หลี่เซียวเค่อตกตะลึง เงยหน้าขึ้นมองการต่อสู้ครั้งนี้
สำหรับเขาแล้ว ระฆังใหญ่ไม่นับว่าเป็นของก๊อปเกรดเอด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับระฆังทองแล้ว นอกจากจะมีรูปร่างเป็นระฆังเหมือนกัน ก็ไม่มีส่วนใดคล้ายคลึงกันอีกเลย
ตอนนั้นเขารีบร้อนที่จะสะกดข่มคู่ต่อสู้ จึงหาวัสดุเอาแถวนั้น หาเศษทองแดงมาได้ก็ยังไม่ทันได้สกัดให้บริสุทธิ์ ก็นำมาใช้หลอมสร้างระฆังใหญ่โดยตรง
นอกจากจะหลอมสร้างรูปร่างของระฆังใหญ่แล้ว ตอนประทับตราเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
จนถึงตอนหลัง เขากระทั่งให้ระฆังเซียวเหยาระเบิดตราประทับอักขระของตัวเองออกมาโดยตรง แล้วพิมพ์ลงบนผนังของระฆังทองแดงที่เพิ่งหลอมเสร็จ ทำซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้
ระฆังที่หลอมสร้างมาแบบนี้ การที่สามารถตื่นรู้มีสติปัญญาได้ก็นับว่าเป็นเรื่องประหลาดแล้ว แต่กลับมีหน้ามาบอกว่าระฆังเซียวเหยาเป็นของก๊อปเกรดเอ ช่างไร้ยางอายเกินไปหน่อยแล้ว
เดิมทีเขาก็ไม่ได้ชอบระฆังใหญ่นัก
ตัวเขานั้นแสวงหาความสมมาตร แม้แต่ในการต่อสู้ที่สังหารเซียนนาอาภรณ์ขาวเฉินเหมียนจู๋ กระบี่ของเขาก็ผ่าลงบนเส้นกึ่งกลางของศาลเจ้าปากน้ำ
ตอนที่เฉินเหมียนจู๋ตาย ก็ถูกกรีดเปิดออกตามเส้นกึ่งกลางแผ่นหลังอย่างประณีต รอยผ่าบนหนังมนุษย์นั้นซ้ายขวาสมมาตรกัน เซียนนาคนอื่นๆ ที่ตายด้วยน้ำมือเขา รวมถึงหยวนอู๋จี้ ก็มักจะเป็นเช่นนี้
แม้แต่ระฆังใหญ่ที่เขาหลอมสร้างขึ้นอย่างลวกๆ ตราประทับของมันก็ยังสมมาตรซ้ายขวา มีความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์
แต่ตอนนี้ บนระฆังใบนี้มีตราประทับของคนอื่นไม่พอ ตราประทับทั้งแปดนี้ยังไม่สมมาตรกันอีก ทำให้เขารู้สึกขัดหูขัดตาอย่างยิ่ง
"ปัง!"
ยอดเขาลูกหนึ่งในแดนไกลระเบิดออก นั่นคือระฆังใหญ่ที่ถูกระฆังเซียวเหยาซัดจนตัวเอียง การโจมตีที่เดิมทีพุ่งเป้าไปที่ระฆังเซียวเหยา จึงพุ่งไปชนยอดเขาลูกนั้นแทน
ระฆังเซียวเหยาสมกับเป็นของวิเศษที่หลี่เซียวเค่อหลอมสร้างอย่างประณีต เป็นของล้ำค่าที่ถูกเรียกว่าสหายเต๋า เมื่อแผ่อานุภาพออกมา ไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งกว่าระฆังใหญ่เท่านั้น แต่มันยังสามารถกระตุ้นตราประทับต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง นำมาประกอบเป็นวิชาอาคมที่แตกต่างกัน ซัดระฆังใหญ่จนต้องตั้งรับพัลวัน ไม่อาจตอบโต้ได้เลย!
พวกมันทั้งสอง ใบหนึ่งดุจดั่งเทพบุตรสีทองอร่าม ส่วนอีกใบก็เหมือนชาวนาเปื้อนโคลนที่ถูกกดหัวตี
หยวนชีมองภาพนั้นแล้วรู้สึกสะใจยิ่งนัก "ระฆังผุพังก็มีวันนี้ด้วยหรือ"
จากนั้น งูยักษ์ก็พลันเดือดดาลขึ้นมาอีก "ระฆังทองใบนั่นมีสิทธิ์อะไรมาตีท่านระฆัง ท่านระฆังคู่ควรที่จะพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของข้า และคุกเข่าร้องบอกว่าข้าผิดไปแล้วเท่านั้น!"
ระฆังเซียวเหยาแผ่อานุภาพเทียมฟ้า ลวดลายสรรพสิ่งบนผนังระฆัง ราวกับเป็นการจำลองทุกสิ่งในโลกหล้าขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นดวงตะวัน ดวงจันทร์ ดวงดาว ภูเขา แม่น้ำ นก สัตว์ แมลง ปลา นิมิตแห่งมรรคานานัปการ ล้วนทวีความสมจริงยิ่งขึ้น!
รอบตัวมัน มีสุริยันจันทราหมุนวน ขุนเขาแม่น้ำปรากฏ สายน้ำแยงซีเชี่ยวกราก นกเทพและวิหคประหลาดบินวนเวียนกระพือปีกอยู่รอบๆ สัตว์วิเศษเช่นมังกร พยัคฆ์ กิเลน ต่างพากันวิ่งพล่านล้อมรอบตัวมัน
อานุภาพของมันก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
ไม่ว่าจะเป็นหยวนชีหรือสวี่อิง เมื่อก่อนล้วนเคยเห็นตอนที่ระฆังใหญ่ระเบิดพลังเต็มที่ ทว่านิมิตมรรคาที่ระฆังใหญ่ระเบิดออกมานั้น ไม่ได้ชัดเจนและสมจริงถึงเพียงนี้!
อานุภาพก็ไม่ได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
ระฆังเซียวเหยาถูกหลอมสร้างโดยหลี่เซียวเค่อ เป็นของวิเศษล้ำค่าที่ใช้สำหรับผ่านด่านทัณฑ์สวรรค์ และจะติดตามเขาไปทะยานสู่แดนเซียน ย่อมแตกต่างจากของวิเศษที่ถูกหลอมสร้างมาอย่างหยาบๆ อย่างระฆังใหญ่
พอมันถูกระฆังใหญ่หาว่าเป็นของก๊อปเกรดเอ ก็อดไม่ได้ที่จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตั้งใจจะสั่งสอนระฆังทองแดงที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงใบนี้ให้จดจำไปจนวันตาย!
ในชั่วพริบตาที่อานุภาพของมันระเบิดออกอย่างเต็มที่ ทันใดนั้น ตราประทับแปลกประหลาดบนผนังของระฆังใหญ่ก็สว่างวาบขึ้น!
อานุภาพของตราประทับนี้ถูกระฆังใหญ่กระตุ้นขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ พลันฟ้าดินเปลี่ยนสี ในชั่วพริบตาเสียงแห่งมรรคาเซียนก็ดังกึกก้องไม่ขาดสาย แสงเซียนแต่ละสายร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า เข้าทำลายนิมิตสรรพสิ่งของระฆังเซียวเหยาโดยตรง!
"หง่าง!"
แสงเซียนสายนั้นแทบจะไร้สิ่งกีดขวาง ฟาดเข้าใส่ระฆังเซียวเหยา ระฆังเซียวเหยาถูกซัดจนโซเซ นิมิตมรรคาเป็นแผ่นๆ พลันหม่นหมองลงตามไปด้วย
ระฆังทองใบนี้ทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น เมื่อครู่นี้มันกดระฆังใหญ่ตีมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการปะทะกันตรงๆ หรือการประลองนิมิตมรรคาอาคม หรือแม้แต่การพุ่งชนด้วยอานุภาพ มันก็เหนือกว่าระฆังใหญ่อย่างลิบลับ!
ระฆังทองแดงใบนี้ หากพูดถึงวัสดุ ตราประทับ อานุภาพ ความแข็งแกร่ง ความเร็ว หรือการพลิกแพลง ล้วนด้อยกว่ามันอย่างเทียบไม่ติด!
คิดไม่ถึงว่าตอนนี้มันกลับถูกระฆังใหญ่โจมตีเข้าให้ครั้งหนึ่ง!
"เดิมทีข้าแค่กะจะสั่งสอนเจ้าสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะได้คืบจะเอาศอก!"
ระฆังเซียวเหยาเดือดดาล กำลังจะเค้นอานุภาพออกมาอย่างเต็มที่เพื่อบดขยี้ระฆังใหญ่ให้แหลกเป็นผุยผง แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าบริเวณที่ถูกโจมตีเมื่อครู่ด้านชาไปหมด ตราประทับและร่างกายของมัน กลับคล้ายกับว่าหายวับไปชิ้นใหญ่!
ระฆังใหญ่พุ่งเข้ามา มีเสียงหง่างดังขึ้นอีกครั้ง แสงเซียนปะทุออกมา โจมตีเข้าระฆังทอง ฟาดลงบนผนังของระฆังเซียวเหยา
ระฆังเซียวเหยาถูกซัดจนกลิ้งโคโร่ ลอยกระเด็นไปด้านหลัง ฟาดเข้ากับยอดเขาลูกหนึ่ง ก่อให้เกิดฝุ่นควันและเศษหินปลิวว่อน
มันหวาดผวาอย่างหนัก บริเวณที่ถูกแสงของระฆังใหญ่โจมตีเมื่อครู่นี้ คล้ายกับว่าหายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว!
นิมิตมรรคาอันเป็นสรรพสิ่งของมัน เดิมทีเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกัน ตอนนี้จู่ๆ ก็หายไปถึงสองชิ้นใหญ่ สรรพสิ่งไม่สมบูรณ์อีกต่อไป ไม่เพียงแต่ทำให้อานุภาพของมันลดทอนลงอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงของนิมิตมรรคาอาคมก็ยังด้อยลงกว่าเดิมมากด้วย!
ระฆังใหญ่ได้ทีขี่แพะไล่ ระดมโจมตีระฆังเซียวเหยาอย่างต่อเนื่อง ซัดระฆังทองใบนี้จนไม่มีแรงต้านทาน ไม่นานบนพื้นผิวของระฆังทองก็เต็มไปด้วยรอยบุบบู้บี้!
ตราประทับนิมิตมรรคาบนตัวมันก็ค่อยๆ หายไปทีละอัน ถูกระฆังใหญ่ผนึกเอาไว้!
ตราประทับแปลกประหลาดที่ถูกกระตุ้นขึ้นบนผนังของระฆังใหญ่ก่อนหน้านี้ ก็คือหนึ่งในแปดอักขระผนึกที่สวี่อิงในร่างของท่านอิงสลักไว้บนตัวมัน อักขระมรรคาคำว่า "ผนึก"!
ระฆังใหญ่เองก็กระตุ้นอักขระมรรคาคำว่าผนึกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวมันเองก็ไม่รู้ว่าอักขระมรรคาเซียนตัวนี้ควรใช้เช่นไร แต่ในเมื่อระฆังเซียวเหยาถูกผนึกนิมิตมรรคาไปแล้ว พลังฝีมือสู้มันไม่ได้ มันย่อมต้องซัดอีกฝ่ายให้หมอบ เพื่อล้างแค้นที่ถูกหยามเกียรติเมื่อครู่นี้!
บนเขาจิ่วหลง ศิษย์หลายร้อยคน ล้วนมองดูจนตาค้าง
ศิษย์ของหลี่เซียวเค่อ โดยพื้นฐานแล้วล้วนเติบโตมากับการฟังเรื่องราวของหลี่เซียวเค่อกับระฆังทองและกระบี่ฮั่น ระฆังเซียวเหยาในสายตาของศิษย์เหล่านี้ จึงเป็นตำนานอันไร้เทียมทานมานานแล้ว!
คิดไม่ถึงว่า สัญลักษณ์แห่งความไร้เทียมทานของเขาจิ่วหลงในยามนี้ กลับถูกระฆังทองแดงที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามใบหนึ่งซัดจนพ่ายแพ้ราบคาบ!
เซวียอิ๋งอันเบิกตากว้างอ้าปากค้าง พึมพำว่า "หรือว่าจะเป็นอย่างที่ท่านระฆังพูดจริงๆ ว่าเขาต่างหากที่เป็นของวิเศษที่ท่านอาจารย์ตั้งใจหลอมสร้างขึ้นมา ส่วนระฆังเซียวเหยาก็เป็นแค่ของตัวแทนที่ท่านอาจารย์หลอมขึ้นเพราะคิดถึงเขา?"
หลี่เซียวเค่อเองก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองดูสวี่อิง แล้วก็หันไปมองระฆังทองแดงใบใหญ่ พลางยิ้มกล่าว "ตราประทับบนระฆังใบนี้ หรือว่าจะเป็นฝีมือของสหายเต๋าสวี่?"
สวี่อิงยิ้มน้อยๆ ไพล่มือไว้ด้านหลัง กล่าวอย่างสบายๆ ว่า "ข้าเป็นคนทิ้งไว้เอง สหายเต๋าหลี่เห็นว่ายังพอใช้ได้หรือไม่"
หลี่เซียวเค่อยิ้มกล่าว "ย่อมใช้ได้แน่นอน ท่านเซียนเฒ่าผู้ไม่แก่เฒ่าในวันวานก็มีความรู้ลึกล้ำดุจเทพสวรรค์ ข้าเลื่อมใสมาโดยตลอด"
ทันใดนั้นเขาก็กล่าวเสียงขรึมว่า "หยุดมือ!"
พอเขาเอ่ยปาก ระฆังใหญ่ย่อมรีบหยุดมือทันที ทว่าระฆังเซียวเหยาที่ถูกมันซัดจนพรุนไปทั้งตัว อีกทั้งนิมิตมรรคามากมายก็สูญสลายไปจนสัมผัสไม่ได้อีก ก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความโกรธแค้นจนหน้ามืดตามัว พุ่งตรงเข้ามาทันที!
ตั้งแต่เกิดมา มันยังไม่เคยเสียเปรียบขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ย่อมต้องแก้แค้นคืนให้ได้
ขณะที่เห็นว่าระฆังใหญ่กำลังจะถูกมันชนจนแบนตแต๊ดแต๋ ทันใดนั้นก็มีฝ่ามือข้างหนึ่งตบลงมา เสียงดังหง่างฟาดเข้าที่ผนังระฆังของมัน ซัดมันจนกระเด็นลอยขวางไปตกในหุบเขา
ระฆังเซียวเหยาลอยตัวขึ้นอย่างโงนเงน ในใจเต็มไปด้วยความสับสน
สิ่งที่ตบมันจนกระเด็นเมื่อครู่นี้ ก็คือจิตวิญญาณดั้งเดิมของหลี่เซียวเค่อ!
แต่ทว่า เหตุใดหลี่เซียวเค่อถึงลงมือกับตัวเอง? มันไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย
ตัวเองเป็นของวิเศษสุดที่รักของเขาแท้ๆ เขาเรียกตัวเองว่าสหายเต๋าแท้ๆ พวกเขาตกลงกันไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะทะยานขึ้นสวรรค์ไปด้วยกัน จะไม่ทอดทิ้งไม่ยอมแพ้!
ทำไมจู่ๆ ถึงตบหน้าตัวเองไปฉาดหนึ่งล่ะ?
หลี่เซียวเค่อมีสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแฝงความโกรธเกรี้ยว สะบัดแขนเสื้อกล่าวว่า "สหายเต๋าเซียวเหยา ข้าบอกให้พวกเจ้าหยุดมือแล้ว ระฆังทองแดงก็หยุดมือแล้ว เหตุใดเจ้ายังต้องลงมือทำร้ายมันอีก? หากข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ เจ้าคงก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว!"
เขาโกรธแค้นจนยากจะระงับ สะบัดแขนเสื้อกล่าว "เจ้าเป็นถึงของวิเศษที่ข้าหลอมสร้างขึ้นมา แต่คุณภาพกลับย่ำแย่ถึงเพียงนี้! ข้าละอายใจที่จะอยู่ร่วมกับเจ้า!"
ระฆังเซียวเหยารู้สึกรันทดใจอย่างยิ่ง ลอยเคว้งคว้างไปมาอยู่กลางอากาศ
หลี่เซียวเค่อเดินไปหาระฆังใหญ่ ลูบไล้ผนังระฆังเบาๆ กล่าวเสียงต่ำว่า "สหายเต๋า หลายปีมานี้ให้เจ้าไปสะกดมารร้าย ต้องตากแดดตากลม ลำบากเจ้าแล้ว น่าสงสารนัก เจ้าสร้างความดีความชอบใหญ่หลวง แต่กลับไม่ถือดีเอาความชอบมาโอ้อวด พอมาอยู่ข้างกายข้าก็กลับถูกระฆังเซียวเหยาเข้าใจผิด เจ้าต้องทนรับความอยุติธรรมแล้ว"
ระฆังใหญ่รู้สึกเพียงว่าความเหนื่อยยากและความคับข้องใจตลอดสามพันปีที่ผ่านมา คุ้มค่าแล้วในวินาทีนี้
หลี่เซียวเค่อควบคุมระฆังใหญ่ขึ้นเบาๆ ระฆังใหญ่ลอยอยู่เหนือศีรษะเขา ขนาดเล็กใหญ่ล้วนเป็นไปตามใจเขา
หลี่เซียวเค่อมองไปทางสวี่อิง เผยรอยยิ้ม แล้วก้าวเท้ายาวๆ เข้ามา กล่าวว่า "ขอบคุณสหายเต๋าสวี่ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพิ่มตราประทับทั้งแปดนี้ลงบนตัวสหายเต๋าระฆังทองแดง"
สวี่อิงเลิกคิ้วขึ้น ยิ้มกล่าว "มันไม่ได้ชื่อระฆังทองแดง มันชื่อท่านระฆัง"
ระฆังใหญ่พูดตะกุกตะกักว่า "อาอิ้ง รีบอย่าพูดเช่นนี้ เขาเป็นเจ้านายของข้า เป็นผู้สร้างข้าขึ้นมา จะเรียกข้าว่าท่านระฆังได้อย่างไร? เจ้านายจะเรียกข้าว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้น"
หลี่เซียวเค่อกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "เจ้าจะดูถูกตัวเองเช่นนี้ได้อย่างไร? เจ้าคือสหายเต๋าของข้า สมควรได้รับความเคารพ ต่อไปนี้เจ้าก็เรียกข้าว่าเซียวเค่อ ข้าจะเรียกเจ้าว่าท่านระฆัง เจ้ากับข้าจะไม่ทอดทิ้งกัน วันหน้าเราจะทะยานสู่แดนเซียนไปด้วยกัน!"
ระฆังใหญ่ลังเลเล็กน้อย นึกถึงสวี่อิง
หยวนชีอ้าปาก กลืนเกี๊ยวไส้กุยช่ายวุ้นเส้นในมือของเซวียอิ๋งอันพร้อมกับจานลงท้องไป ร้องเหอะเยาะเย้ย "ใครบอกว่ากุยช่ายต้องเป็นรูปร่างมนุษย์เสมอไป"
ระฆังใหญ่อึกอักกล่าว "ท่านเจ็ดพูดเล่นแล้ว กุยช่ายย่อมเป็นพืชชนิดหนึ่ง จะเป็นรูปร่างมนุษย์ได้อย่างไร? อาอิ้ง ท่านเจ็ด จุดประสงค์เดิมของข้าก็คือการทำภารกิจสะกดมารให้สำเร็จ แล้วกลับไปอยู่ข้างกายเจ้านาย ในเมื่อตอนนี้หาเจ้านายพบแล้ว ต่อไปข้าย่อมต้องติดตามเจ้านาย ไม่สามารถร่วมเดินทางตะลอนไปทั่วกับพวกท่านได้อีกแล้ว"
หยวนชียังคิดจะพูดอะไรอีก สวี่อิงก็ยกมือขึ้นรั้งเขาไว้ กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ท่านเจ็ด จุดประสงค์ที่ท่านระฆังตามพวกเรามา ก็เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ มันใช้ปราณโลหิตของพวกเราในการรักษา และยังช่วยพวกเราผ่านพ้นภัยพิบัติมาหลายต่อหลายครั้ง ความจริงมันรักษาแผลหายตั้งนานแล้ว สามารถจากพวกเราไปได้ตั้งนานแล้ว เพียงแต่ไม่วางใจในความปลอดภัยของพวกเรา จึงได้อยู่ข้างกายพวกเรามาตลอด เพื่อปกป้องพวกเรา ตอนนี้มันได้กลับไปอยู่ข้างกายเจ้านาย พวกเราก็ควรจะดีใจกับมันถึงจะถูก"
หยวนชีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หันหัวโตๆ ไปทางอื่น กล่าวเสียงอ่อยว่า "ข้าแค่ไม่อยากแยกจากกันก็เท่านั้น"
ระฆังใหญ่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร
หลี่เซียวเค่อหัวเราะฮ่าๆ กล่าวว่า "วันนี้เป็นวันที่สหายเก่าอย่างพวกเราได้พบกันอีกครั้ง เป็นวันมงคลยิ่ง จะพูดเรื่องการจากลากันง่ายๆ ได้อย่างไร? สหายเต๋าสวี่ก็อย่าเพิ่งรีบไปเลย พักอยู่ที่เขาจิ่วหลงหลิงกุยช่ายของข้าสักสองสามวันเถิด"
ระฆังใหญ่กล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า "อาอิ้ง ท่านเจ็ด พวกท่านพักต่ออีกหน่อยเถอะ!"
สวี่อิงรับคำ กล่าวว่า "เช่นนั้นก็รบกวนแล้ว"
หลี่เซียวเค่อให้เซวียอิ๋งอันพาสวี่อิงไปจัดแจงที่พัก ยิ้มกล่าวว่า "สหายเต๋าสวี่ ข้ากับท่านระฆังไม่ได้พบกันมาสามพันปี มีเรื่องราวมากมายอยากจะพูดคุย อีกทั้งยังต้องช่วยท่านระฆังหลอมใหม่อีกสักรอบ เพื่อประทับตราให้ลึกลงไปอีก สองสามวันนี้เกรงว่าจะไม่อาจต้อนรับได้"
สวี่อิงยิ้มกล่าว "สหายเต๋าเชิญไปจัดการธุระเถิด"
เซวียอิ๋งอันพาสวี่อิงมาพักที่เรือนหมิงเซียงบนเขาจิ่วหลงหลิงกุยช่าย ที่นี่เป็นสถานที่สำหรับต้อนรับแขกคนสำคัญ เพิ่งจะลงหลักปักฐาน หยวนชีก็ทนไม่ไหวต้องระเบิดอารมณ์ออกมา "หลี่เซียวเค่อเห็นพวกเราเป็นต้นกุยช่ายรอให้เก็บเกี่ยว! อักขระมรรคาเซียนบนตัวท่านระฆัง เป็นท่านอิงที่สลักเอาไว้ พอเขาเห็นว่าเก่งกาจ ก็เลยทั้งหลอกทั้งล่อแย่งท่านระฆังไป!"
เซวียอิ๋งอันโกรธจัด กำลังจะพูด สวี่อิงก็ส่ายหน้ากล่าวว่า "ท่านเจ็ดจะพูดเช่นนั้นไม่ได้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นเจ้านายของท่านระฆัง การที่ท่านระฆังกลับไปอยู่ข้างกายเจ้านาย ย่อมเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ไม่มีอะไรให้ต้องตำหนิ"
เซวียอิ๋งอันรีบพยักหน้า กล่าวว่า "เป็นเช่นนี้แหละ ท่านเจ็ดอย่ามาใส่ร้ายท่านอาจารย์ของข้านะ!"
หยวนชียังไม่ทันได้พูดอะไร ทันใดนั้นด้านนอกก็มีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น "ใส่ร้าย? อิ๋งอัน เจ้าพูดเบาเกินไปหน่อยกระมัง"
เซวียอิ๋งอันตกตะลึง มองตามเสียงไป ก็เห็นระฆังเซียวเหยาที่บาดเจ็บสาหัสลอยเข้ามาจากด้านนอก ระฆังทองใบนี้มีสภาพพังยับเยิน ตราประทับนิมิตมรรคาบนผนังระฆังสว่างวาบสลับดับวูบ ไม่คงที่ บาดเจ็บสาหัสยิ่งนัก
กระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของระฆังเซียวเหยาผันผวน ส่งเข้ามาในหูของพวกเขา หัวเราะหึหึกล่าวว่า "เจ้าคิดว่าหลี่เซียวเค่อเป็นคนดีงั้นหรือ? เขามีรักใหม่ก็ทิ้งข้า หึหึ ในเมื่อเขาไร้ความเมตตา ก็อย่าหาว่าข้าไร้คุณธรรม! ตอนที่สะกดข่มเทพสวรรค์ที่เขาหินน้อย ทำไมเขาถึงสะกดนางฟ้าชิงปี้ไปด้วย? พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?"
มันหัวเราะเย้ยหยัน "ปีนั้น นางฟ้าชิงปี้เป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่ง งดงามยิ่งกว่านางฟ้า ชายหนุ่มที่ตามจีบนางสามารถต่อแถวจากเขาจิ่วอี๋ไปจนถึงฉางอัน! หลี่เซียวเค่อตามจีบนาง จีบอยู่นานมาก แต่ก็ไม่สำเร็จเสียที ต่อมา เขาได้ยินว่านางฟ้าชิงปี้ไปสะกดข่มเทพสวรรค์องค์หนึ่งที่ก่อความวุ่นวาย ก็เลยพาข้าวิ่งตามไป หน้าด้านหน้าทนตามติดนางฟ้าชิงปี้ พวกเขาร่วมมือกันสะกดเทพสวรรค์องค์นั้น และขังไว้ในเขาหินน้อย"
เซวียอิ๋งอันร้องเสียงหลง "ผู้อาวุโสเซียวเหยา เรื่องนี้ไม่เหมือนกับเรื่องที่ท่านเล่าให้พวกเราฟังก่อนหน้านี้นี่นา!"
ระฆังเซียวเหยาไอ มีเสียงหง่างๆ ดังขึ้น หัวเราะเยาะ "เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของเขา ย่อมไม่สามารถบอกความจริงกับพวกเจ้าได้ หึหึ ความจริงมันไร้ยางอายกว่าที่พวกเจ้าคิดไว้เสียอีก! หลังจากที่หลี่เซียวเค่อกับนางฟ้าชิงปี้สะกดเทพสวรรค์แล้ว เขาก็ยังคงขอความรักจากนางฟ้าชิงปี้ต่อไป แต่ก็ถูกนางปฏิเสธอีกครั้ง ดังนั้น หลี่เซียวเค่อจึงเกิดความโกรธแค้นจนหน้ามืดตามัว พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ทำร้ายนางฟ้าชิงปี้จนบาดเจ็บสาหัส แล้วซัดตกลงไปในบ่อน้ำที่เขาหินน้อย!"
หูของเซวียอิ๋งอันมีเสียงอื้ออึง ในสมองขาวโพลนไปหมด ยืนเหม่อลอย ทันใดนั้นก็พูดขึ้นว่า "เป็นไปไม่ได้! ท่านหลอกข้า! ชิงปี้ต้องเป็นนางมารร้ายแน่ๆ!"
ระฆังเซียวเหยาแค่นเสียงฮึดฮัด กล่าวว่า "ข้าเป็นคนสะกดข่มชิงปี้ด้วยตัวเอง จะเป็นเรื่องปลอมได้อย่างไร? หึหึ หลังจากหลี่เซียวเค่อสะกดข่มชิงปี้แล้ว ก็กลับกลอกสาดโคลนใส่ชิงปี้ ใส่ร้ายนางว่าเป็นหญิงแพศยา ใช้ความงามยั่วยวนเทพสวรรค์ ก่อความวุ่นวายสร้างหายนะให้กับโลกมนุษย์! ด่าทอชิงปี้เสียสาดเสียเทเสีย! เมื่อไม่นานมานี้ นางฟ้าชิงปี้หลุดพ้นจากการจองจำได้ ก็ออกตามหาตัวเขาทั่วทุกหนแห่ง เพื่อจะแก้แค้นเรื่องในอดีต เจ้าดูสิว่าเขากล้าโผล่หน้ามาไหม? กล้าเผชิญหน้ากับชิงปี้หรือไม่?"
ในหัวของเซวียอิ๋งอันดังตู้ม รู้สึกเพียงว่าเทพเจ้าอันสูงสุดในใจพังทลายลงมาอย่างกะทันหัน มีความรู้สึกเหมือนความเชื่อได้พังทลายลง
ระฆังเซียวเหยาร้องตะโกน "เขาทิ้งข้า ก็อย่ามาโทษข้า! ข้าจะบอกความจริงกับพวกเจ้า เขาไม่เพียงแต่กินคน แต่ยังตั้งใจจะกินพวกเจ้าด้วย! บนตัวพวกเจ้าล้วนมีแก่นแท้วิถีดั้งเดิม แก่นแท้วิถีดั้งเดิมชนิดนี้แผ่กลิ่นหอมประหลาดออกมาเป็นระลอก ไม่มีทางปิดบังคนอื่นได้หรอก!"
มันหัวเราะเยาะ "อิ๋งอัน คำโกหกเล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าพูดต่อหน้าเขา สมควรเรียกว่าโกหกด้วยหรือ? ถุย! แค่ดมกลิ่นบนตัวเจ้า ก็รู้แล้วว่าเจ้ามีแก่นแท้วิถีดั้งเดิมหรือไม่! สาเหตุที่เขาไม่กินเจ้า ก็เพราะเห็นว่ามันน้อยไป! จุดประสงค์ของเขาคือต้องการให้เจ้าเชิญสวี่อิงมา เพื่อจะได้กินพร้อมกัน!"







