เฒ่าหน้าเศร้ามองสวี่อิงจนลืมกินเซียนนาจงเฉิงเซี่ยวไปเสียสนิท ร้องเสียงหลงว่า "เจ้าทำไม..."
"ทำไมถึงรู้ว่าเจ้าจะกินคนงั้นหรือ?"
สวี่อิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ฝูอี้ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตอนที่เราพบกันครั้งแรก พอเอ่ยถึงการกินเซียนนา เจ้าก็เก็บอาการไม่อยู่จนกลืนน้ำลายเอื้อกเลยนี่นา"
สวี่อิงจำภาพเหตุการณ์นั้นได้แม่นยำ ตอนนั้นเขาเพิ่งหนีรอดออกมาจากดินแดนเร้นลับของเซียนนาอาภรณ์ขาวเฉินเหมียนจู๋ ด้านหลังยังมีเทพเจ้าไล่ล่าสังหาร ส่วนหนังมนุษย์ของเซียนนาอาภรณ์ขาวก็ปลิวว่อนอยู่บนฟ้า
เขาบังเอิญพบกับเฒ่าหน้าเศร้าในสถานการณ์เช่นนั้น เฒ่าหน้าเศร้าเชิญเขาดื่มชาและช่วยให้เขาสลัดหลุดจากการตามล่าของหนังมนุษย์เฉินเหมียนจู๋
ตอนนั้นพอเฒ่าหน้าเศร้าพูดถึงเรื่องที่เฉินเหมียนจู๋ถูกคนกินจนเกิดเป็นความอาฆาตแค้น ลูกกระเดือกของเขาก็ขยับขึ้นลงอย่างไม่อาจหักห้ามใจ
แววตาของเฒ่าหน้าเศร้าเป็นประกาย หัวเราะหึๆ พลางกล่าว "คุณชายสวี่ทราบหรือไม่ว่าคนที่กินเฉินเหมียนจู๋คือใคร?"
เขามองไปรอบๆ เมื่อไม่พบร่องรอยของจินอู๋ตัวนั้นก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
หากจินปู้อี๋อยู่ที่นี่ เขาคงไม่มีทางรอด ทว่าที่นี่มีเพียงสวี่อิง ระฆังหนึ่งใบ งูหนึ่งตัว และหญ้าอีกหนึ่งต้น สำหรับเขาแล้วจึงไร้ซึ่งความกดดันใดๆ
ระฆังใหญ่เอ่ยอย่างเกียจคร้าน "ใช่หลี่เซียวเค่อ เจ้านายไม่ได้เรื่องของข้าหรือเปล่าล่ะ?"
เฒ่าหน้าเศร้าชะงักงัน เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป
เขาตั้งสติแล้วถาม "คุณชายสวี่ตามมาถึงที่นี่ได้อย่างไร?"
สวี่อิงยกฝ่ามือขึ้น กลางอากาศพลันปรากฏอักขระวิถีสวรรค์อันลึกล้ำขึ้นทีละตัว รูปร่างของพวกมันคล้ายกับดวงตาหลายดวง
"นี่คืออักขระโชคชะตาซึ่งเป็นหนึ่งในอักขระวิถีสวรรค์ ตอนที่ข้าสู้กับรูปสลักหินโชคชะตา ทุกครั้งที่มันลงมือ บนร่างของมันจะปรากฏอักขระโชคชะตาขึ้นมามากมาย"
สวี่อิงกล่าวอย่างสบายอารมณ์ "ตอนนั้นข้าถูกมันทุบตีอย่างหนักจนไร้ทางตอบโต้ ดวงตาของมันสามารถกระจายอยู่ทุกซอกทุกมุมของมิติ จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของข้า กระบวนท่าใดๆ ของข้าก็ปิดบังมันไม่ได้เลย"
เฒ่าหน้าเศร้าพยักหน้า ศึกระหว่างสวี่อิงกับรูปสลักหินโชคชะตานั้น เขาก็เฝ้ามองอยู่ห่างๆ รอคอยให้รูปสลักหินโชคชะตาจับกุมสวี่อิง
ตอนนั้นสวี่อิงถูกรูปสลักหินโชคชะตาอัดซะยับเยิน
สวี่อิงกล่าวต่อ "ทำไมข้าถึงสามารถโต้กลับและสังหารมันได้น่ะหรือ? ก็เพราะข้ามองเห็นอักขระวิถีสวรรค์บนร่างมัน แล้วก็เข้าใจความหมายของอักขระเหล่านั้นในทันที ข้าไม่เพียงเข้าใจความหมาย แต่ยังมองออกว่าอักขระไหนถูกอักขระไหนผิด แล้วแก้ไขจุดที่ผิดให้ถูกต้องได้ด้วย"
เฒ่าหน้าเศร้าเข้าใจในที่สุด สีหน้ายิ่งอมทุกข์กว่าเดิม "เมื่อก่อนเจ้าคงเคยประมือกับเทพสวรรค์มามากมาย เจ้าศึกษาพวกมันจนทะลุปรุโปร่ง เจ้าคุ้นเคยกับอักขระวิถีสวรรค์บนร่างของพวกมันยิ่งกว่าตัวพวกมันเองเสียอีก ทว่าความทรงจำของเจ้าถูกผนึกสะกดไว้ แล้วเจ้าจะอ่านอักขระพวกนั้นออกได้อย่างไร?"
สวี่อิงยิ้ม "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน พอเห็นอักขระพวกนั้น ข้าก็เข้าใจได้เองโดยธรรมชาติ"
เฒ่าหน้าเศร้าเบิกตากว้าง ผ่านไปครู่หนึ่งสีหน้าจึงกลับมาเป็นปกติ เขาทอดถอนใจ "ข้าเข้าใจแล้ว ที่แท้นี่ก็คือสาเหตุที่เราสะกดเจ้าไว้ไม่อยู่ ทุกครั้งที่ผนึกความทรงจำของเจ้า เจ้าก็มักจะค่อยๆ ก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรเสมอ ก่อนหน้านี้พวกเรานึกว่าเป็นเมิ่งผอที่เล่นตุกติกกับน้ำแกงเสียอีก"
เขาส่ายหน้า "ที่แท้คนที่เล่นตุกติกไม่ใช่เมิ่งผอ แต่เป็นตัวเจ้าเอง เจ้าเก็บซ่อนความรู้แจ้งในวิชาอาคมและมรรคาเหล่านี้เอาไว้ทั้งหมด ซ่อนไว้นอกผนึก ขอเพียงเจ้าได้เห็นตัวอักษรที่คล้ายคลึงกัน เจ้าก็จะปลุกความทรงจำเหล่านั้นให้ตื่นขึ้น ลึกล้ำ ลึกล้ำจริงๆ!"
เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
สวี่อิงตบตาอักขระมรรคาเซียนทั้งสิบหกตัว ซุกซ่อนความรู้เหล่านี้ไว้ ก็เพื่อรอวันผงาดขึ้นมาอีกครั้ง
และการจะตบตาอักขระมรรคาเซียนทั้งสิบหกตัวได้นั้น ความยากลำบากย่อมจินตนาการได้ไม่ยาก!
ระฆังใหญ่กับหยวนชีใจกระตุก พลันนึกถึงลวดลายอัสนีที่มักจะปรากฏขึ้นกลางหว่างคิ้วของสวี่อิงเป็นบางครั้ง
"ทุกครั้งที่อาอิ้งกลายเป็นท่านอิง ลวดลายอัสนีนั่นก็จะปรากฏขึ้น ชักนำทัณฑ์สวรรค์อันเกรี้ยวกราดมาเติมพลังให้ตัวเอง"
หยวนชีคิดในใจ "นอกจากนี้ ตอนที่ความทรงจำของอาอิ้งยังไม่ฟื้นคืน ลวดลายอัสนีก็มักจะปรากฏขึ้นมาเป็นระยะๆ หรือว่าความรู้แจ้งในวิชาอาคมมรรคาจากชาติปางก่อนของอาอิ้ง จะซ่อนอยู่ในลวดลายอัสนีนี้?"
สวี่อิงหัวเราะ "ในเมื่อข้าเชี่ยวชาญโชคชะตายิ่งกว่ารูปสลักหินโชคชะตา เช่นนั้นการใช้วิชาโชคชะตาเพื่อแอบตามสะกดรอยเจ้า ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร"
สิ้นคำพูดของเขา ท้องฟ้าของดินแดนการแฝงกายอำพรางแห่งนี้พลันมีเสียงเป๊าะดังขึ้น แล้วก็มีดวงตาดวงหนึ่งงอกออกมา!
ดวงตาดวงนี้ก็คือเนตรสวรรค์ที่เปิดออกด้วยวิชาวิถีสวรรค์ของสวี่อิง มันจ้องเขม็งไปที่เฒ่าหน้าเศร้าอย่างเงียบเชียบ!
จินปู้อี๋ใช้ดาบฟาดฟันเหล่าทวยเทพ ระฆังใหญ่สั่นสะเทือนรูปสลักหินของทวยเทพจนแหลกเป็นผุยผง พอเฒ่าหน้าเศร้าเห็นดังนั้นก็รีบหนีไปทันที ตอนนั้นเองที่เขาถูกสวี่อิงใช้วิชาวิถีสวรรค์จำแลงเป็นดวงตาหลายดวงเพื่อสะกดรอยตาม
เนตรสวรรค์ของสวี่อิงเหล่านี้เฝ้าจับตาดูอยู่ห่างๆ ดวงตาของเขาปรากฏอยู่บนท้องฟ้า บนภูเขา ในแม่น้ำ หรือแม้กระทั่งจำแลงเป็นดวงตาบนลำต้นและใบไม้ เพื่อเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเฒ่าหน้าเศร้า
พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้มากนัก พลังตบะของเฒ่าหน้าเศร้านั้นสูงส่งยิ่ง หากเข้าใกล้เกินไปก็อาจถูกจับสัมผัสได้ง่ายๆ
พอมาถึงฉางซา สวี่อิงก็สูญเสียการรับรู้ถึงเฒ่าหน้าเศร้าไป
ทว่าในเมื่อรู้ว่าเฒ่าหน้าเศร้าซ่อนตัวอยู่ในฉางซา การจะหาตัวเขาก็ง่ายขึ้นมาก
หญ้าเซียนสีม่วงเก่งกาจเรื่องการลอบเร้นเข้าสู่ดินแดนซีอี๋ของผู้อื่น ถึงขั้นมุดเข้าไปในดินแดนซีอี๋ของฮ่องเต้เนตรซ้อนและสะกดเนตรซ้อนนั้นได้ การให้มันออกค้นหาดินแดนซีอี๋ของผู้แข็งแกร่งไปทั่ว ย่อมสามารถหาเฒ่าหน้าเศร้าพบ!
เฒ่าหน้าเศร้าทอดถอนใจ "เมื่อก่อนมีแต่พวกเราที่คอยจับตาดูเจ้า พอเจ้าเริ่มเป็นภัยคุกคาม ก็กรอกน้ำแกงเมิ่งผอ ล้างความทรงจำของเจ้า ปลอมแปลงความทรงจำใหม่ แล้วส่งเจ้าไปที่อื่น คิดไม่ถึงเลยว่าแค่เผลอไปนิดเดียวเจ้าก็เติบกล้าขึ้นมา ถึงกับเริ่มซ้อนแผนเล่นงานข้าเสียแล้ว"
สวี่อิงเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะยอมให้พวกเจ้าชักใยอยู่ตลอดไปได้อย่างไร? เมื่อก่อนข้าไม่มีกำลังพอจะต่อต้านพวกเจ้า แต่ตอนนี้ ข้าไม่เพียงจะต่อต้าน ข้ายังจะล่าสังหารกลับด้วย ฝูอี้ เจ้าคือคนแรก"
เฒ่าหน้าเศร้าพลันระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ร่างกายที่ค่อมงอค่อยๆ ยืดตรง ด้านหลังบังเกิดสายฟ้าแลบฟ้าร้อง เมฆาลมกรรโชกแรง กลิ่นอายพลังพุ่งทะยานขึ้นเป็นลำดับ!
เบื้องหลังของเขา ถ้ำสวรรค์น้อยใหญ่ส่องสว่างขึ้นทีละแห่งพร้อมเสียงหึ่งๆ บิดเบือนกาลอวกาศ ปลุกปั่นมวลเมฆาและสายลม
เขาต่างจากหลี่เซียวเค่อตรงที่ถ้ำสวรรค์ของเขามีจำนวนไม่มาก รวมแล้วมีหกสิบสามแห่ง ไม่ขาดไม่เกิน
ความลับทั้งหกของร่างกายมนุษย์ บำเพ็ญถ้ำสวรรค์ทั้งเก้าจนถึงขีดสุดก็สามารถกลายเป็นเซียนนาได้ เขตแดนเร้นลับหย่งเฉวียนแบ่งเป็นซ้ายขวา สะท้อนเป็นภาพเงาของกันและกัน ดังนั้นเมื่อบำเพ็ญความลับทั้งหกสำเร็จ จึงมีถ้ำสวรรค์หกสิบสามแห่งพอดี
ถ้ำสวรรค์หกสิบสามแห่ง ผนวกกับตบะขั้นทะยานขึ้นที่เขาบำเพ็ญจนสำเร็จมาเนิ่นนาน พลังความแข็งแกร่งของเขาย่อมน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เคยแสดงออกมาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน!
"สวี่อิง!"
เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้า หัวเราะเสียงก้อง "เมื่อก่อนข้ามักจะอ้อนวอนขอร้อง ขอให้เบื้องบนลงมือ ขอให้เบื้องบนมาจัดการเจ้า! แต่ตอนนี้ ข้าไม่สนตาแก่เบื้องบนที่ชอบทำตามขั้นตอนพวกนั้นแล้ว! ข้าจะจัดการเจ้าด้วยตัวเอง!"
เขาแผดเสียงร้องก้อง เบื้องหลังปรากฏจิตวิญญาณดั้งเดิมอันยิ่งใหญ่ตระหง่าน พลังเวทปะทุขึ้น!
จิตวิญญาณดั้งเดิมของเขามีผมสีขาวปลิวไสว ใบหน้าอมทุกข์เช่นเดียวกัน ทว่ากลับมีกลิ่นอายอันเลื่อนลอยของเซียนเพิ่มขึ้นมามากมาย!
"ดัชนีสังหารเซียน!"
เขาใช้นิ้วชี้ออกไป ลมเมฆแปรปรวน ปลายดวงนิ้วปรากฏแสงเซียนสายแล้วสายเล่าที่ทั้งเชื่องช้าและรวดเร็วเลือนราง สมกับที่เป็นวิชาของเซียน มันพุ่งชี้มาที่สวี่อิงจากมุมมองและห้วงเวลาที่แตกต่างกัน!
นี่ไม่ใช่วิชาของโลกมนุษย์!
แต่เป็นวิชาที่เซียนสืบทอดลงมา ต่อให้ผู้ใช้วิชาจะเป็นผู้บำเพ็ญปราณขั้นทะยานขึ้น ก็ยังแฝงไปด้วยไอเซียนอันเลื่อนลอย ทำให้ผู้คนไม่อาจหลบหลีก ไม่อาจต้านทาน!
แม้แต่ในมือของยอดนักดาบอย่างหลี่เซียวเค่อ สวี่อิงก็ยังไม่เคยเห็นเขาใช้วิชาสืบทอดของเซียนออกมาเลย!
เห็นได้ชัดว่าวิชาสืบทอดเบื้องหลังเฒ่าหน้าเศร้าต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
สวี่อิงเอ่ยเสียงขรึม "ท่านระฆัง ท่านสามารถดึงอานุภาพของตัวเองออกมาได้กี่ส่วน?"
ระฆังใหญ่พุ่งออกจากข้างกายเขา เข้าปะทะกับดัชนีสังหารเซียน เสียงระฆังสั่นสะเทือน เอ่ยเสียงขรึม "เดิมทีดึงออกมาได้แค่แปดเก้าส่วน แต่หลังจากปรมาจารย์ฉานฉานปรับปรุงให้ ข้าก็สามารถดึงออกมาได้ถึงสิบส่วนเต็ม!"
สวี่อิงพลันตบฝ่ามือลงบนระฆังใหญ่ ฝ่ามือออกแรงปัดกวาดไปตามผนังระฆัง พริบตาเดียวก็วนครบรอบ!
บนผนังระฆัง นิมิตเต๋านับไม่ถ้วนสว่างวาบขึ้น ดวงตะวันจันทราภูเขาแม่น้ำ ดวงดาวมหาสมุทร นกสัตว์แมลงปลา สรรพสิ่งเติบโต สรรพชีวิตแก่งแย่ง ล้วนถูกสวี่อิงกระตุ้นให้ทำงาน!
ทันใดนั้นระฆังใหญ่ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ตนดึงออกมาไม่ใช่อานุภาพสิบส่วน แต่เป็นศักยภาพสิบสองส่วน!
สวี่อิงใช้พลังแห่งวิถีสวรรค์กระตุ้นนิมิตเต๋าทุกหนแห่งทั้งในและนอกผนังระฆัง เพื่อให้มันสามารถดึงอานุภาพของตัวเองออกมาได้ดียิ่งขึ้น!
"ก้อง!"
ระฆังใหญ่เข้าปะทะกับดัชนีสังหารเซียน ได้ยินเพียงเสียงดังกังวานต่อเนื่อง พริบตาเดียวระฆังใหญ่ก็ปะทะกับดัชนีสังหารเซียนนับครั้งไม่ถ้วน!
ดินแดนเร้นลับของเซียนนาจงเฉิงเซี่ยวพังทลายลงท่ามกลางอานุภาพอันทำลายล้างสวรรค์และปฐพีในทันที นิมิตเต๋าแตกดับไปเป็นแถบๆ แดนเซียนบนโลกมนุษย์แห่งนี้ดิ่งลงสู่ความพินาศอันน่าสะพรึงกลัว สรรพสิ่งในฟ้าดินถูกทำลายย่อยยับ!
การยืนอยู่ในดินแดนเร้นลับก็คือเซียนบนโลกมนุษย์ ทว่าจงเฉิงเซี่ยวในยามนี้กลับไร้ซึ่งพลังต่อต้านใดๆ ทำได้เพียงเบิกตามองดินแดนเร้นลับของตนถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา
ทันใดนั้น เฒ่าหน้าเศร้าก็มีสีหน้าเจ็บปวด นิ้วทั้งห้าของมือขวาแหลกละเอียด เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอแล้วทะยานร่างขึ้น
ดินแดนเร้นลับฉีกขาดดังแคว่ก เฒ่าหน้าเศร้าเหาะทะลวงอากาศหนีไป!
ในตอนนั้นเอง ยอดเขาเฟยไหลลูกหนึ่งก็พุ่งเข้าจู่โจมกะทันหัน กระแทกเข้าที่ร่างของเขา พาทั้งคนทั้งภูเขากระเด็นออกไปนอกเมืองฉางซา!
ยอดเขาเฟยไหลลูกนั้นหนักอึ้ง บดขยี้ร่างเฒ่าหน้าเศร้า ไถลครูดไปกับพื้นไกลนับสิบลี้กว่าจะหยุดลงได้!
ระฆังใหญ่กับหยวนชีรีบเหาะทะยานตามออกไป พุ่งตัวออกจากดินแดนเร้นลับที่กำลังจะแหลกสลาย สวี่อิงรั้งท้ายอยู่ก้าวหนึ่ง เขาหันไปถามจงเฉิงเซี่ยวที่ผิวหนังถูกฉีกขาดไปแล้วว่า "เจ้าเปิดขุมทรัพย์ลับหนีหวานแล้วหรือยัง?"
จงเฉิงเซี่ยวพยักหน้าอย่างยากลำบาก
สวี่อิงกล่าว "ดินแดนเร้นลับของเจ้าถูกทำลายก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแย่เสมอไป หันกลับไปบำเพ็ญใหม่ ในเคล็ดวิชาของเจ้าก็จะไม่มีกับดักอีกแล้ว"
เขาหิ้วร่างโชกเลือดของจงเฉิงเซี่ยวพุ่งทะยานออกไป ดินแดนเร้นลับเบื้องหลังหดตัวและพังทลายลงจนพินาศย่อยยับไปโดยสมบูรณ์
สวี่อิงโยนจงเฉิงเซี่ยวทิ้งไป ร่างวูบไหว มาถึงบนยอดเขาเฟยไหลนอกเมือง!
เฒ่าหน้าเศร้าคำรามก้อง สองแขนออกแรงยกยอดเขาเฟยไหลขึ้น ระฆังใหญ่พุ่งชนทะแยงเข้ามา กระแทกเข้าที่ร่างของเขาจนกระเด็นหลุดออกมาจากใต้ผา!
เฒ่าหน้าเศร้าร้องอั้ก กลิ้งหลุนๆ กระแทกออกไปไกล!
เขาเพิ่งจะลุกขึ้นมาจากม่านฝุ่นควัน สวี่อิงก็พาระฆังใหญ่บุกเข้ามาสังหารแล้ว เสียงระฆังระเบิดออก ซัดจิตวิญญาณดั้งเดิมของเขาจนกระเด็น สวี่อิงเข้าประชิดตัวต่อสู้ระยะประชิด พริบตาเดียวสิบสามกระบวนท่ากระบี่สวรรค์ก็ถูกใช้ออก ทิ่มแทงเข้าสู่ทุกสัดส่วนบนร่างกายของเขา!
เฒ่าหน้าเศร้าไม่ทันได้โต้ตอบ หว่างคิ้ว ท้ายทอย หน้าอก หวงถิง ลำคอ และฝ่าเท้าก็ถูกกระบี่แทงเข้าอย่างจัง ถูกซัดจนลอยละลิ่วขึ้นไปบนฟ้า
สวี่อิงตามติดอยู่ข้างกาย ฟาดเคล็ดคืนสู่เต๋าลงบนร่างของเขาหนึ่งกระบวนท่า!
เขาได้ยินเสียงกระดูกของตัวเองแตกหักดังขึ้น พร้อมกันนั้นยังมีพลังประหลาดขุมหนึ่งแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำปฏิกิริยากับจุดที่เพิ่งถูกสวี่อิงแทงเมื่อครู่
พร้อมกับฝ่ามือนี้ของสวี่อิงที่ซัดเข้ามา ยังมีงูประหลาดมีเขาบนหัวอีกตัวหนึ่งพุ่งเข้ามา กัดเข้าที่ลำคอของเขาเต็มคำ
เขาเพิ่งจะร่ายพลังเวทเพื่อขจัดพิษงู บนหัวก็มียอดเขาเฟยไหลอีกลูกกดทับลงมา!
เฒ่าหน้าเศร้าคำรามลั่น สองฝ่ามือผลักออกไป ปะทะยอดเขาเฟยไหลอย่างดุดัน ถึงกับสามารถต้านทานภูเขาสัมฤทธิ์อันใหญ่โตมโหฬารลูกนี้ไว้ได้ ต่อให้เขามีตบะแก่กล้าเพียงใด ก็ยังถูกแรงสะเทือนจนเลือดทะลักออกทวารทั้งเจ็ด!
จู๋ฉานฉานเองก็ถูกแรงสะท้อนกลับจากยอดเขาเฟยไหลกระแทกจนหายใจไม่ทัน การโจมตีหยุดชะงักไป
ในเวลาเดียวกัน จิตวิญญาณดั้งเดิมของเฒ่าหน้าเศร้าก็บีบให้ระฆังใหญ่ถอยร่นไป แล้วหวนคืนสู่กายเนื้อ
เฒ่าหน้าเศร้าหัวเราะร่า กวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นเพียงสวี่อิง ระฆังใหญ่ จู๋ฉานฉาน และงูอีกหนึ่งตัวเท่านั้นที่ลงมือโจมตีตน ยังมีหญ้าอีกหนึ่งต้นที่ไร้ประโยชน์
"ในบรรดาพวกเจ้า คนที่ตบะสูงสุดก็นังหนูนี่ เพิ่งจะบำเพ็ญจิตวิญญาณดั้งเดิมสำเร็จเท่านั้นเอง" เฒ่าหน้าเศร้าปรายตามองจู๋ฉานฉาน
จู๋ฉานฉานแค่นเสียงฮึดฮัด "ตอนที่ปรมาจารย์อยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ มือเดียวก็สะกดเจ้าได้แล้ว!"
คำพูดของนางไม่ใช่เรื่องโกหก ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุด จู๋ฉานฉานก็เป็นยอดผู้บำเพ็ญปราณขั้นทะยานขึ้น ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยของวิเศษ ซึ่งล้วนยักยอกมาระหว่างทางที่หลอมสร้างฮ่าวจิง แค่เอาของพวกนี้มาทับก็ทับเฒ่าหน้าเศร้าจนตายได้แล้ว!
เฒ่าหน้าเศร้าไม่ใส่ใจ กล่าวว่า "คนที่วิชามรรคายอดเยี่ยมที่สุดก็คือคุณชายสวี่ พลังโจมตีที่โหดเหี้ยมที่สุดคือระฆังใบนี้ แล้วก็ยังมีงูตัวนี้ที่มาเป็นตัวประกอบ เจ้าคงไม่ได้คิดว่าพิษงูของเจ้าจะได้ผลกับข้าหรอกนะ?"
พอพูดถึงตรงนี้ จู่ๆ เขาก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย ในใจตื่นตระหนก เมื่อมองผ่านจิตวิญญาณดั้งเดิมออกไป ตนเองถึงกับติดพิษเข้าแล้ว ลำคอกลายเป็นสีดำคล้ำ!
"ไม่ถูกสิ ข้ามีถ้ำสวรรค์หนีหวานทั้งเก้า พิษร้ายใดๆ ก็สู้ความมีชีวิตชีวาของกายเนื้อข้าไม่ได้ แล้วข้าจะติดพิษได้อย่างไร?"
เขารีบกระตุ้นถ้ำสวรรค์หนีหวาน ถ้ำสวรรค์เบื้องหลังปรากฏขึ้นทีละแห่ง ทันใดนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ถ้ำสวรรค์แต่ละแห่งหลุดลอยออกจากร่าง หลุดพ้นจากการควบคุมของเขา
เฒ่าหน้าเศร้าหน้าถอดสี รีบกระตุ้นจิตวิญญาณดั้งเดิมเพื่อสะกดพิษในกายเนื้อ เอ่ยเสียงแหบพร่า "คุณชายสวี่ เจ้าแทงข้าสิบสามกระบี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
สวี่อิงสลายปราณกระบี่ทิ้งไป กล่าวว่า "ข้าก็แค่ลอกเอาถ้ำสวรรค์ที่เจ้าปลูกถ่ายไว้ออกจากร่างของเจ้าก็เท่านั้น"
สีหน้าของเฒ่าหน้าเศร้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ด้วยตบะความแข็งแกร่งในปัจจุบันของสวี่อิง การซัดสิบสามกระบวนท่ากระบี่สวรรค์เข้าสู่ร่างของเขา อานุภาพยังไม่พอที่จะลอกถ้ำสวรรค์ออกจากร่างเขาได้
สิ่งที่ออกฤทธิ์จริงๆ คือเคล็ดคืนสู่เต๋าของสวี่อิง กระบวนท่านี้ร้ายกาจยิ่งนัก มันดึงเอาพลังของตัวเฒ่าหน้าเศร้าเองมาทำปฏิกิริยากับสิบสามกระบวนท่ากระบี่สวรรค์!
นั่นก็หมายความว่า พลังของตัวเฒ่าหน้าเศร้าเองเป็นตัวกระตุ้นสิบสามกระบวนท่ากระบี่สวรรค์ให้ตัดถ้ำสวรรค์ของตัวเองร่วงหล่นลงมา!
"ไม่มีถ้ำสวรรค์แล้วจะทำไม?"
เฒ่าหน้าเศร้าสะกดพิษเอาไว้ พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา กวาดตามองรอบด้านแล้วหัวเราะ "ข้าก็ยังคงเป็นผู้บำเพ็ญปราณขั้นทะยานขึ้นอยู่ดี พวกเจ้ามีของวิเศษ แล้วข้าจะไม่มีหรือไง?"
เขาหัวเราะร่า "ข้าไม่ได้แค่มี แต่ยังมีมากกว่าด้วย! สี่พันปีมานี้ ข้าทำงานให้เบื้องบน สะสมทรัพย์สมบัติไว้ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร..."
ทันใดนั้นหัวใจเขาก็เย็นวาบ ดินแดนซีอี๋ของเขาว่างเปล่า ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษชิ้นใด ล้วนอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ตอนนั้นเอง หญ้าเซียนสีม่วงก็โผล่ออกมาจากด้านหลังเขา รากนับไม่ถ้วนชอนไชเข้าไปในตา หู จมูก และปากของเขา พริบตาเดียวก็เติบโตเต็มดินแดนซีอี๋ ถึงขั้นมัดจิตวิญญาณดั้งเดิมของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา!
เฒ่าหน้าเศร้ายังคิดจะขัดขืน ทว่าโอสถเซียนอมตะต้นนี้คือหมากสำคัญในการสะกดฮ่องเต้เนตรซ้อน แม้จะต่อสู้ไม่เก่ง แต่เรื่องการผนึกกลับร้ายกาจยิ่งนัก มันทำให้สัมผัสเทวะและจิตสำนึกของเขาตกอยู่ในความโกลาหลทันที
หญ้าเซียนสีม่วงควบคุมเฒ่าหน้าเศร้าให้เดินมาหาพวกตน หยวนชีกับระฆังใหญ่สั่นเทา ระฆังใหญ่เอ่ยเสียงสั่น "ทะ...ท่านหญ้าช่างร้ายกาจนัก ผู้น้อยขอคารวะ..."
จู๋ฉานฉานมองจนตาค้าง จู่ๆ ก็กระโดดเข้ามา ชกปึกเข้าที่ร่างหญ้าม่วง พยายามจะประทับตราของตัวเองลงบนต้นหญ้า
วินาทีต่อมา ตา หู จมูก และปากของจู๋ฉานฉานก็ถูกรากหญ้าชอนไชจนเต็ม ถูกหญ้าเซียนสีม่วงควบคุมไปพร้อมกับเฒ่าหน้าเศร้า
สวี่อิงเห็นดังนั้น แววตาที่มองหญ้าเซียนต้นนี้ก็เต็มไปด้วยความยำเกรง นึกในใจว่า "โชคดีที่ข้ามีความสัมพันธ์อันดีกับหญ้าบนหลุมศพ มันถึงไม่เคยลงมือกับข้าแบบนี้"







