เมื่อผมสร้างบั๊ก แต่กลับกลายเป็นระบบหลักของเกม · khram
ตอนที่ 51
บทที่ 51 โปรดวางใจ บริษัทจะไม่ปิดตัวลงแน่นอน!
ความคิดเห็นทำนองนี้ยังมีอีกมาก เรียกได้ว่านับไม่ถ้วน
และสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกโกรธเคืองที่สุดก็คือ ไม่ว่าจะเป็นตามเว็บบอร์ดใหญ่ๆ หรือเว็บไซต์วิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นสตรีมเมอร์หรือเพื่อนรอบตัว พวกเขากลับหาผู้เล่นที่เคลียร์เกม 'ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า' ได้แม้แต่คนเดียวไม่เจอเลย!
แน่นอนว่าการเคลียร์เกมที่กล่าวถึงในที่นี้หมายถึง 'ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น รวบรวมสามก๊กเป็นหนึ่ง'
ผู้เล่นส่วนใหญ่เค้นสมองเล่นอย่างสุดความสามารถ ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็เป็นเพียงการสิ้นอายุขัยอยู่ที่ 'อู่จั้งหยวน' หรือไม่ก็ 'ฉีซาน' เท่านั้น
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมจูเก่อเลี่ยงที่ผู้เล่นส่วนใหญ่สวมบทบาทถึงมักจะป่วยตายในสถานที่เฉพาะเจาะจงอย่าง 'อู่จั้งหยวน' และ 'ฉีซาน' ในท้ายที่สุดน่ะหรือ?
นั่นก็เพราะเป้าหมายในการบุกเหนือของจูเก่อเลี่ยงคือฉางอาน และการจะเดินทางจากจ๊กก๊กไปฉางอานนั้น ตั้งแต่โบราณกาลมามีเพียงสี่เส้นทางคือ เส้นทางเฉินชาง เส้นทางเปาเซี่ย เส้นทางถ่างลั่ว และเส้นทางจื่ออู่ ซึ่งต้องข้ามผ่านฉินหลิง แต่ละเส้นทางล้วนขรุขระอันตรายและยากแก่การเดินทัพ
แน่นอนว่าสามารถเลือกอ้อมฉินหลิงไปทางฉีซานได้ แม้ว่าวิธีนี้จะอ้อมไกล แต่การหลีกเลี่ยงเส้นทางภูเขาที่ขรุขระของฉินหลิงก็เป็นผลดีต่อการเคลื่อนทัพใหญ่และการส่งเสบียงจากแนวหลัง
แม้การบุกเหนือหลายครั้งของจูเก่อเลี่ยงจะถูกเรียกว่า 'หกออกฉีซาน' แต่ในความเป็นจริงจูเก่อเลี่ยงทำการบุกเหนือเพียง 5 ครั้ง โดยมีเพียงสามครั้งเท่านั้นที่ไปทางฉีซาน ส่วนครั้งสุดท้ายใช้เส้นทางเปาเซี่ย (หรืออีกชื่อคือเซี่ยกู่)
และอู่จั้งหยวนก็ตั้งอยู่ตรงตำแหน่งทางออกด้านเหนือสุดของเซี่ยกู่พอดี
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมการบุกเหนือครั้งสุดท้ายจูเก่อเลี่ยงถึงไม่เลือกฉีซาน? ด้านหนึ่งเป็นเพราะรัฐวุ่ยได้เพิ่มการระแวดระวังทางฝั่งฉีซานแล้ว อีกด้านหนึ่งก็เป็นเพราะจูเก่อเลี่ยงรู้สึกว่าตนเองเหลือเวลาอีกไม่มาก จึงตัดสินใจทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อเผด็จศึกในคราวเดียว ท้ายที่สุดในสถานการณ์ที่เสบียงอาหารอุดมสมบูรณ์ เขาจึงเลือกเคลื่อนทัพจากเซี่ยกู่
ทว่าอู่จั้งหยวนในฐานะทางออกของเซี่ยกู่นั้นมีตำแหน่งที่ตั้งพิเศษ ด้านหลังพิงฉินหลิง ทิศเหนือคือเว่ยสุ่ย ทิศตะวันออกคือแม่น้ำฉือโถว หากต้องการบุกโจมตีฉางอานไปทางตะวันออกต่อ ก็จำเป็นต้องหาวิธีข้ามแม่น้ำไปให้ได้
ซือหม่าอี้จัดทัพกระดองเต่า ตั้งค่ายป้องกันอย่างแน่นหนาและรอคอยให้ศัตรูเหนื่อยล้า จึงเป็นเรื่องยากที่จะคว้าชัยชนะมาได้
ในเกมก็จำลองภูมิประเทศนี้มาคร่าวๆ ดังนั้นหากผู้เล่นต้องการบุกเหนือให้สำเร็จ โดยพื้นฐานแล้วก็ต้องไปทางฉีซานหรือไม่ก็อู่จั้งหยวน
แต่โชคร้ายที่รัฐวุ่ยในเกมกลับมีกองกำลังที่แข็งแกร่งมาก ซือหม่าอี้ในนั้นก็ยังยืนกรานใช้ยุทธวิธีเต่าหดหัว ปักหลักตั้งรับไม่ยอมออกรบ!
หากผู้เล่นทนไม่ไหวและบุกเข้าไปโจมตี ก็ต้องจบเห่อย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วทั้งต้องข้ามแม่น้ำและยังต้องเป็นฝ่ายบุกโจมตีค่ายศัตรู ดีบัฟซ้อนทับกันมากขนาดนี้ ชนะได้ก็ผีหลอกแล้ว
แต่ถ้าผู้เล่นมัวแต่ยื้อเวลาไปเรื่อยๆ พออายุขัยของจูเก่อเลี่ยงหมดลงก็จบเห่อยู่ดี!
แน่นอนว่าผู้เล่นต่างก็งัดเอาความฉลาดเฉลียวออกมาใช้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาสังเกตเห็นว่าในกลยุทธ์มังกรหลับนั้นมีคำสั่ง 'บูชาดาว' อยู่ด้วย
สิ่งที่เรียกว่าการบูชาดาวนั้น แท้จริงแล้วก็คือ 'พิธีต่ออายุขัยด้วยโคมเจ็ดดาว'
ผู้เล่นต่างรู้สึกว่า หากกลยุทธ์มังกรหลับนี้ใช้ได้ผลจริงๆ สามารถต่ออายุขัยให้จูเก่อเลี่ยงได้จริงๆ แบบนั้นก็จัดการได้ง่ายแล้วไม่ใช่หรือ?
ผลปรากฏว่าหลังจากลองใช้ถึงได้รู้ว่า โอกาสสำเร็จของไอ้ของพรรค์นี้ต่ำมาก ต่อให้สำเร็จก็ต่ออายุขัยได้แค่ปีเดียวเท่านั้น
และที่แย่ที่สุดก็คือ ในแต่ละเทิร์นผู้เล่นสามารถใช้กลยุทธ์มังกรหลับได้เพียงสามครั้ง ซึ่งแต่เดิมก็ฝืดเคืองอยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องเจียดมาให้การบูชาดาวอีกครั้งหนึ่ง แบบนี้ยิ่งไม่พอใช้เข้าไปใหญ่
จะยอมทิ้ง 'ดูดาว', 'ทำนา' หรือ 'ถุงแพร' ดีล่ะ? หรือว่าจะยอมทิ้ง 'โต้วาที' และ 'โจมตีด้วยไฟ'? กลยุทธ์มังกรหลับเหล่านี้ดูแล้วมีประโยชน์กว่าการบูชาดาวตั้งเยอะ!
สรุปก็คือ กลยุทธ์มังกรหลับ 'บูชาดาว' นี้ดูเผินๆ เหมือนจะทรงพลัง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเหมือนซี่โครงไก่ที่ไร้รสชาติแต่ก็เสียดายที่จะทิ้งเสียมากกว่า!
ผู้เล่นเริ่มตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
เกมเวรนี่เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะให้พวกเขาเคลียร์ได้ตั้งแต่แรกแล้ว!
……
ในเวลานี้ สีหน้าของโจวหยางดูน้อยใจนิดๆ และอัดอั้นตันใจหน่อยๆ
หากจะถามว่าผู้เล่นด่าได้เจ็บแสบไหม?
ก็น่าจะเจ็บแสบมากอย่างแน่นอน
แต่โจวหยางก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกัน ปัญหาพวกนี้ พวกเราก็รู้กันตั้งแต่ตอนพัฒนาและทดสอบแล้วไม่ใช่หรือไง?
นอกเหนือจากซูถงที่เป็นหัวหน้าทีมทดสอบและเซียวหมิงอวี้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงินที่ดูแลแค่เรื่องเงินๆ ทองๆ โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเกมเลยแล้ว คนอื่นๆ ก็เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับรายละเอียดของเกม 'ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า' มาก่อนไม่มากก็น้อย
แต่กู้ฝานไม่ยอมฟังเลยสักนิด!
ตั้งแต่ต้นฉบับการออกแบบนี้ถูกนำออกมา ก็ไม่เคยมีการแก้ไขตัวอักษรเลยแม้แต่ตัวเดียว ซึ่งในมุมมองของโจวหยาง ต่อให้เอาไปเทียบกับวงการเกมทั่วโลก นี่ก็ถือเป็นเรื่องที่บ้าบิ่นสุดๆ
อะไรกันว้า พี่ชาย ต้นฉบับการออกแบบของคุณคือ 'ลวี่ซื่อชุนชิว' หรือไง? อักษรหนึ่งตัวมีค่าพันตำลึงทองงั้นสิ?
ต้นฉบับการออกแบบเกมของบริษัทอื่นๆ โดยพื้นฐานแล้วก็เหมือนกับโค้ดโปรแกรมเกมนั่นแหละ สามวันดีสี่วันไข้ก็ต้องแก้กันทีหนึ่ง พอเกมทำออกมาเสร็จ เมื่อเทียบกับการออกแบบในตอนแรกก็แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว
ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็เป็นแค่คนธรรมดา ไม่ใช่พระเจ้า จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเขียนงานออกแบบที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติออกมาได้ตั้งแต่แรก?
ในระหว่างการพัฒนา ไม่ว่าฝ่ายโปรแกรมเมอร์จะตั้งคำถามเรื่องตรรกะอะไร หรือพบว่าระบบเกมเพลย์บางอย่างไม่สมเหตุสมผล ก็ล้วนต้องได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีทั้งสิ้น
ผลปรากฏว่าที่ต้านสวรรค์นี่กลับดีแฮะ พอเขียนต้นฉบับการออกแบบออกมาแล้ว อย่าว่าแต่ฟังก์ชันเลย แม้แต่คำผิดข้างในก็ยังไม่ยอมให้แก้!
โจวหยางในฐานะนักออกแบบเกม ย่อมสามารถเข้าไปดูต้นฉบับการออกแบบฉบับอิเล็กทรอนิกส์ในระบบหลังบ้านได้อย่างอิสระ แต่ก็ทำได้เพียงแค่ดูเท่านั้น
เพราะต้นฉบับการออกแบบนี้อยู่ในรูปแบบอ่านได้อย่างเดียว ไม่สามารถแก้ไขได้เลยแม้แต่น้อย
และกู้ฝานเองก็เป็นหัวหน้าโปรแกรมเมอร์ของบริษัท เขาดูเหมือนจะมั่นใจในการออกแบบของตัวเองเป็นอย่างมาก ไม่ว่าฟังก์ชันนี้จะไม่สมเหตุสมผลแค่ไหน เขาก็จะพัฒนาออกมาด้วยความมั่นใจและไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
ไม่อย่างนั้นเขาจะพูดกันได้อย่างไรว่า โปรเจกต์ใดก็ตามที่มีหัวหน้าโปรแกรมเมอร์หรือหัวหน้าฝ่ายศิลป์ดำรงตำแหน่งโปรดิวเซอร์ มักจะมีปัญหาไม่มากก็น้อย!
เฮ้อ พูดยากจริงๆ!
ดูเหมือนว่าการคาดหวังว่าจะได้ประสบการณ์จากโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จในต้านสวรรค์เกมคงเป็นไปไม่ได้แล้ว ขอแค่ไม่ทำให้ประวัติการทำงานต้องด่างพร้อยก็ดีแค่ไหนแล้ว...
ส่วนคนอื่นๆ ต่างก็มีความกังวลในแบบของตัวเอง
แน่นอนว่าความกังวลของพวกเขาไม่ได้ตรงไปตรงมาเหมือนโจวหยาง พวกเขาแค่กลัวว่าต้านสวรรค์จะปิดตัวลงเป็นหลัก
แม้จะบอกว่านี่เป็นเพียงแค่เกมเกมหนึ่ง แต่บริษัทเกมก็เป็นแบบนี้แหละ ได้กำไรเร็วและขาดทุนเร็วเช่นกัน โปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จติดต่อกันหลายเกมสามารถทำให้บริษัทสตาร์ทอัพกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมได้โดยตรง แต่เกมที่ขาดทุนเพียงเกมเดียวก็อาจฉุดบริษัทลงสู่หุบเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้งได้
ฐานะทางการเงินของต้านสวรรค์ยังถือว่าพอใช้ได้ ท้ายที่สุดแล้วก็ยังมีเกมที่ประสบความสำเร็จแบบครึ่งๆ กลางๆ สองเกมคอยพยุงอยู่ ต่อให้ 'ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า' จะขาดทุนย่อยยับ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นตายคาที่ในทันที
แต่ถ้าเกมต่อไปยังขาดทุนอีก แบบนั้นก็คงพูดยากแล้ว
คาดว่าทุกคนคงต้องเก็บข้าวของเตรียมตัวหางานใหม่ต่อไป
และเมื่อดูจากท่าทางหัวรั้นของเจ้านายอย่างกู้ฝานแล้ว โอกาสที่เกมต่อไปจะทำเงินได้ก็ดูเหมือนจะมีอยู่น้อยนิดจนแทบมองไม่เห็น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ทุกคนก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยสไตล์แบบประธานกู้ เขาสร้างเกมที่ประสบความสำเร็จถึงสามเกมออกมาได้อย่างไร? แถมยังเป็นเกมประเภทที่ผู้เล่นอวยกันจนไส้แตกอีกต่างหาก!
หรือว่าจะเป็นการปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา พึ่งพาแต่บั๊กจริงๆ?
แปลกประหลาดเกินไปแล้ว แปลกประหลาดเกินไปแล้วจริงๆ!
ทั่วทั้งชั้นสองของร้านกาแฟในตอนนี้ ล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ยากจะอธิบาย
กู้ฝานซึ่งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเช่นนี้รู้สึกว่าตนเองควรจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วกระแอมเบาๆ สองครั้ง "เอาล่ะ ทุกคนวางงานในมือลงก่อน ผมมีเรื่องจะพูดสั้นๆ สองสามประโยค"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนที่เดิมทีแสร้งทำเป็นทำงานอยู่ก็พากันหันมามอง
สีหน้าของพวกเขาดูเหมือนจะโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
ค่อยยังชั่วหน่อย ดูเหมือนว่าประธานกู้จะยังปกติดีอยู่ เมื่อเกมต้องเผชิญกับอุปสรรคเช่นนี้ เขาก็คงต้องหาทางแก้ไขอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะหาทีมประชาสัมพันธ์หรือปรับเปลี่ยนฟังก์ชันของเกม อย่างไรเสียได้ลงมือทำอะไรสักอย่างก็ยังดี หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ จะพูดปลุกใจให้ทุกคนฮึกเหิมหน่อยก็ยังได้!
ความจริงแล้วในบริษัทอื่นๆ ทุกคนต่างก็ต่อต้านการแก้ไขเกมหลังจากที่ออนไลน์ไปแล้วเป็นอย่างมาก
ท้ายที่สุดแล้วเกมก็ทำออกมาเสร็จแล้ว ใครจะยังอยากทำงานอีกล่ะ? นอนอู้งานสบายจะตายไป
ทว่าหลังจากมาอยู่ที่ต้านสวรรค์เกม ทุกคนกลับคาดหวังให้ประธานกู้รีบแก้ไขเกมโดยเร็ว
ขอร้องล่ะ เกมโดนด่ายับขนาดนี้คุณยังนั่งติดอยู่อีกหรือ? พนักงานธรรมดาอย่างพวกเรานั่งไม่ติดกันแล้วนะเว้ย!
พวกเราก็ต้องทำอะไรสักอย่างสิ? จะเบิกตามองปริบๆ อย่างเดียวจริงๆ หรือไง!
โชคดีที่ตอนนี้ประธานกู้ตาสว่างขึ้นมาบ้างแล้ว และเตรียมจะพูดอะไรสักอย่าง
ทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
กู้ฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นอย่างมาก "ทุกคนก็คงเห็นแล้วว่าเกม 'ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า' นี้ได้รับกระแสตอบรับบนอินเทอร์เน็ตไม่เลวเลย แม้ว่ายอดขายในปัจจุบันอาจจะไม่ค่อยดีนัก แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลไป
"ไม่ว่าเกมนี้หรือเกมในอนาคตจะมีกำไรหรือไม่ ต่อให้ต้องขาดทุนจนหมดเนื้อหมดตัว ผมก็ขอรับประกันกับทุกคนได้เลยว่า บริษัทจะไม่มีวันปิดตัวลง และจะไม่มีการปลดพนักงานออกอย่างเด็ดขาด!
"เอาล่ะ ทุกคนทำงานกันต่อเถอะ"
พูดจบ กู้ฝานก็นั่งลง และอู้งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ต่อไป
ทุกคนในบริษัทต่างพากันตกตะลึง
หา?
นี่คือพูดจบแล้วเหรอ?
ไม่ใช่สิ พี่ชาย ตอนนี้คุณควรจะพูดเรื่องพวกนี้งั้นหรือ?
เกมโดนด่าเละเทะขนาดนี้แล้ว การประชาสัมพันธ์ฉุกเฉินล่ะ? แถลงการณ์ขอโทษล่ะ? การปรับเปลี่ยนระบบเกมเพลย์ล่ะ? การอัปเดตฮอตฟิกซ์ล่ะ?
กะจะไม่แก้โค้ดเลยแม้แต่บรรทัดเดียวจริงๆ ใช่ไหม?
สิ่งที่พวกเราใส่ใจคือปัญหาที่ว่าบริษัทจะปิดตัวลงไหมงั้นหรือ?
เอาเถอะ ปัญหานี้ก็ถือว่าสำคัญมากจริงๆ นั่นแหละ ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็ยังไม่อยากส่งเรซูเม่สมัครงานและหางานทำใหม่ในระยะเวลาอันสั้นนี้ แต่เมื่อเทียบกับปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญน้อยที่สุดเลยไม่ใช่หรือไง?
คำพูดสองประโยคนี้ของกู้ฝานทำเอาทุกคนถึงกับพูดไม่ออกกันไปหมด
เดิมทียังมีคนอยากจะไปถามเป็นการส่วนตัวว่า ตกลงแล้วควรจะมีการแก้ไขเกมบ้างหรือไม่ แต่เมื่อเห็นสถานการณ์ในตอนนี้ ต่างก็พากันหุบปากเงียบไปตามๆ กัน
ช่างเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ยังไงซะนี่ก็ไม่ใช่บริษัทของฉันอยู่แล้ว...
และด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงผ่านพ้นวันแรกของการวางจำหน่ายเกมใหม่ไปในสภาพที่ยิ่งดูเหมือนจะเข้ากันได้แต่ใจออกห่าง และต่างฝ่ายต่างก็มีความคิดซ่อนเร้นอยู่ในใจ







