หลังจากผ่านวันก่อนตรุษจีนเล็ก ไปไม่นานวันตรุษจีนก็ใกล้มาถึงแล้ว
ครอบครัวทั่วไปเริ่มเตรียมตัวสำหรับปีใหม่ แต่ครอบครัวสกุลสวี่ไม่เพียงแต่ต้องเตรียมของสำหรับปีใหม่เท่านั้น ยังต้องวุ่นวายกับการจัดงานแต่งของสวี่ซื่อเต๋ออีกด้วย แน่นอนว่ายิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่
สวี่ซื่อเยี่ยนกับภรรยาก็กลับมาช่วย และถือโอกาสเรียกหยางชุนหมิงกับคนอื่นๆ มารับเงินส่วนแบ่งจากการขายถุงน้ำดีทองแดง
เงินหกร้อยหยวน แบ่งกันสิบกว่าคน คนละไม่กี่สิบหยวน ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ดีใจกันมาก มานั่งคุยเล่นหัวเราะเฮฮาด้วยกัน
ระหว่างที่กำลังหัวเราะกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังเร่งรีบจากข้างนอก แล้วน้องชายของหวังจื้อจวินก็วิ่งเข้ามา
“ตะ...ตำรวจมาหมู่บ้านเราแล้ว ขะ...ขับรถมาด้วย ลุงจ้าวก็กลับมาพร้อมกัน!”
เขาวิ่งมาบอกข่าวจนหอบแฮ่กๆ มาบอกข่าว เสียงยังติดขัดอยู่เลย
ทุกคนได้ยินก็อึ้ง “ห๊ะ? ตำรวจมาเหรอ? ลุงจ้าวกลับมาด้วย? เกิดอะไรขึ้น? มีใครในหมู่บ้านเราทำผิดหรือไง?”
หยางชุนหมิงกับพวกรีบลุกขึ้นเดินออกไปดู
สวี่ซื่อเยี่ยนกับจ้าวเจี้ยนเซ่อ มองหน้ากันอย่างมีความคาดเดาบางอย่างในใจ
ดูท่าทีแบบนี้ เรื่องของโสมที่ถูกขโมยไป คงเกี่ยวข้องกับครอบครัวเฉินแน่ๆ
“ไป พวกเราไปดูกันหน่อย”
กลุ่มคนรีบออกจากบ้านสวี่ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน แล้วก็เห็นรถจอดอยู่หน้าบ้านเฉิน
มีคนใส่เครื่องแบบทหารสีเขียว หมวกฟักทองใบใหญ่ จับเฉินเต๋อหย่ง ออกมาจากบ้าน
ข้างหลังมีเฉินหย่งฝูกับภรรยา และภรรยาของเฉินเต๋อหย่งกับเฉินเต๋อเซิ่ง ร้องไห้คร่ำครวญตามมา
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เฉินเต๋อหย่งโดนจับไปได้ยังไง? ไปทำผิดอะไร?”
เพียงครู่เดียวคนในหมู่บ้านฝั่งตะวันตกก็เริ่มมุงกันเต็มไปหมด ทุกคนต่างก็สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ไม่ใช่แค่เฉินเต๋อหย่งที่โดนจับ หูเถ่าซือก็โดนพาตัวออกมาด้วย
อายุห้าสิบกว่าปี แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกด้วยความกลัว
“ลุงหูก็ทำผิดด้วยเหรอ? ไม่น่าใช่นะ
นั่นเป็นลุงแท้ๆ ของหัวหน้าหูเลยนะ คนแก่ขนาดนั้นจะไปทำอะไรผิดได้?”
ทุกคนยิ่งตกใจใหญ่ นี่มันอะไรกัน? อยู่ๆ หมู่บ้านเราถูกจับสองคนเลย?
ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่งง รองหัวหน้าหมู่บ้านหูเหลียนเฉิงเองก็งงเหมือนกัน
“ลุงจ้าว นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ลุงผมไปทำผิดอะไร ถึงได้ถูกตำรวจจับแบบนี้?”
หูเหลียนเฉิงจับแขนจ้าวต้าไห่ แล้วถามเสียงดัง
จ้าวต้าไห่มองคนตรงหน้าแล้วกระแอมหนึ่งที “เอ้า ไหนๆ พวกลุงป้าน้าอาก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ฉันจะพูดให้ชัดๆ เลยก็แล้วกัน”
“ลูกชายคนโตของเฉินหย่งฝูจากหมู่บ้านเรา เฉินเต๋อเซิ่ง บอกว่าไปทำงานชั่วคราวในเมือง แต่ความจริงไปคบกับพวกนักเลงหัวไม้ วันๆ ก็ทำแต่เรื่องไม่ดี ขโมย ตีกัน ปล้น ไม่ทำงานสุจริต เมื่อวานพวกเขาออกปล้น แล้วดันไปเจอตอถูกจับตัวไปส่งโรงพัก”
จ้าวต้าไห่ไม่ได้บอกว่าเป็นพี่น้องบ้านสวี่ที่เป็นคนจับไว้ ก็เพื่อปกป้องครอบครัวสวี่
“พอสอบปากคำ ก็เจอเรื่องโสมที่ถูกขโมยไปในหมู่บ้านเรา
เป็นเฉินเต๋อหย่งร่วมมือกับพี่ชายเฉินเต๋อเซิ่ง พาพรรคพวกเข้ามาในไร่โสมตอนกลางคืน ขโมยเอาโสมยี่สิบเมตรของหมู่บ้านไป”
พูดถึงตรงนี้ จ้าวต้าไห่ก็มองไปที่หูเหลียนเฉิง
“ที่ลุงหูถูกจับ เพราะเขาเป็นคนร่วมมือกับเฉินเต๋อหย่ง เปิดทางให้จากข้างใน
เขาเป็นคนพาเข้าไปในไร่โสม เป็นคนให้ยาเบื่อกับหมา
แล้วก็จัดฉากให้เหมือนว่าตัวเองก็เป็นเหยื่อ โดนล็อกจากข้างนอก เพื่อไม่ให้พวกเราสงสัย”
เย็นวานนี้ จ้าวต้าไห่ไปถึงในเมือง ไม่ได้ตรงไปที่โรงพัก แต่ไปหาข้าราชการระดับอำเภอ
ผ่านอำเภอไปกดดันให้โรงพักสอบสวนทันทีในคืนนั้น
เพราะเป็นเรื่องขโมยโสมยี่สิบเมตร มูลค่าสามถึงสี่พันหยวน และมีข้าราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจจะไม่เต็มที่ได้ยังไง?
แค่สอบสวนไม่นาน ก็มีคนทนไม่ไหวสารภาพออกมา
ตอนนั้นเฉินเต๋อหย่งรู้ว่าลุงหลี่ไม่สบาย ไม่มีใครดูแลฟาร์มโสม เลยเกิดความคิดจะขโมย
เขาส่งข่าวไปบอกพี่ชายเฉินเต๋อเซิ่งที่อยู่ในเมือง ให้กลับมา แล้วสองพี่น้องก็ไปหาลุงหู
ตกลงกันเรียบร้อย ว่าถ้าสำเร็จจะแบ่งเงินให้ลุงหูด้วย
หลังจากนั้นเฉินเต๋อเซิ่งก็พาพรรคพวกมา ตอนกลางคืน ใช้ความช่วยเหลือของลุงหู วางยาให้หมา แล้วก็ขโมยโสมออกไปได้อย่างราบรื่น
เมื่อไปถึงตัวอำเภอ พวกเขาก็ใช้เส้นสายของเฉาเจียง หาทางขายโสมจนได้
ได้เงินมาทั้งหมด 3,200 หยวน หูเถ่าซือได้ไป 200 หยวน คนจากบริษัทสมุนไพรที่ช่วยเป็นคนกลางได้ไป 500 หยวน เฉาเจียงได้อีก 500 หยวน
เหลืออีก 2,000 หยวน พี่น้องตระกูลเฉินได้ไป 1,000 หยวน ส่วนอีกสี่คนแบ่งกันอีก 1,000
“เฉินเต๋อเซิ่งที่อยู่ในอำเภอสองปีที่ผ่านมา ทำเรื่องเลวไว้ไม่น้อย ยอดความเสียหายที่เกี่ยวข้องน่าจะไม่น้อยเลย ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนจะจัดการอย่างไรต่อไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องยุ่ง”
ขณะที่จ้าวต้าไห่เล่าเรื่องราวทั้งหมด คนที่มามุงดูก็เริ่มเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อครอบครัวเฉิน
จากตอนแรกที่สงสัย กลายเป็นดูถูก แล้วก็สุดท้ายคือโกรธแค้น
“เวรเอ๊ย! ตอนนั้นเราก็ว่าเรื่องโสมถูกขโมยมันแปลก ๆ ที่แท้พวกสารเลวตระกูลเฉินนี่เองเป็นคนทำ ขโมยหยาดเหงื่อของพวกเราทุกคน แล้วพวกแกเอาเงินไปสุขสบายกันเหรอ? ไอ้สารเลว! เฉินเต๋อหย่ง วันนี้ฉันจะตีแกให้ตายตรงนี้แหละ!”
มีบางคนอารมณ์ร้อน ถลกแขนเสื้อจะเข้าไปซัดเฉินเต๋อหย่ง
“หยุด! ห้ามก่อเรื่อง! เฉินเต๋อหย่งทำผิดกฎหมาย ก็ต้องให้กฎหมายจัดการ อยู่ต่อหน้าตำรวจ จะไปลงไม้ลงมือได้ยังไง?”
จ้าวต้าไห่รีบเข้ามาห้าม จะมาตีคนต่อหน้าตำรวจมันใช้ไม่ได้
“ทุกคน เราต้องเชื่อใจผู้นำ เชื่อใจตำรวจ เขาต้องสามารถเอาคืนให้พวกเราได้แน่ อีกอย่าง ปีใหม่ก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ต่างคนต่างกลับบ้านไปเถอะ มีอะไรก็ไปทำงานของตัวเอง ทางนั้น ช่วยเปิดทางให้ตำรวจพาผู้ต้องหาไป”
จ้าวต้าไห่กลัวว่าเด็กหนุ่มในหมู่บ้านจะเลือดร้อนจนก่อเรื่องใหญ่ เลยรีบไล่คนกลับ
ทางตำรวจเองก็พาเฉินเต๋อหย่งกับหูเถ่าซือขึ้นรถไปแล้ว
แต่คนในหมู่บ้านก็ยังคงโกรธจัด มองครอบครัวเฉินที่เหลือด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
เฉินหยงฝูและพวกพอเห็นแบบนั้น ก็รีบวิ่งกลับเข้าบ้าน ไม่กล้าออกมาอีก
“ทุกคน ฟังผมนะ คนที่ทำผิดคือเฉินเต๋อเซิ่งกับเฉินเต๋อหย่ง คนอื่นในบ้านเขาไม่ได้ทำผิดอะไร ตอนนี้เป็นยุคใหม่แล้ว จะมาทำโทษเหมารวมกันไม่ได้ บ้านเมืองมีกฎหมาย คนที่ทำผิดก็มีกฎหมายลงโทษ ห้ามไปแก้แค้นหรือรังแกคนในครอบครัวเฉิน เข้าใจไหม?”
ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน จ้าวต้าไห่ก็ต้องพูดให้ชัดเจน
แต่ชาวบ้านจะเชื่อหรือไม่ เขาก็ห้ามไม่ได้
คดีที่คาราคาซังมานานก็คลี่คลาย ขโมยก็ถูกจับไปแล้ว
แม้คนในหมู่บ้านจะยังโกรธอยู่ แต่เพราะคำพูดของจ้าวต้าไห่ ก็ไม่สามารถทำอะไรต่อได้
สุดท้ายต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
แน่นอน ว่าเบื้องหลังแต่ละคนก็ยังสาปแช่งครอบครัวเฉินไม่หยุด และในอนาคตจะมีใครไปเอาคืนหรือไม่ ก็ยังไม่แน่นอน
เฉินเต๋อเซิ่งกับเฉินเต๋อหย่งเป็นหัวโจก ขโมยของหลวง มูลค่ามหาศาล
เฉินเต๋อเซิ่งร่วมกับเฉาเจียงและพรรคพวก ลักทรัพย์ปล้นชิง มีพฤติกรรมรุนแรงและมีผลกระทบร้ายแรง
หลังการพิจารณาคดี สมาชิกแก๊งหลักถูกประหารชีวิต ส่วนที่เหลือก็ถูกตัดสินจำคุกต่างกันไป
ครอบครัวเฉินเสียลูกชายไปสองคนในคราวเดียว แถมยังถูกชาวบ้านรังเกียจ ไม่สามารถอยู่ในตงเจียงเหยียนได้อีก
สุดท้ายก็ย้ายออกไปอย่างเงียบ ๆ และไม่เคยกลับมาอีกเลย







