การเกิดใหม่ของยักษ์ใหญ่การเงิน · khram
ตอนที่ 141
บทที่ 141 กองทุนปีศาจเทียนเซิ่ง "ปิดประตูงดรับแขก" เป็นครั้งที่สอง
การที่กลุ่มบริษัทตระกูลอันกล้าทุ่มเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงที่ดินจากมือของกลุ่มบริษัทฮุ่ยจิ่ง ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะนายท่านอันได้คำนึงถึงปัจจัยเรื่องลู่หมิงผู้เป็นว่าที่ลูกเขยด้วย ซึ่งถือเป็นกำลังเสริมที่ยิ่งใหญ่มาก
เทียนเซิ่งแคปปิตอลคือผู้นำขององค์กรการเงินในหนิงโจว หากดึงเทียนเซิ่งแคปปิตอลเข้ามาร่วมได้ เครือข่ายเส้นสายของเทียนเซิ่งแคปปิตอลอย่างเช่นเฉาอวิ๋น ว่านเซี่ยง และอื่นๆ ก็จะทำให้กลุ่มบริษัทตระกูลอันได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมไปด้วย
ศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่นี้จะกลายเป็นแหล่งรวมพลระดับพรีเมียมที่มี "ตัวท็อป" มารวมตัวกันในพริบตา ถึงเวลานั้นก็ค่อยให้ลูกสาวไปเป่าหูว่าที่ลูกเขยบนเตียงสักหน่อยเพื่อให้ลู่หมิงช่วยพูดให้ คนอย่างหลินเฉียงและหวังเยว่ก็ต้องยอมไว้หน้าเขาอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาก็ล้วนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทตระกูลอัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล ความรู้สึก หรือผลประโยชน์ก็สมควรที่จะต้องช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัทฮุ่ยจิ่งยอมถอดใจในท้ายที่สุด สำหรับโปรเจกต์ศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่นี้ หากเทียนเซิ่งแคปปิตอลไม่เข้ามาตั้งฐาน ชื่อเสียงที่สร้างไว้ก็คงเป็นเพียงแค่ลมปาก ฮุ่ยจิ่งยังต้องกังวลอีกว่าหากกลุ่มบริษัทตระกูลอันแยกตัวไปสร้างศูนย์กลางการเงินแข่งโดยอาศัยทรัพยากรของลู่หมิง ถึงตอนนั้นทุกคนก็คงแห่กันไปที่นั่นหมด ฮุ่ยจิ่งก็มีโอกาสสูงที่จะต้องนั่งเล่นอยู่ฝ่ายเดียวอย่างโดดเดี่ยว
และนี่ก็เป็นสิ่งที่ทางเมืองหนิงโจวนำมาพิจารณาด้วย สุดท้ายก็ทำได้เพียงมอบสัมปทานนี้ให้กับกลุ่มบริษัทตระกูลอัน
ลู่หมิงไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอแค่ทางพ่อตาไฟเขียวตอบรับเงื่อนไขของเขาได้ แน่นอนว่าเขาก็พร้อมจะย้ายไป น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ผลประโยชน์ย่อมไม่รั่วไหลไปให้คนนอกอยู่แล้ว
...
สำนักงานใหญ่เทียนเซิ่ง
"เชิญครับ"
ลู่หมิงที่ได้ยินเสียงเคาะประตูเอ่ยตอบรับ
หลี่หมิงหยางเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา "ประธานลู่ครับ ขนาดกองทุนเทียนเซิ่งแวลูโกรทมิกซ์ทะลุ 5 หมื่นล้านไปแล้วครับ ตัวเลขที่แน่นอนอยู่ที่ 5.28 หมื่นล้าน กระแสการแห่ซื้อเมื่อวานนี้ค่อนข้างรุนแรงมากครับ"
วันนี้คือวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม หลังจากผ่านการปรับฐานในช่วงปลายเดือนเมษายน เมื่อวานซืนตลาดหุ้น A-Share ก็มีแท่งเทียนบวกขนาดกลางพุ่งขึ้นมา +1.85% เรียกได้ว่าช่วยกระตุ้นความคึกคักได้เป็นอย่างดี โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 2,993 จุด เกือบจะทะลุแนวต้านสำคัญที่ 3,000 จุดแล้ว
บรรยากาศของตลาดก็ถือว่าไม่เลว ทุกคนต่างรู้สึกว่าความเสี่ยงจาก "อาถรรพ์ 4.19" ได้ถูกปลดปล่อยไปแล้ว แท่งเทียนบวกขนาดกลางเมื่อวานนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดโดยรวมยอมรับในเรื่องนี้
ทุกคนต่างมองโลกในแง่ดีว่าตลาดหุ้น A-Share จะฝ่าด่านการทะลุแนวต้านสำคัญที่ 3,000 จุดไปได้ แต่เมื่อวานนี้ในขณะที่บรรยากาศกำลังดีกลับเปิดต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้า ทำให้นักลงทุนสายกระทิงหลายคนรู้สึกอึดอัดใจ ทว่าในระหว่างวันกลับเปิดต่ำแล้วขึ้นสูง จนกระทั่งเวลา 14.00 น. ก็ไปแตะที่แนวต้านสำคัญ 3,000 จุดได้สำเร็จ
ทว่าก็ทำได้แค่แตะเท่านั้น หลังจากนั้นตลาดก็เริ่มกลับหัวดิ่งลง สุดท้ายก็ปิดตลาดด้วยแท่งเทียนโดจิที่มีไส้เทียนด้านบนยาว โดยปิดลบไป -0.05% ล้มเหลวในการพุ่งชนแนวต้าน 3,000 จุด
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในตลาดยังไม่ถึงกับแย่ คนส่วนใหญ่มองว่าการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวานซืนจำเป็นต้องมีการปรับฐานสักวันหนึ่ง เพื่อสะสมพลังในการพุ่งชนแนวต้าน 3,000 จุดให้ดียิ่งขึ้น
การที่เมื่อวานนี้สามารถขึ้นไปแตะได้แล้วถือเป็นเรื่องดี
วันนี้ตลาดหุ้น A-Share เตรียมที่จะลองทะลุแนวต้านนี้อีกครั้ง
"ถ้าถึง 5 หมื่นล้านก็ปิดกองเถอะ หลังปิดตลาดค่อยออกประกาศ" ลู่หมิงกล่าวอย่างรวบรัด จังหวะเวลาค่อนข้างพอดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ อย่าง ETF ของกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ที่บริษัทได้ยื่นขออนุมัติไปก็ค่อยๆ ทยอยผ่านการอนุมัติแล้ว ตอนนี้เข้าสู่ขั้นตอนการระดมทุนแล้ว
หลังจากได้รับคำตอบจากบอส หลี่หมิงหยางก็ขอตัวออกไป ตลาดใกล้จะเปิดแล้ว ในเมื่อบอสไม่ไปเฝ้ากระดานที่ห้องเทรด เขาก็ทำได้เพียงต้องไปเอง
วันนี้ตลาดหุ้น A-Share พยายามทะลุแนวต้านสำคัญ 3,000 จุดเป็นครั้งที่สามแต่ก็ล้มเหลว หลังปิดตลาดปิดที่ 2,997.84 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +0.22%
เทียนเซิ่งแคปปิตอลได้ออกประกาศล่าสุดหลังปิดตลาด ซึ่งเรียกความสนใจจากตลาดทุนเป็นอย่างมาก นั่นคือข่าวการประกาศ "ปิดประตูงดรับแขก" ของกองทุนเทียนเซิ่งแวลูโกรทมิกซ์ ซึ่งเป็นกองทุนดาวเด่นในเครือกองทุนเทียนเซิ่ง โดยนับตั้งแต่วันที่ประกาศ กองทุนจะระงับการสั่งซื้อและเปิดรับการไถ่ถอน
เหตุผลของการ "ปิดประตูงดรับแขก" ก็ได้ถูกระบุไว้ด้วย เนื่องจากขนาดของกองทุนทะลุ 5 หมื่นล้านหยวน กลายเป็นกองทุนรวมแบบผสมที่เปิดเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทั้งสองตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับนักลงทุนได้ ทางบริษัทจึงตัดสินใจที่จะควบคุมขนาดของกองทุน
เนื้อหาในประกาศพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ แม้ว่าการเปิดรับคำสั่งซื้อจะทำให้กองทุนได้รับค่าธรรมเนียมการจัดการและผลตอบแทนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น แต่เราให้ความสำคัญกับชื่อเสียงและการมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับลูกค้าที่ลงทุนไปแล้วมากกว่า
เมื่อเห็นประกาศนี้ ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนอยู่ก็รู้สึกดีใจมาก อันที่จริงแล้วนักลงทุนในกองทุน โดยเฉพาะนักลงทุนที่ซื้อกองทุนนี้ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว ไม่ต้องการให้พอร์ตของกองทุนปีศาจเทียนเซิ่งขยายตัวใหญ่ขึ้นเลย
เพราะหากขนาดกองทุนขยายใหญ่ขึ้น การจะทำกำไรให้ได้สูงๆ ก็จะยากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือไม่สามารถไปจับหุ้นปั่นได้แล้ว หากขนาดใหญ่เกินไป เข้าไปแล้วก็อาจจะออกไม่ได้ การขยายขนาดของกองทุนเท่ากับเป็นการจำกัดขอบเขตการลงทุนของอี้เกอ
ส่วนคนที่ยังไม่ได้ขึ้นรถก็รู้สึกหงุดหงิด และเสียใจที่ไม่ได้รีบขึ้นรถให้เร็วกว่านี้
ทว่าการที่กองทุนปีศาจเทียนเซิ่งเลือกที่จะ "ปิดประตูงดรับแขก" อีกครั้งก็ดึงดูดความสนใจของนักลงทุนส่วนหนึ่งได้ บางคนถึงกับนึกย้อนไปถึงตอนที่กองทุนปีศาจเทียนเซิ่ง "ปิดประตูงดรับแขก" ในครั้งก่อน ซึ่งหลังจากนั้นก็คือจุดจบของตลาดกระทิง และการพังทลายของตลาด
การปิดประตูงดรับแขกในครั้งนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้คนคิดกันไปต่างๆ นานา
...
วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม วันนี้ตลาดเปิดเท่าราคาเดิม หลังจากที่พยายามทะลุแนวต้านสำคัญ 3,000 จุดล้มเหลวมาแล้วสามครั้ง วันนี้ก็ถือเป็นครั้งที่สี่
หลังจากเปิดตลาดก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรมากนัก ในระหว่างวันเคยขึ้นไปแตะที่ 3,003.59 จุด แต่ก็ร่วงลงมาอย่างรวดเร็วและเริ่มแกว่งตัวออกข้างอยู่แถวๆ เส้นศูนย์ ช่วงเช้าเรียกได้ว่าน่าเบื่อเอามากๆ
ดังคำกล่าวที่ว่า ตีกลองครั้งแรกฮึกเหิม ครั้งที่สองอ่อนแรง ครั้งที่สามหมดกำลัง
เมื่อตลาดพยายามทะลุแนวต้านล้มเหลวติดต่อกันสามครั้ง บรรยากาศในตลาดก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ เมื่อควรจะแข็งแกร่งแต่กลับไม่แข็งแกร่ง นั่นก็คือความอ่อนแอ บางคนจึงเริ่มเลือกที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงแล้ว
จนกระทั่งเวลา 10.40 น. ตลาดหุ้น A-Share ที่แกว่งตัวออกข้างมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงก็ทนแสดงต่อไปไม่ไหวแล้ว กลุ่มอุตสาหกรรมสุราขาว การแพทย์ สินค้าอุปโภคบริโภค เซมิคอนดักเตอร์ ซอฟต์แวร์ในประเทศ และหลักทรัพย์ต่างพากันดิ่งหัวลง
สถานการณ์แบบนี้ตลาดหุ้น A-Share จะไปรับไหวได้อย่างไร
ตลาดดิ่งหัวลงแบบไม่เหลียวหลังกลับ ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมพินาศย่อยยับ ไม่มีกลุ่มอุตสาหกรรมไหนเลยที่ปิดบวกในวันนี้ แม้แต่กลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารที่มีอัตราการลดลงน้อยที่สุด วันนี้ก็ยังร่วงลงไป -1.51%
หลังปิดตลาด กระดานหลักปิดที่ 2,913.25 จุด ลดลง -2.82% ในระหว่างวันลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 2,913.04 จุด และขึ้นไปสูงสุดที่ 3,003.59 จุด มูลค่าการซื้อขายของทั้งสองตลาดอยู่ที่ 6.61666 แสนล้านหยวน
ร่วงลงมาได้สวยงามจริงๆ
สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ วันนี้หุ้นโบรกเกอร์ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์พังพินาศกันหมด แต่กลับมีจุดสีแดงเล็กๆ ท่ามกลางดงสีเขียวขจี เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์เป็นเพียงเป้าหมายเดียวในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้น หลังปิดตลาดมีอัตราการเพิ่มขึ้น +0.72% ต้านทานแรงกดดันจากการร่วงลงของตลาดไว้ได้ เผยให้เห็นถึงบารมีของการเป็นผู้นำอย่างชัดเจน
วันนี้กลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ร่วงลงไป -3.91% นี่ขนาดมีเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ช่วยพยุงราคาเอาไว้แล้วนะ หากตัดเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ออกจากกลุ่ม วันนี้คงต้องร่วงลงไปมากกว่า -4.5%
การร่วงลงในวันนี้ถือเป็นการตบหน้านักลงทุนที่มองว่าตลาดจะทะลุแนวต้านได้อย่างจัง แท่งเทียนลบหนึ่งแท่งกลืนกินแท่งเทียนบวกสี่แท่ง แท่งเทียนลบขนาดใหญ่ในวันนี้ได้กลืนกินอัตราการเพิ่มขึ้นในช่วงสี่วันที่ผ่านมาไปจนหมดสิ้น
เทียนเซิ่งแคปปิตอลและลู่หมิงถูกนำมาพูดถึงอีกครั้งหลังปิดตลาด
เมื่อวานนี้เทียนเซิ่งแวลูโกรทมิกซ์ประกาศ "ปิดประตูงดรับแขก" วันนี้ตลาดหุ้น A-Share ก็พังทลายลงมา แทบจะเหมือนกับครั้งก่อนไม่มีผิด
และแล้วการตีความต่างๆ นานาก็ตามมา
บ้างก็ว่าอี้เกอสุดยอดมากที่ล่วงรู้ล่วงหน้าว่าวันนี้ตลาดจะพัง ไม่มองโลกในแง่ดีกับตลาดในช่วงต่อไปจึงเลือกที่จะ "ปิดประตูงดรับแขก" มิฉะนั้นหากมีการแห่ซื้อกองทุนขนานใหญ่ ก็จะถูกบังคับให้ต้องเพิ่มสัดส่วนการลงทุนไปรับของแพงที่จุดสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ หากถือเงินสดไว้เฉยๆ เม็ดเงินที่มากเกินไปก็จะทำให้สัดส่วนการถือครองหุ้นโดยรวมลดลง มูลค่าทรัพย์สินสุทธิก็จะลดลงอยู่ดี ซึ่งไม่ยุติธรรมต่อนักลงทุนที่เข้ามาซื้อก่อนหน้านี้
สรุปก็คือ แฟนคลับของลู่หมิงพากันตะโกนว่าอี้เกอสุดยอดอีกครั้ง และหลายคนก็จดจำกฎเกณฑ์ใหม่นี้ไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงที่สำคัญ ต่อไปนี้หากกองทุนปีศาจเทียนเซิ่ง "ปิดประตูงดรับแขก" อีกเมื่อไหร่ ก็แปลว่าตลาดมีปัญหา ให้รีบเผ่นได้เลย!
...
พอถึงวันจันทร์ของสัปดาห์ถัดมา ตลาดหุ้น A-Share ก็เปิดต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้าทันที แท่งเทียน K ลบขนาดใหญ่แท่งที่สองติดต่อกันได้ทุบหัวฝั่งกระทิงที่มองว่าตลาดจะทะลุแนวต้านจนแหลกละเอียด วันนั้นตลาดปิดที่ 2,832.11 จุด ลดลง -2.79% ในระหว่างวันลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 2,821.83 จุด และขึ้นไปสูงสุดที่ 2,896.16 จุด มูลค่าการซื้อขายของทั้งสองตลาดหดตัวลงเหลือ 4.995 แสนล้านหยวน
แท่งเทียน K ลบขนาดใหญ่สองแท่งนี้ระเบิดฝั่งกระทิงจนเละเทะ ทำให้ต้องเบลอกันไปอีกรอบ
ส่วนการที่ลู่หมิง "ปิดประตูงดรับแขก" ก่อนที่ตลาดจะร่วงหนัก ก็ทำให้เหล่าผู้ติดตามหรือแฟนคลับของเขาพากันตะโกนว่าอี้เกอสุดยอด
ตลาดหุ้น A-Share ยังคงหลอกลวงเหมือนเดิม ส่วนอี้เกอก็ยังคงเทพเหมือนเดิม!
อิทธิพลของลู่หมิงที่มีต่อตลาดทุนเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ผู้บริหารก็สังเกตเห็นปัญหานี้แล้วเช่นกัน
...







