ตู้หย่งเซี่ยวกำลังเดิมพัน
เดิมพันว่าพี่หู่ไม่กล้ายิง
ข้อแรก ที่นี่คือบ่อนพนัน แถมยังเป็นบ่อนชั้นสูง การทำธุรกิจถือเรื่องเลือดตกยางออกเป็นข้อห้ามที่สุด
ข้อสอง อย่างไรเสียตู้หย่งเซี่ยวก็เป็นตำรวจ ทั้งยังเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเป็นคนของเหยียนสยง ส่วนเหยียนสยงก็เป็นสารวัตรจีนที่มีอำนาจเป็นรองเพียงเหลยลั่ว
ข้อสาม ได้ยินว่าพวกคนเก็บเงินที่ถูกทางบ่อนเล่นงานจนพิการ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบชั้นผู้น้อย ผู้หนุนหลังก็เป็นเพียงสารวัตรจีนปลายแถว
ขณะนี้ ปืนในมือพี่หู่จ่ออยู่กลางหน้าผากตู้หย่งเซี่ยว แต่แววตาของเขายังคงดุดันอำมหิต
ผู้คนรอบข้างต่างถูกความใจกล้าของตู้หย่งเซี่ยวข่มจนตะลึง
แม้แต่พี่หู่เองก็ยังชะงัก
เขาคิดไม่ถึงว่าตู้หย่งเซี่ยวจะไม่กลัวตายจริงๆ!
ตู้หย่งเซี่ยวเดิมพันถูก
ต่อให้พี่หู่อยากเอาชีวิตตู้หย่งเซี่ยวเพียงใด เขาก็ไม่กล้าก่อเรื่องที่นี่
ปากเขาบอกว่าเครื่องแบบเสือที่ตู้หย่งเซี่ยวสวมอยู่ไม่มีประโยชน์ แต่ความจริงก็ยังเกรงกลัวอยู่ดี
"ยิงสิ แน่จริงก็ยิงเลย!" ตู้หย่งเซี่ยวได้คืบจะเอาศอก ตะโกนใส่พี่หู่อย่างเดือดดาล
ยิ่งตู้หย่งเซี่ยวไม่กลัวตาย พี่หู่ก็ยิ่งใจฝ่อ
"มานี่ ยึดปืนมัน!" พี่หู่สั่ง "เซี่ยวสุดหล่อ แกไม่กลัวตายไม่ใช่เหรอ ฉันจะเล่นกับแกเอง!"
"ลูกพี่ มันไม่มีปืน!" ลูกน้องค้นตัวตู้หย่งเซี่ยวจนทั่ว แต่ไม่พบอะไร
"อะไรนะ? ไม่มีปืนแล้วยังกล้ามาวางก้ามในถิ่นฉัน?" พี่หู่ขมวดคิ้ว "เย็ดแม่แกสิวะ เห็นฉันเป็นตัวอะไร? คุกเข่า! ฉันสั่งให้แกคุกเข่า!" พี่หู่เอาปืนชี้ตู้หย่งเซี่ยวพลางข่มขู่อย่างเหี้ยมเกรียม
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องกู้หน้ากลับคืนมา ไม่เช่นนั้นภายหน้าจะยังอยู่ในวงการได้อย่างไร
"ลูกพี่เราสั่งแล้ว ไม่ได้ยินหรือไง?" ลูกน้องคนหนึ่งเตะข้อพับเข่าตู้หย่งเซี่ยวจากด้านหลังจนเขาเซถลา เกือบทรุดคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น
"อย่างนี้สิถึงจะถูก! เซี่ยวสุดหล่อ แกก็มีวันนี้เหมือนกัน! คุกเข่าลงไป ก้มหัวคำนับฉัน!" พี่หู่คิดว่าตนกำราบตู้หย่งเซี่ยวได้แล้ว จึงโบกปืนไปมาด้วยท่าทางอวดดี
เหล่านักพนันรอบข้างเริ่มวิจารณ์กันอีกครั้ง "ใจกล้าแล้วมีประโยชน์อะไร สุดท้ายก็ต้องคุกเข่าอยู่ดีไม่ใช่หรือ?"
ต่อหน้าสายตาของทุกคน เข่าข้างหนึ่งของตู้หย่งเซี่ยวค่อยๆ ลดต่ำลงสู่พื้น
พี่หู่หัวเราะลั่นอย่างกำเริบเสิบสาน
ฝูงชนต่างส่ายหน้าถอนหายใจ
ขณะที่หัวเข่ากำลังจะสัมผัสพื้น ตู้หย่งเซี่ยวพลันใช้มือข้างหนึ่งยันพื้น ส่วนอีกข้างชักปืนจากขากางเกงอย่างรวดเร็ว!
เขาเคลื่อนไหวว่องไว ขณะที่พี่หู่กับพวกกำลังหัวเราะร่า ใครจะคาดคิดว่าเขาจะจู่โจมกะทันหัน
ตู้หย่งเซี่ยวลุกขึ้น เตะด้านข้างจนปืนในมือพี่หู่กระเด็น จากนั้นหมุนตัวอย่างสง่างามแล้วใช้ปืนลูกโม่จ่อหว่างคิ้วพี่หู่!
"ตอนนี้ ใครต้องคุกเข่า?" น้ำเสียงตู้หย่งเซี่ยวเย็นเยียบ ราวกับดังมาจากขุมนรก
พี่หู่ตะลึงงัน
ไม่เพียงเขาเท่านั้น ชายฉกรรจ์สิบกว่าคนข้างกายและเหล่านักพนันที่ยืนมุงดูต่างก็ตะลึงเช่นกัน
พี่หู่แสยะยิ้มดุร้าย จ้องตู้หย่งเซี่ยว "แกคงไม่เอาจริงหรอกใช่ไหม?"
"ฉันพูดจริงกับแก แกนึกว่าฉันล้อเล่นหรือ?" ตู้หย่งเซี่ยวเอาปากกระบอกปืนกดหน้าผากพี่หู่ "เชื่อไหมว่าฉันระเบิดหัวแกได้?"
ตู้หย่งเซี่ยวไม่เคยยอมเสียเปรียบ เขาจึงคืนคำพูดที่พี่หู่เคยใช้ให้เจ้าตัว
หางตาพี่หู่กระตุกไม่หยุด
กลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั่วตัวตู้หย่งเซี่ยว ดวงตาแดงก่ำ ท่าทางไม่ต่างจากคนเสียสติ
"แกกล้าเรอะ..." พี่หู่เค้นคำขู่ออกมา
เขาเองก็กำลังเดิมพัน
"อย่างนั้นหรือ?" เสียงแกร๊กดังขึ้นเมื่อตู้หย่งเซี่ยวใช้นิ้วโป้งง้างนกปืน ดวงตาฉายแววอำมหิต "ฉันเป็นตำรวจ แกเป็นโจร เมื่อครู่ลูกน้องแกแย่งปืนประจำกายของเพื่อนร่วมงานฉันไป ต่อให้ฉันยิงแกตายตอนนี้ ฉันก็ยังมีเหตุผลรองรับ!"
"ลูกพี่ใหญ่ของฉันคือกุ้ยฟันทอง คนที่หนุนหลังเขาคือหาวเป๋..."
เมื่อตู้หย่งเซี่ยวได้ยิน เขาก็โกรธจัดจนหัวเราะออกมา
พี่หู่นึกว่าตนเดิมพันถูก คิดว่าตู้หย่งเซี่ยวกลัวแล้ว จึงสะบัดเสื้อผ้าและร้องข่มขู่ต่อ "รู้จักกลัวแล้วสินะ ไอ้ฉิบหาย! ถ้ายอมแต่แรก..."
พี่หู่ยังพูดไม่ทันจบ...
ผลั่ก!
ตู้หย่งเซี่ยวยกมือขึ้น ใช้ด้ามปืนฟาดใส่ขมับพี่หู่อย่างแรง!
"อ๊าก หัวฉัน!" พี่หู่คิดไม่ถึงว่าตู้หย่งเซี่ยวจะลงมือจริง ศีรษะจึงแตกจนเลือดไหลทันที
"ลูกพี่!"
"พี่หู่!"
บรรดาลูกน้องคว้ามีดพร้ากำลังจะกรูกันเข้ามา ตู้หย่งเซี่ยวก็ใช้ปืนจ่อศีรษะพี่หู่อีกครั้ง สายตาคมกริบกวาดมองทุกคน "ใครก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันยิงมันตายแน่!"
ทุกคนหยุดฝีเท้า เพราะเกรงว่าจะทำให้พี่หู่พลอยเดือดร้อน
ตู้หย่งเซี่ยวหันกลับมา แล้วเงื้อด้ามปืนกระหน่ำฟาดศีรษะและใบหน้าพี่หู่อีกระลอก!
ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!
เสียงกระแทกหนักหน่วงเจือด้วยเสียงกระดูกสันจมูกแตกหัก ฟังแล้วชวนให้ขนลุก
นักพนันขวัญอ่อนบางคนถึงกับไม่กล้ามอง
พี่หู่ยังคงปากแข็ง "ไอ้หนู ถ้าแกฆ่าฉันไม่ตาย วันหน้าฉันจะฆ่าแก! ฆ่าล้างครอบครัวแก!"
เมื่อตู้หย่งเซี่ยวได้ยิน จิตสังหารก็พลุ่งพล่านขึ้นทันที
ใครจะถูกทำร้ายก็ได้ แต่ห้ามแตะต้องครอบครัวเขาเด็ดขาด!
ในเวลานั้นเอง...
"เป็นแค่ตำรวจนอกเครื่องแบบตัวกระจ้อย แต่อารมณ์ไม่เบาเลยนะ มาที่นี่เพื่อเก็บเงินก็ช่างเถอะ ยังกล้าทำร้ายคนของฉันอีก แกนึกว่าตัวเองเป็นใคร? ผู้ว่าการฮ่องกงหรือจักรพรรดิ?" พร้อมกับเสียงกระแนะกระแหนนั้น ชายฉกรรจ์แปดคนก็เดินห้อมล้อมชายผู้หนึ่งออกมาจากห้องด้านใน
ชายฉกรรจ์ทั้งแปดถือมีดพร้า คมมีดสีเงินส่องประกายวาววับใต้แสงสลัว ชวนให้หวาดผวา
ส่วนชายที่เดินนำหน้ามีอายุสามสิบกว่า สวมเสื้อคลุมผ้าไหมราคาแพง หวีผมแสกกลาง นิ้วโป้งซ้ายสวมแหวนหยกสีเขียว อีกแปดนิ้วสวมแหวนทอง ลำคอห้อยพระพุทธรูปทองคำแท้ ปากคาบกล้องยาสูบหยกที่ไม่มีบุหรี่เสียบอยู่ การแต่งตัวทั้งชุดดูราวกับเศรษฐีใหม่ ลูกตาในดวงตาเล็กดั่งตาหนูกลอกไปมาไม่หยุด ทำให้ดูเจนจัดยิ่งนัก
ชายคนนั้นเดินเข้ามาเรื่อยๆ ก่อนหยุดลงเมื่ออยู่ห่างจากตู้หย่งเซี่ยวห้าก้าว
ตู้หย่งเซี่ยวสูดได้กลิ่นเต่าฉุนจัด โสยิ่งกว่ากลิ่นเท้าฮ่องกงของพี่หู่เมื่อครู่เสียอีก
ผู้มาใหม่แผ่บารมีน่าเกรงขาม จนรอบข้างเงียบกริบไร้สรรพเสียง
เศรษฐีใหม่ฉีกยิ้มให้ตู้หย่งเซี่ยว เผยฟันทองซี่ใหญ่ที่ส่องแสงแยงตา "แกเป็นคนของเหยียนสยงหรือ?"
ตู้หย่งเซี่ยวเลิกคิ้วดาบ "ใช่! พวกเรามาเก็บเงินที่นี่ตามคำสั่งนายท่านเหยียน" แม้ปากจะพูด แต่ปากกระบอกปืนยังคงเล็งศีรษะพี่หู่ ไม่ผ่อนคลายแม้แต่น้อย
ผู้มาใหม่พยักหน้า "แกคงรู้ว่าฉันเป็นใคร...ไว้หน้ากันหน่อย ได้ไหม?"
"กุ้ยฟันทอง นายท่านจินใช่ไหม? ผมไว้หน้าคุณได้ แต่ค่าคุ้มครองก็ยังต้องเก็บเหมือนเดิม"
กุ้ยฟันทองได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า "มีเหตุผล! แต่ฉันมีข้อเสียอยู่เรื่องหนึ่ง คือโลภเงิน! ฉันเกลียดการโยนเงินทิ้งที่สุด ต่อให้ต้องโยน ฉันก็จะโยนให้หมาที่เชื่อฟังเท่านั้น!"
กุ้ยฟันทองไม่รอให้ตู้หย่งเซี่ยวเอ่ยปาก เขาพูดต่อ "พวกตำรวจนอกเครื่องแบบอย่างแกต่างจากพวกตำรวจในเครื่องแบบตรงไหน? ถ้าไม่ใช่เพราะฉันเลี้ยงพวกแกไว้ พวกแกจะอยู่สบายกันขนาดนี้หรือ? อย่าว่าแต่คนไร้ชื่อเสียงอย่างแกเลย แม้แต่ลูกพี่แกอย่างเหยียนสยงก็ยังต้องให้ฉันเลี้ยง ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาเงินที่ไหนไปแต่งเมียคนที่สาม?"
"ฮ่าๆๆ!" ผู้คนรอบข้างพากันหัวเราะ
"เพราะฉะนั้น..." กุ้ยฟันทองก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว หยิบบุหรี่มวนหนึ่งเสียบเข้ากับกล้องยาสูบ คนข้างกายก็รีบช่วยจุดบุหรี่ให้ทันที
กุ้ยฟันทองคาบกล้องยาสูบหยกสูบบุหรี่หนึ่งคำ ก่อนค่อยๆ พ่นวงควันใส่ตู้หย่งเซี่ยว แล้วจึงเอ่ยอย่างดูแคลน "แกว่าฉันจะให้เงินแกไหม?"
ทุกคนมองตู้หย่งเซี่ยวด้วยสายตาเย้ยหยัน ราวกับกำลังมองหนูที่ถูกแมวหยอกเล่น
ตู้หย่งเซี่ยวฉีกยิ้ม "เงินฉันก็จะเอา ชีวิตฉันก็จะเอา!"
ปัง!
ไม่มีสัญญาณเตือนแม้แต่น้อย!
ตู้หย่งเซี่ยวยิงระเบิดศีรษะพี่หู่ในนัดเดียว
พี่หู่ล้มคว่ำลงกับพื้นทันที
"แย่งปืน ทำร้ายตำรวจ! ฉันเป็นตำรวจ มันเป็นโจร ขอฆ่าก่อนเป็นการคารวะ!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางหันปากกระบอกปืนไปเล็งกุ้ยฟันทอง "ตอนนี้ ถึงตาคุณแล้ว!"







