เฉินทิงฉวนเปิดหน้าต่างสถานะของเฉาเชาดูด้วยใบหน้างุนงง และพบว่าในช่อง 'ขุนพลที่เกลียดชัง' ค่าความเกลียดชังที่มีต่อหลิวเป้ยกลับพุ่งสูงเกินหน้าเถาเชียนไปแล้ว
นี่มันไร้สาระชัดๆ!
พูดกันตามตรง หลิวเป้ยในตอนนั้นเป็นแค่ทหารรับจ้างใต้สังกัดของเถาเชียนเท่านั้น อีกหลายปีต่อมาเฉาเชายังมีฉากร่ำสุราวิจารณ์วีรบุรุษกับเขาอยู่เลย นั่นแสดงว่าเวลานี้พวกเขายังไม่ได้มีความแค้นฝังลึกอะไรกัน เฉาเชาไม่มีเหตุผลที่จะต้องหน้ามืดตามัวไล่ฆ่าเขาให้ได้สักหน่อย
แล้วเถาเชียนล่ะ?
ตอนนั้นเฉาสง พ่อของเฉาเชาลี้ภัยสงครามอยู่ที่หลางหยา เฉาเชาอยากให้เขากลับมาที่เหยี่ยนโจว แต่ผลคือถูกฆ่าตายระหว่างทาง สำหรับเรื่องที่ว่าใครเป็นคนลงมือนั้น บันทึกประวัติศาสตร์เขียนไว้แตกต่างกันไป บ้างก็เชื่อว่าเถาเชียนส่งคนไปฆ่า บ้างก็เชื่อว่าลูกน้องของเถาเชียนโลภในทรัพย์สินของเฉาสงจึงลงมือฆ่า แล้วเถาเชียนก็ต้องรับเคราะห์แทน
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร การตายของเฉาสงก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบของเถาเชียนอยู่ดี และนี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เฉาเชาสั่งสังหารหมู่ที่สวีโจว
แล้วไหงค่าความเกลียดชังของหลิวเป้ยถึงได้พุ่งสูงปรี๊ดแซงหน้าเถาเชียนที่เป็นศัตรูฆ่าพ่อไปได้ล่ะ?
เฉินทิงฉวนอยากจะตะโกนบอกเหลือเกินว่า เฉาเมิ่งเต๋อ นายตื่นสิฟะ!
ไม่ต้องเดาก็รู้ สาเหตุที่มีสถานการณ์หลุดโลกแบบนี้เกิดขึ้นได้ ก็ต้องเป็นเพราะการตั้งค่า 'ผู้มีลิขิตสวรรค์' นั่นแหละ!
เพราะผู้มีลิขิตสวรรค์มีโบนัสเพิ่มค่าความเกลียดชัง ความแค้นที่เฉาเชามีต่อหลิวเป้ยจึงพุ่งสูงปรี๊ดอย่างน่าประหลาด จนทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนี้ขึ้น
เฉินทิงฉวนเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ว่าการเล่นเกมของเขาในตอนนี้ดูเหมือนจะมาถึงทางตันซะแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นเวลาในการเล่นเกมก็ยังผ่านไปไม่นานนัก เขาจึงไม่แน่ใจว่าข้อสันนิษฐานของตัวเองจะถูกต้องเสมอไป ดังนั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์ เขาจึงเริ่มเกมใหม่อีกสองสามตาเพื่อทดลองดู
หลังจากทดลองแล้วก็พบว่า อื้ม...
ถึงทางตันจริงๆ ด้วย!
เพื่อพิสูจน์ความคิดของตัวเอง พอเริ่มเกมตาใหม่ เฉินทิงฉวนก็บังคับจูเก่อเลี่ยงให้ไปสมทบกับหลิวเป้ยทันที โดยหวังจะให้ผู้มีลิขิตสวรรค์ทั้งสองคนรวมกำลังกันให้ได้มากที่สุด
ทำแบบนี้ไม่เพียงแต่จะหยิบยืมค่าพลังต่อสู้ของสามพี่น้องหลิว กวน จาง มาใช้ได้ แต่ยังใช้กลยุทธ์มังกรหลับปกป้องผู้มีลิขิตสวรรค์ทั้งสองคนได้อีกด้วย
ทว่าความฝันนั้นช่างสวยหรู แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้าย!
ถึงแม้ว่าหลังจากรวมกองกำลังกับหลิวเป้ยแล้ว จะสามารถควบคุมขุมกำลังใต้สังกัดของหลิวเป้ยได้โดยตรงก็จริง แต่ปัญหาใหม่ก็ผุดขึ้นมาอีก
เวลานี้หลิวเป้ยไม่มีขุมกำลังอะไรเลยสักนิด!
เขาทำได้แค่พึ่งพากงซุนจ้านกับเถาเชียน ส่วนจูเก่อเลี่ยงก็เป็นแค่เด็กอายุสิบกว่าขวบเท่านั้น
พอสองคนนี้มาจับคู่กัน ค่าความเกลียดชังสำหรับพวกปีศาจก็ยิ่งพุ่งทะยาน จนกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกไปโดยปริยาย!
เดิมทีเฉินทิงฉวนยังพอบังคับให้จูเก่อเลี่ยงหลบๆ ซ่อนๆ โดยใช้กลยุทธ์มังกรหลับอย่าง 'เมืองเปล่า' หรือ 'โต้วาที' เพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ ได้ แค่หลบพวกขุนพลที่มีค่าความเกลียดชังต่อตัวเองสูงๆ ก็มีชีวิตรอดแล้ว
แต่ตอนนี้จะหลบก็ไม่มีที่ให้หลบ จะซ่อนก็ไม่มีที่ให้ซ่อน สู้ก็สู้ไม่ชนะ หนีก็หนีไม่พ้น
บางครั้งก็มีกองกำลังหลายฝ่ายแห่กันมาบุกถึงหน้าประตูบ้านพร้อมกัน ทำเอาเฉินทิงฉวนถึงกับหัวหมุน
พวกปีศาจเหล่านั้นดูเหมือนกำลังจะบอกว่า ขอบคุณสำหรับของขวัญจากธรรมชาตินะ!
เดิมทีถ้าผู้มีลิขิตสวรรค์แยกกันอยู่ยังจะปลอดภัยกว่า จูเก่อเลี่ยงวัยแปดขวบออกไปร่อนเร่ข้างนอกสักเจ็ดแปดปีก็ไม่มีปัญหา แต่พอผู้มีลิขิตสวรรค์สองคนมารวมตัวกันเมื่อไหร่ ก็ไม่เคยมีชีวิตรอดเกินสามปีเลยสักครั้ง
โดนกวาดล้างยกครัวไปเลยสิครับ!
หลังจากล้มเหลวติดกันสามครั้ง เฉินทิงฉวนก็ขมวดคิ้วแน่น บนใบหน้าปรากฏแววตางุนงงและสับสนยิ่งกว่าตอนเห็นอุลตร้าแมนหยกเสียอีก เขาเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันให้ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดฟัง
"เพื่อนๆ ครับ ตอนนี้สถานการณ์มันเป็นแบบนี้
"เป้าหมายของเกมนี้คือ 'ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น' แต่เงื่อนไขในการฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นก็คือ จูเก่อเลี่ยงและหลิวเป้ย ผู้มีลิขิตสวรรค์ทั้งสองคนนี้จะต้องมีชีวิตอยู่
"แต่ตามการตั้งค่าพื้นฐานของเกม พวกปีศาจได้เข้าสิงร่างบุคคลในประวัติศาสตร์ยุคนี้เป็นจำนวนมาก อย่างน้อยเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของคนในเกมนี้ถูกปีศาจสิงไปแล้ว!
"ดูสิครับ ผมลองสุ่มเปิดดูบุคคลในประวัติศาสตร์ไม่กี่คนก็พบว่า ในช่องขุนพลที่เกลียดชังของพวกเขามีหลิวเป้ยกับจูเก่อเลี่ยงอยู่ด้วยทั้งนั้น แค่ลำดับความเกลียดชังมันต่างกันเท่านั้นเอง
"เมื่อหลิวเป้ยหรือจูเก่อเลี่ยงบังเอิญอยู่ใกล้คนพวกนี้ แล้วลำดับความเกลียดชังอยู่ในระดับสูงสุด พวกเขาก็จะยกทัพมาจัดการสองคนนี้ทันที
"แต่ปัญหามันอยู่ที่ จูเก่อเลี่ยงที่ผมเล่นเนี่ย ตอนนี้จะเอาทหารก็ไม่มี จะเอาคนก็ไม่มี ลูกน้องของหลิวเป้ยก็มีทหารอยู่ไม่เท่าไหร่ ขืนมีพวกเก่งๆ โผล่มาสักคนก็สู้ไม่ได้แล้ว!
"ถึงจะมีกลยุทธ์มังกรหลับ แต่กลยุทธ์พวกนี้อย่างมากก็แค่ช่วยปกป้องจูเก่อเลี่ยง ไม่ได้ช่วยปกป้องหลิวเป้ยเลยสักนิด!
"เกมนี้มันมีบั๊กหรือเปล่าเนี่ย!"
เฉินทิงฉวนรู้สึกฉงนใจ เกมนี้เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะให้ผู้เล่นเคลียร์ด่านได้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเปล่า?
หรือว่ายุคประวัติศาสตร์ที่ผมเลือกมันจะผิด?
เฉินทิงฉวนลองคิดดูและรู้สึกว่ามันก็มีความเป็นไปได้
เขาคิดเอาเองฝ่ายเดียวว่า 'ยิ่งเป็นยุคประวัติศาสตร์ช่วงแรกๆ ก็ยิ่งเล่นง่าย' นี่อาจจะทำให้เขาติดกับดักความคิดผิดๆ ก็ได้ เพราะตั้งแต่โบราณกาลมา การบุกเบิกสร้างตัวนั้นยากที่สุด ส่วนการรักษาสิ่งที่มีอยู่ไว้จะง่ายกว่าสักหน่อย
บางทีการเลือกเริ่มเกมในยุคที่มีดินแดนมั่นคงแล้วอาจจะดีกว่าไหม?
"ที่แท้ความยากของสี่ยุคนี้ก็ไม่ได้เรียงจากง่ายไปยาก แต่เรียงจากยากไปง่ายนี่เอง!
"เพื่อนๆ ครับ คราวนี้เรามาเลือกยุคประวัติศาสตร์ช่วงสุดท้ายกันเลยดีกว่า ขุนนางรับฝากฝัง!
"เอาล่ะ! ตอนนี้ผมมีกองกำลังที่ตั้งตนเป็นใหญ่ได้แล้ว อย่างน้อยก็ยึดครองอี้โจวไว้ทั้งเมือง คราวนี้จะได้ไม่โดนพวกไก่กาอาราเล่รังแกอีกต่อไป!"
'ขุนนางรับฝากฝัง' เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่เลือกเล่นได้ในเกม กินเวลาตั้งแต่ปีค.ศ. 223 ถึง 234 หรือก็คือช่วงตั้งแต่การฝากฝังบุตรที่เมืองป๋ายตี้ไปจนถึงสายลมสารทที่อู่จั้งหยวน
จูเก่อเลี่ยงในรอบนี้ปรากฏตัวที่เฉิงตู และภาพเหมือนของตัวละครก็เปลี่ยนจากเด็กหนุ่มก่อนหน้านี้ กลายเป็นชายวัยกลางคนที่มีผมหงอกปะปนอยู่ตรงจอนผม
เฉินทิงฉวนเปิดดูเมืองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังก๊กสู่ และก็เป็นอย่างที่คิด คราวนี้เขาสามารถควบคุมขุนนางบุ๋นและขุนพลบู๊ในเมืองได้แล้ว
"เพื่อนๆ ครับ คราวนี้มาดูผมโชว์ฝีมือกัน!"
เฉินทิงฉวนเริ่มควบคุมเกมอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยมในทันที
อันดับแรก เขาคัดกรองขุนพลและกุนซือที่มีค่าการเมืองค่อนข้างสูงออกมาทั้งหมด แล้วให้พวกเขาไปรับตำแหน่งเจ้าเมืองของเมืองหลักแต่ละแห่ง จากนั้นก็บ้าทำแต่กิจการภายใน ทำนา เก็บภาษี!
ส่วนขุนพลพวกนั้นก็ให้ไปเกณฑ์ทหารและทำการฝึกฝน
สำหรับจูเก่อเลี่ยง ในที่สุดกลยุทธ์มังกรหลับของเขาก็ได้งัดออกมาใช้จนหมด น่าเสียดายที่แต่ละเทิร์นใช้ได้สูงสุดแค่สามครั้งเท่านั้น
เฉินทิงฉวนใช้สกิลดูดาวหนึ่งครั้งในฤดูใบไม้ผลิของทุกปีเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองยังคงสามารถจับตาดูค่าสถานะและความเคลื่อนไหวของศัตรูรอบด้านได้ตลอดเวลา
ส่วนกลยุทธ์มังกรหลับอื่นๆ เขาจะเลือกระหว่าง 'ทำนา', 'โจมตีด้วยไฟ', 'ถุงแพร' และ 'โต้วาที'
'ทำนา' เป็นสกิลที่ต้องใช้ทุกเทิร์น ก็แหม สกิลนี้มันช่วยเพิ่มผลผลิตจากการทำนาและปริมาณเสบียงอาหารได้อย่างมหาศาลนี่นา ดังคำกล่าวที่ว่า 'กองทัพยังไม่เคลื่อน เสบียงต้องไปก่อน' เฉินทิงฉวนเข้าใจลึกซึ้งถึงจุดนี้ดี แน่นอนว่าเขาต้องรับประกันเสบียงสนับสนุนให้ได้มากที่สุด
'ถุงแพร' มีไว้สำหรับอุดรอยรั่ว นี่เป็นสกิลที่ค่อนข้างทรงพลังทีเดียว มันสามารถเพิ่มความสามารถด้านกิจการภายในของขุนพล ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำนาหรือฝึกทหารของเมืองใดเมืองหนึ่งได้ และในยามออกศึกก็ยังช่วยให้ขุนพลคนนั้นใช้ซูเปอร์สกิลตำราพิชัยสงครามเพิ่มได้อีกหนึ่งครั้ง เพื่อคว้าชัยชนะชี้ขาดมาครอง
ส่วนกลยุทธ์มังกรหลับอย่าง 'โจมตีด้วยไฟ' และ 'โต้วาที' ทั้งสองสกิลนี้มีไว้ใช้ในสถานการณ์พิเศษ อย่างเช่น ล่อศัตรูให้เข้ามาลึกๆ แล้วค่อยรวมกำลังสังหารทหารศัตรู หรือไม่ก็ใช้เกลี้ยกล่อมพวกหัวแข็งที่ยืนกรานรักษาเมืองของศัตรูให้ยอมจำนน
แน่นอนว่าขนาดของเกม 'ตำนานมังกรหลับลิขิตสวรรค์' นั้นเล็กกว่าเกมแนววางแผนกลยุทธ์ทั่วไปมาก ดังนั้นกลยุทธ์ที่ผู้เล่นสามารถทำได้จึงไม่ได้ซับซ้อนอะไรเป็นพิเศษ หลายๆ ครั้งก็เป็นแค่การออกคำสั่งแบบคลุมเครือให้ขุนพล ส่วนผลลัพธ์ที่ออกมาระหว่างลงมือทำจริงจะเป็นยังไงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของขุนพลล้วนๆ
ระหว่างเล่นเกม เฉินทิงฉวนเคยเจอสถานการณ์ที่ทำเอาเส้นเลือดในสมองแทบแตก ขุนพลที่ส่งออกไปมีค่าสถานะทุกด้านดูดีไปหมด แถมกำลังทหารก็มีเยอะกว่าฝ่ายตรงข้ามแท้ๆ แต่ดันสู้ไม่ชนะซะงั้น!
แต่แน่นอนว่าเขาก็เคยเจอสถานการณ์ที่น่าประหลาดใจอยู่บ้างเหมือนกัน อย่างเช่นขุนพลที่ดูไม่เอาไหนบางคนกลับรักษาเมืองเอาไว้ได้ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบเรื่องกำลังพล
สรุปก็คือ เฉินทิงฉวนยุ่งจนหัวหมุนแต่ก็สนุกสุดๆ เขาเอาแต่จัดทัพวางค่ายกล มอบหมายภารกิจให้ขุนพลใต้สังกัด แถมยังต้องชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย และพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะจัดสรรกลยุทธ์มังกรหลับที่ใช้ได้แค่สามครั้งต่อเทิร์นยังไงดี
ด้วยเหตุนี้ เฉินทิงฉวนจึงขยายอาณาเขตไปได้อย่างทุลักทุเล ดินแดนสู่ทั้งหมดถูกเขาปกครองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย การยกทัพออกศึกหลายครั้งก็ได้รับผลงานมาบ้าง และสามารถยึดเมืองมาได้สองสามเมือง
ทว่าเฉินทิงฉวนก็ต้องเผชิญกับปัญหาในเวลาไม่นาน
ทางฝั่งวุยก๊กส่งซือหม่าอี้ออกมาแล้ว!
เหมือนกับในประวัติศาสตร์ไม่มีผิด ซือหม่าอี้คนนี้ใช้ยุทธวิธีเต่าหดหัว ไม่ยอมออกมาสู้กับเฉินทิงฉวนดื้อๆ ซะอย่างนั้น!
เฉินทิงฉวนเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน เวลานี้เขาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบเดียวกับจูเก่อเลี่ยงในปีนั้นเป๊ะ
การฝืนบุกโจมตีเมืองในเกมก็เป็นการกระทำที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ดังนั้นเขาจึงมีทางเลือกแค่สองทาง คือรวบรวมกำลังทหารที่เหนือกว่าไปฝืนตีเมือง หรือไม่ก็ทำนารอบๆ เมืองนี้ แล้วยืดเยื้อทำศึกระยะยาวกับฝ่ายตรงข้าม
พอยืดเยื้อไปมา อายุขัยของจูเก่อเลี่ยงก็หมดลงอีกครั้ง
【อู่จั้งหยวน - จูเก่อเลี่ยงป่วยหนักจนเสียชีวิตแล้ว!】
【'ผู้มีลิขิตสวรรค์' หลิวเป้ยและจูเก่อเลี่ยงเสียชีวิตทั้งคู่ ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย 'ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น' ได้ เกมโอเวอร์!】