ภูมิประเทศของค่ายพยัคฆ์ดุร้ายนั้นสูงชันอันตราย อีกทั้งภายในภูเขายังมีถ้ำน้อยใหญ่ถึงสามพันแห่งสลับซับซ้อนและเชื่อมต่อถึงกัน การบุกทะลวงเข้ากวาดล้างจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้วยเหตุนี้ในใจของเฉินจิ้งจึงกลัดกลุ้มอย่างยิ่ง ทว่าครานี้เมื่อได้จดหมายของสองค่ายโจรมา หากสามารถสืบหาเบาะแสจากในนั้นเพื่อโจมตีจุดอ่อนของพวกมันได้...
พอดีกับตอนนั้นเอง ในมือก็รู้สึกหนักอึ้ง ปลาติดเบ็ดแล้ว เขาออกแรงกระตุก คาดไม่ถึงว่าจะเป็นปลาลิ่นสีขาวที่กำลังดิ้นกระแด่วๆ ตัวหนึ่ง
"หัวหน้ามือปราบเฉินช่างสุนทรีย์เสียจริง!"
เวลานั้นเงาร่างอรชรสายหนึ่งพลันพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจเงาลอยแสงผ่าน ปลายเท้าทิ้งตัวลงบนหินกรวดขนาดเท่าฝ่ามือในแม่น้ำ ทว่าผิวน้ำกลับไร้ซึ่งระลอกคลื่น นางไพล่มือไว้ด้านหลัง ชุดมือปราบสีดำปลิวไสวไปตามสายลม ดูเป็นหัวหน้ามือปราบหญิงที่สง่างามองอาจอย่างยิ่ง
รูปร่างของนางอรชรอ้อนแอ้น ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยดั่งจันทร์เสี้ยว มุมปากยกขึ้นเป็นเส้นโค้ง ดูคล้ายกำลังยิ้ม แต่แท้จริงแล้วแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอย่างเปี่ยมล้น
"หัวหน้ามือปราบหยวนกล่าวชมเกินไป ข้าก็แค่ฆ่าเวลาเท่านั้น!"
เฉินจิ้งจับปลาใส่ตะกร้าด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหัวหน้ามือปราบหญิงผู้นั้นเลยสักนิด
"ท่านรู้หรือไม่ว่าประมุขใหญ่แห่งค่ายพิชิตมังกรกำลังติดต่อทางจดหมายกับซุนอู่บนเขา?"
หยวนมั่วเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเย็น นางคือบุตรีภรรยาเอกของตระกูลหยวนแห่งเมืองฝูเฟิง นางมีน้องสาวต่างมารดาคนหนึ่งชื่อหยวนจูจู เมื่อวันก่อนถูกซินจั๋วฟันนิ้วขาดสามนิ้วพร้อมกับถลกหนังหัว ตามกฎของตระกูลแล้ว คนพิการจะต้องถอนตัวจากการเป็นเจ้าหน้าที่ทางการ และหาฤกษ์แต่งงานกับบุตรชายของพ่อค้า เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นหายนะของหยวนจูจูเท่านั้น แต่ยังเป็นความอัปยศของตระกูลหยวนด้วย
ผู้นำตระกูลได้ออกคำสั่งให้รีบกวาดล้างค่ายพยัคฆ์ดุร้ายให้เร็วที่สุด เพื่อให้สำเร็จตามคำสั่งของท่านเจ้าเมือง จากนั้นให้จับเป็นพวกโจรค่ายพิชิตมังกรมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น
ในที่สุดเฉินจิ้งก็หัวเราะเบาๆ ออกมา "คนส่งจดหมายทนการทรมานของสองราชาโจรไม่ไหว จึงยอมจำนนแล้ว จดหมายสิบกว่าฉบับกำลังอยู่ในระหว่างการคัดลอก!"
"จดหมายสิบกว่าฉบับ? คนส่งจดหมายผู้นั้นนำต้นฉบับจดหมายของสองราชาโจรมาทั้งหมดเลยหรือ?" หยวนมั่วเอ๋อร์ประหลาดใจ จดหมายสำคัญเช่นนี้ หัวหน้าโจรภูเขาทั้งสองกลับทิ้งขว้างสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างนั้นหรือ?
"ถูกต้อง! ประมุขใหญ่โจรภูเขาทั้งสอง เมื่ออ่านจบก็โยนทิ้ง คาดไม่ถึงว่าจะถูกเขาเก็บมาได้ทั้งหมด เรื่องนี้ข้าน้อยเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน! รอจนคัดลอกเสร็จ พวกเราทั้งหกคนค่อยมาอ่านด้วยกัน!"
จดหมายของค่ายพิชิตมังกรและค่ายพยัคฆ์ดุร้าย ล้วนถูกเจ้าลิงผอมที่แอบยอมจำนนต่อทางการเก็บมาได้ทั้งหมดจริงๆ และถูกส่งมายังค่ายทหารที่เชิงเขาเป่ยเฟิงตามสภาพเดิมทุกประการ
ทั้งสองไม่พูดอะไรอีก เอาแต่เฝ้ามองการตกปลาอย่างเงียบๆ
ครู่ต่อมา ลมแรงก็พัดมาปะทะ หัวหน้ามือปราบอีกสี่คนเดินทางมาถึงพร้อมกัน "เป็นอย่างไรบ้าง?"
"รอสักประเดี๋ยว!"
"เรียนท่านหัวหน้ามือปราบทุกท่าน จดหมายลับของสองค่ายโจรได้รับการคัดลอกเสร็จสิ้นแล้วขอรับ"
และในตอนนั้นเอง มือปราบผู้หนึ่งที่มีสีหน้าแปลกประหลาดก็เดินถือถาดใส่เอกสารเข้ามา
"มาได้จังหวะพอดี!"
เฉินจิ้ง หยวนมั่วเอ๋อร์ และหัวหน้ามือปราบอีกสี่คนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ละคนรับจดหมายไปสามสี่ฉบับและเปิดอ่านอย่างระมัดระวัง รอเพียงแต่จะนำเนื้อหามาปะติดปะต่อกันในภายหลังเพื่อปรึกษาหารือแผนรับมือ
พอได้อ่าน ตอนแรกสีหน้าของพวกเขาก็ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง พยายามไขรหัสลับที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด หนึ่งชั่วยามผ่านไปก็เริ่มสับสนงุนงง จากนั้นก็เป็นความตื่นตะลึงและตกใจกลัว ท้ายที่สุดเส้นเลือดดำบนหน้าผากของแต่ละคนก็ปูดโปนขึ้นมา
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจข้ามไปได้แม้แต่ตัวอักษรเดียว ด้วยเกรงว่าจะพลาดความลับที่เป็นไปได้ของพวกโจรภูเขา นี่คือเบาะแสสำคัญในการกวาดล้างพวกโจรภูเขาให้สิ้นซาก
ดังนั้นพวกเขาจึงพากันอ่านตั้งแต่ตอนเที่ยงไปจนถึงตอนที่ดวงอาทิตย์ตกดิน
ท้องฟ้ามืดลงแล้ว หัวหน้ามือปราบทั้งหกที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องจิปาถะอันยุ่งเหยิงเต็มท้องถึงได้วางจดหมายลงอย่างยากลำบาก
ชั่วขณะนั้นปราณแท้ก็พวยพุ่งกระจายออกไป เศษหินปลิวว่อน น้ำแตกกระจาย เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดังก้องไปทั่วสารทิศ
"ไอ้พวกโจรภูเขากักขฬะ น่าชังเสียจริง เขียนจดหมายห่วยแตกอะไรมาเละเทะไปหมด ไอ้พวกสวะเอ๊ย..."
หัวหน้ามือปราบอารมณ์ร้อนคนหนึ่งถึงกับสติแตก สบถคำหยาบออกมาเป็นชุด พร้อมกับฟาดฝ่ามือเดียวจนต้นแอปริคอทป่าขนาดเท่าปากชามหักโค่นลง
"พวกท่าน... เห็นว่าอย่างไร? ไม่มีเนื้อหาอะไรที่ใช้ได้เลยจริงๆ หรือ?" เฉินจิ้งซึ่งในหัวเต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระ กว่าจะอดกลั้นความรู้สึกอยากจะพ่นคำด่าทอออกมาได้ก็แทบแย่
"ลูกหมาสีเหลืองเสี่ยวหวงของค่ายพิชิตมังกรมีขนหัวเป็นสีแดง ที่มุมกำแพงมีคางคกตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่ามันปีนขึ้นเขามาได้อย่างไร ห้ะ... ห้องน้ำบ้านของฝ่าบาทฮ่องเต้น้ำรั่ว มีซาลาเปาไส้เนื้อไหลออกมาเต็มพื้น! ฝ่าบาททรงขี้ออกมาเป็นซาลาเปาไส้เนื้อหรืออย่างไร..."
หยวนมั่วเอ๋อร์มีสีหน้าเย็นชา หน้าอกอันอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
หัวหน้ามือปราบชราคนหนึ่งกัดฟันกรอดพลางท่องว่า "แม่หมูแก่หงหงของค่ายพยัคฆ์ดุร้ายคลอดลูกออกมาเจ็ดตัว ตัวโตชื่อเหมาเอ้อร์ ตัวที่สองชื่อเหมาต้า ทำไมตัวที่สองถึงชื่อเหมาต้าล่ะ? โจรภูเขาที่ชื่อเอ้อร์หลวี่ฟันหลุดไปซี่หนึ่ง โยนทิ้งลงไปในส้วมหลุม ทำให้น้ำขี้กระเด็นขึ้นมาเป็นฟองเล็กๆ..."
บรรยากาศเงียบสงัดราวกับป่าช้า
เนิ่นนานกว่าความโกรธเกรี้ยวในใจของเหล่าหัวหน้ามือปราบจะค่อยๆ ทุเลาลง
หัวหน้ามือปราบหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย "เป็นรหัสลับหรือไม่?"
หยวนมั่วเอ๋อร์ตะคอกกลับไปอย่างต่อเนื่อง "รหัสลับเป็นของสงวนสำหรับมหาโจรและศิษย์สำนักในยุทธภพ หากไม่ใช้เวลาหลายปีในการรวบรวมและมีคนเฉพาะคอยสอนสั่ง ก็ยากนักที่จะนำมาใช้จนคล่องแคล่ว โจรภูเขาค่ายพยัคฆ์ดุร้ายกับค่ายพิชิตมังกรนับเป็นตัวอะไรกัน?
ซุนอู่แห่งค่ายพยัคฆ์ดุร้ายกับกุนซือหวังหูลู่เคยเรียนหนังสือที่โรงเรียนสอนหนังสือส่วนตัวเพียงแค่ปีเดียว รู้จักตัวหนังสือไม่กี่ตัว ส่วนหลานชายของตาโจรเฒ่าซินเอ้าเทียนนั้นก็เรียนรู้ด้วยตัวเองโดยไม่มีอาจารย์คอยสอนสั่ง ก็แค่ดีแต่เปลือกนอกเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นสองค่ายนี้ก็ไม่ถูกกันมาแต่ไหนแต่ไร จะเอารหัสลับมาจากไหนกัน? รหัสลับบ้าบออะไรต้องเขียนไปมาถึงแสนกว่าตัวอักษร?"
"เช่นนั้น... เรื่องนี้จะอธิบายว่าอย่างไรเล่า?" หัวหน้ามือปราบหนุ่มผู้นั้นมีสีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด
"โจรภูเขากลุ่มนี้สมองพังไปแล้ว!"
แม้จะเป็นคนอารมณ์ดีอย่างเฉินจิ้งก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป "พรุ่งนี้ลงมือ!"
......
แสงแดดแรกของยามเช้าสาดส่องลงมายังค่ายพิชิตมังกร ไป๋เจียนซี่ที่มีน้ำค้างเกาะเต็มหัวก็รีบร้อนกลับขึ้นมาจากเชิงเขา
ซินจั๋วซึ่งกำลังนวดแขนทั้งสองข้างที่ปวดเมื่อยจากการฝึกซ้อมยามเช้าเดินเข้าไปรับ "เป็นอย่างไรบ้าง?"
หลังจากเขียนจดหมายโต้ตอบไร้สาระกับซุนอู่ไปหลายหมื่นตัวอักษร ซินจั๋วก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมานิดหน่อย ไม่คิดจะเล่นกับเขาอีกแล้ว ในท้ายที่สุดก็ยังคงตัดสินใจส่งไป๋เจียนซี่ให้แอบลอบลงเขาเพื่อไปยังค่ายพยัคฆ์ดุร้ายสักรอบ
ไป๋เจียนซี่เป็นคนรูปร่างผอมบาง ฝีเท้าไว ฉลาดแกมโกงเหมือนลิง เป็นเด็กชาวเขาคนหนึ่ง คนทั่วไปจับเขาไม่ได้หรอก
"ข้าเพิ่งจะไปถึงเชิงเขาของค่ายพยัคฆ์ดุร้ายตอนยามซาน" ไป๋เจียนซี่มีสีหน้าย่ำแย่ "ที่เชิงเขามีแต่มือปราบเต็มไปหมด โชคดีที่ข้ามาคนเดียว เป้าหมายจึงเล็ก อาศัยอ้อมไปทางหลังเขา สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปมหาศาล ในที่สุดก็ขึ้นไปถึงยอดเขาและได้พบกับซุนอู่ผู้นั้นจนได้
ความหมายของไอ้ชาติหมานั่นเข้าใจง่ายมาก ก็คืออยากจะผูกมิตรเป็นพันธมิตร ทางการกำลังโจมตีพวกมันอยู่ที่นั่น จึงอยากให้พวกเราออกไปปล้นชิงไปทั่วเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระความกดดันให้มัน! แต่มันต้องการจะเป็นท่านประมุข! ข้าก็เลยตอบตกลงมันไปแล้ว"
"อย่าว่าแต่เป็นท่านประมุขเลย ต่อให้มันอยากจะขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ ข้าก็สนับสนุนมัน"
ซินจั๋วหัวเราะ จุดประสงค์ของเขาก็คือการได้รับรู้ความคิดที่แท้จริงของซุนอู่
ความคิดนี้ช่างไร้เดียงสา แต่มันก็ใช้งานได้จริง
ซุนอู่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อดับไฟ ส่วนเขาเองก็ต้องการเวลา ขอเพียงแค่มีเวลา ด้วยความสามารถของบ่อชมจันทร์ การยกระดับขั้นพลังก็ไม่ใช่ปัญหา ซ้ำยังสามารถหาวิธีพัฒนาวิญญาณสังเวยอื่นๆ ได้อีกด้วย
เมื่อระดับขั้นพลังเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังจะต้องไปกลัวบ้าอะไรอีก?
"ประมุขใหญ่ พวกเราจะลงเขาไปปล้นชิงจริงๆ หรือขอรับ?" หวงต้ากุ้ยกับหานจิ่วหลางโผล่หน้าออกมาท่าทางหลุกหลิก แววตาเผยให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยม
ซินจั๋วเองก็รู้สึกปรารถนาในใจเช่นกัน มาตั้งนานขนาดนี้แล้ว ในฐานะที่เป็นโจรภูเขา แต่กลับไม่เคยออกไปปล้นเลยสักครั้ง ดูจะไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพายสักเท่าไร ทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอันควร "รอดูกันไปก่อนเถอะ เผื่อว่าพวกมือปราบจะเตรียมแผนสำรองเอาไว้ พวกเราลงไปก็คงจะไม่ปลอดภัยนัก"
......
เรื่องราวบนโลกใบนี้ มักจะเหนือความคาดหมายและทำให้ผู้คนตั้งตัวไม่ทันเสมอ
เพิ่งจะคล้อยหลังเที่ยงวัน ลูกสมุนโจรภูเขาแห่งค่ายพยัคฆ์ดุร้ายคนหนึ่งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดก็วิ่งโซเซเข้ามาในค่าย ก่อนจะคุกเข่าลงเสียงดัง "ตุ้บ" แล้วร้องไห้โฮออกมา "ท่านประมุขซิน ช่วยพวกเราด้วยเถิด!"
ซินจั๋วและชุยอิงเอ๋อร์ทั้งห้าคนรีบเข้าไปรุมล้อมลูกสมุนโจรภูเขาผู้นั้นทันที "อย่าเพิ่งรีบร้องไห้ ทางนั้นเกิดอะไรขึ้น?"
โจรภูเขาขวัญหนีดีฝ่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "วันนี้ยังไม่ทันเที่ยง ทางการก็ยกกำลังบุกโจมตีค่ายพยัคฆ์ดุร้ายของพวกเราแล้ว มือปราบชั้นยอดจากห้าอำเภอหนึ่งเมืองหลวงมากันหมด รวมแล้วพันกว่าคน ไอ้ลิงที่คอยส่งจดหมายให้พวกท่านกับพี่น้องอีกหลายคนก็ไปยอมจำนนต่อทางการ และพวกมันก็เป็นคนนำทางมา
ค่ายของพวกเราถูกฆ่าล้างจนราบคาบ พี่น้องพากันหนีเข้าไปในถ้ำ โชคดีที่ถ้ำล้วนเชื่อมต่อถึงกัน พวกมือปราบจึงคลำหาทางไม่เจอ แต่ประมุขใหญ่ได้รับบาดเจ็บ จึงส่งข้ามาบอกท่านประมุขซินว่า ให้รีบสร้างความวุ่นวายขึ้นมาเร็วเข้า มิฉะนั้นทุกอย่างจะสายเกินไป"
"รู้แล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถอะ"
ซินจั๋วไล่ลูกสมุนของค่ายพยัคฆ์ดุร้ายไป แล้วหันไปมองลูกน้องโจรภูเขาทั้งห้าคน
จะลงเขาไปปล้นชิง หรือจะนิ่งดูดายอยู่บนกำแพง นับเป็นเรื่องสำคัญ







