หวังหยางคลำดึงเทียนออกจากเชิงเทียนทองเหลือง พลางกล่าวว่า
"ข้อแรก ตอนที่ท่านกระโดดเข้าหน้าต่างมา ทำไม้ไผ่ค้ำหน้าต่างหล่น ข้อสอง น้ำเสียงของข้าไม่ได้ฟังดูเหมือนคนหลับอยู่เลย และข้อสาม เขาเดินจากไปง่ายดายเกินไป แม้ตอนนั้นเขาไม่ได้ขอเข้ามาในห้อง แต่ความจริงในใจคงเกิดความสงสัยขึ้นแล้ว ในเมื่อสงสัย ย่อมต้องกลับมาตรวจสอบแน่"
หญิงสาวถามอีกครั้ง "แล้วที่เจ้าถอด... เพราะเหตุใด?"
"ห้องมีอยู่แค่นี้ มุ้งก็ไม่ได้หนา อาศัยแสงไฟ มองดูให้ดีก็เห็นถึงความผิดปกติแล้ว! พอข้าถอดเสื้อผ้า ความสนใจของพวกเขาก็จะมาอยู่ที่ข้า และไม่กล้าเพ่งมองอย่างละเอียด ประจวบเหมาะพอดีกับที่ท่านชนกระดาษและเชิงเทียนหล่น"
หวังหยางพูดพลางซ่อนเชิงเทียนไว้ในแขนเสื้อข้างขวา
"ชนกระดาษกับเชิงเทียนหล่นแล้วอย่างไร?"
"เอ่อ... เรื่องนี้ซับซ้อนมาก อธิบายตอนนี้คงไม่ค่อยชัดเจนนัก" หวังหยางตอบอ้อมแอ้ม พลางดึงแขนเสื้อลงมา
มุ้งถูกแหวกออก หญิงสาวเดินลงจากเตียง มานั่งตรงข้ามหวังหยาง สายตาเย็นชา "ข้าถาม เจ้าตอบ ห้ามโกหก"
หวังหยางปรับสีหน้าจริงจัง "เมื่อวานท่านช่วยน้องสาวข้าไว้ ถือเป็นผู้มีพระคุณใหญ่หลวงของข้า ข้าย่อมไม่พูดเท็จ ถามมาได้เลย ข้าน้อยรู้สิ่งใดจะตอบให้หมดสิ้น ไม่มีปิดบัง"
"ชื่อแซ่ ฐานะ"
"ข้าน้อยแซ่หลิว นามว่าปี่ เป็นศิษย์สำนักศึกษาประจำจวิ้นในจิงโจว" หวังหยางกล่าวโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน
"เจ้ารู้จักเจียวเจิ้ง?"
"เพิ่งรู้จักกันวันนี้"
"มาบ้านเขาทำไม?"
"มาคิดบัญชีกับเขา"
"คิดบัญชีอะไร?"
"เขาเล่นตุกติกกับสมุดบัญชีทหาร ย้ายลูกน้องข้าคนหนึ่งไปจวิ้นอื่น"
ทั้งสองคนถามตอบกัน โดยไม่มีการหยุดพัก
หญิงสาวนิ่งเงียบไป จ้องมองหวังหยาง ราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง
ส่วนหวังหยางลอบคิดหาวิธีเอาตัวรอด
"เขากลัวเจ้ามาก? เจ้าเป็นชนชั้นสูงหรือ?" หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นทันที
"ข้าน้อยคือคนตระกูลหลิวแห่งเนี่ยหยาง จะว่ากลัวคงไม่ใช่ อย่างมากก็แค่มีความเกรงใจให้เห็นภายนอกบ้าง"
ที่อ้างฐานะชนชั้นสูงก็เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้มีความเกรงกลัวในการลงมือบ้าง แต่ก็กังวลว่าหากอ้างฐานะสูงเกินไป จะกลายเป็นสินค้าหายากที่ถูกกักตุน หวังหยางจึงสวมรอยเป็นตระกูลหลิวแห่งเนี่ยหยางแทน ช่วงหลายวันนี้เขาอยู่กับหลิวเจาตลอด หากหญิงสาวซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับตระกูลหลิวแห่งเนี่ยหยาง เขาก็พอจะรับมือได้บ้าง
ดวงตางามของหญิงสาวหรี่ลงเล็กน้อย "เจ้าไม่ใช่คนตระกูลหลิวแห่งเนี่ยหยาง"
หวังหยางใจหล่นวูบ แต่ใบหน้ากลับแสร้งทำเป็นงุนงง "หา?"
"เมื่อวานที่กลางตลาด เจ้าประกาศกร้าวว่าจะเรียกอาจารย์ใหญ่สำนักศึกษาประจำจวิ้นหลิวเจามาพบ หากเจ้าเป็นคนตระกูลเดียวกับหลิวเจา ย่อมไม่สมควรเรียกขานชื่อเขาตรงๆ"
'จริงด้วย ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลย พลาดแล้ว'
หวังหยางหัวเราะ "ท่านอย่าเห็นว่าข้าอายุน้อย แต่ลำดับญาติข้าสูงกว่าหลิวเจา นับว่าเป็นท่านอาห้าของเขา ปกติเวลาไม่มีคนนอก ข้าก็เรียกชื่อรองของเขาว่า 'หมิงหยาง' เมื่อวานที่ตลาด เกรงว่าคนอื่นจะไม่รู้ จึงได้เรียกขานชื่อตรงๆ"
'ท่านหลิว ล่วงเกินแล้ว! ไม่ได้ตั้งใจจะเอาเปรียบท่านหรอกนะ!'
หญิงสาวไม่ได้ซักไซ้ต่อ ดูเหมือนจะยอมรับข้ออ้างนี้ นางหลุบตาลง ไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
หวังหยางฉวยโอกาสกล่าวว่า "ยามรักษาการณ์ข้างนอกน่าจะหละหลวมแล้ว จอมยุทธ์หญิงอาศัยจังหวะนี้ลอบออกไปได้ หากรอจนฟ้าสาง คงจะไปได้ยากแล้ว"
"เรื่องนี้ไม่ต้องลำบากเจ้า เจ้าจงเรียกคนเดี๋ยวนี้ ให้บ่าวไพร่ในจวนไปเรียกเจียวเจิ้งมาที่ห้องของเจ้า บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา จำไว้ ให้เจียวเจิ้งเข้ามาเพียงคนเดียวเท่านั้น"
หวังหยางลอบร้องแย่แล้วในใจ จึงบ่ายเบี่ยงว่า "ดึกป่านนี้แล้ว เขาจะมาฟังคำข้าได้อย่างไร? เขาต้องไม่มาแน่"
หญิงสาวกวาดตามองหวังหยางอย่างเย็นชา "คนอย่างเจียวเจิ้ง ลุ่มหลงลาภยศสรรเสริญ ประจบสอพลอชนชั้นสูง เจ้าเป็นคนตระกูลหลิวแห่งเนี่ยหยาง เรียกหาเขามีหรือจะไม่มา"
หวังหยางรีบกล่าว "ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขานำคนออกค้นหาร่องรอยของจอมยุทธ์หญิง ยังอยู่ในช่วงระแวดระวัง ข้าเรียกหาเขากะทันหัน เขาต้องสงสัยแน่ "
"ไม่เป็นไร เจ้าไปเรียกเถอะ"
หวังหยางใช้น้ำเสียงห่วงใยและร้อนรนกล่าวว่า "หากเขาสงสัย ย่อมต้องพาคนมา "
หญิงสาวพูดแทรกขึ้นทันที "เรื่องพวกนี้เจ้าไม่ต้องยุ่ง เจ้าแค่เรียกเขามาเดี๋ยวนี้"
"แต่ว่า "
หญิงสาวชักกริชออกมา ประกายเย็นเยียบวาบขึ้น
"คุณชายหลิว โปรดเข้าใจด้วยว่า ข้าไม่ได้กำลังปรึกษาเจ้า"
หวังหยางไม่รู้ว่าหากเจียวเจิ้งมาถึงจะเกิดอะไรขึ้น แต่หากมีการปะทะกัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกลูกหลง ท่ามกลางความชุลมุน แม้เขาจะมีโอกาสหนีรอด แต่ก็มีความเสี่ยงไม่น้อยเช่นกัน
เขาคาดเดาว่า หญิงสาวคนนี้อาจจะฆ่าเจียวเจิ้งก่อน จากนั้นค่อยจับเขาเป็นตัวประกันฝ่าวงล้อมออกจากจวนเจียว หลังจากนั้นจะฆ่าปิดปากหรือไม่ก็พูดยากแล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเจียวเจิ้งยังต้องจัดการเรื่องของเฮยฮั่น หวังหยางไม่อยากให้เขาตาย เอาแค่ว่าหากเจียวเจิ้งถูกฆ่าตายจริงๆ ต่อให้ตัวเองรอดชีวิตมาได้ ก็ต้องถูกทางการตามสืบสวน ถึงตอนนั้นเรื่องปลอมตัวเป็นชนชั้นสูงความแตกขึ้นมา ก็คงซวยแน่
ดังนั้นหวังหยางจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ว่าจะทำตามที่ผู้หญิงคนนี้บอกไม่ได้เด็ดขาด!
"ข้าไม่ไป" หวังหยางกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
หญิงสาวขมวดคิ้ว คล้ายไม่คาดคิดว่าหวังหยางที่เอาแต่พูดจาโอนอ่อนผูกมิตรมาตลอดจะแข็งกร้าวขึ้นมากะทันหัน
"เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้าจริงๆ หรือ?"
หญิงสาวยกกริชขึ้น มองมาอย่างเย็นชา จ้องจนหวังหยางหนาวสะท้านไปทั้งตัว
แต่เขากลับยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า
"ย่อมไม่กล้า เพราะท่านไม่ได้โง่ ฆ่าข้าไปก็ไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่มีข้อดีอันใด มีแต่จะทำให้เจียวเจิ้งเพิ่มความระแวดระวังขึ้นเปล่าๆ ภายหน้าท่านจะลงมือก็ยิ่งยากขึ้น
อีกอย่าง แม้ข้าจะไม่ใช่ชนชั้นสูงระดับแนวหน้า แต่ก็เป็นตระกูลเก่าแก่แห่งแดนจิง หากข้าเป็นอะไรไป ย่อมต้องมีการปิดเมืองค้นหาตัวฆาตกร ตระกูลของข้าก็ต้องทุ่มเทกำลังล้างแค้นเต็มที่
แม้แม่นางจะมีฝีมือดี แต่หากคิดจะถอยฉากออกไปอย่างปลอดภัย ก็ใช่ว่าจะง่ายดาย"
หญิงสาวไม่ตอบคำ มือขยับวูบ กริชก็พุ่งแทงเข้าหาหวังหยาง!
'นางหลอกให้ข้ากลัว!'
'ต้องหลอกให้กลัวแน่ๆ!'
'นางฆ่าข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ซ้ำยังมีผลเสีย!'
'แถมตอนที่นางช่วยอาอู่ ก็มีน้ำใจจอมยุทธ์ คงจะไม่...'
กริชพุ่งตรงเข้ามา ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด!
รอยยิ้มของหวังหยางหุบลงทันควัน รูม่านตาหดเกร็ง!
'นี่ข้ากำลังจะขิตแล้วเหรอ??!!'
ปลายกริชที่รวดเร็วดั่งสายลมหยุดกึกอยู่ตรงหน้าลูกตาของหวังหยาง โดยไม่มีอาการสั่นไหวแม้แต่น้อย ราวกับเครื่องจักรที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำ นึกจะหยุดก็หยุด
"ข้าก็นึกว่าเจ้าจะไม่กลัวเลยสักนิด"
หญิงสาวมองใบหน้าที่ซีดเผือดด้วยความตกใจของหวังหยาง แล้วค่อยๆ ลดกริชลง
หวังหยางกลืนน้ำลายลงคอ ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเสื้อผ้าด้านหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ!
ในใจคิดว่า 'เรื่องที่ตัวเองกากเรื่องต่อสู้นี้ต้องรีบหาวิธีแก้ไขโดยด่วนแล้ว จุดอ่อนนี้บางครั้งก็อันตรายถึงชีวิตเลยนะ!'
"ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าข้าช่วยเด็กผู้หญิงคนนั้นไว้ ถือเป็นพระคุณใหญ่หลวงต่อเจ้า เจ้าจะไม่แทนคุณหรือ?"
หวังหยางรวบรวมสติให้มั่น กล่าวว่า "ข้าก็อยากตอบแทนบุญคุณ แต่ข้าไม่เคยแทนคุณแบบงงๆ"
"ทำอย่างไรถึงจะไม่เรียกว่างง?" สายตาของหญิงสาวลึกล้ำเย็นเยียบ
"ท่านให้ข้าเรียกเจียวเจิ้งเข้ามาในห้องเพียงคนเดียว ท่านคิดจะทำอะไร?" หวังหยางถามกลับ
"จับเป็นตัวประกัน" หญิงสาวพ่นคำสองคำออกมาอย่างเรียบง่าย
'เอ๊ะ? ไม่ใช่จะฆ่าคนหรอกหรือ?'
"จับเจียวเจิ้งเป็นตัวประกันทำไม?" หวังหยางถามอีก
"ข้าต้องการถามเรื่องบางอย่างกับเขา"
"เรื่องอะไร?"
หญิงสาวไม่ตอบ เพียงแต่มองหวังหยางอย่างเย็นชา
หวังหยางกล่าวว่า
"ท่านต้องการให้ข้าช่วย ก็ต้องให้ข้ารู้ต้นสายปลายเหตุเสียก่อน ข้าถึงจะตัดสินใจได้ว่าจะช่วยท่านได้หรือไม่ ท่านไม่พูดอะไรเลย แล้วจะให้ข้าช่วย อย่างนี้ข้าจะช่วยได้อย่างไร? ข้าเป็นคนดื้อเงียบ ยิ่งบังคับก็ยิ่งต่อต้าน! เวลาที่ควรช่วย ต่อให้ต้องรับความเสี่ยงใหญ่หลวงปานฟ้าถล่ม ข้าก็ไม่เคยลังเล! แต่มีข้อแม้เดียวคือ ห้ามเห็นข้าเป็นไอ้โง่!"
น้ำเสียงเปิดเผยและห้าวหาญ ราวกับเป็นผู้มีอุปนิสัยตรงไปตรงมา
ในใจกลับพูดว่า 'ล้อเล่นน่า หากช่วยท่านจับขุนนางราชสำนักเป็นตัวประกัน ข้าก็เป็นไอ้โง่แล้ว!'
เหตุผลที่เขาต้องถามให้ละเอียด หนึ่งคือเพื่อถ่วงเวลาและคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด สองคือเพื่อหยั่งเชิงดูที่มาที่ไปของอีกฝ่าย อาศัยสิ่งนี้วางแผนรับมือและค้นหาจุดอ่อน
หญิงสาวจ้องหวังหยาง หวังหยางไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย จ้องกลับไปตรงๆ!







