความเข้าใจ มีแต่ยอดฝีมือทั้งนั้น"
ซินจั๋วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ป้ายศิลาไร้อักษรงั้นหรือ หรือว่าเป้าหมายของหอสารทสถานก็คือเรื่องนี้ ให้เขาไปทำความเข้าใจป้ายศิลาไร้อักษร เพื่อเสี่ยงดวงหรือ เขาหัวเราะเบาๆ "เช่นนั้นก็ต้องไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยแล้ว"
ฮุ่ยหรูชิงยิ้มแย้มอย่างงดงาม "ถึงเวลาข้าก็จะไปเช่นกัน ฟูจื่อซินอย่าลืมต้อนรับข้าด้วยล่ะ!"
"แน่นอน! ทางนั้นข้ามีห้องกับเตียงส่วนตัว มานอนด้วยกันสิ"
"ถุย! โจรน้อยหน้าหนา ใครจะไปนอนกับเจ้ากัน"
ใบหน้าเล็กๆ ของฮุ่ยหรูชิงแดงก่ำ ดูเหมือนนางจะนึกอะไรขึ้นได้ "จริงสิ เจ้าทราบหรือไม่ว่าสงครามที่เมืองฝูเฟิงจบลงแล้ว"
"เรื่องเมื่อใดกัน ฝ่ายไหนชนะ"
ซินจั๋วใจกระตุก ช่วงเวลานี้ในหัวของเขามีแต่เรื่องจะสอนคัมภีร์และสับเปลี่ยนวิญญาณสังเวยอย่างไร ไม่ได้สนใจสงครามที่เมืองฝูเฟิงเลยจริงๆ แม้แต่มู่หรงซิวเจ้านั่นก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้วิธีการเป็นโจรภูเขาที่ได้มาตรฐาน จนการส่งจดหมายด้วยเหยี่ยวขาดตอนไปแล้ว
ฮุ่ยหรูชิงกล่าวว่า "เมื่อสามวันก่อน กองทัพชายแดนต้าโจวชนะแล้ว แต่ผู้ฝึกยุทธ์และชาวเมืองบาดเจ็บล้มตายกันมาก จางอาต้าผู้เป็นหัวหน้ากองทัพกบฏและพวกถูกส่งตัวไปเมืองหลวงแล้ว แคว้นตงอี๋ก็ถอยทัพแล้ว"
ซินจั๋วพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะมีผลกระทบอะไรต่อค่ายพิชิตมังกรหรือไม่
"นอกจากนี้..." ฮุ่ยหรูชิงขมวดคิ้ว "ดูเหมือนว่าเจ้าจะเจอเรื่องยุ่งยากแล้ว"
"เรื่องยุ่งยากอะไร" ซินจั๋วประหลาดใจ ตามหลักแล้วสงครามเมืองฝูเฟิงเพิ่งจะยุติ ไม่น่าจะมาปราบโจรเร็วขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาใช้ศีลธรรมบีบบังคับคนพวกนั้น ตอนนี้อย่างไรเสียเขาก็ถือว่าเป็นคนของหอสารทสถานแล้ว
ฮุ่ยหรูชิงค้อนให้เขา "ตามข่าวที่แน่ชัด มีเรื่องดีหนึ่งเรื่อง เรื่องร้ายหนึ่งเรื่อง เรื่องดีคือ มีคนต้องการรับเจ้าเข้ารับราชการ และยังตกลงเรื่องการแต่งงานให้เจ้าด้วย เป็นเขยแต่งเข้าบ้าน"
พูดถึงตรงนี้นางก็หยุดชะงัก มองสีหน้าของซินจั๋วด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ซินจั๋วยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีก "ยังมีเรื่องดีเช่นนี้อีกหรือ ข้าเป็นเพียงโจรภูเขากระจอกๆ เรื่องแต่งงาน..."
"เจ้าก็อย่าได้ดูถูกตัวเองนักเลย ข่มขู่มือปราบกว่าพันคน ปั่นหัวและจับเป็นยอดฝีมือของสี่ตระกูลใหญ่ ลอบเข้าเมืองฝูเฟิงยามวิกาล เผชิญหน้ากับคนนับแสน เอาชนะกระบี่บำเพ็ญทุกรกิริยามู่หรงอี๋ที่ระดับสูงกว่าได้นิดหน่อย อีกทั้งยังได้เข้าหอสารทสถาน แม้จะเป็นโจรภูเขา แต่ก็ยังมีอนาคต คนในเมืองไม่ได้โง่ พวกเขาย่อมต้องชั่งน้ำหนักดูให้ดี"
เรื่องพวกนี้ ฮุ่ยหรูชิงแจกแจงได้ราวกับนับสมบัติในบ้าน เพียงแต่สีหน้าของนางกลับเปลี่ยนเป็นอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก น้ำเสียงก็เย็นชาลงมาก "มีหญิงสาวมาประเคนให้ถึงที่ ดีใจมากใช่หรือไม่"
"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก! ในใจข้ามีแต่เจ้าเพียงคนเดียว"
ซินจั๋วไม่ลืมที่จะโชว์ความหน้าหนาของตนเอง เขาโยนเรื่องนี้ทิ้งไว้เบื้องหลังโดยอัตโนมัติ แล้วเอ่ยถามอย่างจริงจัง "แล้วเรื่องที่สองเล่า"
บนใบหน้าของฮุ่ยหรูชิงเผยรอยยิ้มงดงามออกมาอีกครั้ง แววตาอ่อนโยนดุจสายน้ำ "เรื่องที่สองก็คือ เซวียหวยเวย หัวหน้าใหญ่มือปราบแห่งเมืองฝูเฟิงที่มาจากคฤหาสน์ทวนเทพได้กลับมาแล้ว ไม่ทราบว่าคนผู้นี้หายไปที่ใดมา ว่ากันว่าเดิมทีเขาอยู่ขั้นเจ็ด ตอนนี้ทะลวงผ่านสองระดับรวด กลายเป็นขั้นหกแล้ว ข่าวลือในเมืองบอกว่า ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า เขาจะขึ้นเขามาด้วยตัวเอง เพื่อประลองเป็นตายกับเจ้า!"
พูดจบก็พิจารณาสีหน้าของซินจั๋ว แล้วกระซิบถามว่า "อยากให้พี่สาวช่วยหรือไม่ ฟาดมันให้ตายในฝ่ามือเดียว!"
คำว่า 'ตกลง' เกือบหลุดจากปากซินจั๋ว แต่เขารู้สึกว่าการเอาชีวิตเข้าแลกแบบแปลกๆ เช่นนี้น่าเบื่อเกินไป จึงส่ายหน้าแล้วตอบว่า "เวลายังเช้าอยู่ ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน!"
พอดีกับตอนนั้น เสียงตะโกนดังลั่นของหวงต้ากุ้ยก็ดังมาจากที่ไกลๆ "ประมุขใหญ่? ประมุขใหญ่ขอรับ? เกิดเรื่องแล้ว!"
ในที่สุดพรสวรรค์ก็ถูกนำมาใช้ เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ ทำเอาฝูงนกแตกตื่นบินว่อน
"ช่างเป็นเสียงที่ดังกังวานดีแท้!" ฮุ่ยหรูชิงเอ่ยชม
"เจ้านี่เสียงดังมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว!"
ซินจั๋วยื่นมือไปเกาฝ่ามือของฮุ่ยหรูชิงอย่างซุกซน ก่อนจะกางแขนรวบตัวนางเข้ามากอด ร่างอรชรในอ้อมแขนสั่นสะท้านเล็กน้อย กลิ่นหอมกรุ่นจากลำคอระหงขาวผ่องของอีกฝ่ายลอยมากระทบจมูก
จู่ๆ เขาก็ทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นแรง
ฮุ่ยหรูชิงตัวสั่นหนักกว่าเดิม ใบหน้าแดงซ่านไปถึงลำคอ นางพลันยื่นมือไปบิดหูซินจั๋ว ลมหายใจที่พ่นรดใบหน้าเขาบ่งบอกถึงความตื่นเต้น "เจ้าโจรน้อย เจ้า..."
"เจ้ากลับไปก่อนเถอะ" ซินจั๋วหัวเราะร่วน ผละออกจากอ้อมกอดแล้วหันหลังเดินจากไป
ซินจั๋วพาเสี่ยวหวงหายลับไปในสุดปลายค่ำคืนที่มีหิมะตก
ฮุ่ยหรูชิงหน้าแดงก่ำยืนเหม่ออยู่นาน ถึงได้แอบหัวเราะออกมา แล้วลุกขึ้นเดินไปยังอารามจันทราวารี
ต้นไม้โบราณเบื้องหน้าสั่นไหวเล็กน้อย จู่ๆ ก็มีเสียงแหลมต่ำดังมาจากหลังต้นไม้ "ข้าน้อยเพียงแค่ออกไปไม่กี่วัน องค์หญิงไปพบเจอโจรภูเขาผู้นี้ได้อย่างไร ต่อไปห้ามทำเช่นนี้อีก!"
ฮุ่ยหรูชิงมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ แล้วกล่าวเสียงเย็นว่า "ทำเช่นไรหรือ"
เสียงแหลมนั้นตอบกลับ "ถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวองค์หญิง นี่เป็นความผิดมหันต์ถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตร!"
"เขามีเก้าชั่วโคตรหรือ"
"เช่นนั้นประเดี๋ยวข้าน้อยจะไปกวาดล้างค่ายโจรของมัน!"
"เจ้ากล้าหรือ"
"..." หลังต้นไม้เงียบไปครู่หนึ่ง "องค์หญิงควรรู้จักรักนวลสงวนตัว ฐานะขององค์หญิงกับคนผู้นี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เขาเป็นเพียงโจรภูเขาที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย เป็นแค่มดปลวกที่พร้อมจะถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ
หลายวันนี้ข้าน้อยไปสืบประวัติของเขามาแล้ว ไม่เพียงหอสารทสถานที่มีท่าทีไม่ชัดเจน อาจจะสังหารเขาทิ้งเมื่อใดก็ได้!
แม้แต่ตระกูลในเมืองฝูเฟิงที่เสียหน้าก็ยังมีความคิดดำมืด หากเขาไม่ยอมจำนนไปเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านหรือเป็นมือสังหารแต่โดยดี เกรงว่าคงยากจะรอดพ้นจากความตาย!
ที่สำคัญคือ ตอนที่ซินเอ้าเทียนปู่ของเขายังมีชีวิตอยู่ได้ไปก่อเรื่องไว้ทั่ว ศัตรูมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งในเมือง คฤหาสน์ และสำนักต่างๆ เมื่อสามปีก่อนยังไปขโมยคัมภีร์ลับของเส้าหลินกับบู๊ตึ๊งมาอีก
หากมีคนรู้ว่าซินเอ้าเทียนยังมีหลานชายรอดชีวิตอยู่ มีหรือจะปล่อยเขาไว้ รอบด้านมีแต่ศัตรู เขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไร"
ฮุ่ยหรูชิงน้ำเสียงเย็นเยียบ "แล้วจะทำไม"
"ไม่ทำไม!"
เสียงจากหลังต้นไม้กล่าวว่า "ข้าน้อยเพียงอยากเตือนองค์หญิงว่า ห้ามองค์หญิงไปข้องแวะกับโจรน้อยผู้นี้อีกเด็ดขาด หากถลำลึกไป จะไม่มีใครช่วยเขาได้
ทางเมืองหลวงมีข่าวลือมาว่า เสินหยิ่น หงฮวา ไท่ผิง เทียนจี รวมถึงผู้ครองหัวเมืองต่างๆ ล้วนมีความตั้งใจจะสู่ขอองค์หญิง..."
ฮุ่ยหรูชิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา "ซินจั๋วมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ มีแผนการในใจ อนาคตข้างหน้าย่อมก้าวไกลไร้ขีดจำกัด..."
เสียงจากหลังต้นไม้แค่นหัวเราะ "แล้วจะทำไมเล่า เพียงแค่รู้คัมภีร์ไม่กี่เล่ม พรสวรรค์ไม่เลว หรือจะรอให้เขากลายเป็นปรมาจารย์ในวันข้างหน้า องค์หญิงจะรอไหวหรือ ยอดฝีมือในใต้หล้ามีมากมายดั่งฝูงปลา แค่ไม่มีใครสนใจโจรภูเขากระจอกๆ คนหนึ่งเท่านั้น ตั้งแต่โบราณกาลมา ผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศมีมากเพียงใด ผู้ที่ตายก่อนวัยอันควรก็ยิ่งมีมากกว่า แล้วมีสักกี่คนที่หัวเราะได้จนถึงคนสุดท้าย"
"ไอ้สุนัขรับใช้ นี่เจ้ากำลังสั่งสอนข้าอยู่งั้นหรือ"
เสียงของฮุ่ยหรูชิงเย็นชาขึ้นกว่าเดิม รอบกายแผ่ระลอกคลื่นสีเขียวอมน้ำตาลจางๆ ออกมา
"ข้าน้อยมิกล้า!"
"ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่ภูเขาพิชิตมังกรแห่งนี้ ใครกล้าแตะต้องซินจั๋วแม้แต่ปลายกะหม่อม ข้าจะประหารมันเก้าชั่วโคตร จำไว้ นี่คือราชโองการขององค์หญิงเซิงผิงจีเยาเยวี่ยแห่งราชวงศ์ต้าโจว!"
ฮุ่ยหรูชิงทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ร่างของนางก็ไปปรากฏอยู่ห่างออกไปหลายจั้งแล้ว
...
ซินจั๋วรีบกลับมาที่ค่าย ชุยอิงเอ๋อร์ มู่หรงซิว และคนอื่นๆ พากันล้อมเข้ามา พร้อมกับยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้
หากจะพูดให้ถูก มันคือสาส์นท้าประลอง!
กระดาษขาวหมึกดำเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า "ซินจั๋วไอ้เด็กเมื่อวานซืน รังแกกันเกินไปแล้ว พวกหมูหมาสวะทั้งค่ายพิชิตมังกร เจ้าเล่ห์เพทุบาย ไอ้พวกสวะพันธุ์เลว พรุ่งนี้ช่วงบ่าย สองค่ายของเรามาตัดสินความเป็นความตายกัน!
เจียงเฮ่อจู๋ แห่งค่ายพยัคฆ์ดุร้าย"







