"แม่มันเถอะ นี่มันการออกแบบบ้าบออะไรเนี่ย!" ชี่เคอฟูด่ากราด
สิ่งที่ตอบรับเขาคือเสียงปืนสองนัด ชายชาวรัสเซียล้มลงตามเสียง เลือดจากหน้าอกสาดกระเซ็นไปทั่ว
ตอนนั้นเอง ทหารม้าที่กำลังพัวพันต่อสู้กับหมิงจื่อก็ตะโกนขึ้นมาสองสามประโยค นั่นไม่ใช่ทั้งภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ แต่เป็นภาษาที่ฟังไม่ออกเลยสักนิด
ทว่าคนที่ฟังไม่ออกมีเพียงแค่พวกเขาสี่คนเท่านั้น
ทหารม้าที่มาเสริมทัพใหม่มีปฏิกิริยาทันที
เห็นเพียงคนหนึ่งยังคงอยู่บนหลังม้าเพื่อบรรจุกระสุนปืนไฟ ส่วนอีกคนชักปืนสั้นที่เอวออกมา แล้ววิ่งตรงไปทางหมิงจื่อ
เห็นได้ชัดว่าในบรรดาสี่คนนี้ มีแค่เฉี่ยนหยวนหมิงจื่อที่พอจะมีทักษะอาวุธเย็นอยู่บ้าง
และด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงถูกศัตรูมองว่าเป็นเป้าหมายภัยคุกคามอันดับแรก ส่วนโจวจือนั้นถูกเมินไปโดยสิ้นเชิง
หากเธอล้มลง 'ชีวิตโจรสลัด' ของทุกคนก็คงต้องจบลงเพียงเท่านี้อย่างเห็นได้ชัด
โจวจือเองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี เขาพร่ำบ่นซ้ำไปซ้ำมาว่า 'ยังไงนี่ก็เป็นเกม... ยังไงนี่ก็เป็นเกม...' พลางจับขวานแน่นด้วยความสั่นเทา วินาทีที่ทหารม้าโฉบผ่านร่างไป เขาก็คำรามลั่นพร้อมกับกระโจนทะยานขึ้น ใช้แรงทั้งหมดที่มีฟันเข้าใส่อีกฝ่าย
แม้ท่าทางจะดูโซซัดโซเซ แต่เขาก็ไม่ได้ยืนรอความตายอยู่กับที่
การกระทำนี้ดูเหมือนจะเหนือความคาดหมายของทหารม้า
อีกฝ่ายจำต้องชักปืนสั้นกลับไป แล้วใช้ท่อนแขนรับขวานเล่มนี้เอาไว้ เป็นอย่างที่หมิงจื่อพูดไม่มีผิด สิ่งที่ส่งผ่านมาทางด้ามขวานไม่ใช่ความหนืดเหนอะหนะจากการจมลงไปในเลือดเนื้อ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนของการปะทะกันระหว่างเหล็กกับหิน แรงสะท้อนกลับอันมหาศาลทำให้ขวานกระเด็นหลุดจากมือของโจวจือ ทหารม้าเองก็ถูกกระแทกตกจากหลังม้าเช่นกัน
สำเร็จแล้ว!
โจวจือพุ่งเข้าไปกดทับอีกฝ่ายไว้ กำลังจะแย่งชิงปืนสั้นกระบอกนั้น แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่หน้าท้อง
เมื่อก้มหน้าลงมอง กริชเล่มหนึ่งก็แทงทะลุท้องของเขาไปเสียแล้ว
"เวรเอ๊ย มอนสเตอร์ตัวนี้... เปลี่ยนอาวุธได้..."
โจวจือใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก
ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวลงอย่างรวดเร็ว
เขามองเห็นเฉี่ยนหยวนหมิงจื่อถูกทหารม้าที่มาเสริมทัพประกบโจมตีทั้งหน้าหลัง พลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็ถูกฟันคอขาด เลือดตรงปากแผลที่ลำคอพุ่งกระฉูดขึ้นสูง ชายชาวรัสเซียถูกยิงแล้วยังไม่ขาดใจตายในทันที แต่จุดจบกลับอนาถกว่า เพราะสูญเสียความสามารถในการตอบโต้ ชาวบ้านที่ตอนแรกหลบซ่อนตัวอยู่ทั่วทุกสารทิศจึงรวบรวมความกล้า ถือคราดและกระบองเข้ามาร่วมวงต่อสู้ ดังนั้นตอนที่เขาตาย สภาพศพทั่วทั้งร่างจึงแทบไม่มีชิ้นดี มีแต่รูพรุนทะลุแสงให้เห็นเต็มไปหมด
จากนั้นแสงสีขาวก็สว่างวาบปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง
เหมือนกับตอนที่พวกเขาล็อกอินเข้าเกมไม่มีผิด
"เฮือก !"
เสียงสูดลมหายใจเข้าอย่างรุนแรงดังขึ้น
โจวจือออกแรงถอดแว่น VR ออก หอบหายใจเฮือกใหญ่ราวกับคนกำลังจะขาดใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังยากจะสงบจังหวะการเต้นอันรุนแรงของหัวใจลงได้
คนอื่นๆ เองก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก บนใบหน้าแทบไม่เหลือสีเลือดให้เห็นเลย
"ซูกาเบลียต แกหลอกฉัน! นี่น่ะเหรอที่บอกว่าไม่เจ็บ?" อานตงหนีชี่เคอฟูโวยวายลั่น "ฉันรู้สึกเหมือนกระสุนไม่กี่นัดนั่นแทบจะกระซวกฉันจนตายอยู่แล้ว!"
"เพื่อประสบการณ์การรับรู้ของลูกค้า การลดทอนความเจ็บปวดจึงไม่ได้อยู่ที่ศูนย์ครับ" พิธีกรยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่ผมรับประกันได้ว่าตัวเลขนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของทุกท่านอย่างแน่นอน"
ชายชาวรัสเซียจ้องหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "ความหมายของฉันก็คือ... ปรับระดับมันให้สูงขึ้นอีกหน่อยได้ไหม แม่งโคตรจะเร้าใจเลย!"
"ใช่ ถ้าไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ฉันคงจินตนาการไม่ออกเลยว่าบนโลกนี้จะมีเกมแบบนี้อยู่ด้วย!" เฉียวจานหมู่จุดบุหรี่มวนหนึ่ง ครั้งนี้เป็นบุหรี่ของจริง เขาอัดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ "สหาย พวกนายกำลังจะรวยเละแล้ว!"
"ค่าธรรมเนียมแรกเข้าหนึ่งล้านนี้ เป็นหนึ่งล้านที่ฉันจ่ายไปอย่างคุ้มค่าที่สุด" ชี่เคอฟูเอ่ยชมไม่ขาดปาก "กิจกรรมครั้งหน้าจะจัดขึ้นเมื่อไหร่ ฉันคิดว่า... ต้นทุนในการเปิดใช้งานแต่ละครั้งคงไม่ใช่น้อยๆ ใช่ไหม ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินทุน ฉันยินดีสนับสนุนนะ"
"ทำไมล่ะ นายยังอยากจะมาอีกเหรอ"
"ต่อให้มาอีกสิบครั้งก็ไม่หวั่น!" อานตงหนีคว้าขวดเหล้าบนโต๊ะมากระดกอึกใหญ่ ในแววตาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ "ตกลงครั้งหน้าจัดเมื่อไหร่ ฉันจะต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมกว่านี้แน่นอน แล้วก็... ถ้าปรับระดับความยากลงมาได้อีกนิดจะดีมาก"
แม้เฉี่ยนหยวนหมิงจื่อจะไม่ได้ระบายอารมณ์ออกมาเสียงดัง แต่จากสีหน้าก็ดูออกว่าเธอได้รับความตื่นเต้นไปไม่น้อย และยังคงไม่หายตกใจจากประสบการณ์เมื่อครู่
ส่วนโจวจือนั้นมีสีหน้าซับซ้อน
ทางด้านพิธีกรที่สวมหน้ากากก็ไม่อาจมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกใดบนใบหน้าได้เลย "คำถามที่ท่านถามเกี่ยวข้องกับความลับทางธุรกิจ ต้องขออภัยที่ผมไม่สามารถตอบได้ครับ ทว่าสิ่งที่ผมบอกทุกท่านได้ก็คือ นี่เป็นเพียงการทดลองเปิดใช้งานเบื้องต้นเท่านั้น ดินแดนหรรษาเป็นโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่มาก การเปิดให้เข้าร่วมในครั้งหน้าจะไม่ง่ายดายเหมือนอย่างในวันนี้อีกแล้วครับ"
"เราจะขยายขนาดของมันให้ใหญ่ขึ้น และลดเกณฑ์การเข้าร่วมลง เพื่อให้ผู้คนจำนวนมากได้สัมผัสกับความสุขที่ดินแดนหรรษามอบให้ ส่วนเวลาเปิดที่แน่ชัดนั้น ขอให้ทุกท่านโปรดอดใจรอ เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ ผมจะส่งคำเชิญไปอีกครั้ง เพื่อนำทางทุกท่านไปยังดินแดนหรรษาครับ" เขาค้อมตัวทำความเคารพเล็กน้อย "สุดท้ายนี้... ขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมสนุกครับ"
...
สื่อตงเดินผ่านกำแพงเมืองเก่าอันมืดมิด มาจนถึงเขตตะวันตก ที่นี่คือพื้นที่ชายขอบของเมือง มองไปทางไหนก็เห็นแต่ขอทานในชุดขาดวิ่น รวมถึงพวกอันธพาลแก๊งต่างๆ ที่จ้องมองเขาด้วยสายตาประสงค์ร้าย ทว่าพวกเขาก็ทำได้แค่จ้องมองเท่านั้น สื่อตงรู้ดีว่าเหรียญตราบนบ่าของเขามากพอที่จะสะกดข่มพวกเศษสวะขี้ขลาดเหล่านี้ได้ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ถ้าพวกมันมีความกล้ามากพอที่จะลงมือกับทหารยามแห่งป้อมรุ่งโรจน์อย่างโจ่งแจ้ง ก็คงไม่ลดตัวไปเป็นสุนัขรับใช้ให้กับแก๊งใต้ดินหรอก
อย่างน้อยในช่วงกลางวัน ที่นี่ก็ยังปลอดภัย
เขาเดินตามถนนอันเปียกชื้นไปราวร้อยกว่าเมตร ก่อนจะเลี้ยวอีกสองโค้ง สื่อตงก็มาหยุดอยู่ตรงปากตรอกแคบๆ แห่งหนึ่ง
ตรงนั้นมีเพิงชั่วคราวที่สร้างจากไม้ตั้งอยู่
ด้านบนของเพิงยังมีป้ายแขวนไว้ด้วย ร้านทำนายดวงชะตาพิลึก
และนี่ก็คือจุดหมายปลายทางของการเดินทางมาในครั้งนี้ของเขา
สื่อตงกวาดตามองซ้ายขวาครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครสะกดรอยตามมา เขาก็ดึงปีกหมวกให้ต่ำลงแล้วเดินเข้าไปในเพิง
แม้ว่าข้างในจะไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรที่น่าปิดบัง แต่เขาก็ยังไม่อยากให้การกระทำของตัวเองไปเข้าหูเพื่อนร่วมงานอยู่ดี
"ยินดีต้อนรับสู่พิลึก... อ้อ นายเองหรือ"
ภายในบ้านมีเพียงคนผู้เดียว เป็นชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่ง
"ฉันเอง" สื่อตงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจนั่งขัดสมาธิลง พื้นที่แคบๆ ภายในเพิงไม่เอื้อให้เขายืดหลังได้เต็มที่นัก แทนที่จะต้องยืนหลังค่อม สู้ทำให้ตัวเองสบายขึ้นหน่อยยังจะดีกว่า "คุณยังจำฉันได้หรือ"
"แน่นอน คนที่มาตามหาโชคชะตาถึงที่นี่มีไม่มากนักหรอก" ชายชราพยักหน้า ก่อนจะเผยให้เห็นฟันหักๆ สีเหลืองอมน้ำตาลเต็มปาก "คนที่กลับมาเจอกันอีกครั้งยิ่งน้อยลงไปใหญ่ แล้วเป็นยังไงล่ะ... คำทำนายเป็นจริงไหม"
"คุณรู้ได้ยังไงว่าที่นั่นจะมีโจรสลัดโผล่มา" สื่อตงอดถามไม่ได้ "ตามทฤษฎีแล้ว พวกมันไม่น่าจะผ่านแนวป้องกันของเรือลาดตระเวน แล้วเข้ามาใกล้ป้อมรุ่งโรจน์อย่างเงียบเชียบได้เลย "
"นายพูดเรื่องอะไร โจรสลัด?" อีกฝ่ายดูประหลาดใจเล็กน้อย "การทำนายครั้งนี้ไม่ได้นำเรื่องยุ่งยากอะไรมาให้นายใช่ไหม"
จริงสิ... เขาไม่รู้รายละเอียดของเรื่องราวเลยว่าคืออะไร
สื่อตงจ้องหน้าเขาอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ ถอนร่างที่โน้มไปข้างหน้ากลับมา หากใช้คำพูดของอีกฝ่าย สิ่งที่เขาทำนายก็เป็นเพียงแค่โอกาส เช่น จะสามารถแก้ปัญหาความกลุ้มใจได้เมื่อไหร่และที่ไหน ส่วนเรื่องราวรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตัวชายชราเองก็ไม่อาจล่วงรู้ได้เช่นกัน
และด้วยเหตุนี้เอง มันจึงทำให้เรื่องนี้ดูเหลือเชื่อมากยิ่งขึ้น
ใช่แล้ว คำทำนายเป็นจริง
เดิมทีสื่อตงไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เลย หากไม่ได้อับจนหนทางจริงๆ ด้วยความคิดที่อยากจะลองดูสักตั้ง เขาจึงพาพวกพ้องสองสามคนไปยังหมู่บ้านชาวประมงชานเมืองฝั่งใต้ ไม่นึกเลยว่าจะบังเอิญเจอเข้ากับกองโจรสลัดที่เพิ่งขึ้นฝั่งจริงๆ อาศัยหัวของคนพวกนี้ เขาจึงได้รับเงินรางวัลนอกเหนือจากเงินเดือนมาอีกก้อนหนึ่ง จากนั้นก็นำเงินก้อนนี้ไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้น้องสาวต่อ จนในที่สุดก็ทำให้อาการป่วยของเธอกลับมาทรงตัวได้อีกครั้ง
ถึงขั้นมีข่าวลือว่า ด้วยผลงานจากศึกครั้งนี้ เขาอาจจะได้เลื่อนขั้นจากหัวหน้าหน่วยย่อยขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วย และถ้าเป็นเช่นนั้น ค่าตอบแทนของเขาก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น







