"ไปถามน้องชายจอมลามกของเธอสิ!"
เมื่อเผชิญกับคำถามของถังเชียนหยิ่ง ฉินมั่นมั่นก็พูดขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
ถังเชียนหยิ่งใช้นิ้วดึงเปลือกตาล่างลงมาทำหน้าทะเล้นตอบกลับไป
เหอะ!
ตอนนี้การมาโชว์หวานต่อหน้าฉัน กลายเป็นอาวุธประจำตัวไปแล้วใช่ไหม?
ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าเทพธิดาภูเขาน้ำแข็งอยู่อีกเหรอ?
ไม่รักนวลสงวนตัวเอาซะเลย!
ไม่ดูเลยว่าคอตัวเองจะตกร่องแป้งหรือเปล่า!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ถังเชียนหยิ่งก็รู้สึกฝาดเฝื่อนในใจ จึงกัดแตงกวากินเสียงดังกร้วมๆ
ฉินมั่นมั่นหัวเราะเบาๆ ในใจ แล้วหยิบแตงกวามากัดกินบ้างราวกับกำลังแข่งขันกัน
ชิงอวิ๋นยืนมองอยู่ด้านข้าง ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกชาไปทั้งตัว
แม่คู๊ณ อย่ารุนแรงขนาดนั้นสิ!
เขาหมายความว่า อย่าติดเป็นนิสัยเสียๆ สิ
ท่าทางแปลกๆ ของเขาที่มองซ้ายทีขวาที ดึงดูดความสนใจของหญิงสาวทั้งสอง
"ทำอะไรน่ะ?" ฉินมั่นมั่นชูแตงกวาขึ้นถามด้วยความสงสัย
ชิงอวิ๋นกะพริบตาปริบๆ รีบบอกว่าไม่มีอะไร
ฉินมั่นมั่นชำเลืองมองเขาอย่างแปลกใจ แล้วกินมื้อเย็นที่กลืนยากนั้นต่อไป
โจ๊กเปล่ากับน้ำแกงจืดชืด ทำให้คนที่อ้างว่าจะลดน้ำหนักอย่างเธอกินอย่างจืดชืดไร้รสชาติ
หรือว่า?
จะโยนมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบลงไปสักหน่อยดี?
ฉินมั่นมั่นยืดตัวตรงพิงพนักเก้าอี้ กำลังจะหันไปขอจากถังเชียนหยิ่งสักสองสามแผ่น แต่กลับเห็นว่าถังเชียนหยิ่งก็หน้าแดงระเรื่อเช่นกัน
ในใจเธอพลันกระตุกวูบ
เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?
เธอหันไปมองชิงอวิ๋นอีกครั้ง ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง
จึงยื่นมือเล็กๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนักเรียนของเขา
ฉินมั่นมั่นโกรธขึ้นมาทันที เธอหยิกเอวเขา เอาแต่จ้องเขาเขม็งโดยไม่พูดอะไร
ชิงอวิ๋นหันหน้ามาด้วยสีหน้าเจ็บปวด แววตาเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและสับสน
"เกิดอะไรขึ้น?" ฉินมั่นมั่นหน้าเย็นชา เค้นคำพูดลอดไรฟันออกมา
ชิงอวิ๋นกลั้นความเจ็บปวดแล้วถลึงตาใส่เธอ "ใครใช้ให้เมื่อกี้เธอพูดแบบนั้นล่ะ"
ฉินมั่นมั่นเข้าใจกระจ่างทันที คงเป็นเพราะเมื่อกี้ถังเชียนหยิ่งเห็นเสี่ยวอวิ๋นผู้น่าเกลียดเข้า ถึงได้หน้าแดง
เธอถ่มน้ำลายใส่เขาอย่างหงุดหงิด ถึงได้ยอมปล่อยมือ
"นายทำบ้าอะไรเนี่ย! ม่วงไปหมดแล้ว พรุ่งนี้ตรวจร่างกายคนอื่นมาเห็นจะทำยังไง!"
ชิงอวิ๋นร้องบอกตัวเองในใจว่าโชคดีไป แต่กลับขมวดคิ้วแล้วบ่นอุบอิบ
แววตาสื่อออกมาถึงความเป็นสุภาพบุรุษผู้เปิดเผย
ต้องบ่น และต้องบ่นให้หนักๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นจะถูกมองว่ากินปูนร้อนท้อง
ฉินมั่นมั่นหัวเราะแห้งๆ รีบยื่นมือไปนวดให้เขา
แต่ชิงอวิ๋นไม่ยอมปล่อยเธอไป เขาจับมือเล็กๆ ของเธอยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง แล้วขยิบตาหลิ่วตาให้
ฉินมั่นมั่นกัดริมฝีปาก ดึงมือออกมาบิดหูเขาพลางลดเสียงด่าเบาๆ "รนหาที่ตายเหรอ! คนเยอะแยะ!"
ชิงอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ตาเป็นประกาย
หืม?
คนเยอะ?
แล้วถ้าตอนไม่มีคนล่ะ?
ขณะที่เขากำลังจะแสร้งทำเป็นเรียกร้องผลประโยชน์ ฉินมั่นมั่นก็ลุกพรวดขึ้นมา
"อย่าลืมไปล้างหน้าแปรงฟันล่ะ" เธอหยิบชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดแบบพกพาออกจากลิ้นชักส่งให้ชิงอวิ๋น แล้วเรียกถังเชียนหยิ่งให้เดินไปเข้าห้องน้ำด้วยกัน
มองดูแผ่นหลังของทั้งสองคน ชิงอวิ๋นก็โกรธจนคันฟัน
ยัยเด็กนี่เดี๋ยวนี้ฉลาดขึ้นแล้ว
รู้จักชิ่งหนีแล้วใช่ไหม!
ฉินมั่นมั่นที่เดินไปถึงประตูหลังหันขวับกลับมา ทำหน้าทะเล้นใส่เขา แล้วลากถังเชียนหยิ่งเดินหัวเราะคิกคักออกไป
มองแปรงสีฟันลายการ์ตูนในมือ ชิงอวิ๋นก็รู้สึกจนใจเล็กน้อย
เขารู้ว่าฉินมั่นมั่นหวังดีกับเขา แต่ว่า...
ผู้ชายอกสามศอกมาพิถีพิถันอะไรขนาดนี้ มันจะดูสาวแตกเกินไปหน่อยไหม
โดนหัวเราะเยาะตายแน่!
แต่ถ้าไม่ทำตามก็ไม่ได้ มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ
ขณะกำลังกลุ้มใจ ชิงอวิ๋นก็เหลือบไปเห็นหลิวเจี้ยนหงกำลังแอบย่องออกไปทางประตูหลัง
เมื่อลอบมองสีหน้าของกัวรุ่ยซีที่จ้องแผ่นหลังของหลิวเจี้ยนหง เขาก็เข้าใจกระจ่างในทันที
ชิงอวิ๋นถือชุดพกพาไว้ในมือ เดินอาดๆ ไปทางประตูหลังอย่างเปิดเผย พร้อมกับร้องทักทายเสียงดัง
"เอ๊ะ? ลูกพี่ ในกระเป๋านายซ่อนอะไรไว้น่ะ?"
หลิวเจี้ยนหงตัวแข็งทื่อ มือที่กำลังจะดึงลูกบิดประตูชะงักงันราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว
เวรเอ๊ย! หนีไม่พ้นจนได้!
เขาหันกลับมาอย่างปลงตก แต่กลับเห็นชิงอวิ๋นถือแปรงสีฟันกับยาสีฟันขยิบตาให้
หลิวเจี้ยนหงสูดหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา
แม่งเอ๊ย!
ทุกคนต่างก็มีสถานะเป็นลูกไล่เหมือนกันหมด!
เขาอ่านสายตาของชิงอวิ๋นออกว่าต้องรวมพลังกันรับมือคนนอก เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย
"เฮ้อ! แปรงฟันหลังอาหาร สร้างสุขอนามัยที่ดีไง ไอ้เล็ก นายก็เหมือนกันเหรอ?"
จัวล่างที่อยู่ริมประตูชายตามองทั้งสองคน "พวกนายลองพูดมาสิว่าพวกนายสาวแตกหรือเปล่า?"
ชิงอวิ๋นยักไหล่ ดึงหลิวเจี้ยนหงเดินออกไปข้างนอก "ชิ~~ ไม่ถือสาคนโสดหรอก"
หลิวเจี้ยนหงผายมือทั้งสองข้าง บ่งบอกว่าความรู้สึกมีความสุขแบบนี้ คนโสดไม่มีวันเข้าใจหรอก
จัวล่างโกรธจนคันฟัน หันขวับไปหวังจะหาพันธมิตรมาด่าทอพวกสวะในแก๊งลูกผู้ชายสองคนนั้น
ในสายตายังไม่ทันหาคนที่สบตาด้วยเจอ เขากลับได้ยินเสียงปี๊บๆ ดังขึ้นข้างๆ
ไม่ต้องหันไปมอง เขาก็รู้ว่านี่คือโทรศัพท์ของเจียงซวี่ตง
โซนี่อีริคสัน T68i
โทรศัพท์มือถือรุ่นแรกของโลกที่รองรับ MMS เป็นผลงานชิ้นเอกที่ชุบชีวิตแบรนด์โซนี่อีริคสันขึ้นมา
แต่โทรศัพท์รุ่นนี้มีการออกแบบที่โง่เง่ามากอย่างหนึ่ง นั่นคือปุ่มนำทางตรงกลางเวลาถูกกดจะส่งเสียงปี๊บๆ ออกมา
ก็ไม่รู้ว่าสมองของโซนี่มีปัญหา หรือสมองของอีริคสันโดนประตูหนีบ หรือจะบอกว่าคนปัญญาอ่อนสองคนมารวมหัวกันสร้างการออกแบบที่ผิดเพี้ยนขึ้นมา เสียงนี้แม่งดันปิดไม่ได้ด้วย
นี่จึงกลายเป็นโทรศัพท์ของนักเรียนที่ครูโปรดปรานที่สุดอย่างไม่มีข้อกังขา
ยังไงซะ เวลาเรียนก็ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว
จัวล่างค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ แอบดูเนื้อหาในข้อความ
เจียงซวี่ตง: "เพิ่งกินเสร็จ กำลังจะไปล้างหน้าแปรงฟัน"
ครืด ครืด!
อิ่นมั่ว: "ไม่คิดเลยว่าสุขนิสัยของนายจะดีขนาดนี้ ข่าวลือบอกว่าคนในหอพักของพวกนายไม่ค่อยรักความสะอาดกันเท่าไหร่นี่นา"
เจียงซวี่ตง: "ก็ยังดีนะ! ตอนแบ่งหอพักฉันก็ทำอะไรไม่ได้ พวกเขาก็ซกมกกันจริงๆ แหละ"
ครืด ครืด!
อิ่นมั่ว: "เอาล่ะ! รู้ว่านายเป็นเด็กดี ทนอีกหน่อยนะ เข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ดีขึ้นแล้ว ไปล้างหน้าแปรงฟันเถอะ ตอนเย็นฉันรอนายที่ห้องสมุดนะ"
เจียงซวี่ตงยิ้มแป้นยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง หยิบยาสีฟันกับแปรงสีฟันออกจากลิ้นชัก พอหันกลับมา ก็เห็นใบหน้าคุ้นเคยสามใบหน้า
เผิงชางซวี่ จัวล่าง และมาร์ก ยิ้มแบบไม่เต็มใจพร้อมกับขวางทางเขาไว้มิดชิด
"เหอะๆ! สุขนิสัยดีมากเลยสินะ?"
"เหอะๆ! พวกเราซกมกมากเลยสินะ?"
"เหอะๆ! ทนอีกหน่อยสินะ?"
"ช่วยด้วยยย!!!"
ชิงอวิ๋นที่แปรงฟันเสร็จอมน้ำไว้เต็มปาก กลั้วคอดังบุ๋งๆ สองสามทีแล้วบ้วนทิ้ง "เอ๊ะ! ลูกพี่ ฉันเหมือนจะได้ยินเสียงร้องของพี่สามนะ"
หลิวเจี้ยนหงเอียงหูฟังครู่หนึ่ง แล้วบอกว่าไม่ได้ยิน
เมื่อกลับมาถึงห้องเรียน พอรู้ถึงพฤติกรรมแทงข้างหลังพี่น้องของพี่สาม หลิวเจี้ยนหงก็ต่อว่าเขาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
"พี่สาม ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะว่านายนะ แต่นายจะห่วงแต่ตัวเองไม่ได้! พี่รอง พี่สี่ พี่ห้าก็ยังโสดกันอยู่ หวังพึ่งนายให้พาเด็กสายศิลป์มาแนะนำบ้าง
นายดูสิว่าที่นายทำมันใช่เรื่องของคนไหม? นี่มันทำลายชื่อเสียงของพวกเราชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?"
คนกลุ่มหนึ่งพากันรุมด่าทอเจียงซวี่ตง
ชิงอวิ๋นหยิบโทรศัพท์ของเขามาเล่น รู้สึกแปลกใจ "ทำไมพวกนายไม่ใช้ QQ ของไชน่าโมบายล์ล่ะ? ส่งข้อความมันเปลืองเงินนะ"
เจียงซวี่ตงแย่งโทรศัพท์กลับมา "โทรศัพท์เธอไม่รองรับ GPRS เข้าไชน่าโมบายล์ไม่ได้"
ชิงอวิ๋นร้องอ้อ
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แต่มันก็วาบผ่านเข้ามาในหัวแล้วหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
มันคืออะไรกันนะ?
เขาขมวดคิ้วกลับไปที่โต๊ะ หยิบกระดาษทดมาขีดๆ เขียนๆ แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
...
หน้าห้องน้ำ ถังเชียนหยิ่งพิงกำแพง มองดูผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเบื่อหน่าย
ห้องน้ำหญิงไม่เหมือนห้องน้ำชายที่โล่งโจ้ง การต่อคิวเป็นเรื่องปกติ
ความจริงแล้วเธอไม่อยากรอฉินมั่นมั่นเลยสักนิด
ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เธอถึงรู้สึกกลัวที่จะต้องอยู่ตามลำพังกับฉินมั่นมั่น
สภาพจิตใจเปลี่ยนไปแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในตอนนี้ไม่สามารถกลับไปเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่คุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเมื่อก่อนได้อีก
ถังเชียนหยิ่งถอนหายใจด้วยความเศร้าหมอง
ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์นี้จะดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน
บางที ตั้งแต่ฉินมั่นมั่นก้าวเข้ามาในเกมนี้ ทั้งสองคนก็คงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว
โทษไอ้น้องชายตัวเหม็นนั่นแหละ!
ไม่กล้าให้ฉินมั่นมั่นช่วยโหลดอนิเมะให้อีกต่อไปแล้ว
"ช่วงนี้ทำไมเธอถึงปล่อยตัวอีกแล้วล่ะ คะแนนของเธอเข้าฟู่ตั้นได้ยากนะ" ระหว่างทางกลับ ฉินมั่นมั่นทำลายความเงียบขึ้นมา
"ทำไมต้องไปฟู่ตั้นด้วยล่ะ?" ถังเชียนหยิ่งหัวเราะเบาๆ
ฉินมั่นมั่นประหลาดใจเล็กน้อย เลิกคิ้วขึ้น "เธอยอมแพ้แล้วเหรอ?"
ถังเชียนหยิ่ง: "มั่นมั่น เธอเคยได้ยินคำพูดประโยคหนึ่งไหม?"
"ประโยคอะไร?" ฉินมั่นมั่นมีความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก
ถังเชียนหยิ่งยื่นมือไปแตะไหล่เธอ ดวงตากลมโตราวกับหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนกะพริบปริบๆ "ระยะห่างสร้างความงามไง ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์ฮว๋าถิงไม่ได้เหรอ?"
ฉินมั่นมั่นได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความประหลาดใจ "ทำไมล่ะ นี่เธอเตรียมตัวไปเป็นเลขาหรือนักบัญชีตัวน้อยของเขาหรือไง?"
"น้องสะใภ้ พี่สาวอย่างฉันน่ะ ทนเห็นน้องชายถูกคนอื่นรังแกไม่ได้หรอกนะ" ถังเชียนหยิ่งกอดอก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
"เพราะงั้น ฉันเลยเตรียมตัวจะอยู่เคียงข้างเขาไปตลอดชีวิต ส่วนเรื่องสถานะน่ะ ไม่สำคัญหรอก
จะเป็นเลขาตัวน้อย หรือนักบัญชีตัวน้อย แม้แต่จะเป็นเถ้าแก่เนี้ยฉันก็ไม่รังเกียจ"
ฉินมั่นมั่นก็หัวเราะเบาๆ หันหน้าไปมองเธออย่างหยอกล้อ "ของที่ฉันเคยใช้เธอก็จะใช้ด้วยเหรอ?"
ถังเชียนหยิ่งโกรธจนกัดฟันกรอด "ล้างน้ำแล้วทำไมจะใช้ไม่ได้ล่ะ? อย่างมากก็แค่ใช้ฝอยขัดหม้อขัดเพิ่มอีกสักสองสามทีก็พอแล้ว"
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงประตูห้องเรียนแล้ว ฉินมั่นมั่นก็ควงแขนเธอ "เชียนหยิ่ง เธอมีความสุขก็พอแล้ว ฉันหวังว่าเธอจะมีความสุขตลอดไปนะ"
รอยยิ้มของถังเชียนหยิ่งแข็งค้างบนใบหน้าทันที
นี่มันหมายความว่ายังไง?
แบบนี้ยังไม่โกรธอีกเหรอ?
หรือว่า เธอมีความมั่นใจว่าจะชนะอย่างแน่นอน?
สัญญาณเตือนภัยในใจของถังเชียนหยิ่งดังลั่นขึ้นมาทันที
เธอรู้จักฉินมั่นมั่นดีกว่าที่ฉินมั่นมั่นคิดไว้เสียอีก
ท้ายที่สุดแล้วความแตกต่างทางฐานะครอบครัว ทำให้ทุกคนที่คบหากับฉินมั่นมั่นต้องคอยคาดเดาความคิดของเธอโดยไม่รู้ตัว
ฉินมั่นมั่นเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนอย่างมาก
ถ้าเธอยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้ แสดงว่าพัฒนาการของเรื่องราวต้องอยู่ในแผนการของเธออย่างแน่นอน
"นี่! เธอชอบวางแผนขนาดนี้ ตอนที่เสี่ยวอวิ๋นจื่ออยู่กับเธอ เขาจะไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อเหรอ?"
ตอนที่กำลังจะเดินเข้าประตู ถังเชียนหยิ่งก็กระซิบถาม
ฉินมั่นมั่นเผยสีหน้าไม่พอใจ ไม่สนใจเธอ แล้วลากเธอเดินไปที่โต๊ะ
ในสายตาคนอื่น อย่างน้อยก็ในสายตาของผู้ชายบ้าคนนั้น พวกเธอยังคงเป็นเพื่อนรักกันอยู่
ฉินมั่นมั่นที่นั่งลงแล้วแค่นหัวเราะในใจ
แผนการบ้าบออะไรกัน ต่อหน้าผู้ชายจอมลามกคนนั้นมันใช้ไม่ได้ผลหรอก!
เมื่อเวลาผ่านไป แผนชีวิตของเธอก็ถูกหมูป่าที่ชอบขุดคุ้ยตัวนั้นป่วนจนแตกสลายไม่มีชิ้นดี
เดิมทีแค่คิดจะหาไม้กันหมา นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายตัวเองอาจจะติดร่างแหไปด้วย
แต่เธอกลับดันรู้สึกสนุกไปกับมันเสียอีก
การได้อยู่กับเขา ดูเหมือนเธอจะตกหลุมรักความรู้สึกของการแสวงหาความแน่นอนท่ามกลางความไม่แน่นอนนั้นไปแล้ว
ถังเชียนหยิ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะยกมุมปากขึ้นสูงปรี๊ด
คาบเรียนด้วยตนเองภาคค่ำคาบสุดท้าย ชิงอวิ๋นขมวดคิ้ว วาดรูปแปลกประหลาดลงบนกระดาษอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ทบทวนบทเรียน ฉินมั่นมั่นก็ชำเลืองมองด้วยความอยากรู้ แต่ก็ไม่ได้รบกวนเขา หันกลับไปทำธุระของตัวเองต่อ
ความพยายามที่ชิงอวิ๋นทำเพื่อโชคชะตาของทั้งสองคนในช่วงนี้ เธอล้วนเก็บไว้ในสายตาและจดจำไว้ในใจ
แต่เธอก็รู้ดีว่าคนไม่ใช่เครื่องจักร บางครั้งการผ่อนคลายสมองบ้างก็เป็นสิ่งจำเป็น
ชิงอวิ๋นยังคงนึกไม่ออกว่าไอเดียที่แวบเข้ามาเมื่อครู่นี้คืออะไรกันแน่ ด้วยความจนใจจึงหยิบสมุดเล่มเล็กออกมา จดคำว่า 'โทรศัพท์มือถือ' เอาไว้
ตามปกติ ทั้งสองคนยังคงเลิกคาบเรียนด้วยตนเองภาคค่ำก่อนเวลาไม่กี่นาที ชิงอวิ๋นเดินไปส่งเธอที่ประตูหลังแล้วค่อยกลับมาเรียนคาบดึกต่อ
หลังจากออกจากอาคารเรียน ฉินมั่นมั่นก็ยิ้มแล้วหันหลังเดินถอยหลัง
ชิงอวิ๋นจับมือเธอไว้ด้วยสีหน้าขบขัน "เธอดูตัวเองตอนนี้สิ ยังเหลือเค้าโครงของจักรพรรดินีอยู่ตรงไหน"
ฉินมั่นมั่นทำเสียงฮึดฮัดอย่างแสนงอน "ฉันเป็นแบบนี้เฉพาะตอนอยู่ต่อหน้านายเท่านั้นแหละ"
พูดจบ เธอก็เอียงคอแล้วกะพริบตาปริบๆ ใส่เขา "พี่ชาย ฉันมีโทรศัพท์เครื่องเก่าทิ้งไว้ที่บ้าน ถ้านายไม่รังเกียจ ช่วงนี้เอาไปใช้แก้ขัดก่อนไหม?"
เมื่อเห็นชิงอวิ๋นยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เธอก็เริ่มออดอ้อน "โธ่เอ๊ย มันเป็นโทรศัพท์เก่าจริงๆ นะ ดีไหมล่ะ?"
ชิงอวิ๋นบีบจมูกเธออย่างหมั่นเขี้ยว "อืม โทรศัพท์เก่า สภาพใหม่เอี่ยม 9.9999 เปอร์เซ็นต์ใช่ไหม?"
โทรศัพท์เก่าที่ยังไม่ได้แกะกล่องล่ะสิ
ฉินมั่นมั่นถูกเขาจับได้ก็ไม่ได้รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด เธอแกว่งแขนเขาไปมา "พี่ชาย เค้าก็แค่อยากได้ยินเสียงนายตอนกลางคืนด้วยนี่นา"
อาศัยจังหวะตรงหัวมุม ชิงอวิ๋นดึงเธอเข้ามากอด "เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ฉันยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันเลย"
ฉินมั่นมั่นทำปากยื่น "แล้วคาบเรียนเมื่อกี้นายนั่งวาดรูปโทรศัพท์อะไรล่ะ? แถมยังจดลงในสมุดเล่มเล็กของนายอีก"
ชิงอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็หลุดขำ มือใหญ่ลูบคลำเอวบางของเธอ ก่อนจะเอาหน้าผากชนกับหน้าผากเธอ
"ฉันก็แค่กำลังคิดว่าอนาคตจะทำอะไรดีก็เท่านั้นเอง"
พูดจบ เขาก็จูบที่ปลายผมของเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตอนนี้อย่าเพิ่งเอาโทรศัพท์มาให้ฉันเลย ความอดทนอดกลั้นของฉันไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิดหรอกนะ
ตอน ม.4 ฉันยืมโทรศัพท์ลูกพี่มาเล่นเกมเจ้างูจอมตะกละ เล่นไปตั้งสองคาบเต็มๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนเพิ่งเล่นไปแค่ไม่กี่นาทีเอง"







