ถนนนาธาน ถนนไซกง
เมื่อเทียบกับความคึกคักของถนนนกน้อยที่อยู่ข้างหน้า ถนนไซกงดูหรูหรากว่ามาก พูดให้ถูกคือมีร้านค้าตั้งเรียงรายอยู่รอบๆ ที่เยอะที่สุดก็คือซาวน่า สถานบันเทิงประเภทอาบน้ำนวดตัว ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ที่คนรวยชอบมาที่สุด
หากบอกว่าถนนนกน้อยเป็น "ถนนคนเดิน" ที่ชาวบ้านทั่วไปมาหาของกินให้อิ่มท้อง ถนนไซกงก็คือ "แหล่งละลายทรัพย์" ที่มีชื่อเสียงของถนนนาธาน
ทว่าสิ่งที่ทำให้ตู้หย่งเซี่ยวคิดไม่ถึงก็คือ คาสิโนตะขอทองกลับมาเปิดอยู่ในจุดที่สะดุดตาที่สุดของทั้งถนน แค่นั้นยังไม่พอ ถึงกับติดป้ายไฟที่เด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก ด้านบนเขียนไว้ว่า "สถานบันเทิงตะขอทอง"
คาสิโนแห่งหนึ่งกล้าเรียกตัวเองว่าสถานบันเทิง นี่มันกะจะให้ที่นี่เป็นมาเก๊าชัดๆ และตำรวจพวกนั้นก็ไม่กล้ามาจัดการ ซ้ำยังต้องประจบประแจงมารับค่าคุ้มครอง จะเห็นได้ว่าอี้ฉวินมีอิทธิพลในฮ่องกงมากแค่ไหน
"โห คาสิโนนี่จะกร่างเกินไปแล้ว กล้ามาเปิดบ่อนที่นี่เลยเหรอ!" เหวินหัวโตหิ้วถุงเงิน เบิกตากว้าง อ้าปากค้างมองคาสิโนที่ราวกับโรงแรมหรูตรงหน้า
ตู้หย่งเซี่ยวพยักหน้า มองดูรถหรูที่จอดอยู่ด้านนอกคาสิโน ทั้งฟอร์ด เบนซ์ และยังมีคราวน์ ฯลฯ จะเห็นได้ว่าแขกที่นี่ส่วนใหญ่มีฐานะสูงส่ง อย่างน้อยก็ต้องเป็นคนรวยในฮ่องกง
คาสิโนหลายแห่งมักจะเปิดในที่เปลี่ยว ไม่ก็ซ่อนอยู่ตามตึก อย่างเช่นบนชั้นสามของตึกซินเซิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ก็เป็นคาสิโนใต้ดินที่มีชื่อเสียง แต่แขกที่คาสิโนประเภทนั้นต้อนรับกลับมีระดับต่ำกว่าที่นี่มาก
"พวกเราเข้าไปกันเถอะ จะแพ้หรือชนะก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดจบ ก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปในคาสิโน
เหวินหัวโตกลืนน้ำลายเอื๊อก หดคอลง "เป็นตายร้ายดีขึ้นอยู่กับลิขิตฟ้า ความมั่งมีขึ้นอยู่กับสวรรค์ สู้โว้ย!" เขารีบตามไป
ตู้หย่งเซี่ยวสวมสูทสีขาว คาบบุหรี่ไว้ที่มุมปาก กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งตัว มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคุณชายที่เมาเหล้าแล้วมาเล่นพนันสักสองสามตาสนุกๆ ส่วนเหวินหัวโตที่อุ้มถุงเงินอยู่ด้านหลัง มองยังไงก็เหมือนลูกน้อง
ยามสองคนที่หน้าประตูคาสิโนสวมเสื้อกางเกงคอจีนสีสันและรูปแบบเดียวกัน ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ถึงขั้นไม่เอ่ยปากถามเลยด้วยซ้ำ ปล่อยให้พวกเขาเข้าไปโดยตรง ในใจยังคิดว่า "หมูมาให้เชือดอีกตัวแล้ว!"
หากเป็นเวลาปกติ สำหรับแขกที่เข้ามาเล่น พวกเขาจะต้องตรวจสอบฐานะให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีพวกลิ่วล้อชั้นปลายแถวปะปนเข้ามา จนทำให้ระดับของคาสิโนตกต่ำลง
ตู้หย่งเซี่ยวเข้าไปในคาสิโน จมูกก็ได้กลิ่นบุหรี่ผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายผู้หญิงสารพัดกลิ่นลอยมาแตะจมูกทันที เมื่อเทียบกับกลิ่นเหม็นเท้า กลิ่นเหงื่อของคาสิโนอื่น ที่นี่เห็นได้ชัดว่า "หอม" กว่ามาก
พอมองเข้าไปด้านใน พื้นที่เกือบสองสามร้อยตารางเมตร มีโต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่สามสิบตัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แขกเล่นไพ่โป๊กเกอร์ (บาคาร่า) ไพ่นกกระจอก ไฮโล และเกมอื่นๆ อีกด้านหนึ่งของโต๊ะใหญ่มีโต๊ะไพ่นกกระจอกตั้งอยู่สิบหกตัว นอกจากนี้ ตรงมุมห้องยังมีโต๊ะไพ่กระดาษตั้งอยู่อีกหลายสิบตัว เรียกได้ว่าใช้พื้นที่ทั้งห้องจนคุ้มค่า
"เตี๋ยหม่าจื่อ" หรือนายหน้าพาคนมาเล่นพนันที่ปกติหากินกับค่าคอมมิชชั่น เห็นตู้หย่งเซี่ยวแต่งตัวไม่ธรรมดา นึกว่าเจอรายใหญ่เข้าแล้ว จึงรีบเข้าไปประจบประแจงทันที "เถ้าแก่ หน้าตาไม่คุ้นเลยนะครับ อยากเล่นอะไร ผมช่วยแนะนำให้ได้นะ!"
ตู้หย่งเซี่ยวคาบบุหรี่ กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะล้วงไม้ขีดไฟออกมาจากอกเสื้อ ยังไม่ทันที่เขาจะจุดไม้ขีดไฟ นายหน้าก็ชิงหัวเราะร่าและช่วยจุดบุหรี่ให้เขาก่อนแล้ว
ตู้หย่งเซี่ยวสูบบุหรี่ พ่นควันใส่นายหน้า "ฉันไม่ได้มาเล่น ฉันมาเก็บค่าคุ้มครอง" พูดพลางเลิกเสื้อสูทขึ้น เผยให้เห็นบัตรประจำตัวตำรวจนอกเครื่องแบบ
"เอ๊ะ?" นายหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงได้หันกลับไปตะโกน "ลูกพี่ ทางนี้มีคนมาเก็บส่วย!"
"มาจากไหน?"
"เกาลูนตะวันตก"
"คนของเหยียนสยง?"
ตู้หย่งเซี่ยวฟังเสียงรู้สึกคุ้นหู จึงมองตามเสียงไป ก็เห็นชายร่างกำยำสิบคนรุมล้อมคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องบัญชี รูปร่างบึกบึน หน้าตาดุร้าย เสื้อเปิดอ้า เผยให้เห็นรอยสักรูปหัวเสือหลากสีสันน่าเกรงขามบนหน้าอก ถ้าไม่ใช่พี่หู่ที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบแล้วจะเป็นใคร?
พี่หู่เห็นตู้หย่งเซี่ยวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะเยาะ "กูนึกว่าใคร ที่แท้ก็เซี่ยวสุดหล่อ! ทำไม ยังไม่ถึงสามวันก็จะมาคืนเงินแล้วเหรอ?" พูดพลางหาเก้าอี้นั่งลงอย่างไม่ยี่หระ ถอดรองเท้าหนังออก ใช้มือถูตามง่ามนิ้วเท้า กลิ่นเหม็นเท้าโชยมาเตะจมูก ขี้ไคลตามง่ามนิ้วเท้าร่วงกราวลงมา
"พี่หู่ ลูกพี่สั่งไว้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ระดับหรู ไม่ให้พี่..."
ลูกน้องคนหนึ่งเพิ่งจะคิดเอ่ยปากตักเตือนให้พี่หู่รักษาภาพพจน์ พี่หู่ก็คว้าปารองเท้าใส่หน้าผากเขา "นายท่านจินคุมกูได้ มึงก็คุมกูได้ด้วยงั้นเหรอ?"
ลูกน้องรีบหุบปากเงียบทันที
พี่หู่ถึงได้ปรายตามองตู้หย่งเซี่ยวอีกครั้ง "เงินล่ะ เอามาไหม?"
ตู้หย่งเซี่ยวก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว "ผมคือตู้หย่งเซี่ยว จากเกาลูนตะวันตก ได้รับคำสั่งจากสารวัตรเหยียนให้มาเก็บค่าคุ้มครองที่นี่ รบกวนให้ความร่วมมือด้วย"
"อะไรนะ กูฟังไม่ชัด?" พี่หู่แกล้งทำเป็นแคะหู "ไอ้เด็กเปรต มึงเป็นหนี้กูหมื่นนึงไม่พอยังไม่คืน แล้วเสือกกล้ามาเก็บส่วย? กูจะเก็บแม่มึงสิ! รู้หรือเปล่าว่านี่ถิ่นใคร? ของนายท่านจิน กุ้ยฟันทองโว้ย!"
"ผมก็แค่ทำตามกฎ" ตู้หย่งเซี่ยวพูดเสียงเรียบ "เงินที่ติดไว้ผมจะคืน แต่วันนี้จ่ายค่าคุ้มครองมาก่อน!"
"กูจะจ่ายแม่มึงสิ! กูเอาขี้ให้มึงกิน มึงจะกินไหม?" พี่หู่กระโดดพรวดลุกขึ้นจากที่นั่ง ลูกน้องคนหนึ่งรีบเก็บรองเท้าที่เขาเพิ่งปาออกไปกลับมาสวมให้
"กูจะบอกให้มึงรู้ไว้นะ วันนี้กูจะไม่จ่ายเลยสักแดงเดียว ตรงกันข้าม ถ้ามึงไม่ทิ้งเงินไว้หมื่นนึง ก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกจากประตูบานนี้!"
พี่หู่สติแตก ชายฉกรรจ์สิบคนก็กรูกันเข้ามาล้อมทันที เดิมทีพวกเขาหน้าตาดุดันอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายคุกคามราวกับหมาป่าหิวโซที่พร้อมจะขย้ำคน
เหวินหัวโตเห็นท่าไม่ดีก็ตกใจก่อน โชคดีที่เมื่อกี้ดื่มเหล้าไปเยอะ ความเมาเลยช่วยเพิ่มความกล้าให้คนขี้ขลาด! เขาชักปืนพกประจำกายออกมาจากเอวทันที แล้วตบลงบนโต๊ะพนันข้างๆ ดังปัง "ห้ามขยับ กูมีปืน!"
ตอนแรกนึกว่าไม้นี้จะขู่พวกคนเลวพวกนี้ให้กลัวได้ คิดไม่ถึงว่าแขกพวกนั้นจะสลายตัวไป แต่พวกลูกสมุนกลับเบียดเสียดกันเข้ามาข้างหน้า หนึ่งในนั้นตาไว มือไว คว้าปืนประจำกายของเหวินหัวโตแล้วโยนไปตามพื้นโต๊ะให้เพื่อนร่วมแก๊งโดยตรง
เหวินหัวโตตอบสนองช้าไปหน่อย ปืนกระบอกนั้นถูกโยนไปมาบนโต๊ะพนันราวกับชิปเสียแล้ว
เหวินหัวโตไม่สนใจอะไรทั้งนั้น กอดถุงเงินปีนขึ้นไปบนโต๊ะพนันเพื่อจะแย่งปืนของตัวเอง ปากก็พร่ำบอก "เลิกเล่นได้แล้ว ขอร้องล่ะ! คืนปืนฉันมา!"
เขางุ่มง่ามขนาดนั้น จะไปแย่งพวกนั้นทันได้ยังไง จึงถูกปั่นหัวจนหมุนติ้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า!" พวกลูกสมุนพากันหัวเราะลั่น
พวกนักพนันเหล่านั้นกลับยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ แล้วยังชี้ไม้ชี้มือไปที่เหวินหัวโต "ดูสิ นี่น่ะเหรอตำรวจ หมายังไงยังงั้นเลย!"
ตู้หย่งเซี่ยวคิดไม่ถึงว่าเหวินหัวโตจะไม่ได้เรื่องขนาดนี้ เพิ่งจะคิดลงมือ ก็มีปืนกระบอกหนึ่งจ่ออยู่ที่หัวของเขา กลับได้ยินเสียงพี่หู่พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นอยู่ด้านหลัง "เซี่ยวสุดหล่อ อย่าคิดว่ามีแค่พวกตำรวจอย่างมึงที่มีปืน กูก็มีเว้ย!"
ตู้หย่งเซี่ยวหันกลับไป มองหน้าพี่หู่
พี่หู่หัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม "ทำไม ไม่พอใจเหรอ? กูเคยบอกไว้แล้วไง อย่าคิดว่าใส่ชุดหมาต๋าแล้วจะแน่นัก! ต่อให้มึงจะเป็นอู่ซง กูก็ไม่เห็นมึงอยู่ในสายตาหรอก!"
พูดพลางเอาปากกระบอกปืนกระทุ้งหน้าผากตู้หย่งเซี่ยวแรงๆ "เชื่อไหมว่าตอนนี้กูยิงเจาะกบาลมึงได้ในนัดเดียวเลย?"
ตู้หย่งเซี่ยวไม่ถอยแต่กลับเดินหน้า ใช้หน้าผากดันปืนกลับไป แววตาดุดัน "แน่จริง มึงก็ลองยิงดูสิ!"







