โสมป่าที่มีอายุมาก หลายปีก็มักจะออกเมล็ดโสมทุกปี
แม้ไม่มีใครมาเพาะปลูก เมล็ดโสมที่สุกแล้วถูกลมพัดตกลงพื้น หรือถูกนกกินแล้วถ่ายออกมา ก็ยังมีโอกาสตกดินงอกใหม่ กลายเป็นโสมอีกครั้ง
บริเวณนี้เมื่อก่อนเคยมีโสมต้นหนึ่งที่มีหกใบ และอีกสามต้นที่มีห้าใบ
ตามกฎของคนเก็บโสมที่ว่า "เก็บต้นใหญ่ ปล่อยต้นเล็ก" คาดว่าในตอนนั้นก็คงจะเหลือโสมใบสี่ ใบสาม หรือแม้แต่สองรอบปีไว้ไม่น้อย
ผ่านมาหลายปี บางทีอาจมีคนผ่านมาแล้วขุดไป หรืออาจไม่มีใครพบเจอเลย แต่แถวนี้ แน่นอนว่ายังต้องมีโสมอยู่บ้าง
เมื่อครู่เห็นต้นโสมสองรอบปีต้นนั้น ก็น่าจะเป็นโสมที่เติบโตจากเมล็ดโสมชุดใหญ่ที่แพร่พันธุ์ออกมาอีกครั้ง
โจวชิงกั๋วเชื่อฟังดี เดินตามสวี่ซื่อเยี่ยนไป แล้วคุกเข่าคำนับหน้า “หัวหน้าเก่า”
ปากก็บ่นพึมพำขอให้หัวหน้าเก่าคุ้มครอง ให้เจอโสมดีๆ ร่ำรวยปลอดภัย
นี่ไม่ใช่ความเชื่องมงายแบบลัทธิโบราณ แต่เป็นการเคารพธรรมชาติ และความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ดี
ทั้งสองลุกขึ้นยืน โจวชิงกั๋วหน้าตางุนงง ไม่รู้จะเริ่มหาตรงไหน จึงต้องถามสวี่ซื่อเยี่ยน
สวี่ซื่อเยี่ยนโบกมือให้เขาเงียบ แล้วหมุนตัวมองไปรอบๆ ในหัวก็ทบทวนภาพจำของพวกคนเก็บโสมที่เคยมาค้นหาที่นี่
“ไป เดินตามฉันมา” สวี่ซื่อเยี่ยนส่งสัญญาณให้โจวชิงกั๋วเดินตาม แล้วทั้งสองก็เดินไปทางทิศตะวันออกจากตำแหน่ง “หัวหน้าเก่า” ระหว่างทางก็ใช้ไม้ปลายแหลมแหวกพงหญ้าไปด้วย
เดินไปไม่ถึงห้าสิบก้าว สวี่ซื่อเยี่ยนก็เห็นเมล็ดโสมสีแดงสดดอกหนึ่ง ดอกใหญ่มาก
มองตามเมล็ดโสมลงไป ก็เห็นก้านสีม่วงอมเขียว ใต้ก้านนั้นมีใบโสมหกแฉก โบกไหวตามลม เหมือนกำลังโบกมือเรียกคนอยู่
“ปังชุ่ย” สวี่ซื่อเยี่ยนรีบร้องออกมา
“เจอของแบบไหน?” ครั้งนี้ โจวชิงกั๋วเรียนรู้เร็ว รีบตอบรับทันที
“ใบหกชั้น” วันแรกที่เข้าป่า ก็เจอใบหกชั้น นี่ถือว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่ง
สวี่ซื่อเยี่ยนดีใจมาก หันไปมองโจวชิงกั๋วแวบหนึ่ง
คนรุ่นก่อนเล่าว่า โสมป่ามีวิญญาณ
ในตำนานโสมป่าก็มีทั้งเด็กโสม หญิงสาวโสมใช่ไหม? ว่ากันว่าโสมมีจิตวิญญาณ สามารถวิ่งหนีได้ และยังเลือกได้ว่าจะออกจากป่าปีไหน
เพราะฉะนั้น คนที่เข้าป่า ถ้าไม่มีวาสนา ไม่มีโชค ก็มักจะไม่เจอโสมเลย
ในอดีต โจวชิงกั๋วเริ่มต้นจากผู้ช่วยดูแลความปลอดภัยในตำบลตงกัง ไต่เต้าจนเป็นรองหัวหน้าตำบลตงกัง หัวหน้าตำบลซงเจียงเหอ แล้วก็สอบเข้ารับราชการ ขยับขึ้นทำงานในตัวเมือง เรียกได้ว่าเป็นคนมีวาสนา
ดังนั้น ครั้งแรกที่เขาเข้าป่า ก็เจอทันทีว่ามีโสมอยู่ใต้ก้นของเขา ตำแหน่ง “หัวหน้าเก่า” ก็เป็นเขาที่เป็นคนเจอ
สวี่ซื่อเยี่ยนแม้จะเคยมาแถวนี้ในชาติก่อน แต่ก็ไม่เคยเจอ “หัวหน้าเก่า” และไม่เจอโสมแถวนี้เลย
จะบอกว่ามีคนมาเจอก่อนแล้วก็ได้ หรือจะบอกว่าไม่ใช่โอกาสของสวี่ซื่อเยี่ยนก็ได้ จึงไม่ได้พบ
ไม่ว่าเป็นโอกาสของใคร สุดท้ายครั้งนี้ พวกเขาก็ถือว่าโชคดี ได้เจอของดีเข้าจนได้
“ไคว่ตัง ไคว่ตัง” (โชคดี ราบรื่น) โจวชิงกั๋วเรียนรู้เร็ว พูดตามขึ้นมาทันที
คำว่า “ไคว่ตัง” มีความหมายเป็นมงคล แฝงด้วยการเฉลิมฉลอง
“ชิงกั๋ว นายเฝ้าอยู่ตรงนี้ ฉันจะไปหาต่อข้างหน้า”
สวี่ซื่อเยี่ยนรับไม้ค้นโสมจากมือโจวชิงกั๋ว แล้วทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นโสมนั้น จากนั้นก็ให้โจวชิงกั๋วเฝ้าอยู่ตรงนี้ เขาจะเดินไปหาโสมต่อ
แล้วก็จริงดังคาด ห่างจากจุดนั้นไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณห้าสิบถึงหกสิบก้าว สวี่ซื่อเยี่ยนก็เจอใบห้าชั้นอีกต้น
หาอีกนิด ก็เจอใบสี่ชั้นอีกสองต้น
ถึงตอนนี้ ก็ถือว่าจบลงอย่างสวยงาม แม้ว่ารอบๆ อาจยังมีอีก สวี่ซื่อเยี่ยนก็เลือกจะไม่หาแล้ว
เพราะอย่างที่พูดไว้ คนเราต้องรู้จักพอ เทพเจ้าภูเขาจะมอบอาหารให้มากแค่ไหน เป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ความโลภอาจทำให้เกิดเรื่องไม่ดี
สวี่ซื่อเยี่ยนทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นโสมที่พบทั้งหมด พอดีกับที่หวงชิ่งลี่ก็นำต้นโสมสองรอบปีที่เจอออกมาได้พอดี
ทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้ง เมื่อเห็นต้นโสมใบหกชั้น ทุกคนก็ตะลึงพูดไม่ออก
"พี่สาม แบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่คนเขาชอบพูดกันว่า ถ้าเข้าป่าตามพี่ ต้องเจอของดีแน่นอน ดูท่าจะจริงซะด้วยนะ" หวงเซิ่งลี่กับพวกพูดด้วยความทึ่ง
เรื่องปีที่แล้วที่บ้านใหญ่เจอของดี ก็ลือกันไปทั่วสิบลี้แปดบ้าน
ถึงตอนนั้นจะยังไม่รู้ว่าเป็นสวี่ซื่อเยี่ยน แต่พอสวี่ซื่อเยี่ยนย้ายมาอยู่ที่ตงกัง ทุกคนก็เริ่มได้ยินเรื่องราวมากขึ้น
บางคนก็เชื่อ บางคนก็หัวเราะเยาะ
แต่หวงเซิ่งลี่กับพวกที่อยู่กับสวี่ซื่อเยี่ยนมานาน ต่างก็รู้สึกว่าเรื่องพวกนี้น่าเชื่อถือ วันนี้ก็เห็นอยู่กับตาแล้วไม่ใช่เหรอ?
"อย่าโยงมาที่พี่เลย รอบนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ซักนิด ต้องยกเครดิตให้ชิงกั๋วต่างหาก พวกเราน่ะได้อานิสงส์จากชิงกั๋วทั้งนั้น"
สวี่ซื่อเยี่ยนพูดยิ้ม ๆ พร้อมชี้ไปที่โจวชิงกั๋ว คนอื่น ๆ พอได้ยินก็พากันหัวเราะขึ้นมา
"อย่างนี้แหละ เซิ่งลี่พาเสี่ยวเฟิงกับเฉาซื่อกลับไปขนของจากที่พักเรามาหน่อย
ขุดโสมนี่ไม่ใช่งานวันสองวันหรอก เราต้องตั้งแคมป์อยู่แถวนี้เลย"
พวกเขาออกจากบ้านกันตั้งแต่หกโมงเช้า เดินมาจนสิบโมงกว่า ถึงจะเดินช้าเพราะเป็นภูเขา แต่ระยะห่างจากกระท่อมก็เกินสิบลี้แน่นอน
ไกลขนาดนั้นจะให้ไปกลับก็ไม่ไหว ต้องตั้งแคมป์เฝ้าอยู่แถวนี้ จนกว่าจะขุดโสมออกมาหมด แล้วค่อยลงเขากันทีเดียว
"โอเค รู้แล้ว พี่สวี่ไม่ต้องห่วง พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้เลย"
ตอนนี้ไม่ว่าสวี่ซื่อเยี่ยนพูดอะไร ทุกคนก็ทำตามหมด
ตามที่สวี่ซื่อเยี่ยนสั่ง หวงเซิ่งลี่กับซุนเสี่ยวเฟิงจึงไปขนของจากกระท่อมเดิม มาสร้างกระท่อมใหม่ตรงจุดที่ขุดโสม
โจวชิงกั๋วก็ไปก่อกองไฟบนทางลมเหนือต้นโสม เพื่อไล่ยุงไล่แมลง ส่วนสวี่ซื่อเยี่ยนก็เอาเขากวางที่เหลามาเป็นแท่ง ๆ ค่อย ๆ แงะดินออก เริ่มขุดโสม
ต้นโสมหกแฉกต้นนี้ดูใหญ่ไม่น้อย สวี่ซื่อเยี่ยนจึงไม่กล้าชะล่าใจ ค่อย ๆ แคะดินออกอย่างระมัดระวัง
กลัวว่าถ้าพลาดมือไปโดนเปลือกโสมขาด น้ำยาข้างในไหลออกมา จะขายไม่ดีเอา
หวงเซิ่งลี่กับพวกก็รีบขนของกันเสร็จเร็ว ๆ ตั้งเตาทำกับข้าวก่อนตอนบ่าย แล้วค่อยเลือกที่ตั้งกระท่อมใหม่กันอีกรอบ
คนอื่นยุ่งอยู่กับการตั้งแคมป์ สวี่ซื่อเยี่ยนก็ขุดโสมไป ส่วนโจวชิงกั๋วก็ถือปืน ยืนระวังอยู่ใกล้ ๆ กลัวจะมีสัตว์ป่ามาทำอันตราย
โสมต้นหกแฉกนี้ใหญ่มาก ขุดวันเดียวไม่เสร็จ ตอนกลางคืนพวกเขาก็นอนพักอยู่แถวนี้
ไม่รู้ว่าเป็นแค่ความรู้สึกหรือเปล่า สวี่ซื่อเยี่ยนนอนกลางดึก รู้สึกเหมือนมีกลิ่นฉี่จาง ๆ ลอยมาอีกแล้ว
แต่โชคดีที่กลางคืนไม่มีสัตว์ป่าออกมา พวกเขาก็พักได้อย่างสบาย เช้าขึ้นมาก็เริ่มขุดโสมต่อทันที
สามวันต่อมา โสมสี่ต้นก็ขุดเสร็จหมดแล้ว ในจำนวนนั้น ต้นหกแฉกหนักประมาณสี่เหลี่ยง รูปร่างสวยมาก
ต้นห้าแฉกก็ดูดีไม่น้อย หนักประมาณสามเหลี่ยงครึ่ง
อีกสองต้นเป็นสี่แฉก น้ำหนักราว ๆ สองเหลี่ยง ต้นหนึ่งรูปร่างไม่สวยเท่าไหร่ น่าจะขายไม่ได้ราคาดี
ส่วนต้น “เอ้อเจี่ยจื่อ” เล็ก ๆ ต้นหนึ่ง น่าจะหนักไม่ถึงครึ่งเหลี่ยง ถึงแม้เล็กแต่ขุดขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ทิ้ง ห่อใส่ถุงเก็บไว้เหมือนกัน
ทั้งห้าคนเก็บของเสร็จ รอจนฟ้าสว่างก็ตามหาจักรยานที่จอดไว้ ล็อกเอาไว้ก่อนหน้านี้ แล้วก็ปั่นจักรยานลงเขาไปด้วยกัน
“สวี่ซื่อเยี่ยน ทำไมผมรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลยอะ
คนอื่นเข้าป่าต้องเหนื่อยแทบตาย ยังไม่รู้เลยว่าจะเจอของดีไหม
แต่เรานี่ เข้าป่าเหมือนเข้าไปเอาของจากบ้าน ยังไงก็ต้องได้ของดีแน่นอน แล้วก็ขุดเสร็จกลับบ้านเลย?”
แม้ตอนนี้จะปั่นจักรยานลงเขาแล้ว เฟิงเชากับพวกก็ยังไม่อยากเชื่อ ว่าพวกเขาจะได้ของดีมาง่ายขนาดนี้
"ก็บอกแล้วไง รอบนี้ต้องยกให้เป็นวาสนาของชิงกั๋ว
ชิงกั๋วโชคดี มีวาสนา รอบนี้ถึงได้ราบรื่นขนาดนี้ไง"
สวี่ซื่อเยี่ยนยังคงยืนยัน ว่ารอบนี้เป็นความโชคดีของโจวชิงกั๋วอย่างแท้จริง







