หลังจากขายถุงน้ำดีหมีและหนังสัตว์ได้เงินมาแล้ว สวี่ซื่อเยี่ยนก็คิดจะพาซูอันอิงกลับไปบ้านใหญ่อีกครั้ง
ตอนนี้ซูอันอิงยังไม่ท้องแก่ เดินทางไม่ลำบากอะไร ควรรีบกลับไปเยี่ยมบ้านก่อน
อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ถึงซูอันอิงอยากกลับไป สวี่ซื่อเยี่ยนก็คงไม่กล้าพาเธอออกจากบ้านแล้ว
ตั้งแต่กลับบ้านตอนแต่งงาน ซูอันอิงก็ยังไม่เคยกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่อีกเลยแน่นอนว่าเธอย่อมคิดถึงบ้าน
พอสวี่ซื่อเยี่ยนพูดขึ้นมาซูอันอิงก็ดีใจ รีบเก็บของทันที
เช้าวันที่สามของเดือนสิบสอง คู่สามีภรรยาแบกของพะรุงพะรังขึ้นรถไฟกลับไปค่ายใหญ่
หน้าหนาวแล้ว สองคนตื่นเช้าไม่ไหว โชคดีที่ช่วงสาย ๆ ประมาณสิบโมงมีรถไฟขบวนช้า ผ่านจูเป่ากั่ง ทั้งคู่จึงได้นั่งขบวนนั้น ไปถึงค่ายใหญ่ก็เกือบเที่ยง
คนในบ้านซูไม่คาดคิดเลยว่าซูอันอิงกับสามีจะกลับมาในช่วงนี้ พอเห็นสองคนเดินเข้ามา ซูเหวยจงก็ตกใจจนปากอ้าค้าง
“โถ่ พวกลูกสองคน จะมาทำไมไม่บอกก่อนล่ะ พ่อจะได้ให้เจ้าเก้ากับเจ้าเจ็ดไปสถานีรถไฟไปรับ
เดินทางไกลขนาดนี้ เหนื่อยแย่เลยลูกเอ๊ย” ซูเหวยจงมองลูกสาวที่ท้องโตอย่างเป็นห่วง
“เร็วเข้า เจ้าเก้า รีบให้พี่สาวขึ้นไปนั่งบนเตียง เจ้าเจ็ดไปต้มน้ำ ชงชาให้พี่เขยหน่อย!”
พอหานซื่อเห็นลูกสาวกับลูกเขยกลับมาก็ดีใจมาก รีบสั่งให้สาวใช้ต้มน้ำ ชงชา เลี้ยงต้อนรับ
“มา ๆ มานั่งข้างเตียงให้ตัวอุ่นหน่อย แล้วท้องกี่เดือนแล้วเนี่ย?
ได้ยินแค่ว่าท้อง พอดีช่วงฤดูใบไม้ร่วงยุ่งมาก เลยไม่มีเวลาไปหาเลย”
หานซื่อจับมือซูอันอิง พิจารณาอย่างละเอียด พอเห็นท้องที่โตชัดเจน ก็ยิ้มพยักหน้าอย่างพอใจ
“หกเดือนแล้วค่ะ” ซูอันอิงแต่งเข้าตระกูลสวี่ได้ครึ่งปี พอแต่งก็ท้องเลย ก็เลยนับว่าได้หกเดือนพอดี
จริง ๆ แล้วการนับเดือนของหญิงตั้งครรภ์ไม่ใช่นับตามเดือนปกติ
“ฤดูใบไม้ร่วงทุกคนยุ่งกันหมด หนูกับซื่อเยี่ยนก็ไปเฝ้าป่าหาโสมกันทั้งฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เลยไม่มีเวลาได้กลับมา
พอเข้าหน้าหนาว หิมะตก ป่าถูกปิด หนูกับเขาก็ลงจากเขา เลยรีบกลับมาเยี่ยมบ้าน”
ไม่ว่าแม่จะเป็นแม่แท้ ๆ หรือไม่ พอกลับมาบ้าน ได้รับการต้อนรับอบอุ่นแบบนี้ ซูอันอิงก็รู้สึกดีใจจริง ๆ
“ซื่อเยี่ยน รีบเอาของที่เราหิ้วกลับมาด้วยออกมาเถอะ
พ่อ แม่ เรากลับมาอย่างรีบเร่ง ก็เลยไม่ได้ไปซื้ออะไรมา ของพวกนี้เป็นเนื้อหมูป่าที่ซื่อเยี่ยนล่าได้จากในป่า เก็บไว้ทำกับข้าวที่บ้านนะ”
จริง ๆ แล้วตอนแรกสวี่ซื่อเยี่ยนอยากไปซื้อของติดไม้ติดมือมาด้วย แต่ซูอันอิงไม่ยอม
ของพวกกระป๋อง ขนมอะไรพวกนั้น ราคาก็แพง แถมไม่อิ่มท้องด้วย
ซื้อมาก็ใช่ว่าพ่อแม่จะกล้ากิน สุดท้ายก็คงเก็บไว้แจกญาติพี่น้องตอนปีใหม่อีก
สู้หิ้วเนื้อมาไม่ได้ ทุกคนในบ้านจะได้กินให้อร่อย อิ่มท้อง คุ้มค่ากว่าเยอะ
พอทุกคนได้ยินว่าเป็นเนื้อหมูป่า เนื้อกวาง อะไรพวกนี้ พวกน้องชายคนเล็กก็ถึงกับตาโตเลย
“พี่เขย พี่เก่งขนาดนี้เลยเหรอ ยังล่าสัตว์ได้ด้วย?”
เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ มองพี่เขยด้วยสายตาชื่นชมสุด ๆ แล้วก็ชะเง้อมองเข้าไปในตะกร้า อยากรู้ว่ามีเนื้ออยู่มากแค่ไหน จะได้กินให้อิ่มสักที
แต่ก็โดนหานซื่อตีเบา ๆ ไล่ไปอีกด้าน “ไป ๆ อย่ามาเกะกะตรงนี้! แม่ให้ไปต้มน้ำ ชงชาแล้ว ทำรึยัง?”
ฮันซื่อ รู้สึกว่าความตะกละของลูกสาวมันน่าอับอายมาก จึงจ้องลูกสาวอยู่หลายครั้งด้วยความโกรธ แล้วก็สั่งให้น้องสาวคนเล็กไปทำงาน
น้องหกทำปากยื่นปากยาว เดินออกไปดูน้ำที่ต้มอย่างไม่เต็มใจนัก
“เมื่อกี้ฉันเห็นแล้วล่ะ พี่สาวคนรองกับพี่เขยหิ้วเนื้อมาเกือบเต็มตะกร้าแน่ะ ต้องมีของที่เรากินได้แน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก”
น้องห้าก็ออกมาจากห้องด้านในเช่นกัน มานั่งยองๆ หน้ากองไฟปลอบน้องสาว
“เธอลองคิดดูสิ พี่รองกับพี่เขยกลับมาทั้งที ยังไงก็ต้องพักสักสองวัน แม่เราก็ต้องทำของอร่อยๆ ต้อนรับอยู่แล้วใช่ไหม? เราก็แค่พลอยได้ไปกับเขาด้วยไงล่ะ”
ยุคนี้ไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่รู้สึกอยากกินของอร่อย
บ้านอื่นที่มีลูกชายก็ยังพอขึ้นต้นไม้จับนก ไปแม่น้ำจับปลาได้บ้างเพื่อดับความอยาก
แต่บ้านซูมีแต่ลูกสาว อย่างเก่งก็แค่จับกุ้งน้ำจืดได้ไม่กี่ตัว ทั้งปีแทบไม่ได้เห็นเนื้อหมูเลย นอกจากตอนเชือดหมูที่บ้าน จะไม่ให้ตะกละได้ยังไง?
พอได้ยินพี่สาวคนที่ห้าพูดแบบนั้น ลูกสาวคนที่หกก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที พลางถอนหายใจว่า “พี่รองกลับมานี่ดีจริงๆ เลยเนอะ”
อย่าเพิ่งพูดถึงพวกเด็กผู้หญิงข้างนอกที่กำลังซุบซิบกันเลย มาดูในห้องด้านตะวันออกดีกว่า
สวี่ซื่อเยี่ยนเอาเนื้อสัตว์หลากหลายที่หิ้วมากับตะกร้าออกมาเรียง
มีทั้งเนื้อหมูป่าทั้งแถบ เอวหมูหนึ่งชิ้นใหญ่ ขาหลังของหมีดำหนึ่งขา เนื้อกวางหนึ่งก้อน กระต่ายป่าสองตัว ไก่ป่าสองตัว เต็มโต๊ะไปหมด
ซูเหวยจงกับภรรยามองจนตาค้าง “อาเยี่ยน นี่ทั้งหมดเธอล่าได้จากบนเขาเหรอ? โอ้โห นี่ล่าได้มากขนาดไหนเนี่ย?”
“ก็พอสมควรครับ ทั้งฤดูหนาวก็ไม่ได้พักเลย ไม่ล่าหมูป่าก็หมีดำ
พวกผมกินไม่หมด เลยเอากลับมาฝากบ้านนิดหน่อย” สวี่ซื่อเยี่ยนพูดอย่างถ่อมตัว
“ลุงหลี่ที่ดูแลสวนโสมของหมู่บ้านเราป่วยน่ะครับ เลยไม่มีใครเฝ้า ผู้นำกองผลิตเลยมาหาผม บอกให้ขึ้นไปดูแลแทนช่วงหนึ่ง
หน้าหนาวแบบนี้ก็ไม่มีอะไรทำ นอกจากล่าสัตว์ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” เขาเล่าคร่าวๆ ถึงที่มาที่ไป
เรื่องไร่โสมของหมู่บ้านใหญ่ที่ถูกขโมยโสมไป มันแพร่สะพัดไปทั่วทั้งชุมชนและทีมผลิตอื่นๆ แล้ว ซูเหวยจงก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน
“อ้อ ที่แท้เป็นแบบนี้ แล้วเรื่องนั้นคลี่คลายหรือยัง? จับขโมยที่ขโมยโสมได้หรือเปล่า?” ซูเหวยจงก็อยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน
สวี่ซื่อเยี่ยนส่ายหัว “ยังเลยครับ ยังไม่มีข่าวอะไรเลย ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็นพวกมืออาชีพ
ไม่มีร่องรอยอะไรทิ้งไว้เลย แถมยังสามารถขายของเถื่อนได้อีก คงจับยากมากแล้วล่ะครับ”
โสมที่ปลูกไม่เหมือนโสมป่า เพราะถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ ต้องขายผ่านระบบของรัฐเท่านั้น และทางตำรวจเองก็คงจับตาช่องทางเหล่านั้นไว้อยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นสวี่ซื่อเยี่ยนเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าขโมยพวกนี้ยังไม่โดนจับ แถมยังขายของเถื่อนได้อีก วิธีการมันเกินคนธรรมดาไปไหม?
“ยังจับไม่ได้ แบบนี้ต่อไปเธอต้องระวังตัวให้ดีนะ เขาอาจจะหมายตาโสมในสวนอีกก็ได้” ซูเหวยจงเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ครับ ผมจะระวัง” สวี่ซื่อเยี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น
ลูกสาวกับลูกเขยกลับบ้านทั้งที แถมหอบของกินมาเต็มไปหมด ซูเหวยจงก็ปลื้มสุดๆ รีบสั่งให้ลูกสาวไปเรียกบ้านของซูเหวยเฉิง(พี่ชายของเขา) มาคุยกับลูกเขยด้วย
ทางฮันซื่อพอเห็นเวลาแล้วก็รีบไปจัดเตรียมอาหารในครัว
ลูกสาวกับลูกเขยกลับมาบ้าน ต้องจัดโต๊ะอาหารให้สมเกียรติ ไม่ใช่เรื่องจะทำให้เสร็จง่ายๆ ต้องใช้เวลาเตรียมแน่นอน
พอดีกับที่ซูเหวยเฉิงกับภรรยาและลูกๆ เดินทางมาถึง พอญาติผู้หญิงสองคนเห็นของที่มีอยู่ในบ้านกับที่สวี่ซื่อเยี่ยนเอามาให้ ก็ช่วยกันวางแผนจัดอาหารแปดอย่าง
พวกเธอพาสาวๆ เข้าครัวช่วยกันเตรียมอาหาร ส่วนในบ้าน ซูเหวยจงกับซูเหวยเฉิง พี่น้องสองคน รวมทั้งลูกชายซูอันปาง ซูอันหมิน ก็ช่วยกันคุยกับสวี่ซื่อเยี่ยน
เรื่องที่สวี่ซื่อเยี่ยนไปเขตป่าหาโสมจนได้ของดี กลายเป็นข่าวลือไปทั่วทั้งชุมชนและทีมผลิต แม้แต่ซูเหวยจงที่อยู่ในค่ายใหญ่ก็ได้ยินมาบ้างแล้ว
ซูเหวยจงรู้ว่าลูกเขยโชคดี ไปหาโสมเจอของล้ำค่า แถมยังล่าสัตว์ได้อีก ใจเขายิ่งปลื้มไม่รู้จะบรรยายยังไง
ต่อหน้าพี่ชายและหลานชาย ก็ชมลูกเขยแบบไม่ยั้ง ชมซะเหมือนเทพลงมาเกิด
“จริงๆ ก็ไม่ได้เก่งขนาดที่พ่อตาพูดหรอกครับ ผมแค่โชคดีนิดหน่อย
คนอื่นเขาก็พูดกันว่า เป็นเพราะอิงจื่อนำโชคให้ผม พอเธอแต่งเข้ามาอะไรดีๆ ก็เข้ามาหมดเลย”
สวี่ซื่อเยี่ยนถูกพ่อตาชมจนหน้าแดง เลยรีบโยนคำชมทั้งหมดให้ภรรยาไป







