วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม
ช่วงเช้า ลู่หมิงมาถึงบริษัทและอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง เขาเปิดคอมพิวเตอร์ดูราคาซื้อขายของบริษัทแห่งหนึ่ง
วันนี้เขาไม่ได้ไปที่ห้องเทรด ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจซื้อขายครั้งใหญ่ และมีคนคอยเฝ้าดูหน้าจออยู่แล้ว
วันนี้มีบริษัทสำคัญแห่งหนึ่งกำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น A-Share ซึ่งเป็นองค์กรเซมิคอนดักเตอร์ที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลเน้นลงทุนในตลาดแรก นั่นก็คือจ้าวอี้ชวงซิน
แม้จะได้รับการระดมทุน 300 ล้านหยวนจากเทียนเซิ่งแคปปิตอล แต่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เผาผลาญเงินทุนนั้น เห็นได้ชัดว่ายังไม่พอ
การเข้าจดทะเบียนการเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณชนในวันนี้อยู่ในแผนตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ได้เปลี่ยนแผนการเข้าจดทะเบียนเพียงเพราะเทียนเซิ่งแคปปิตอลเข้ามา การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น A-Share ของจ้าวอี้ชวงซินครั้งนี้เป็นการระดมทุนสาธารณะ 582 ล้านหยวน มีทุนจดทะเบียนทั้งหมด 100 ล้านหุ้น เสนอขาย 25 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการเสนอขายแบบเจาะจง 3 ล้านหุ้น และการจองซื้อหุ้นใหม่ทางออนไลน์ 22 ล้านหุ้น
มูลค่าประเมินของบริษัทอยู่ที่ 2.8 พันล้านหยวน ราคาเสนอขาย 23.26 หยวน/หุ้น
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือ การที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลลงทุนในบริษัทนี้ในตลาดแรกได้ใช้ข้อกำหนดการลดสัดส่วนการถือหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก กล่าวอีกนัยหนึ่ง การระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณชนในครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อการลดสัดส่วนการถือหุ้นของเทียนเซิ่งแคปปิตอลเลย และเมื่อถึงเวลาจำเป็น ลู่หมิงก็จะซื้อหุ้นบริษัทนี้เพิ่มต่อไป
วันนี้เมื่อเปิดตลาดด้วยวิธี Call Auction ราคาหุ้นของจ้าวอี้ชวงซินก็พุ่งตรงไปที่เปิดด้วยอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดของราคาหุ้นในวันแรกที่เข้าจดทะเบียนที่ +44% หากไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจากนี้ก็จะเป็นช่วงเวลาที่ราคาชนเพดานต่อเนื่อง
พูดให้ชัดเจนคือไม่มีอะไรผิดพลาด หุ้นใหม่ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น A-Share ตอนนี้ไม่มีทางต่ำกว่าราคาจอง หลังจากนี้ย่อมต้องเป็นสถานการณ์ที่ราคาชนเพดานต่อเนื่องอย่างแน่นอน
ลู่หมิงพลิกดูข้อมูลในความทรงจำ นึกถึงชาติก่อนที่บริษัทจ้าวอี้ชวงซินนี้ทำราคาชนเพดานต่อเนื่องถึง 17 ครั้งติดต่อกัน หลังจากเปิดเพดานครั้งแรก บริษัทนี้ก็เข้าสู่การระงับการซื้อขายเพื่อปรับโครงสร้างครั้งใหญ่อีกครั้ง ครึ่งปีให้หลังถึงกลับมาซื้อขายในตลาดอีกรอบ แล้วก็ทำราคาชนเพดานต่อเนื่องอีกสามครั้ง ราคาหุ้นพุ่งสูงสุดถึง 254 หยวน เพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่า
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ค่อยๆลดลงกว่าครึ่งปี ร่วงลงมานานกว่าครึ่งปี
ทว่าสำหรับเทียนเซิ่งแคปปิตอลแล้ว การขึ้นลงของตลาดรองในตอนนี้ทำได้แค่มองดูเท่านั้น ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ระยะเวลาห้ามขายหุ้นของบริษัทดังกล่าวนับจากวันแรกที่เข้าจดทะเบียนยาวนานถึงสามปี ในช่วงเวลานี้ไม่สามารถเทขายในตลาดรองได้ การขึ้นลงในระยะสั้นขององค์กรที่ลงทุนในตลาดแรกและเข้าจดทะเบียนทำได้แค่มองดูเท่านั้น จะเล่นรอบแบบ Day Trade ก็ทำไม่ได้
แม้ว่าหุ้นที่ถืออยู่จะไม่สามารถเทขายในตลาดรองได้ภายในสามปีข้างหน้า แต่ก็สามารถโอนให้กันได้ ตราบใดที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลเต็มใจโอน และมีคนเต็มใจรับโอนก็สามารถทำการซื้อขายได้ ส่วนผู้รับโอนก็ไม่สามารถเทขายในตลาดรองได้เช่นกัน ระยะเวลาห้ามขายยังคงมีผล หากต้องการซื้อขายขายออกไป ก็ทำได้เพียงหาผู้ซื้อรายต่อไปที่ยินดีรับช่วงต่อเท่านั้น
ในช่วงเวลานี้ ลู่หมิงก็ไม่โง่พอที่จะเทขายทิ้ง นี่คือหุ้นกระทิงตัวใหญ่ที่เติบโต 40 เท่าในเวลาสามปีกว่าเชียวนะ
ต่อให้ต้องซื้อขายก็ต้องรออีกสองปีให้หลัง นั่นก็คือตอนปี 2018 ที่จะทำการโอนหุ้นเพื่อหาคนมารับช่วงต่อเป็นการเล่นรอบครั้งใหญ่ ขายออกไปส่วนหนึ่งเพื่อหลบหลีกตลาดหมีที่ร่วงลงครึ่งหนึ่งตลอดทั้งปี แล้วค่อยรับกลับมาตอนสิ้นปี!
ตอนนั้นเอง ลู่หมิงก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
"เข้ามา!"
ลู่หมิงเก็บความคิดเบนสายตามองไป คนที่เข้ามาคือฉีเหวย "ประธานลู่!"
ลู่หมิงพูดขึ้นทันที "ดีมาก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นำสภาพคล่องนอกประเทศทั้งหมดไปซื้อ Call Option ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ทางเดียว"
เมื่อได้ยินการตัดสินใจนี้ของบอส หัวใจของฉีเหวยก็อดไม่ได้ที่จะกระตุก เขาทนไม่ไหวจนต้องกระซิบถาม "ประธานลู่ ปัจจุบันเงินทุนหมุนเวียนนอกประเทศของเรามี 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อ Call Option ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งหมดเลยเหรอครับ?"
ลู่หมิงพูดอย่างใจเย็น "ไม่ทำก็ลุยให้สุด ทุ่มหมดหน้าตักทางเดียวไปเลย!"
ตื่นเต้นเกินไปแล้ว!
ฉีเหวยพยักหน้าเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรมาก หลังจากฟังคำสั่งของลู่หมิงจบก็ออกไปดำเนินการ
เขาสาบานเลยว่า บอสหนุ่มคนนี้คือผีพนันบ้าบิ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมาในชีวิต เอะอะก็ใช้กลยุทธ์ทุ่มหมดหน้าตักทางเดียว โดยไม่ทำประกันความเสี่ยงใดๆ หัวใจของคนวัยยี่สิบกว่าแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?
ครั้งนี้ลู่หมิงไม่ได้ขอเงินจากธนาคารกลางเพื่อเพิ่มเลเวอเรจ แต่ใช้เงินทุนที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลบริหารจัดการอยู่มาดำเนินการโดยตรง ลู่หมิงไม่มีความกังวลใดๆ ต่อให้ขาดทุนหมดก็แค่นั้นแหละ
สิ่งสำคัญที่สุดคือครั้งนี้ไปแย่งเงินในถิ่นคนอื่น การรักษาความลับจึงมาเป็นอันดับแรก จู่ๆ เงินสำรองระหว่างประเทศของชาติลดลงไปหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากภายนอกอย่างแน่นอน
3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มเลเวอเรจสามเท่าก็คือ 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นี่ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เงินทุนที่ใช้ดำเนินการจริงพุ่งสูงถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากโดนวอลล์สตรีทดักซุ่มโจมตีเข้า ก็ไม่แน่ว่าสถาบันการเงินในประเทศอาจจะระเบิด (ข่าวไม่ดี) จนทำให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบได้
แม้ว่าโอกาสเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในการทำตลาดปริวรรตเงินตราจะมีน้อยมากก็ตาม
แทนที่จะใช้เงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปลองดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ สู้ใช้ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปทำ Call Option โดยตรงเลยดีกว่า ผลตอบแทนสัมบูรณ์ของวิธีการลงทุนทั้งสองแบบนี้ไม่ต่างกันมากนัก ข้อแตกต่างคือแบบแรกเป็นการดึงสถาบันอื่นเข้ามาร่วมรับความเสี่ยง ส่วนแบบหลังคือเทียนเซิ่งแคปปิตอลแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เพียงผู้เดียว
การลองดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ในครั้งนี้ก็เพื่อไปกอบโกยเงินด่วน วันนี้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงร่วงลง แต่ลู่หมิงรู้ดีว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมช่วงสิ้นปีนั้นเป็นเรื่องแน่นอน ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยภาพรวมแล้วคือแนวโน้มที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วอลล์สตรีทเพลี่ยงพล้ำไปเมื่อช่วงต้นปี สิ้นปีนี้จะกลับมาผงาดอีกครั้งพร้อมเสียงแตรแห่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ลู่หมิงไม่สนว่าเงินร้อนระหว่างประเทศจะทำอย่างไรในช่วงสิ้นปี ขอแค่กอบโกยมาก่อนค่อยว่ากัน
เขาจะไม่โง่ไปต่อต้านแนวโน้ม ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีความแน่นอนจะแข็งค่าขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง ทั่วโลกต่างแย่งชิงเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ราคาดอลลาร์สหรัฐฯ ย่อมต้องสูงขึ้น โอกาสปล้นเงินมีให้เห็นอยู่ทนโท่ ถ้าไม่ไปกอบโกยมาสักหน่อยคงโดนสวรรค์ลงทัณฑ์แน่
ราคาปัจจุบันของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 94.2 ดอลลาร์ หากไม่มีอะไรผิดพลาด แนวโน้มรอบนี้จะพุ่งไปถึงประมาณ 103.8 ดอลลาร์ถึงจะเกิดการกลับตัวของฝั่งซื้อและฝั่งขาย กล่าวอีกนัยหนึ่ง แนวโน้มขาขึ้นในช่วงเวลาต่อจากนี้ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
การที่ลู่หมิงเลือกทำ Call Option ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถสร้างผลตอบแทนสัมบูรณ์ได้มากกว่าดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า การลองดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว อย่างมากก็ได้ผลตอบแทนสัมบูรณ์แค่ 10% แต่การทำออปชันมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวโดยตรง
ครั้งที่แล้ว ทุนเก็งกำไรของวอลล์สตรีทรวบรวมกองทัพเงินร้อนจากทั่วโลกมาทำการชอร์ตค่าเงินหยวน ท้ายที่สุดในสงครามสายฟ้าแลบ 48 ชั่วโมงของวันที่ 11-12 มกราคม พวกเขาก็พ่ายแพ้ย่อยยับจนหมดตัว
แต่ "สงครามค่าเงิน" ที่มีตลาดปริวรรตเงินตราหยวนเป็นสมรภูมิหลักนี้ยังห่างไกลจากคำว่าจบสิ้น ในช่วงสิ้นปีนี้ยังจะเกิดสงครามค่าเงินที่ดุเดือดยิ่งกว่าเดิม ทุนเก็งกำไรระหว่างประเทศต่างๆ ที่นำโดยวอลล์สตรีทซึ่งพ่ายแพ้ย่อยยับไปในครั้งที่แล้ว จะนำความโกรธแค้นที่ต้องการล้างอายมารวบรวมกองทัพฝั่งชอร์ตระดับนานาชาติเพื่อเปิดศึกอีกครั้ง
ขณะนี้ ลู่หมิงมองดูตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนนอกประเทศที่ 6.6341 มองดูวันที่ในปัจจุบันและการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
ช่วงเวลาในตอนนี้ ห่างจากการปฏิรูปอัตราแลกเปลี่ยน 811 เมื่อปีที่แล้ว เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว
เพิ่งเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เมื่อมองดูความผันผวนแบบเรียลไทม์ของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างประเทศ ลู่หมิงราวกับสัมผัสได้ว่าคลื่นใต้น้ำเริ่มทนไม่ไหวและเริ่มปั่นป่วนขึ้นมาแล้ว
เงินร้อนระหว่างประเทศต่างๆ ล้วนคิดว่าการใช้เวลาหนึ่งปีสะสมพลังนั้นเพียงพอที่จะล้างอายและทวงคืนความสูญเสียเมื่อปีที่แล้วกลับมาเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อน ครั้งนี้พวกเขาเชื่อมั่นว่าเพียงแค่ร่วมมือกันก็จะสามารถสร้างคลื่นยักษ์ที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งได้ ความมั่นใจนี้เกิดจากการที่มีเฟดคอยสั่งการอยู่เบื้องหลังและคอยหนุนหลังพวกเขา
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือ ในเวลานี้เงินหยวนเริ่มโดดเด่นในการชำระเงินสกุลเงินโลกแล้ว ราวกับเงินยูโรและเงินเยนเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งดึงดูดความสนใจของสหรัฐอเมริกามานานแล้ว
ในตอนนี้ ไม่มีใครคาดคิดว่าหงส์ดำได้เริ่มกระพือปีก บินวนอยู่เหนือหัวเศรษฐกิจโลก และพร้อมจะลงมาบนโลกมนุษย์เพื่อปล้นสะดมตามอำเภอใจ นำพาความหายนะมาสู่ผู้คนบนโลกได้ทุกเมื่อ
ทว่าลู่หมิงได้ลับมีดรอไว้แล้ว รอแค่ให้พวกเขามารนหาที่ตาย!
...







