ถนนพอร์ตแลนด์...
สถานที่ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "แหล่งรวมกิเลสตัณหา แหล่งมั่วสุมของเสือสิงห์กระทิงแรด" เป็นย่านเริงรมย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮ่องกงในยุคนี้ อันที่จริง ท่ามกลางถนนพอร์ตแลนด์อันทอดยาว ยังมีร้านรวงสารพัดประเภทแทรกตัวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโรงงิ้ว ร้านแผ่นเสียง ร้านตัดชุดสูท ร้านขายโลงศพ ร้านเครื่องหนัง ร้านหมูหัน และอื่นๆ อีกมากมาย ถือเป็นทำเลทองแห่งแรกที่แก๊งต่างๆ เลือกเข้ามาทำธุรกิจ
"ห้าแห่ง นี่คือแห่งแรก!" เหวินหัวโตส่ายหัวโตๆ ของตัวเองพลางพูดกับตู้หย่งเซี่ยว "ที่นี่เป็นซ่องดังในละแวกนี้ ได้ยินมาว่าสาวๆ เด็ดมาก ขนาดฝรั่งยังมาอุดหนุนเลย!" เหวินหัวโตเกาเป้ากางเกงด้วยความตื่นเต้น
"ลูกพี่ พวกเรามาเก็บเงินนะ" ตู้หย่งเซี่ยวเตือนสติ
"ฉันรู้! ไม่ได้มาตีหรี่อยู่แล้ว!" เหวินหัวโตเดินนำเข้าไปในซ่อง "ตามฉันมา ที่แบบนี้อันตรายสำหรับหนุ่มหล่ออย่างนายมาก!"
ตู้หย่งเซี่ยวส่ายหน้า แล้วเดินตามเหวินหัวโตเข้าไปด้านใน
ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานเก่า มีทั้งหมดห้าชั้น แต่เดิมเคยเป็นที่ทำการไปรษณีย์เขตเกาลูนตะวันตก รูปทรงอาคารโดยรวมเป็นแบบยอดแหลมสไตล์อังกฤษ ต่อมาเมื่อไปรษณีย์ย้ายจากถนนพอร์ตแลนด์ไปยังเขตมงก๊กตะวันออก แก๊งฝูซิงจึงกว้านซื้อที่นี่ไว้และเริ่มต้นทำธุรกิจ
ชั้นล่างสุดเป็นร้านอาหารชาชานเต็ง ชั้นสองเป็นสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ ส่วนชั้นสาม สี่ และห้าเป็นซ่อง
โดยปกติแล้ว พวกที่ดื่มชานมในร้านอาหารเสร็จ หรือพวกที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยในสำนักพิมพ์มาทั้งวันและต้องการที่ระบาย ก็มักจะขึ้นไปจัดกันสักรอบที่ชั้นสาม และเนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านกัน จึงมีส่วนลด หรืออาจจะลดให้ครึ่งราคาเลยทีเดียว
ตู้หย่งเซี่ยวเดินตามเหวินหัวโตขึ้นไปถึงชั้นสาม ประจวบเหมาะกับที่มีลูกค้าสองคนเดินสวนลงมาพอดี ปากก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปว่า "สาวของฉันเมื่อกี้เด็ดมาก ได้ยินว่าเป็นของนำเข้าจากเวียดนามด้วย!"
"ของฉันก็ไม่เลว ไม่ใช่ของพื้นเมืองเหมือนกัน!"
ตู้หย่งเซี่ยวเดินสวนกับพวกเขากลับไป คนหนึ่งเหลือบมองตู้หย่งเซี่ยวแล้วพึมพำว่า "เวรเอ๊ย สมัยนี้มันยังไงกันวะ หนุ่มหล่อก็มาเที่ยวหรี่ด้วยเหรอ"
เมื่อมาถึงจุดต้อนรับบนชั้นสาม เหวินหัวโตก็ยังคงกำชับตู้หย่งเซี่ยวว่า "เดี๋ยวตอนที่ตบปืนลงบนโต๊ะ ต้องทำให้เสียงดังๆ หน่อยนะ จำไว้ให้ดี!"
ตู้หย่งเซี่ยวพยักหน้า กวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นว่าทั้งห้องตกแต่งอย่างฉูดฉาด กลิ่นแป้งเครื่องสำอางฉุนกึกผสมกับกลิ่นเหม็นอับของเท้าและกลิ่นเหงื่อลอยเตะจมูก บนผนังรอบๆ เต็มไปด้วยโปสเตอร์วาบหวิวสีสันแสบตา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาวผมบลอนด์ตาน้ำข้าว ที่มุมห้องมีโซฟาขาดๆ ตัวหนึ่งซึ่งมีผู้ชายสามคนนั่งอยู่ พวกเขากำลังใช้หนังสือพิมพ์บังหน้าเอาไว้
ถัดออกไปไม่ไกลเป็นแถวของห้องพัก มีผ้าม่านแขวนปิดไว้ บนผ้าม่านเขียนข้อความอย่าง 'สาวแรกรุ่น นิ้วมือพริ้วไหว' 'เสียงสวรรค์ เป่าขลุ่ยหยกด้วยใจ' และอื่นๆ
ชายหัวล้านคนหนึ่งกำลังจุดธูปไหว้จอมพลเทียนเผิง 'ตือโป๊ยก่าย' ที่หน้าศาลเจ้าอย่างนอบน้อม เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็หันกลับไปมอง เห็นเหวินหัวโตกับตู้หย่งเซี่ยวเดินเข้ามา ก็นึกว่าเป็นลูกค้า จึงรีบปักธูปลงกระถางลวกๆ แล้วหันกลับมายิ้มประจบ "สวัสดีครับทั้งสองท่าน มานวด หรือว่า..."
เหวินหัวโตแค่นเสียงฮึดฮัด เลิกชายเสื้อเชิ้ตขึ้นเผยให้เห็นปืนพก "พวกเราเป็นลูกน้องของเหยียนสยง มาเก็บค่าคุ้มครอง!"
"เก็บค่าคุ้มครอง?" ชายหัวล้านมองเหวินหัวโตด้วยความประหลาดใจ แล้วหันไปมองตู้หย่งเซี่ยว ก่อนจะหัวเราะเยาะ "ฉันฟังผิดไปหรือเปล่า แค่พวกแกสองคนเนี่ยนะ"
เหวินหัวโตเบ้ปาก "แกฟังไม่ผิดหรอก ก็พวกเราสองคนนี่แหละ!"
ชายหัวล้านยิ้มๆ แล้วหันไปตะโกนเข้าไปในห้องด้านใน "ลูกพี่ มีคนมาเก็บเงิน บอกว่าเป็นคนของเหยียนสยง!"
"ใครวะ" เสียงเยือกเย็นดังขึ้น "ใครกล้ามาเก็บเงินที่นี่"
สิ้นเสียง ชายหัวโล้นคนหนึ่งก็เดินออกมาจากด้านใน บนหน้าผากโล้นเตียนของเขามีรอยสักรูปเศียรพระพุทธเจ้าสีสันสดใส ดูน่าขนลุก ในมือของเขากำลังโยนส้มเล่นขึ้นๆ ลงๆ
ชายร่างกำยำอีกสี่คนเดินตามชายหัวโล้นออกมา ทุกคนล้วนมีหน้าตาเหี้ยมเกรียม เอวตุงๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าพกอาวุธมาด้วย
เหวินหัวโตเห็นอีกฝ่ายมีคนเยอะกว่า ในใจก็เริ่มปอดแหก จึงแข็งใจพูดออกไป "พวกเรา... พวกเราสองคน พวกเราคือคนของเหยียน..."
ยังพูดไม่ทันจบ ชายหัวโล้นก็ชักมีดสปาตาออกจากเอวของลูกน้องข้างกาย แล้วฟันฉับลงบนโต๊ะข้างตัวเหวินหัวโตเสียงดังปัง!
พละกำลังมหาศาล!
ถึงกับฟันทะลุโต๊ะ จนเหลือใบมีดโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง
เหวินหัวโตแทบฉี่ราดด้วยความกลัว
"แน่จริง มึงลองพูดอีกทีสิ" ชายหัวโล้นถลึงตา กัดส้มคำโตอย่างดุดัน จนน้ำส้มแตกกระจายเต็มปาก
เหวินหัวโตยืนอึ้ง อย่าว่าแต่จะตบปืนเลย แค่ขาก็ยังสั่นพั่บๆ
ชายหัวล้านที่อยู่ด้านข้างยิ่งหัวเราะเยาะ "กะอีแค่พวกกระจอกสองคน ยังกล้ามาเก็บเงินที่ถิ่นของลูกพี่หลวงจีนดอกไม้ รนหาที่ตายชัดๆ!"
หลวงจีนดอกไม้แห่งถนนพอร์ตแลนด์...
มีวาสนากับพระพุทธ
พบหน้าพาสู่สวรรค์!
แม้หลวงจีนดอกไม้จะไม่ใช่ลูกพี่ระดับท็อปของถนนพอร์ตแลนด์ แต่ก็ถือเป็นผู้กว้างขวางระดับต้นๆ ที่สำคัญคือเขาเป็นคนโหดเหี้ยม เอะอะก็ขู่จะฆ่าล้างโคตร เอาชีวิตคนเป็นว่าเล่น
เหวินหัวโตยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากแม้แต่ครึ่งคำ ในตอนนั้นเอง ตู้หย่งเซี่ยวก็ก้าวออกมาบังหน้าเขา เผชิญหน้ากับหลวงจีนดอกไม้ที่กำลังแสดงท่าทีเกรี้ยวกราด พร้อมประสานมือคารวะ "ลูกพี่หลวงจีนดอกไม้ใช่ไหมครับ ผมเป็นลูกน้องของสารวัตรเหยียนสยง วันนี้มาเก็บเงินตามธรรมเนียมครับ"
หลวงจีนดอกไม้คาดไม่ถึงว่าตู้หย่งเซี่ยวจะไม่กลัวตาย ถึงขนาดยังกล้ามาต่อปากต่อคำกับตนเอง
"ธรรมเนียมเหรอ ใครเป็นคนกำหนดธรรมเนียมวะ ใครสั่งให้กูต้องจ่ายเงินให้พวกมึง" หลวงจีนดอกไม้พูดอย่างรำคาญ "ถ้าฉลาด ก็รีบไสหัวไปซะ! แต่ถ้าอยากสนุก ก็ได้ วันนี้กูอารมณ์ดี จะเลี้ยงหรี่พวกมึงฟรีๆ คนละรอบ! พ่อเล้า หาสาวๆ ให้พวกมันสองคนหน่อย เอาแบบเด็ดๆ เลยนะ!"
พูดจบ หลวงจีนดอกไม้ก็ไม่อยากเสวนาด้วยอีก เขากัดส้มแล้วหันหลังเตรียมจะเดินจากไป
ตู้หย่งเซี่ยวร้องเรียกจากด้านหลัง "ขอโทษทีครับ พวกเรามาเก็บเงิน!"
หลวงจีนดอกไม้หัวเราะ แล้วค่อยๆ หันกลับมา "รนหาที่ตาย!"
ทว่าวินาทีต่อมา รอยยิ้มของเขากลับแข็งค้าง
ตู้หย่งเซี่ยวถือปืนลูกโม่ เล็งกระบอกปืนมาที่เขา
"แน่จริง มึงลองพูดอีกทีสิ" ตู้หย่งเซี่ยวเล็งปืนไปที่หลวงจีนดอกไม้ เลียนแบบน้ำเสียงของเขาเมื่อครู่ เสียงดังกริ๊ก นิ้วหัวแม่มือปลดเซฟปืนออก
"ลูกพี่!"
ลูกน้องของหลวงจีนดอกไม้ชักอาวุธออกมาล้อมตู้หย่งเซี่ยวไว้
เหวินหัวโตได้สติกลับมา รีบชักปืนออกมา "พวกแกรักษาอาการหน่อย!" กระบอกปืนชี้ไปทางคนนู้นทีคนนี้ที ดูลุกลี้ลุกลนไปหมด
ลูกค้าสามคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ก็กลัวจะโดนลูกหลง จึงตกใจวิ่งหนีเตลิดไปตั้งนานแล้ว
บรรยากาศทั้งห้องตึงเครียดถึงขีดสุด
ถึงยังไงหลวงจีนดอกไม้ก็เป็นถึงลูกพี่ และยังเป็นคนจริงที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมแห่งถนนพอร์ตแลนด์ มีหรือจะมาตกใจกลัวปืนกระบอกเดียวของตู้หย่งเซี่ยว เขาแค่นหัวเราะเยาะ "เล่นปืนเหรอ ไอ้เวร! ไอ้เด็กใหม่อย่างมึงยิงปืนเป็นหรือเปล่าวะ อยากให้กูสอนให้ไหมล่ะ"
"ไม่ต้อง!" ตู้หย่งเซี่ยวก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เอาปากกระบอกปืนจ่อไปที่หน้าผากของหลวงจีนดอกไม้โดยตรง "เรื่องยิงปืน ผมพอรู้เรื่องอยู่บ้าง!"
"งั้นมึงก็ยิงสิ ขู่ใครอยู่วะ" หลวงจีนดอกไม้ผายมือ "ขอมึงลั่นไกเมื่อไหร่ ลองดูสิว่ามึงจะเดินออกไปจากประตูบานนี้ได้ไหม!"
"ปืนผมมีกระสุนหกนัด พวกคุณมีกันกี่คน... หนึ่ง สอง สาม สี่... ห้า หก พอดีเลย!" น้ำเสียงของตู้หย่งเซี่ยวเย็นเยียบ "แจกให้คนละนัด... ไม่ต้องขอบคุณนะ!"
"ไอ้หนู คุยโวมากระวังจะลิ้นคับปากนะเว้ย!" หลวงจีนดอกไม้พูดอย่างดุดัน "ขนาดเฉียงตาเขยังไม่กล้าเอาปืนมาจ่อหัวกูเลย มึงเป็นใครมาจากไหนวะ"
"เขาก็คือเขา ผมก็คือผม!" ตู้หย่งเซี่ยวฉายแววตาอำมหิต เอาปืนดันหลวงจีนดอกไม้จนติดกำแพง แย่งส้มในมือของอีกฝ่ายมายัดเข้าปากหลวงจีนดอกไม้ แล้วเอาปืนจ่อไปที่ส้ม "คุณก็พูดเองนี่ว่าผมเป็นเด็กใหม่ เด็กใหม่น่ะ ปืนมักจะลั่นง่ายนะ!"
ในปากหลวงจีนดอกไม้มีส้มยัดอยู่ แถมยังโดนปืนจ่อหน้า ทำให้เขาพูดไม่ออก แต่แววตาก็ยังคงความโอหังไว้ เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าตู้หย่งเซี่ยวจะกล้ายิงจริงๆ
ปัง!
ตู้หย่งเซี่ยวเบนปลายกระบอกปืน แล้วยิงอัดใส่รูปปั้นจอมพลเทียนเผิงบนศาลเจ้าจนแหลกละเอียด!
ยังไม่ทันที่หลวงจีนดอกไม้จะได้สติ ตู้หย่งเซี่ยวก็เอาปืนกลับมาจ่อปากเขาอีกครั้ง "คราวนี้... อยากจะลองดูไหม"







