"พูดกันตามตรง เซี่ยวสุดหล่อคนนั้นเก่งชะมัด นี่เพิ่งไม่กี่วันก็เลื่อนขั้นจากนักสืบเป็นสารวัตรแล้ว!"
"ใช่สิ นี่ยังไม่นับที่ได้คุมถนนทำเลทองอย่างถนนนาธานด้วยนะ! ว่ากันว่าถนนสายนี้น่ะเป็นรองแค่ถนนควีนส์ ถนนพอร์ตแลนด์ แล้วก็คอสเวย์เบย์เท่านั้น!"
"น่าเสียดายก็แต่เฉียงตาเข เดิมทีตำแหน่งสารวัตรถนนนาธานเป็นของเขาแท้ๆ กลับถูกเซี่ยวสุดหล่อแย่งซีนไปซะได้!"
สถานีตำรวจเกาลูนตะวันตก---
ภายในห้องทำงานชั้นสาม ไล่ผีฮวา หั่วฉีหลิน และคนอื่นๆ รวมหัวกันสูบบุหรี่และคุยโวโอ้อวด
"ตอนนี้ฉันชักจะอิจฉาเซี่ยวสุดหล่อขึ้นมาแล้วสิ" ไล่ผีฮวาโยนก้นบุหรี่ทิ้งลงพื้น แล้วใช้ปลายเท้าขยี้จนดับ "ถ้าทำดีๆ ปีนึงหาเงินแสนได้สบายๆ เลย!"
"นั่นสิ ไม่รู้ว่าทางเขาต้องการคนไหม? ถ้าได้ย้ายไปถนนนาธาน พวกเราก็จะได้พลอยมีกินมีใช้ไปด้วย!" หั่วฉีหลินพูดความในใจออกมาตรงๆ
ทุกคนพากันเงียบ
การเดินตามก้นเหยียนสยงก็ถือว่าไม่เลว แต่เหยียนสยงมีนิสัยขี้เหนียว พวกเขาถึงจะได้ผลประโยชน์อยู่บ้าง ทว่าก็เป็นแค่เศษเนื้อติดฟัน ในทางกลับกัน ถ้าได้ไปที่ถนนนาธานจริงๆ ละก็---
ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้!
ทุกคนเริ่มคิดการณ์ไกลในใจ
"พวกแกไอ้พวกเวรเอ๊ย ไม่ทำงานทำการ มารวมหัวกันทำอะไรที่นี่?" เฉียงตาเขโผล่พรวดเข้ามาพร้อมกับตวาดพวกเขา
"อ๊ะ พี่เฉียงมาแล้วเหรอครับ!"
"พี่เฉียง สูบบุหรี่ก่อนครับ!"
ไล่ผีฮวากับพวกพากันรีบเข้าไปประจบประแจง
เฉียงตาเขแค่นเสียงเย็นชา คราวก่อนที่สถานีตำรวจหว่านจ๋ายเขาถูกตู้หย่งเซี่ยวซ้อมจนหน้าบวมปูด กลายเป็นตัวตลกในวงการไปตั้งนานแล้ว เมื่อครู่เห็นพวกนี้รวมหัวกันอยู่ ท่าทางมีลับลมคมนัย ก็นึกว่ากำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่ ถึงได้เอ่ยปากด่าออกไป
เฉียงตาเขรับบุหรี่ที่ไล่ผีฮวายื่นให้มาคาบไว้ที่ปาก หั่วฉีหลินก็รีบล้วงเอาไม้ขีดไฟออกมาจุดให้ทันที
พอเห็นว่าไอ้พวกสวะนี่ยังพอมีความเคารพเขาอยู่บ้าง เฉียงตาเขก็ลอบถอนหายใจโล่งอก เขาคีบบุหรี่ชี้หน้าไล่ผีฮวาด้วยท่าทางหยิ่งยโส "เมื่อกี้พวกมึงพูดอะไรกัน? อยากจะย้ายไปอยู่กับไอ้เซี่ยวสุดหล่อนั่นใช่ไหม?"
"จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ?"
"พี่เฉียงต้องหูฝาดไปแน่ๆ!"
"ใช่ครับ พวกเราจงรักภักดีต่อพี่แล้วก็ต่อนายท่านเหยียนจะตาย!"
เฉียงตาเขคาบบุหรี่ ปรายตามองพวกเขาแวบหนึ่ง "ถึงจะใช่ พวกมึงก็รีบตัดใจซะเถอะ! พวกมึงล้วนเป็นคนเก่ง นายท่านเหยียนจะตัดใจปล่อยพวกมึงไปได้ยังไง?"
"เอ่อ เรื่องนี้---" ไล่ผีฮวากับหั่วฉีหลินและคนอื่นๆ มองหน้ากันไปมา เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองก็เป็นคนเก่งกับเขาด้วย
เฉียงตาเขถ่มน้ำลาย "นี่ จะบอกให้รู้ไว้นะ อย่าคิดว่าไอ้เซี่ยวสุดหล่อนั่นเลื่อนขั้นเป็นสารวัตรแล้ว ก็จะไปประจบเลียแข้งเลียขามัน! กราตายังอยู่ที่นี่ มันก็เป็นได้แค่หมาตัวหนึ่งของนายท่านเหยียน แถมยังเป็นประเภทที่ไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก!"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น---
"ใครบอกว่าฉันเป็นหมาเหรอ?" ตู้หย่งเซี่ยวในชุดสูทสีขาว สวมหมวกสักหลาดสีขาว เดินเข้ามาจากข้างนอกด้วยท่าทีสบายๆ
ม่านตาของเฉียงตาเขหดเกร็ง ไม่รู้ทำไมถึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง
ไล่ผีฮวา หั่วฉีหลิน และคนอื่นๆ ไม่คิดว่าตู้หย่งเซี่ยวจะโผล่มาอย่างกะทันหัน จึงพากันรูดซิปปากเงียบกริบ
ตู้หย่งเซี่ยวในตอนนี้แม้จะดูเหมือนเมื่อก่อน การแต่งกายก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่ในสายตาของทุกคนกลับดูเปลี่ยนไปมาก
อย่างแรกคือออร่าที่แผ่ออกมา มันชวนให้อึดอัด กดดัน แค่คำพูดเรียบง่ายประโยคเดียว ก็ทำเอาคนฟังใจฝ่อแล้ว
อย่างที่สองคือสายตา เมื่อก่อนว่าคมแล้ว ตอนนี้ยิ่งคมกริบประดุจซ่อนเข็มเอาไว้ สามารถแทงทะลุจิตใจคนได้เลย
สุดท้ายก็คือท่าทางการเดินของตู้หย่งเซี่ยว เมื่อก่อนว่ากร่างจนทำให้ทุกคนรู้สึกขวางหูขวางตาแล้ว ตอนนี้กลับเดินอย่างสง่าผ่าเผยดุจมังกรย่างพยัคฆ์ก้าว
"อะแฮ่ม ฉันหมายความว่า---"
เฉียงตาเขยังพูดไม่ทันจบ ตู้หย่งเซี่ยวก็เดินเข้าไปตรงหน้าเขา แล้วจ้องมองเขาตรงๆ "หรือว่าคราวก่อนฉันยังซ่อมนายไม่พอ?"
"ตู้หย่งเซี่ยว แก---" เฉียงตาเขโกรธจัดจนสุดจะทน
"ทุกคนใจเย็นๆ กันก่อนครับ!"
"คนละคำสองคำพอเถอะครับ"
ไล่ผีฮวากับหั่วฉีหลินรีบออกโรงไกล่เกลี่ย
ตู้หย่งเซี่ยวถอดหมวกสักหลาดส่งให้ไล่ผีฮวาที่อยู่ข้างๆ
"เอ๊ะ?" ไล่ผีฮวารับมาอย่างว่าง่าย
คนอื่นๆ มองตู้หย่งเซี่ยว ไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่ายังไง
ตู้หย่งเซี่ยวถอดเสื้อสูทออกอีกตัว แล้วโยนให้หั่วฉีหลิน
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ ตู้หย่งเซี่ยวก็ถลกแขนเสื้อขึ้น แล้วกระดิกนิ้วเรียกเฉียงตาเข "ฉันรู้ว่านายไม่พอใจมาก ถ้างั้นก็เข้ามาสิ มาสู้กันสักตั้ง!"
ท้าทายกันซึ่งๆ หน้า!
เฉียงตาเขโกรธจนปอดแทบระเบิด
คนอื่นๆ ก็ไม่นึกว่าตู้หย่งเซี่ยวจะกำเริบเสิบสานขนาดนี้
"ไอ้เวรเอ๊ย รังแกกันเกินไปแล้ว!" เฉียงตาเขเพิ่งจะถอดเสื้อคลุมออก ตู้หย่งเซี่ยวก็เตะผ่าหมากเข้าที่หว่างขาของเขาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย!
"อ๊าก!"
เสียงร้องโหยหวนดังลั่น!
เฉียงตาเขไม่คิดว่าตู้หย่งเซี่ยวจะเล่นตุกติกขนาดนี้ เขากุมเป้ากางเกงแล้วคุกเข่าคู่ลงกับพื้นทันที
ตู้หย่งเซี่ยวใช้สองมือประคองหัวของเฉียงตาเขเอาไว้ "เป็นไง เจ็บไหม?"
เฉียงตาเขกลั้นความเจ็บปวด แล้วเงยหน้ามองตู้หย่งเซี่ยว
"แล้วนายรู้หรือเปล่าว่าการดวลเดี่ยวคืออะไร?"
เฉียงตาเขส่ายหน้า
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มเหี้ยม มือซ้ายขยุ้มผมของเฉียงตาเขเอาไว้ หมัดขวาง้างจนสุด แล้วชกเปรี้ยงเข้าที่หัวของเขา!
ปึ้ก!
หมัดหนึ่งซัดเข้าเต็มหน้าเฉียงตาเข!
หัวของเฉียงตาเขส่ายโอนเอนไปมาสองสามที ก่อนจะทนไม่ไหว หงายหลังล้มตึงลงไปทันที!
ตึง!
พื้นห้องสั่นสะเทือน
ตู้หย่งเซี่ยวจัดแขนเสื้อให้เข้าที่ ก้มมองเฉียงตาเขที่นอนอยู่บนพื้น "แบบนี้แหละที่เรียกว่าดวลเดี่ยว!"
รอบด้านเงียบสงัดราวกับป่าช้า!
ไล่ผีฮวากับหั่วฉีหลินและคนอื่นๆ ฝันไปก็ยังไม่คิดว่าตู้หย่งเซี่ยวจะน็อกเฉียงตาเขร่วงได้ ท่าไม้ตายก็ร้ายกาจต่ำช้า ไม่ใช่คนชัดๆ!
"เกิดอะไรขึ้น?" เสียงของเหยียนสยงดังขึ้นกะทันหัน
"อ๋อ นายท่านเหยียน เมื่อกี้ผมกับพี่เฉียงประลองหมัดมวยกันน่ะครับ เขาออมมือให้ผมด้วยนะ!" ตู้หย่งเซี่ยวหันขวับกลับไป สีหน้าจริงใจสุดๆ
เหยียนสยงเดินเข้ามาจากข้างนอก เขามองไปที่เฉียงตาเขซึ่งนอนแผ่หลาเป็นรูปตัวอักษร "大" อยู่บนพื้นด้วยความประหลาดใจ รูจมูกยังคงมีเลือดพุ่ง "พรวดๆ" ออกมาไม่หยุด
"รุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ?"
"ไม่รุนแรงหรอกครับ!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางหัวเราะ "ไม่เชื่อท่านก็ลองถามพวกลูกพี่ไล่ผีฮวาดูสิ เมื่อกี้พี่เฉียงยังมีความสุขอยู่เลย!"
ไล่ผีฮวาด่าทอ "หน้าด้าน" อยู่ในใจ แต่เปลือกนอกกลับต้องฝืนหัวเราะแห้งๆ "ใช่ครับ ใช่ครับ! ตอนแรกพี่เฉียงมีความสุขมากเลยครับ แค่ไม่คิดว่าหมัดของอาเซี่ยวจะหนักขนาดนี้!"
เหยียนสยงรู้ว่าถามต่อไปก็คงไม่ได้ความอะไรขึ้นมา ดูจากท่าทางก็รู้ว่าไอ้พวกลูกเต่าพวกนี้ถูกตู้หย่งเซี่ยวขู่จนหัวหดหมดแล้ว
"หามเขาออกไป! อาเซี่ยว นายตามฉันมา!"
"ได้ครับนายท่านเหยียน!" ตู้หย่งเซี่ยวรีบรับเสื้อคลุมกับหมวกสักหลาดมา แล้วเดินตามเหยียนสยงไปที่ห้องทำงานสารวัตร ตอนเดินผ่านร่างของเฉียงตาเขก็ยังไม่วายกำชับไล่ผีฮวาว่า "ระวังหน่อยนะ ร่างกายพี่เฉียงเขาบอบบางมาก!"
…
"นี่ อาเซี่ยว ฉันไม่สนหรอกนะว่านายกับเฉียงตาเขจะมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ฉันหวังว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกนายจะเลิกแล้วต่อกัน!" เหยียนสยงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ยื่นนิ้วชี้หน้าตู้หย่งเซี่ยว พูดเน้นทีละคำ "อีกอย่าง ตอนนี้นายต้องย้ายไปประจำที่ถนนนาธาน ในฐานะลูกพี่ ฉันต้องช่วยนาย ตามที่นายบอก ฉันจะแบ่งคนให้นายสองคน! เหวินหัวโต เข้ามา!"
"ครับ นายท่านเหยียน!"
เหวินหัวโตรออยู่ข้างนอกมาพักใหญ่แล้ว พอได้ยินเสียงเรียก เขาก็รีบผลักประตูเดินเข้ามา ยกมือทำความเคารพเหยียนสยงด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า
เหยียนสยงชี้ไปทางตู้หย่งเซี่ยว "คนนี้คงไม่ต้องแนะนำให้รู้จักแล้วนะ ต่อไปนายไปอยู่กับเขา ไปรับตำแหน่งที่ถนนนาธาน!"
"รับทราบครับ!" เหวินหัวโตดีใจมาก เขาหันไปขยิบตาให้ตู้หย่งเซี่ยว
"ยังมีอีกคน! เข้ามา!" เหยียนสยงตะโกนเรียกออกไปข้างนอก
"มาแล้วครับ พ่อบุญธรรม!"
เอี๊ยด
ประตูห้องถูกผลักเปิดออก
หนุ่มเหยินคนหนึ่งเดินหน้าบานเข้ามา เขายืนตัวตรงทำความเคารพเหยียนสยง พอหันไปเห็นตู้หย่งเซี่ยว เขาก็ตกใจสะดุ้งโหยงทันที "เชี่ย ทำไมเป็นแกวะ?"
"ไม่ใช่ฉัน แล้วจะเป็นใครล่ะ?" ตู้หย่งเซี่ยวมองคนคุ้นเคยด้วยรอยยิ้ม
พอมองคนคนนั้นให้ชัดๆ---
ไม่ใช่คู่อริเก่าอย่างจวีฟันเหยิน แล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะ?







