เป่ยเฉินจื่อได้ยินเสียงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหนังศีรษะชาวาบ ร่างกายสั่นสะท้าน แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือแล้วตะโกนเสียงดัง "สวี่อิง! วันนี้คือช่วงเวลาความเป็นความตายของเจ้า หากเจ้าไร้กำลังความสามารถ แม้แต่พวกเราก็ต้องตายกันหมดที่นี่!"
เขาไม่เคยเห็นสวี่อิงตอนที่คลายผนึก และไม่รู้ว่าหลังจากคลายผนึกแล้ว จะเกิดผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวใดตามมา
เขาเพียงแค่สืบทอดงานจากคนก่อนหน้าเท่านั้น
ก่อนหน้าเขา ยังมีผู้ฝึกปราณอีกกลุ่มที่รับผิดชอบงานเดียวกันนี้ เพียงแต่ผู้ฝึกปราณเหล่านั้นแก่ชราเกินไป ไม่สามารถรักษาสภาพผนึกได้อีกต่อไป พวกเขามักจะเกิดข้อผิดพลาดในการจัดฉากชีวิตของสวี่อิง
หลังจากผู้ฝึกปราณเหล่านั้นได้เลื่อนขั้น เรื่องนี้ก็ตกมาอยู่บนหัวของพวกเป่ยเฉินจื่อทั้งสามคน
เป่ยเฉินจื่อเคยได้ยินตำนานบางอย่างเกี่ยวกับสวี่อิง และรู้ว่าการรักษาสภาพผนึกของสวี่อิงนั้นสำคัญยิ่งยวด แต่ในยามเป็นตาย เขาก็จำต้องคลายผนึกออกชั่วคราวเสียบ้าง!
เขาฝืนทำใจให้สงบ คิดในใจว่า "แต่ยังดีที่ข้าไม่ได้คลายออกทั้งหมด อักขระผนึกยังอยู่ ธูปหอมยังอยู่ ตราบใดที่เขาสังหารเทพมาร ข้าก็แค่จุดธูปหอมต่อ เขาก็จะยังคงกลายเป็นเด็กดีได้ดังเดิม!"
"เจ้ากล้าดีอย่างไร?"
สวี่อิงหัวเราะฮ่าๆ ภาพของดินแดนซีอี๋พลันปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ภูเขาเซียนห้าขุนเขา ด่านเสวียนกวนเหล็กดำ ด่านฟ้าสำริด ด่านเซียนอวี้จิง หอคอยสิบสองชั้น สระเหยาฉือ สะพานเทวะ ทะเลโกลาหล หวงถิง เจียงกง สระหยก อวี้จิง แม่น้ำสวรรค์ภูเขาสวรรค์ ไปจนถึงยงเฉวียน ปรากฏขึ้นทีละอย่าง!
"เป่ย นามเฉิน เจ้าถึงกับกล้าเชียวรึ!"
จิตวิญญาณของเขายืนหยัดอยู่บนชั้นฟ้าที่สามของขั้นเคาะด่าน ในดินแดนซีอี๋มีเพียงปราณกระบี่ดั่งรุ้งยาว นิมิตภูเขานับแสนลูกเคารพจิ่วอี๋ และเมฆาทัณฑ์สวรรค์หนึ่งก้อน
นี่คือรูปลักษณ์มรรคที่สวี่อิงหยั่งรู้
ระดับตบะของเขายังคงเป็นชั้นฟ้าที่สามของขั้นเคาะด่าน ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ขอบเขตวิชาหนัวของเขาก็มีเพียงขุมทรัพย์ลับหนีหวานและเจียงกงที่เปิดต้งเทียนออกแห่งละสองชั้น ส่วนขุมทรัพย์ลับหวงถิงเปิดต้งเทียนออกหนึ่งชั้น
ระดับปรมาจารย์หนัวของเขาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่นกัน
เป่ยเฉินจื่อเห็นภาพนี้แล้วในใจก็เย็นเยียบ "หลังจากเขาคลายผนึก ตบะกลับไม่ได้ถูกคลายออก ครั้งนี้จบเห่แล้ว!"
เดิมทีเขาคิดว่าจะคลายผนึกตบะส่วนหนึ่งของสวี่อิงออกมา นึกไม่ถึงว่าสวี่อิงจะยังคงอยู่ในระดับชั้นฟ้าที่สามขั้นเคาะด่าน ไม่มีการยกระดับตบะใดๆ เลย
ในใจของหยวนชีและระฆังใหญ่ก็เย็นเฉียบเช่นกัน เดิมทีพวกมันคิดว่าขอเพียงเป่ยเฉินจื่อคลายผนึกสวี่อิงก็สามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ แต่กลับลืมตบะของสวี่อิงไปเสียสนิท
เทพมารครอบครองศพเซียน ก็เทียบเท่ากับเซียนที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลก สวี่อิงในขั้นเคาะด่าน จะเอาชนะตัวตนเช่นนี้ได้อย่างไร?
"เปรี้ยง!"
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องบนท้องฟ้า สายฟ้าเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาจากเบื้องบนลงบนร่างของสวี่อิง อัสนีบาตสว่างจ้าดุจหิมะระเบิดออก สาดส่องทุกสรรพสิ่งเบื้องหลังสวี่อิงให้สว่างไสว
ในชั่วพริบตาสั้นๆ นั้น ทุกคนเห็นเพียงเงามืดขนาดยักษ์นานาชนิดปรากฏขึ้นในดินแดนซีอี๋อันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตของสวี่อิง รอจนกระทั่งอัสนีบาตสายที่สองฟาดลงบนศีรษะสวี่อิง แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องเงามืดเหล่านั้น พวกเขาจึงเห็นว่าเงามืดเหล่านั้นคือรูปลักษณ์แห่งมรรคาอันเหลือเชื่อสารพัด!
มีทั้งยอดเขาสำริดขนาดยักษ์ มีห้วงลึกที่ฝังกลบมรรคา มีต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมดวงดาว มีสัตว์ยักษ์ที่กลืนกินผืนฟ้า มีเนบิวลาที่วิวัฒนาการหมู่ดาว...
รูปลักษณ์มรรคอันน่าสยดสยองสารพัดชนิด ชวนให้ผู้คนจิตใจสับสนวุ่นวาย
และเมื่ออัสนีบาตฟาดผ่าลงมาทีละสาย รูปลักษณ์มรรคเหล่านี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ เปลี่ยนจากความว่างเปล่ากลายเป็นความจริง ราวกับจะเปลี่ยนจากการเพ่งนึกให้กลายเป็นตัวตนที่มีอยู่จริง!
ต่อให้ชายหนุ่มชุดขนนกจะเป็นเทพมารก็ยังอดไม่ได้ที่จะขวัญผวา รีบพุ่งตัวไปข้างหน้า หวังจะสังหารและกลืนกินเขา ก่อนที่รูปลักษณ์มรรคเบื้องหลังสวี่อิงจะกลายเป็นความจริง!
"ฟึ่บ "
ขวานหินที่เอวของสวี่อิงลอยขึ้น ฟันเข้าใส่หน้าเขา ชายหนุ่มชุดขนนกขยับร่างวูบหนึ่ง ทันใดนั้นทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา ก็ปรากฏชายหนุ่มชุดขนนกจำนวนนับไม่ถ้วนหนาแน่น เดินหน้าเข้ามาพร้อมกัน ต่างคนต่างลงมือ ป้องกันขวานหินเอาไว้!
ทว่าขวานหินเล่มนั้นก็สั่นไหวเบาๆ เกิดเป็นเงาขวานหินนับไม่ถ้วน วินาทีต่อมา มือขวาของชายหนุ่มชุดขนนกทั้งหมดก็ถูกฟันขาดสะบั้น ประกายขวานสว่างวาบ ก็สับเข้าที่หน้าผากของชายหนุ่มชุดขนนกผู้นั้น!
เงาขวานหินและชายหนุ่มชุดขนนกทั้งหมดหายไป เหลือเพียงหนึ่งเดียว ขวานหินยังคงสับฝังอยู่บนหน้าผากของชายหนุ่มชุดขนนกผู้นั้น
เป่ยเฉินจื่อ ระฆังใหญ่ และจู๋ฉานฉานต่างตกตะลึง สวี่อิงเห็นๆ อยู่ว่ายังคงมีตบะขั้นเคาะด่านชั้นฟ้าที่สาม แต่วิชาขวานกระบวนท่านี้ช่างลึกล้ำเกินไป ไม่ว่าเทพมารจะหลบหลีกอย่างไร ก็ไม่อาจหลบพ้น!
ขวานของเขาในครั้งนี้ เรียกได้ว่ามหัศจรรย์อย่างแท้จริง การผ่าร่างเนื้อของเซียนก็เปรียบเสมือนพ่อครัวติงชำแหละวัว หาช่องว่างแล้วทำลาย หลีกเลี่ยงจุดแข็งของศพเซียน มุ่งตรงสู่จุดอ่อน ตามรอยช่องโหว่ ใช้เพียงขวานเดียวผ่าทะลวงทุกการป้องกัน!
เพียงแต่ พูดน่ะมันง่าย แต่ใครเล่าจะหาช่องโหว่ของศพเซียนและเทพมารเจอ?
ขวานหินเล่มนี้ สับลึกเข้าไปในหัวของชายหนุ่มชุดขนนก จิตสังหารและปราณพิฆาตที่ปะทุออกมากระแทกเข้ากับสมองและจิตสำนึกของเทพมาร ทำให้ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ในร่างมักจะมีเงาดำสายหนึ่งถูกสั่นสะเทือนจนเกือบจะหลุดออกจากร่างอยู่บ่อยครั้ง!
ทันใดนั้น รอบกายเขาก็มีแสงเซียนพันเกี่ยว ม้วนขวานหินขึ้นมา แล้วฟันกลับไปหาสวี่อิง!
ร่างกายนี้ของเขาอย่างไรเสียก็เป็นร่างเนื้อของเซียน แม้จะเป็นเซียนที่ตายไปแล้ว แต่ไอเซียนรอบกายกลับสามารถต้านทานปราณพิฆาตของขวานหินได้โดยไม่หวาดหวั่น
อัสนีบาตบนท้องฟ้ายังคงร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ผ่าลงบนศีรษะของสวี่อิงอย่างแม่นยำ รูปลักษณ์มรรคเบื้องหลังสวี่อิงก็ยิ่งสมจริงมากขึ้น
เมื่อขวานหินฟันเข้ามา สวี่อิงยกมือขึ้นคว้า ก็จับขวานหินไว้ในมือ แล้วตวัดขวานกลับไปผ่าแสงเซียนออก
ผู้รู้ดูเคล็ดวิชา ผู้ไม่รู้ดูแค่ความครึกครื้น ระฆังใหญ่ หยวนชี และเป่ยเฉินจื่อล้วนมองไม่ออกถึงเคล็ดวิชาใดๆ ทว่าจู๋ฉานฉานกลับมองเห็นความลึกล้ำในกระบวนท่าที่แฝงอยู่ในขวานนี้ รู้สึกเพียงว่าจิตมรรคาถูกกระแทกอย่างแรง!
นางอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงตอนที่ตนเพิ่งกราบอาจารย์ใหม่ๆ ในตอนนั้น ท่านอาจารย์ได้แสดงอิทธิฤทธิ์เคาะเสาเป็นของวิเศษต่อหน้านาง ในพริบตา เสาหินต้นหนึ่งก็กลายเป็นของวิเศษ กลายเป็นมังกรหินพุ่งทะยานขึ้นฟ้า บินร่อนกลางอากาศ
ภาพนั้น มอบความตื่นตะลึงให้นางอย่างหาที่เปรียบมิได้ พลิกคว่ำความรู้ความเข้าใจทั้งหมดที่นางเคยมีต่อผู้ฝึกปราณ
และตอนนี้ นางก้าวข้ามท่านอาจารย์ในอดีตไปนานแล้ว สามารถใช้อิทธิฤทธิ์ที่แข็งแกร่งและน่าตื่นตะลึงยิ่งกว่าการเคาะเสาเป็นของวิเศษได้ แต่ความเปลี่ยนแปลงของขวานสวี่อิงในครั้งนี้เมื่อตกอยู่ในสายตานาง กลับทำให้นางสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกอันหาที่เปรียบมิได้อีกครั้ง!
"อิทธิฤทธิ์ยังใช้แบบนี้ได้ด้วยหรือ? วิชามรรคายังใช้แบบนี้ได้อีกหรือ? เขาไม่ใช่คน เด็ดขาดว่าไม่ใช่คน!"
สวี่อิงมีท่าทีราบเรียบดุจสายลมและเมฆบางเบา ยังคงสับขวานลงบนหน้าผากของชายหนุ่มชุดขนนก มองไม่ออกถึงท่าทีเอาเป็นเอาตายแม้แต่น้อย ในขณะที่ชายหนุ่มชุดขนนกกำลังสู้ยิบตา!
เขาแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างเนื้อขยายตัวออกอย่างฉับพลัน ร่างกายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ในจังหวะนั้นเอง มือซ้ายของสวี่อิงกลับประสานมุทราฝ่ามืออันแปลกประหลาด ในมุทราซ่อนยอดเขาสำริดค้ำฟ้าลูกหนึ่ง ดูเล็กจิ๋วยิ่งนัก
เขาฟาดมุทราออกไป ร่างกายอันใหญ่โตของชายหนุ่มชุดขนนกพลันถูกกดทับจนหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว กระดูกทั่วร่างส่งเสียงดังกรอบแกรบ ก้อนเนื้อและเลือดระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง!
ก้อนเนื้อและเลือดที่ระเบิดออกเหล่านั้นคืบคลานและกระดึ๊บอยู่บนพื้น ก่อนจะกลายเป็นชายหนุ่มชุดขนนกทีละคน พุ่งเข้าหาสวี่อิงด้วยท่วงท่าที่บิดเบี้ยวพิสดาร!
"ปัง!"
ร่างต้นของชายหนุ่มชุดขนนกระเบิดออก ร่างเนื้อกลายเป็นเศษซากนับไม่ถ้วน ร่างต้นของเทพมารปรากฏออกมาจากภายใน ทว่ากลับเป็นกลุ่มควันดำ พุ่งเข้าหาสวี่อิงเสียงดังหวีดหวิว
สวี่อิงยกสองมือโอบอากาศไว้ระดับอก ทันใดนั้นรูปลักษณ์มรรคอีกอย่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอก ราวกับเตาหลอมใบหนึ่ง ไฟในเตาไม่ใช่ไฟแท้ซานเม่ย แสงที่เปล่งออกมาก็ไม่ใช่แสงเทวะธรรมดา!
ในอ้อมแขนของเขาราวกับกำลังโอบกอดดวงอาทิตย์สามพันดวง แสงสว่างเจิดจ้าไร้ที่เปรียบปะทุออก แผดเผาชายหนุ่มชุดขนนกที่พุ่งเข้ามาหาเขาทั้งหมดจนกลายเป็นเถ้าถ่าน!
ส่วนร่างต้นของเทพมารก็พุ่งฝ่าแสงบาดตาเข้ามา แตกสลายไปเรื่อยๆ แต่ยังคงฝืนทนพุ่งมาจนถึงตรงหน้าสวี่อิง แล้วมุดเข้าสู่กลางหว่างคิ้วของเขา!
เห็นอยู่ว่ามันกำลังจะมุดเข้าหว่างคิ้วของสวี่อิง สวี่อิงยกมือขึ้นคว้าเบาๆ ก็จับกลุ่มควันดำนั้นไว้ในมือ
กลุ่มควันดำนี้พุ่งชนไปมาในฝ่ามือของเขา ทว่านิ้วทั้งห้าของสวี่อิงกลับเปรียบดั่งกรงขังฟ้าดิน กักขังควันดำไว้ภายใน ไม่อาจหลบหนี
ควันดำสิ้นหวัง ปลดปล่อยจิตสำนึกโบราณออกมา เอ่ยถามว่าแท้จริงแล้วเขาคือใคร
สวี่อิงสีหน้าเฉยเมย ไม่ตอบคำ บีบมือแน่น เปลวไฟในฝ่ามือปะทุ แผดเผากลุ่มควันดำนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
"เปร๊ยะ!"
อัสนีบาตบนท้องฟ้ายังคงร่วงหล่นลงมา วังวนเมฆดำกว้างนับหมื่นลี้ยังคงม้วนตัวอย่างบ้าคลั่ง เติมพลังให้สวี่อิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้รูปลักษณ์มรรคเบื้องหลังของเขายิ่งสมจริงมากขึ้น!
ร่างของเป่ยเฉินจื่อสั่นสะท้าน ความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของวิญญาณเอ่อล้นขึ้นมาในใจ อัสนีบาตยังคงเติมพลังให้สวี่อิง บ่งบอกว่าเป้าหมายของสวี่อิงไม่ใช่เทพมารเลยสักนิด
ไม่ใช่เทพมาร แล้วจะเป็นใครได้อีก?
นิ้วของเป่ยเฉินจื่อกระตุกเล็กน้อย ปลายนิ้วจุดไฟแท้ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ พยายามจะจุดธูปดอกนั้นหน้าศาลบูชาบนแท่นบูชา ไฟแท้เพิ่งจะลอยไปถึงหน้าธูปดอกนั้น ทันใดนั้นสวี่อิงก็ฟาดฝ่ามือเข้ามา ไฟแท้ดับวูบลงทันที!
เป่ยเฉินจื่อราวกับถูกโจมตีอย่างหนัก หน้าอกยุบตัว ซี่โครงหักทีละซี่ กระอักเลือดคำโตปลิวกระเด็นกลับหลังไป ชนเข้ากับตอต้นไม้เทวะสำริดที่หักโค่นเสียงดังโครมคราม จนตอไม้หักสะบั้น!
เขาร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง กลิ้งหลุนๆ ไปหลายตลบ ก่อนจะหยุดลงในที่สุด
แขนขาและกระดูกทั่วร่างของเขาแทบจะถูกกระแทกจนแหลกสลาย หยวนเสิน ดินแดนซีอี๋ ไปจนถึงต้งเทียนขุมทรัพย์ลับ ล้วนปรากฏรอยร้าว!
ชายชราผู้นี้เต็มไปด้วยเลือดทั่วร่าง ร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว กระดานหมากที่ปกคลุมด้วยปราณสีเขียวมัวๆ แผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ตกกระแทกลงบนยอดเขาเสียงดังสนั่น หยวนเสินปรากฏขึ้นเบื้องหลังเป่ยเฉินจื่อ ตะโกนสุดเสียง ชี้ดรรชนีออกไป!
"ตู้ม!"
นิ้วมือที่ใหญ่โตราวกับยอดเขาโผล่ทะลุอากาศออกมาจากกระดานหมาก แฝงไว้ด้วยอานุภาพมหาศาล สั่นสะเทือนจนมิติสั่นไหว ชี้พุ่งเข้าหาสวี่อิง!
"ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหลุดรอดไปได้!" เป่ยเฉินจื่อเลือดไหลออกทางตา หู จมูก และปาก ตะโกนเสียงหลง
สวี่อิงไม่แม้แต่จะมอง ตวัดขวานออกไปตามสัญชาตญาณ นิ้วที่พุ่งออกมาจากกระดานหมากก็ขาดสะบั้นตามคมขวาน
เป่ยเฉินจื่อร้องโหยหวน นิ้วของเขาก็หักสะบั้นตามไปด้วย
สวี่อิงกวัดแกว่งขวานด้วยมือเดียว ประกายขวานพลิ้วไหวขึ้นลง ฟันลงบนกระดานหมากที่ปกคลุมด้วยปราณสีเขียวมัวๆ เป่ยเฉินจื่อร้องโหยหวนอย่างต่อเนื่อง สองมือสั่นเทา เห็นเพียงนิ้วทั้งสิบของเขาหลุดร่วงลงมาทีละนิ้ว ถูกฟันจนขาดกระเด็น
เขาทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุบ หยวนเสินเบื้องหลังก็ทรุดเข่าลงดังตุบเช่นกัน สองแขนสั่นเทาไม่หยุด นิ้วทั้งสิบของหยวนเสินของเขา ก็ถูกฟันขาดลงมาเช่นกัน!
กระดานหมากปราณเขียว คือมหาอิทธิฤทธิ์ที่เขาฝึกฝนอย่างยากลำบากมาถึงสองพันปี ภายในอิทธิฤทธิ์นี้ เขาสามารถขยายการโจมตีของตัวเองได้ โดยใช้รูปแบบของกระดานหมาก ทำให้การโจมตีของเขาพลิกแพลงได้นับพันหมื่นรูปแบบ ยากที่ภูตผีเทวดาจะคาดเดา
ทว่า เมื่อสวี่อิงทะลวงเข้ามาในมหาอิทธิฤทธิ์ของเขา กลับราวกับว่ารู้แจ้งถึงความเปลี่ยนแปลงในอิทธิฤทธิ์ของเขาทุกอย่าง กระทั่งนำอิทธิฤทธิ์ของเขามาใช้ได้ลึกล้ำยิ่งกว่าตัวเขาเสียอีก!
ภาพนี้ ทำให้เขาสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด!
ข้อมือของสวี่อิงสะบัด ประกายขวานสายหนึ่งจมหายเข้าไปในกระดานหมากปราณเขียว ประกายขวานพุ่งออกมาจากกระดานหมากปราณเขียว มุ่งตรงสู่ลำคอของเป่ยเฉินจื่อ!
เพียงขวานธรรมดาๆ เล่มเดียว ก็ทำลายอิทธิฤทธิ์ที่เขาภาคภูมิใจมาตลอดชีวิต ใช้อิทธิฤทธิ์ของเขามาสังหารเขา ทำให้เป่ยเฉินจื่อหมดอาลัยตายอยาก ไม่มีกะจิตกะใจจะต่อต้าน
ทันใดนั้น แสงสีแดงสว่างวาบ พุ่งกระโจนเข้ามา ก่อนที่ประกายขวานนั้นจะสังหารเขา มันก็โอบกอดเขาและหยวนเสินของเขากลิ้งออกไปไกลหลายสิบจั้ง!
เป่ยเฉินจื่อยังไม่หายตระหนก รีบมองไป กลับเป็นหญิงสาวชุดแดงและหยวนเสินของนางที่รุดมาในช่วงเวลาสำคัญนี้ ในที่สุดก็ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ในวินาทีเป็นตาย!
"พวกเราได้รับจดหมายเสื้อคลุมเหลืองของเจ้า ก็รีบรุดมาทันที นับว่ายังไม่สาย!" หญิงสาวชุดแดงเงยหน้าขึ้น จ้องมองสวี่อิงเขม็ง เอ่ยอย่างรวดเร็ว
เลือดสดๆ ทะลักออกจากปากเป่ยเฉินจื่อไม่หยุด เขาไอพลางเอ่ย "พวกเจ้าระวังตัวด้วย เขาไม่ใช่คน เขาเป็นสัตว์ประหลาด..."
สวี่อิงหันขวับ ทันเห็นเฒ่าหน้าเศร้าปรากฏตัวอยู่บนแท่นบูชา ในมือถือยันต์กระดาษอีกแผ่น แปะลงบนศาลบูชา มืออีกข้างของเฒ่าหน้าเศร้า ก็คือไฟประหลาดหยางบริสุทธิ์ดอกหนึ่ง กำลังจุดธูปดอกนั้นให้ลุกไหม้!
"เจ้ากล้าเรอะ?"
สวี่อิงโกรธเกรี้ยวสุดขีด ลายสายฟ้ากลางหว่างคิ้วส่งเสียงดังเปรี๊ยะ ประกายไฟแลบแปลบปลาบ เขางอนิ้วดีดออกไปอย่างต่อเนื่อง
เฒ่าหน้าเศร้าตวาดลั่น กระจกเงินบานหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า กระจกเงินส่งเสียงดังกังวาน แตกตัวออกอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็ปกคลุมไปทั่วทุกสารทิศ ปิดกั้นมิติทั้งหมด สะท้อนอิทธิฤทธิ์ทุกสรรพสิ่งกลับไป!
ทว่าวินาทีต่อมา กระจกเงินนับไม่ถ้วนก็ปรากฏรูขนาดเท่านิ้วมือขึ้นทีละรู จากนั้นหน้ากระจกทั้งหมดก็แตกกระจายเกลื่อนพื้น
"ฉึก! ฉึก! ฉึก!"
บนร่างของเฒ่าหน้าเศร้าปรากฏรูเลือดสิบรู ทะลุโปร่งหน้าหลัง ถูกโจมตีจนร่วงตกลงมาจากแท่นบูชา
ในสมองของสวี่อิงสับสนมึนงง รู้ตัวว่าท่าไม่ดี รีบเหินร่างพุ่งไปที่แท่นบูชา ยื่นมือคว้าไปที่ธูปดอกนั้น หวังจะดับธูปหอม
"ข้าต้องการให้ฟ้านี้ ผนึกข้าไม่ได้อีกต่อไป! สิ่งที่ติดค้างข้า ต้องชดใช้คืนมาให้หมด!"
หญิงสาวชุดแดงพุ่งกระโจนเข้ามา กอดเอวของเขาเอาไว้
เห็นเพียงควันหอมจากธูปดอกนั้น ลอยไปหายันต์กระดาษสองแผ่นในศาลบูชา ตัวอักษรประหลาดบนยันต์กระดาษค่อยๆ สว่างขึ้น
"พวกเจ้าอย่าได้หวัง!"
สวี่อิงโกรธแค้นหาใดเปรียบ สองแขนสั่นสะท้าน กระแทกแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวชุดแดงจนหักสะบั้น แขนทั้งสองข้างของหญิงสาวชุดแดงปลิวกระเด็นขึ้นฟ้า หน้าอกยุบตัว ซี่โครงหักทีละซี่
นางยกเท้าขึ้นขัดขาสวี่อิง ทว่าตามมาด้วยเสียงดังกรอบแกรบสองครั้ง ขาทั้งสองข้างก็หักสะบั้นลงเช่นกัน!
หญิงสาวชุดแดงคุกเข่าลงบนพื้น เบิกตาโพลงแทบฉีกขาด มองดูสวี่อิงเดินขึ้นไปบนแท่นบูชาด้วยตาตัวเอง
"อย่านะ!"
เฒ่าหน้าเศร้าพุ่งเข้ามา ขวางอยู่หน้าศาลบูชา ฝ่ามือของสวี่อิงแทงทะลุเข้ามา เฒ่าหน้าเศร้าก้มหน้ามอง ก็เห็นหน้าอกของตนถูกผ่าออก หัวใจถูกกำไว้ในมือของสวี่อิง
เฒ่าหน้าเศร้าหมดอาลัยตายอยาก "จบสิ้นแล้ว..."
ทว่าสวี่อิงกลับไม่ได้บีบขยี้ลงไป เฒ่าหน้าเศร้าเงยหน้าขึ้น ก็เห็นเด็กหนุ่มผู้นี้ยืนอยู่ตรงหน้าตนด้วยสายตาเหม่อลอย ค่อยๆ ปล่อยมือที่กำหัวใจออกเบาๆ
ในแววตาของเขา วันเวลาอันยาวนานที่ประสบพบเจอในชีวิตนี้ค่อยๆ หม่นหมองลง ภาพเหตุการณ์แต่ละภาพค่อยๆ ถูกผนึก ความทรงจำทั้งหมดค่อยๆ ถูกฝุ่นธุลีกลบฝัง
ประกายไฟในดวงตาของเขา กลายเป็นความว่างเปล่า
เฒ่าหน้าเศร้าหันกลับไปมอง เห็นเพียงธูปหอมกำลังลุกไหม้อย่างคงที่ ควันหอมลอยล่องเข้าไปในยันต์กระดาษทั้งสองแผ่น ผนึกบนยันต์กระดาษยิ่งมายิ่งสว่างไสว
ผนึกเสถียรแล้ว
"ข้าอยู่ที่ไหน? ข้าคือใคร?"
เด็กหนุ่มย่อตัวลงนั่งยองๆ สองมือกุมศีรษะ น่าสงสารและไร้ที่พึ่ง "ข้าปวดหัวเหลือเกิน!"
เฒ่าหน้าเศร้ากลั้นความเจ็บปวด ค่อยๆ ปิดซี่โครงที่ระเบิดออกตรงหน้าอกเข้าหากันทีละซี่อย่างระมัดระวัง เพื่อปกป้องหัวใจของตน
หญิงสาวชุดแดงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นต่อกระดูกขาทั้งสองข้างที่หักอย่างเงียบๆ หยิบไม้เท้าสองอันมาผูกติดกับขาทั้งสองข้าง โคจรหยวนเสินเก็บแขนที่ขาดทั้งสองข้างของตนขึ้นมา
เป่ยเฉินจื่อแม้แต่ผมขาวก็ถูกย้อมด้วยเลือดสดๆ ของตนเอง เขาค่อยๆ คลานไปข้างหน้าทีละนิด คลานไปจนถึงขอบแท่นบูชา
ทั้งสามคนสบตากัน ล้วนมองเห็นความทุลักทุเลและความหวาดกลัวของอีกฝ่าย รวมถึงความปีติยินดีที่รอดพ้นจากความตายมาได้ในแววตา
"จากนี้ไป ก็จะสงบสุขไปได้อีกหลายปีแล้ว"
พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า ลายสายฟ้าที่ส่งเสียงดังเปรี๊ยะๆ กลางหว่างคิ้วของสวี่อิงก็ค่อยๆ หม่นหมองลง และเร้นกายหายไปในที่สุด







