ครอบครัวสวี่ไม่มีทางทำเรื่องที่ผิดคำพูดหรือไม่รักษาคำมั่นแน่นอน ส่วนทางด้านหานลี่เหว่ยก็ไม่ใช่ไม่เชื่อใจสวี่ซื่อฉิน
เขาเพียงแค่ต้องการยุติความสัมพันธ์เหล่านั้นให้เร็วที่สุดและกำหนดสถานะความสัมพันธ์ระหว่างเขาให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความกังวล
“อืม เรื่องหมั้นผมไม่ขัดข้องหรอกครับ แต่เรื่องจดทะเบียนนี่ อาจต้องไปถามดูก่อนว่า ไม่ใช่ที่ทะเบียนบ้านเดิมจะทำได้ไหม
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อนการผ่าตัดของซื่อฉินครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งเดียว
ปีหน้าอาจต้องมาผ่าตัดอีกรอบ แล้วหลังจากนั้นก็ต้องพักฟื้นอีกครึ่งปี ถึงจะหายดีจริง ๆ
หมอบอกว่าภายในสองปีนี้ ไม่แนะนำให้ตั้งครรภ์หรือมีลูก”
สวี่ซื่อเยี่ยนไม่ได้มีเจตนาจะขัดขวางความรัก เพียงแค่บางเรื่องจำเป็นต้องพูดให้ชัดไว้ก่อน จะได้ไม่มีปัญหาหรือเข้าใจผิดกันภายหลัง
“พี่สามวางใจได้ครับ เรื่องนี้ผมรู้แล้ว ผมก็ได้บอกพ่อแม่ของผมไปแล้ว ผมกับซื่อฉินยังหนุ่มสาวกันทั้งคู่ รอแค่หนึ่งหรือสองปี ผมรอได้อยู่แล้ว”
ด้วยความรอบคอบของหานลี่เหว่ย เขาได้ไปถามหมอเจ้าของไข้ไว้ก่อนแล้ว สิ่งที่เขาชอบคือตัวตนของสวี่ซื่อฉินไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน
เอาล่ะ ในเมื่อหานลี่เหว่ยพูดขนาดนี้แล้ว สวี่ซื่อเยี่ยนจะมีเหตุผลอะไรไปคัดค้านอีก?
“ได้ งั้นก็เลือกวันดี ๆ หน่อย รีบจัดก่อนผ่าตัดรอบสองก็แล้วกัน
หาโรงแรมดี ๆ สักแห่ง แล้วเชิญอาจารย์ฉู่ ครอบครัวฉีหยุนเซิง รวมถึงหมอพยาบาลในโรงพยาบาลมาร่วมฉลองกันหน่อย
ทำให้คึกคักไปเลย จะได้เหมือนมีพิธีแต่งงานเล็ก ๆ ไปในตัว”
เพราะหานเหวินจงกับสวี่เฉิงโฮ่ว ไม่สามารถอยู่ในเมืองได้นาน จึงควรรีบจัดพิธีให้เสร็จ
“อืม แม่เธอกับป้าหานก็ไปดูฤกษ์มาเรียบร้อยแล้ว วันที่สิบของเดือนนี้ ก็คือมะรืนนี้แหละ
ตรงกับวันที่ 26 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็นวันดี ก็เอาวันนั้นแหละ” ทางฝั่งของสวี่เฉิงโฮ่วกับหานเหวินจงก็มองหน้ากันแล้วยิ้ม
อืม ดูท่าทั้งสองบ้านจะตกลงกันไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยหมดแล้ว งั้นก็ไม่ต้องพูดมาก รีบลงมือจัดการได้เลย
“ตกลง เดี๋ยวผมจะไปแจ้งกับหมอฉือ
พรุ่งนี้ให้ลี่เหว่ยพาซื่อฉินไปห้างใหญ่ ซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ สักสองชุด แล้วไปถ่ายรูป
ส่วนเรื่องจดทะเบียน เดี๋ยวผมไปสืบข้อมูลให้ ถ้าไม่มีปัญหา มะรืนนี้ก็ไปจดทะเบียนกันเลย”
พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นด้วยแล้ว สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่เหลือเหตุผลจะขัดขวาง
น้องสาวโตแล้ว ถึงเวลาก็ต้องแต่งออกไป ที่นี่ก็แค่ไปจดทะเบียนเท่านั้น งานแต่งจริงค่อยกลับบ้านไปจัดทีหลัง
หลังจากนั้น สวี่ซื่อเยี่ยนก็พาสองท่านผู้ใหญ่ไปพักที่โรงแรม
เพราะบ้านเช่าที่เขาอยู่ค่อนข้างเล็ก อยู่กันหลายคนไม่ได้
อีกอย่าง ตอนเช่าก็ตกลงไว้ว่าจะมีแค่คนเดียว วันก่อนก็เพิ่งพาหานลี่เหว่ยไปอยู่ด้วย คราวนี้ถ้าเอาคนมาเพิ่มอีกสองคนแบบไม่บอกกล่าว ก็เกรงว่าทางเจ้าของบ้านจะไม่พอใจ
ไหน ๆ ทั้งสองคนก็ไม่ได้จะอยู่ที่เมืองนี้นาน พักโรงแรมจะสะดวกกว่า
จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อยแล้ว สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไปหาฉีหยุนเซิง
ฉีหยุนเซิงฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ ก่อนหน้านี้สวี่ซื่อเยี่ยนก็เคยหาโอกาสไปเยี่ยมครอบครัวฉีแล้ว
ทั้งฉีหยุนเซิงกับภรรยาก็ต้อนรับเขาด้วยความอบอุ่น ชวนไปกินข้าวบ้าน และคอยช่วยเหลือหลายอย่าง
พอรู้ว่าสวี่ซื่อฉินกับหานลี่เหว่ยจะไปจดทะเบียน ฉีหยุนเซิงก็พาเขาไปติดต่อที่แผนกที่เกี่ยวข้องทันที
ตอนแรกเจ้าหน้าที่พอรู้ว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ได้มีทะเบียนบ้านในเมืองนี้ ก็ปฏิเสธไม่ให้ดำเนินการ
แต่พอทราบว่าเป็นกรณีพิเศษ และหานลี่เหว่ยมีใบรับรองการแต่งงานจากหน่วยงานต้นสังกัด
ทางเจ้าหน้าที่ก็ยอมผ่อนปรน บอกว่าสามารถจดได้ แล้วค่อยกลับไปแจ้งกับสำนักงานทะเบียนบ้านที่ภูมิลำเนาเดิมอีกที
และแล้ว วันที่ 8 ธันวาคม ตอนเช้า หลังจากสวี่ซื่อฉินรับเข็มเสร็จ หานลี่เหว่ยก็พาเธอออกไปซื้อของ
เขาพกเงินเบี้ยเลี้ยงที่เก็บมาสองปีมาเต็มที่ ตั้งใจจะซื้อชุดใหม่ให้เธอหลายชุด
แต่ซื่อฉินก็ไม่ยอมให้ใช้เงินมากขนาดนั้น สุดท้ายตกลงกันว่าจะซื้อแค่เสื้อ เสื้อกันหนาว กางเกง เสื้อคลุม รองเท้า หนังอย่างละชุดซึ่งราคาค่อนข้างแพง
รวม ๆ แล้วก็ใช้เงินไม่น้อย
หลังจากนั้น สวี่ซื่อฉินก็เปลี่ยนใส่ชุดใหม่ แล้วไปถ่ายรูปคู่กับหานลี่เหว่ยที่ร้านถ่ายภาพ
“ใช่ ๆ เข้าใกล้อีกนิด... เอาล่ะ ยิ้มหน่อย ยิ้มครับ!”
ช่างภาพใจดีมากๆ เขาสอนพวกเขาสองคนว่าต้องโพสท่าอย่างไรและต้องยิ้มอย่างไร จากนั้นเขาก็ถ่ายรูปหลายๆ ภาพติดต่อกันหลายรูป
“ดูสิ เหมาะสมกันเหลือเกิน หนุ่มหล่อสาวสวยแบบนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะ”
คำชมของช่างภาพทำให้สวี่ซื่อฉินเขินจนหน้าแดงแจ๋
“อีกหนึ่งสัปดาห์มาเอารูปได้เลย... อ้อ จะลงสีกันไหมล่ะ?”
ในยุคนี้ภาพถ่ายล้วนเป็นขาวดำ การถ่ายภาพแต่งงานของสวี่ซื่อฉิน และหานลี่เหว่ยก็เช่นกัน ภาพขาวดำมันดูไม่น่าชมเท่าไหร่
กระแสที่นิยมในปัจจุบัน คือการเติมสีสันลงไปบนภาพถ่ายขาวดำหลังจากล้างออกมาแล้ว
ช่างฝีมือที่ชำนาญสามารถทำให้รูปถ่ายดูเกือบจะเหมือนภาพถ่ายสีจริงๆ ได้เลยทีเดียว
แน่นอนว่าค่าบริการก็ย่อมแพงกว่าปกติ
หานลี่เหว่ยไม่ได้ขาดแคลนเงิน ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินว่าภาพวาดสามารถทำเป็นสีได้ เขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที
“งั้นก็รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ ขอให้ทำออกมาให้ละเอียดหน่อย นี่เป็นภาพแต่งงานของพวกเรา ถ้าดูจืดชืดเกินไปจะไม่สวย”
ช่างภาพตบอกให้คำมั่นว่า จะตกแต่งออกมาให้สวยงามที่สุด
จากนั้นก็เก็บค่าบริการตามเรตราคาตกแต่งภาพ และจดชื่อหานลี่เหว่ยไว้ พร้อมนัดวันให้มารับรูปภายหลัง
เนื่องจากสวี่ซื่อฉินยังพักฟื้นไม่เต็มที่ ไม่ควรออกมาข้างนอกนานเกินไป พอถ่ายรูปเสร็จ ทั้งคู่ก็รีบกลับโรงพยาบาลทันที
วันที่ 9 ธันวาคม หานลี่เหว่ยและสวี่ซื่อฉิน ได้เดินทางไปยังแผนกงานทะเบียนสมรส พร้อมด้วยสวี่ซื่อเยี่ยนและฉีหยุนเซิง เพื่อกรอกเอกสารและรับใบทะเบียนสมรส
ในยุคนั้น ทะเบียนสมรสเป็นกระดาษสีชมพู มีภาพธงแดงพิมพ์อยู่ด้านบน รอบขอบล้อมด้วยรวงข้าว ดอกไม้ และริบบิ้น
เจ้าหน้าที่กรอกชื่อ เพศ อายุของทั้งสองคนตามทะเบียนบ้านและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงวันที่ แล้วก็ประทับตราทางราชการ เท่านี้ก็ถือว่าเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายแล้ว
“ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองท่าน ขอให้ครองรักกันยืนยาว มีชีวิตคู่ที่เปี่ยมสุข”
ถ้าเป็นคนอื่น เจ้าหน้าที่คงแค่ยื่นเอกสารให้แล้วจบกันไป
แต่สำหรับคู่พิเศษอย่างสวี่ซื่อฉินและหานลี่เหว่ย เจ้าหน้าที่กลับมีท่าทีสุภาพเป็นพิเศษ พอส่งทะเบียนสมรสให้ก็ยังอวยพรอีกด้วย
“ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก” หานลี่เหว่ยเตรียมตัวมาอย่างดี รีบหยิบลูกอมแจกให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้อง
“มารับขนมแต่งงานและแบ่งปันความสุขกันเถอะครับ!”
ชายหนุ่มยิ้มจนแก้มแทบปริ ดีใจจนแทบหลุดลอย
เจ้าหน้าที่ก็ไม่เกรงใจ เดินมาเอาลูกอมกันคนละหลายเม็ด พร้อมกล่าวคำอวยพรให้คู่บ่าวสาว
ท่ามกลางเสียงยินดีจากทุกคน เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เก็บทะเบียนสมรสไว้ในอกด้วยความปลื้มใจ แล้วออกจากสำนักงานพร้อมสวี่ซื่อเยี่ยนและฉีหยุนเซิง กลับไปยังโรงพยาบาล
หานลี่เหว่ยเตรียมลูกอมไว้เยอะมาก พอเดินเข้าโรงพยาบาล ก็แจกไม่หยุด เจอใครก็ให้ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หรือญาติของคนไข้
คนในยุคนั้นส่วนใหญ่นิสัยซื่อๆ และจริงใจ พอรู้ว่าทั้งสองคนเพิ่งจดทะเบียนสมรสกัน ก็พากันอวยพรให้ด้วยความยินดี
“พวกคุณเหนื่อยกันมาก ขอบคุณที่ดูแลภรรยาผมมาตลอดช่วงพักรักษา
พรุ่งนี้เป็นงานหมั้นของพวกเรา หวังว่าพวกคุณจะสละเวลามาร่วมงานกันได้นะครับ”
หานลี่เหว่ยส่งสวี่ซื่อฉินกลับไปที่หอผู้ป่วย และรีบไปที่สถานีพยาบาลพร้อมกับขนมในมือ แจกจ่ายให้กับพยาบาลทุกคน พร้อมเชิญชวนให้มาร่วมงานหมั้น
“ขอบคุณสำหรับขนมนะคะ พวกเราจะเก็บไว้อย่างดี
แต่เรื่องไปร่วมงานหมั้น คงไปไม่ได้จริงๆ งานในโรงพยาบาลยุ่งมากค่ะ ขอบคุณในน้ำใจนะคะ
ขอให้คุณหานและคุณสวี่ มีชีวิตคู่ที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเข้าใจ อยู่กันจนแก่เฒ่า มีลูกไวๆ และมีความสุขตลอดไปค่ะ”
หัวหน้าพยาบาลนำทีมพยาบาลทั้งสถานี กล่าวคำอวยพรให้กับหานลี่เหว่ยอย่างพร้อมเพรียง







