ท่านราชา โปรดหยุดมือ · khram
ตอนที่ 78
บทที่ 78 วิธีการอยู่ร่วมกันของศิษย์พี่ใหญ่แห่งอารามจันทราวารีกับซินจั๋ว พวกเราหนีไปให้ไกลด้วยกันเถอะ
เรื่องราวเล่าไปถึงตอนที่จู้อิงไถเกิดความรักใคร่ต่อเหลียงซานปั๋ว ขณะที่ไปเที่ยวเล่นด้วยกัน จู้อิงไถได้อิงทิวทัศน์เพื่อบอกใบ้ แต่เหลียงซานปั๋วกลับหัวทึบและมีนิสัยซื่อตรงเกินไป จึงไม่เข้าใจ
ฮุ่ยหรูชิงและฮุ่ยซินรวมถึงบรรดาแม่ชีน้อยที่อยู่ด้านนอก อดไม่ได้ที่จะขบฟันแน่นด้วยความหงุดหงิดใจอยู่เงียบๆ
จากนั้นเมื่อเล่าถึงตอนที่จู้อิงไถเปิดเผยตัวตนโดยตรง แล้วเหลียงซานปั๋วจึงตาสว่าง บรรดาแม่ชีก็อดไม่ได้ที่จะปิดปากแอบหัวเราะ
ต่อมาเมื่อหม่าเหวินไฉแอบได้ยินว่าจู้อิงไถเป็นสตรี บรรดาแม่ชีก็ขมวดคิ้วแน่นอีกครั้ง
พอเล่าถึงตอนที่จู้อิงไถทิ้งจดหมายไว้เพื่อบอกรหัสลับแก่เหลียงซานปั๋วว่า "สองแปด สามเจ็ด สี่หกกำหนด" แต่เหลียงซานปั๋วกลับเข้าใจความหมายผิด ผลก็คือถูกหม่าเหวินไฉชิงตัดหน้าไปสู่ขอก่อน
บรรดาแม่ชีโกรธจนหน้าแดง ด้านนอกมีคนตวาดว่า "เหลียงซานปั๋วผู้นั้นไฉนจึงได้โง่เขลาปานนี้ ช่างน่าโมโหนัก ไม่ได้การแล้วเจ้าโจรน้อย เจ้าจงเล่าใหม่เดี๋ยวนี้!"
ฮุ่ยซินเองก็กล่าวว่า "ไม่ดี ไม่ดีเลย ซินจั๋ว เรื่องราวจะต้องไม่ได้เป็นเช่นนี้แน่ ใช่หรือไม่?"
ซินจั๋วทำหน้าซื่อตาใส "เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้แหละ เป็นเรื่องจริงของคนที่มีตัวตนอยู่จริง แล้วข้าจะทำอย่างไรได้?"
บรรดาแม่ชีสบตากันอย่างจนใจ ทำได้เพียงเร่งเร้าว่า "เล่าต่อ เล่าต่อสิ!"
ซินจั๋วจึงทำได้เพียงเล่าต่อไป
เมื่อเล่าถึงตอนที่เหลียงซานปั๋วเดินทางไปสู่ขอ แล้วรู้ว่าถูกหม่าเหวินไฉชิงตัดหน้าไปก่อน เขาจึงหัวใจแหลกสลายและกลับไปอย่างคนสิ้นหวัง จู้อิงไถแอบส่งเขาด้วยน้ำตานองหน้า เดินทางไกลแค่ไหนก็มิอาจทำใจพรากจากกันได้ หลังจากนั้นเมื่อเหลียงซานปั๋วกลับถึงบ้าน เขาก็ล้มป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น
บรรดาแม่ชีต่างพากันหลั่งน้ำตาเงียบๆ ให้กับคู่รักที่มิอาจครองคู่กันได้เสียแล้ว
สุดท้ายเหลียงซานปั๋วก็ป่วยตาย จู้อิงไถแสร้งทำเป็นตกลงแต่งงานกับตระกูลหม่า โดยมีข้อแม้ว่าขบวนรับเจ้าสาวจะต้องผ่านทางเขาหนานซาน เพื่อที่นางจะได้ลงจากเกี้ยวไปเซ่นไหว้หลุมศพของเหลียงซานปั๋ว
ในตอนนั้นพายุฝนได้กระหน่ำลงมา ลมพัดยะเยือก หลุมศพของเหลียงซานปั๋วเกิดรอยแยกออก จู้อิงไถเห็นเช่นนั้นก็กระโดดลงไปโดยไม่เสียดายชีวิต หลุมศพปิดสนิทลงทันที และไม่นานก็มีผีเสื้อคู่หนึ่งที่บินคลอเคลียไม่ห่างกันบินออกมาจากหลุมศพ
"ฮือ ฮือ..."
"ช่างไม่คุ้มค่ากับการเกิดมาบนโลกมนุษย์เลยจริงๆ มิน่าอาจารย์ถึงบอกว่าโลกีย์วิสัยนั้นแตะต้องไม่ได้แม้แต่นิดเดียว"
บรรดาแม่ชีร้องไห้จนแทบขาดใจ ในที่สุดก็พากันวิ่งหนีไป
ฮุ่ยซินน้ำตานองหน้าไปนานแล้ว นางคว้าแขนเสื้อของซินจั๋วอย่างแรง "ไม่ได้เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่? จะต้องไม่ได้เป็นเช่นนี้แน่ เจ้าพูดมาสิ!"
"เอ้อ เรื่องนี้น่ะ..."
ซินจั๋วแอบชำเลืองมองฮุ่ยหรูชิง เห็นเพียงแม่ชีผู้มีใบหน้างดงามแม้มิได้มีน้ำตานองหน้าเหมือนพวกฮุ่ยซิน ทว่าขอบตาก็แดงก่ำ นางหันหลังไปและไหล่ทั้งสองข้างก็สั่นสะท้านเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอินกับเรื่องราวไปเสียแล้ว เขาคิดในใจว่า 'ไม่ใช่กระมัง แม่ชีในอารามแม่ชีแห่งนี้ ทำไมถึงได้มีสมาธิสั้นปานนี้?'
'คงสวดมนต์น้อยไปสินะ!'
เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่า โลกใบนี้เต็มไปด้วยผู้มีวรยุทธ์ ลาภยศสรรเสริญฝังรากลึกในใจผู้คน อารามจันทราวารีเองก็เข้าไปพัวพันกับทางโลกอย่างลึกซึ้ง แม้บทสวดมนต์จะสอนให้ผู้คนกินเจสวดมนต์ แต่เคล็ดวิชาชำระล้างจิตใจกลับไม่ได้ล้ำลึกนัก แม่ชีสาวเหล่านี้ล้วนเกิดในตระกูลที่ดี โดยเฉพาะแม่ชีสายต่อสู้ ก่อนอายุสามสิบปี หากจิตใจยังไม่ตัดขาดจากทางโลก ก็สามารถเลือกที่จะสึกและกลับเข้าสู่โลกีย์วิสัยได้
ก็เหมือนกับพระชายาของรัชทายาทพระองค์นั้นนั่นแหละ
ฮุ่ยซินเห็นว่าซินจั๋วไม่ยอมเปลี่ยนตอนจบของเรื่องราวอย่างแน่นอน นางก็รู้สึกแย่มาก จึงสะอื้นไห้พลางเก็บจานชามที่ซินจั๋วกินเหลือแล้วเดินจากไป
แต่ทว่าฮุ่ยหรูชิงกลับยังคงนั่งอยู่กับที่
ซินจั๋วมองดูท้องฟ้า ฝนปรอยๆ ยังคงไม่หยุดตก ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า "เหตุใดเจ้าจึงยังอยู่ที่นี่อีก?"
ราวกับถูกเตือนสติ ฮุ่ยหรูชิงเช็ดหางตา ลุกขึ้นไปปิดประตูห้อง จากนั้นก็ลั่นดาล นางหันกลับมานั่งขัดสมาธิต่อและมองไปที่ซินจั๋ว
ยามนี้ที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มา ดวงตาทั้งสองข้างยิ่งดูมีน้ำมีนวล ริมฝีปากอวบอิ่มดั่งผลอิงเถาสั่นระริกเล็กน้อย รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แผ่นหลังตั้งตรง ช่างเป็นภาพที่น่าเจริญตาเจริญใจยิ่งนัก เพียงแต่คำพูดที่เปล่งออกมานั้นกลับทำให้คนฟังถึงกับหนังหัวตึงเปรี๊ยะ "คืนนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า!"
"?"
ซินจั๋วตกใจสะดุ้ง 'มะ... ไม่มั้ง?'
โชคดีที่ฮุ่ยหรูชิงรู้ตัวว่าพูดผิดไป จึงรีบเสริมขึ้นมาว่า "จับตาดูเจ้า เป็นคำสั่งของอาจารย์ เจ้าโจรน้อยอย่างเจ้า มีฝีมือไม่ธรรมดา เกรงว่าจะหาทางหนีไป"
ซินจั๋วขมวดคิ้ว เขาหยิบเบาะรองนั่งมานั่งลงข้างๆ นาง "พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่? จะขังข้าไว้ตลอดชีวิตงั้นหรือ?"
ฮุ่ยหรูชิงขยับตัวออกไปด้านข้างเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าปลอดภัยพอแล้วจึงกล่าวว่า "ย่อมไม่ขังเจ้าไว้ตลอดชีวิตแน่ แต่มีบางเรื่องที่ต้องทำให้กระจ่างเสียก่อน!"
"อย่างเช่นอะไรเล่า?" ซินจั๋วถาม
ฮุ่ยหรูชิงมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ทันใดนั้นนางก็ยื่นมือขวาออกมา นิ้วมือเรียวยาวหมุนวนเบาๆ เงาฝ่ามืออันแปลกประหลาดสายหนึ่งชวนให้ตาลาย พุ่งมาถึงหน้าอกของซินจั๋วแล้ว
ซินจั๋วตามสัญชาตญาณอยากจะใช้วิชา 'ฝ่ามือราชันย์ประสาทแดกน้องหมาจู่โจม' โต้กลับไป แต่เขาสัมผัสได้ว่าแม่ชีผู้นี้มิได้มีเจตนาร้าย จึงตัดสินใจเด็ดขาด ยอมรับฝ่ามือนี้เข้าไปเต็มๆ
"ปัง!"
เมื่อถูกโจมตีที่หน้าอกก็รู้สึกอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง แต่หลังจากนั้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้ามา ราวกับถูกค้อนทุบเข้าอย่างจังจนอดไม่ได้ที่จะหงายหลังล้มลง
ฮุ่ยหรูชิงตกใจยิ่งนัก ร่างกายประดุจต้นหลิวฝูเฟิงที่พลิ้วไหว นางลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและพุ่งตัวเข้ามา มือซ้ายประคองคอของซินจั๋วเอาไว้ มือขวาสกัดจุดที่หัวใจของเขาอย่างต่อเนื่องพลางตกใจกล่าวว่า "เหตุใดเจ้าจึงไม่โต้ตอบ?"
เมื่อสัมผัสได้ถึงนิ้วมืออันอ่อนนุ่มของอีกฝ่าย และลมหายใจที่พ่นออกมาในยามที่พูดด้วยความร้อนรน ซึ่งมีกลิ่นหอมของสมุนไพรเจือปนอยู่จางๆ ซินจั๋วก็แอบเดินลมปราณ บังคับขจัดอาการบาดเจ็บภายในออกไป ขับเลือดคั่งสายหนึ่งให้ไหลซึมออกมาทางมุมปาก แสร้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บสาหัส "ขะ... ข้าเหตุใดจะต้องโต้ตอบด้วยเล่า?"
ฮุ่ยหรูชิงขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า "ได้ยินมาว่าเจ้าโจรน้อยอย่างเจ้ามีพรสวรรค์สูงส่งยิ่งนัก อายุเพียงสิบกว่าปีก็บรรลุวิชาดาบขั้นหลอมรวมแล้ว หลังจากนั้นเมื่อประลองกับหัวหน้ามือปราบของเมืองหลวง ชั่วพริบตาก็เรียนรู้วิทยายุทธ์ของพวกเขากลับมาได้
พรสวรรค์เช่นนี้หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า ผู้อาวุโสในอารามต่างก็อยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก..."
'ที่แท้พวกนางก็มีความคิดเช่นนี้นี่เอง' ซินจั๋วสมองแล่นปรู๊ดปร๊าด 'ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องหาทางออกไปให้ได้ มิเช่นนั้นคงถูกเอาไปเป็นหนูตะเภาทดลองจริงๆ แน่' เขาแอบชำเลืองมองใต้หมวกแม่ชีของฮุ่ยหรูชิง ไม่รู้ว่าจะมีเส้นผมหรือไม่ ในเมื่อนางยังซาบซึ้งกับเรื่อง 'เหลียงซานปั๋วกับจู้อิงไถ' ได้ ก็คงจะหลอกง่ายกระมัง
'ขอโทษด้วยนะ! เพื่อเอาชีวิตรอด ข้าต้องใช้สมองอย่างหนักเลยทีเดียว'
เขาไอเบาๆ แล้วจับมือของฮุ่ยหรูชิงไว้ด้วยท่าทีที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ "เจ้าคิดว่าข้ามีพรสวรรค์สูงส่งจริงๆ งั้นหรือ? นั่นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ความจริงแล้วท่านปู่เป็นคนสอนข้าทั้งหมดต่างหาก ตลอดชีวิตของท่านชื่นชอบการประลองกับผู้อื่น จึงรู้จักวิทยายุทธ์มากมาย ความจริงแล้วปกติข้าชอบอ่านหนังสือ เดิมทีไม่เต็มใจจะเรียนหรอก จนกระทั่งข้าได้พบกับนาง..."
เดิมทีฮุ่ยหรูชิงก็ตั้งใจฟังอยู่ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง นางรีบชักมือกลับแล้วถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้าย ทว่าบนใบหน้ากลับเผยให้เห็นความอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง
เขา? นาง?
"ละ... แล้วอย่างไรต่อเล่า? เรื่องนี้เกี่ยวข้องอันใดกับวรยุทธ์ของเจ้า?"
"นางเป็นสตรีที่มีวรยุทธ์สูงส่งยิ่ง นางงดงามมาก มีดวงตากลมโตที่สวยงาม ขนตายาวงอน หญิงสาวที่งดงามที่สุดในโลกก็ยังเทียบเทียบนางไม่ได้
ข้าตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกเห็น แต่ข้าเป็นโจร ส่วนนางเป็นแม่ชี เรื่องนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่ทางโลกไม่ยอมรับ อีกทั้งข้าก็ไม่คู่ควรกับนาง
ดังนั้น ข้าจึงทำได้เพียงฝืนฝึกยุทธ์อย่างเอาเป็นเอาตาย หมั่นฝึกลูกไม้ต่างๆ อย่างสุดชีวิต เพื่อหวังว่าวันหนึ่ง จะสามารถตามนางทัน และได้สารภาพความในใจต่อนาง..."
ฮุ่ยหรูชิงเบิกตากว้าง นางตกใจมาก
แม่ชี?
บนภูเขาพิชิตมังกรนอกจากอารามจันทราวารีแล้ว จะมีแม่ชีที่ไหนอีก?
"นางเป็นใคร?" นางเอ่ยถามอย่างยากลำบากแต่ก็ตรงไปตรงมา
"ย่อมต้องเป็นเจ้า! ดังนั้น ข้าจึงไม่มีทางโต้ตอบเจ้ากลับไป บางทีในเวลาสั้นๆ เจ้าอาจจะเชื่อได้ยาก แต่คำพูดนี้ฟ้าดินเป็นพยานได้!" ซินจั๋วคว้ามือนางไว้อย่างหน้าไม่อายอีกครั้ง
ฮุ่ยหรูชิงอ้าปากค้าง นางตกตะลึงไปโดยสมบูรณ์ ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ แล้วชักมือกลับอย่างแรง "เจ้าคนมักมาก!"
นางทิ้งเขาลงบนพื้นอย่างแรงแล้วหันหลังไป หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ซินจั๋วลูบจมูกตัวเอง "เจ้าคิดว่าเหตุใดเมื่อเดือนก่อนข้าจึงมาขโมยอาหารที่ห้องครัวของอารามจันทราวารีเล่า? ข้าหิวจริงๆ งั้นหรือ? ไม่ใช่หรอก เป็นเพราะวรยุทธ์ของข้าบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว จึงอยากมาแอบดูเจ้าต่างหาก!
เจ้าคิดว่าเหตุใดเมื่อวานข้าจึงถูกบรรดาซือไท่จับตัวไว้ได้ ข้าไม่มีขา ไม่รู้จักหนีหรือไง? ไม่หรอก! ข้าทำไปก็เพื่อจะได้มาเห็นหน้าเจ้า!"
"หุบปาก!"
ฮุ่ยหรูชิงตวาดเสียงดุ ทว่านางก็ยังคงไม่หันกลับมา ไหล่ทั้งสองข้างขยับเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ไม่สงบเอาเสียเลย
ซินจั๋วไอเบาๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "หรือพวกเราไม่สามารถทลายอคติของทางโลก ไม่ให้โศกนาฏกรรมของเหลียงซานปั๋วกับจู้อิงไถเกิดขึ้นซ้ำรอยได้งั้นหรือ? ฮุ่ยหรูชิง พวกเราหนีไปให้ไกลด้วยกันเถอะ!"
คำว่า "หนีไปให้ไกลด้วยกันเถอะ" กับ "ไปกับข้าเถอะ" ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันมาก หากตั้งใจฟังก็ไม่ยากที่จะแยกแยะได้ เขาเพียงแค่อยากจะหนีไปให้พ้นๆ เท่านั้นแหละ
แต่ทว่าครั้งนี้ฮุ่ยหรูชิงกลับไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ราวกับว่านางตกใจกับการสารภาพรักอย่างกะทันหันจนเกินจะบรรยาย หรืออาจจะนึกถึงเรื่องราวของเหลียงซานปั๋วกับจู้อิงไถ มือทั้งสองข้างบีบเข้าหากัน ร่างกายสั่นสะท้านรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
'ซินจั๋ว เจ้าช่างไร้ยางอายจริงๆ! ช่างเป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาเสียจริง! เพื่อที่จะหนีให้รอด เจ้าถึงกับไร้ขีดจำกัดความหน้าด้านไปแล้ว'
ซินจั๋วลอบด่าตัวเองในใจ แล้วรีบสุมไฟต่อไปว่า "เช่นนั้น โปรดมอบกระบี่ให้ข้าสักเล่มเถิด!"
ฮุ่ยหรูชิงหันขวับกลับมา "เจ้าจะเอากระบี่ไปทำอันใด?"
ดวงตาหวานหยาดเยิ้ม ใบหน้าแดงระเรื่อ ช่างงดงามเป็นพิเศษ ทว่าก็แฝงความตกใจอยู่บ้าง
"ดูท่าแล้วเจ้าคงจะไม่มีใจให้ข้าแม้แต่น้อย เป็นข้าที่คิดไปเองฝ่ายเดียว หากไม่มีเจ้า ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออันใดอีก? มอบกระบี่ให้ข้าเถิด ให้ข้าได้ปลิดชีพตนเอง โลกนี้ไม่คุ้มค่าที่จะอยู่อีกต่อไป!"
ซินจั๋วแหงนหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่







