“...อาจารย์ดูสิครับ แบบนี้ก็คือเส้นโค้งเชิงวงรีแล้ว แต่ไม่ใช่เส้นโค้งวงรีในภาคตัดกรวยทั่วไปนะ ทว่าเป็นเส้นโค้งเชิงภาพฉายที่เรียบและมีจีนัสเป็น 1 บนฟีลด์ ถ้าลักษณะเฉพาะไม่เท่ากับ 2 สมการแอฟไฟน์ก็จะเป็น y^2=x^3+ax^2+bx+c
เงื่อนไขเบื้องต้นของข้อความคาดการณ์ BSD นั้นอาจารย์ต้องจำได้แน่ใช่ไหมครับ เส้นโค้งเชิงวงรีบนฟีลด์จำนวนเชิงซ้อนคือพื้นผิวรีมันน์ที่มีจีนัสเป็น 1 เส้นโค้งเชิงวงรีบนโกลบอลฟีลด์เป็นกรุปสลับที่ที่ก่อกำเนิดแบบจำกัด อบีเลียนวาไรตี้คือการขยายแนวคิดเส้นโค้งเชิงวงรีไปสู่มิติที่สูงขึ้น
ดังนั้นในตอนนี้ผมรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนเส้นโค้งเชิงวงรีให้อยู่ในรูปแบบของไวเออร์สตราส นี่คือวิธีที่ผมค้นพบหลังจากอ่านทฤษฎีที่เกี่ยวข้องมาเยอะมาก การบิดเบือนรูปแบบนี้ถือเป็นการทำงานที่ตายตัวมาก โดยมีเงื่อนไขเบื้องต้นว่าสมการจะต้องมีจุดของจำนวนตรรกยะอย่างน้อยหนึ่งจุด
แต่เห็นได้ชัดว่าขั้นตอนนี้เป็นจริง ก่อนหน้านี้พวกเราได้พิสูจน์แล้ว ดังนั้นพวกเราจึงได้สองสูตรนี้มา...”
เฉียวอวี้พูดพลางใช้ปากกาเขียนลงบนโต๊ะพับขนาดเล็ก
ส่วนหลานเจี๋ยก็ตั้งใจฟัง ยืดคอยาวเหยียดเพื่อดูขั้นตอนการแก้โจทย์ทั้งหมดของเฉียวอวี้ รวมถึงแผนภาพระนาบที่วาดขึ้นจากระบบพิกัดอย่างลวกๆ
“...เห็นได้ชัดมาก ตอนนี้เราได้เส้นโค้งเชิงวงรีแบบคลาสสิกที่มีส่วนจริงสองส่วน เส้นทางด้านขวาเห็นได้ชัดว่าทอดยาวต่อเนื่องไปจนถึงบวกและลบอนันต์ เส้นโค้งเชิงวงรีแบบปิดทางด้านซ้ายคือหัวใจสำคัญในการหาคำตอบ หากกำหนดผลเฉลยใดๆ ของสมการนี้ ก็สามารถใช้สมการเพื่อแปลงกลับเป็นค่าที่เราต้องการจะหาได้”
“จุดที่สำคัญที่สุดของขั้นตอนนี้อยู่ที่สิ่งอันดับสาม (a:b:c) จะต้องเป็นเส้นโค้งเชิงภาพฉาย ถึงจะสามารถคูณค่าคงที่อะไรก็ได้ตามใจชอบ และทำให้สมการยังคงเป็นจริง จากนั้นก็ต้องใช้ความสมมูลตรรกยะสองทาง ผมก็จะหาจุดจำนวนตรรกยะที่คำนวณหาได้สะดวกที่สุดบนเส้นโค้งเชิงวงรีนี้โดยตรง แล้วนำไปแทนค่าในสมการเดิม ก็จะหาคำตอบได้แล้วครับ
ความจริงพอมาถึงขั้นตอนนี้ก็ง่ายแล้วครับ ในทฤษฎีเส้นโค้งเชิงวงรี เทคนิคเส้นคอร์ดและเส้นสัมผัสคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างจุดจำนวนตรรกยะใหม่ไงล่ะครับ ขอเพียงแค่หาจุดจำนวนตรรกยะที่ทราบค่าสองจุดบนเส้นโค้งเชิงวงรี นั่นคือ P1 และ P2 ก็สามารถสร้างจุดจำนวนตรรกยะใหม่ผ่านการบวกได้
ต่อไปก็คือการสร้างเส้นสัมผัสโดยตรง ในเวลานี้ก็จะเกิดกรุปอบีเลียนขึ้นมาตามธรรมชาติ เราต้องนำสมาชิกเอกลักษณ์ O ในกรุปนี้เข้ามา ตามกฎแล้ว เมื่อจุด P ใดๆ บวกกับ O ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็น P
...พวกเราทำการลากเส้นสัมผัสที่จุด P เพื่อหาจุดที่ P ตัดกับเส้นโค้งอีกครั้ง จากนั้นจึงทำการคำนวณ หากไม่ได้รับผลเฉลยจำนวนเต็ม ก็ให้ลากเส้นเชื่อม P กับ 2P ต่อไปเพื่อหาจุดตัดจุดที่สามบนเส้นโค้ง แล้วลากเส้นเชื่อมกับจุด O เพื่อหาจุดตัดจุดที่สี่ หากยังไม่ได้ก็ทำซ้ำขั้นตอนนี้เพื่อหาจุดตัดจุดที่ห้า...
สรุปก็คือทำขั้นตอนนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบผลเฉลยจำนวนเต็มที่สอดคล้องกัน แต่ขั้นตอนนี้จะอาศัยการคำนวณด้วยมือไม่ได้เด็ดขาด ต้องใช้คอมพิวเตอร์คำนวณเท่านั้น หลังจากหาค่านั้นพบแล้ว จึงค่อยใช้โปรแกรมเรขาคณิตมาทำการทำซ้ำ
สุดท้ายคำนวณว่า 9P ถึงจะเป็นจำนวนเต็ม จากนั้นก็ใช้ค่า 9P ที่ได้มา ทำการทำซ้ำด้วยโปรแกรมเรขาคณิต 9 ครั้ง ในที่สุดก็จะสามารถหาค่า a, b, c ของสมการข้างต้นนี้ออกมาได้ แนวคิดในการแก้โจทย์ทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละครับ”
...
เฉียวอวี้พูดรวดเดียวจบกินเวลาไปเต็มๆ หนึ่งชั่วโมง เขารู้สึกคอแห้งผาก พอพูดจบ ก็หยิบน้ำแร่ที่เสียบอยู่หลังเบาะที่นั่งด้านหน้าออกมาโดยตรง แล้วกระดกดื่มอึกใหญ่หลายอึก จากนั้นจึงเอ่ยถาม “เป็นยังไงบ้างครับ อาจารย์หลาน อาจารย์คิดว่าวิธีแก้โจทย์ของผมมีความเป็นสากลไหมครับ”
หลานเจี๋ยได้สติกลับมา เขามองเฉียวอวี้แวบหนึ่ง ยังไม่ได้ตอบในทันที
อย่างไรเสียการจะตัดสินได้ว่าวิธีแก้โจทย์นี้มีความเป็นสากลหรือไม่ อันดับแรกเขาจะต้องเข้าใจวิธีแก้นี้อย่างถ่องแท้เสียก่อน
ที่ให้เฉียวอวี้อธิบาย เป็นเพราะเขาคิดว่าตอนที่เฉียวอวี้แก้สมการนี้ จะไม่ใช้เนื้อหาทางทฤษฎีจำนวนที่ซับซ้อนจนเกินไป ถึงอย่างไรความประทับใจที่เฉียวอวี้มีต่อเขาก็คือเด็กมีพรสวรรค์มาตลอด แต่ไม่ได้ผ่านการศึกษาระบบคณิตศาสตร์มาโดยเฉพาะ
แต่เขาไม่เหมือนกัน ตอนอยู่มหาวิทยาลัยเขาก็เคยเรียนพีชคณิตนามธรรมและทฤษฎีจำนวนเบื้องต้นอย่างเป็นระบบมาแล้ว ไม่ถึงขั้นที่จะฟังไม่เข้าใจ
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคิดผิด
ตอนที่ฟังเฉียวอวี้อธิบาย เขายังนึกย้อนไปถึงวัยหนุ่มสาวสมัยมหาวิทยาลัย ความหวาดกลัวที่ถูกครอบงำด้วยเรขาคณิตพีชคณิตขั้นสูง
พวกเรขาคณิตเชิงภาพฉายและสเปซมอดุไลอะไรนั่นชวนให้ปวดหัวมากจริงๆ เขาพยายามเรียนแทบตายสุดท้ายก็แค่สอบผ่านอย่างฉิวเฉียดและเก็บหน่วยกิตมาได้ แน่นอนว่าในชั้นเรียนก็มีเพื่อนร่วมชั้นที่เก่งกาจมากมาย เรียนแบบผ่านๆ ก็สอบได้คะแนนเต็มแล้ว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตอนระดับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเขาเลือกเรียนคณิตศาสตร์เชิงการจัด และหลังเรียนจบก็กลับมาเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายที่เมืองดารา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เรียนต่อปริญญาเอก แล้วพยายามไปเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยหรอกนะ
หลักๆ แล้วเป็นเพราะความสามารถมีจำกัด เรียนไม่ไหวแล้วจริงๆ
ดังนั้นเขาจึงฟังแนวคิดในการแก้สมการนี้ของเฉียวอวี้ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้จริงๆ
เป็นที่ทราบกันดีว่า หากต้องการตัดสินว่าวิธีหาผลเฉลยวิธีหนึ่งในทางคณิตศาสตร์มีความเป็นสากลสำหรับสมการประเภทหนึ่งหรือไม่ อันดับแรกต้องเข้าใจแนวคิดในการหาผลเฉลยทั้งหมดอย่างถ่องแท้เสียก่อน
แบบนี้ก็น่ากระอักกระอ่วนแล้ว
เดิมทีคิดว่าอาศัยความรู้คณิตศาสตร์ที่เขาสะสมมาตอนมหาวิทยาลัย หลังจากฟังเฉียวอวี้อธิบายสดๆ แล้ว จะต้องสามารถให้คำตอบได้อย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้เขาต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการขายหน้ากับการหาทางปกปิด
หลังจากใคร่ครวญอยู่ประมาณสิบวินาที หลานเจี๋ยก็เลือกที่จะยอมรับตามตรง
เพราะเขาเสแสร้งไม่ค่อยเป็นจริงๆ
“เฉียวอวี้ พูดตามตรงนะ ระดับของครูยังไม่พอ ไม่สามารถตัดสินได้...ดังนั้นปัญหานี้เธอต้องไปทดลองดูด้วยตัวเองแล้วล่ะ ลองหาสมการประเภทเดียวกันสักสองสามสมการ แล้วใช้วิธีของเธอไปหาคำตอบ ถ้าสุดท้ายแล้วได้คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด ก็สามารถลงมือเขียนวิทยานิพนธ์ได้เลย
เรื่องรายละเอียดการแก้ปัญหาในวิทยานิพนธ์ ครูไม่มีทางช่วยเธอได้ แต่ครูสามารถสอนเธอได้ว่ารายละเอียดการเขียนวิทยานิพนธ์ควรเขียนอย่างไร ถึงอย่างไรการเขียนวิทยานิพนธ์ทางคณิตศาสตร์ก็มีรูปแบบและข้อกำหนดในการเขียนที่เฉพาะเจาะจง และมีมาตรฐานสากลที่พบเห็นได้ทั่วไปอยู่บ้าง”
เฉียวอวี้มองหลานเจี๋ยด้วยความประหลาดใจ
เป็นเพราะโจทย์ข้อนี้ยากมากจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นโจทย์หาผลเฉลยสมการที่ยากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาตั้งแต่เริ่มตั้งใจเรียนคณิตศาสตร์ ดังนั้นตอนที่อธิบายเขาก็เลยแอบมีความคิดที่จะอวดอยู่บ้าง จึงอธิบายได้อย่างละเอียดถ้วนถี่จริงๆ
แต่พ่อคนดีกลับบอกว่าเขาฟังไม่เข้าใจงั้นหรือ
“เฮ้อ...ครูเคยบอกไปแล้วไง ว่าตอนมหาวิทยาลัยครูไม่ค่อยได้ทุ่มเทให้กับเรื่องเรขาคณิตพีชคณิตกับทฤษฎีจำนวนเท่าไรนัก ถ้าเป็นแค่ระดับเบื้องต้นก็ยังพอไหว นั่นก็คือมีแค่เนื้อหาที่เคยเรียนตอนปริญญาตรีเท่านั้น ทฤษฎีจำนวนที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น...ระดับปริญญาโทครูเน้นไปที่คณิตศาสตร์เชิงการจัด ซึ่งก็คือการศึกษาคุณสมบัติการจัดหมู่ของโครงสร้างวิยุต ปัญหาประเภทการเรียงสับเปลี่ยน การจัดหมู่ กราฟ เซต ลำดับ...
แล้วยิ่งหลังจากเข้าทำงาน คณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายเธอก็เข้าใจใช่ไหม...ส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับด้านนี้ในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ก็ไม่ได้เจาะลึกอะไรมาก จะเกี่ยวข้องเพียงแค่ส่วนพื้นฐานที่สุดของพีชคณิตขั้นสูงและทฤษฎีจำนวนเท่านั้น สิ่งสำคัญที่บ่มเพาะก็ยังคงเป็นความสามารถในการใช้วิธีทางคณิตศาสตร์ระดับต้นมาแก้ปัญหา ดังนั้น...”
เมื่อเผชิญกับสายตาจับผิดของเฉียวอวี้ หลานเจี๋ยก็อธิบายด้วยท่าทีติดอ่างเล็กน้อย
เอาเถอะ นี่เป็นการกู้หน้าจริงๆ
อย่างไรเสียวิชาคณิตศาสตร์ ก็ยังแบ่งออกเป็นทิศทางต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วน...และทฤษฎีจำนวนก็เห็นได้ชัดว่าเป็นทิศทางที่ต้องใช้พรสวรรค์มากที่สุด
การไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องปกติมาก
ประเด็นสำคัญคืออายุและประสบการณ์ของเฉียวอวี้มันทำร้ายจิตใจคนอื่นเกินไป
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง...ผมเข้าใจครับ นี่ถือเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง สิ่งเหล่านี้บังเอิญไม่ใช่ทิศทางที่อาจารย์ถนัดพอดี” เฉียวอวี้กล่าวอย่างเห็นอกเห็นใจ ถึงขั้นกลับมาใช้คำเรียกที่ให้เกียรติอีกครั้ง
หลานเจี๋ยอ้าปาก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เด็กคนนี้ไว้หน้าเขามากพอแล้ว ขืนพูดไปมากกว่านี้ ก็จะดูเหมือนการแก้ตัวเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไร ยอมรับไปแล้วว่าไม่เข้าใจ สู้ทำตัวให้เปิดเผยขึ้นอีกหน่อยจะดีกว่า
ดังนั้นหลานเจี๋ยจึงยกมือขึ้นตบบ่าเฉียวอวี้เบาๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องรีบร้อน เชื่อครูสิ ในอนาคตจะต้องมีสักวันที่ผู้ยิ่งใหญ่ในฟอรัมนั่นจะรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมสัมมนาของเธอ! ถึงตอนนั้นถ้าเธอยังจำครูได้ ก็ช่วยเชิญครูไปนั่งแถวหน้าสุดด้วยล่ะ อ้อ ถึงตอนนั้นก็ให้อาจารย์ที่ปรึกษาของครูไปนั่งข้างๆ ครูด้วยนะ”
เฉียวอวี้ไม่เข้าใจสาเหตุ จึงเอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง “การประชุมสัมมนาคืออะไรครับ”
ในเวลานี้หลานเจี๋ยมีความอดทนสูงมากจริงๆ เพราะเขาตระหนักดีว่า สิ่งที่ตัวเองจะสามารถสอนเด็กตรงหน้านี้ได้นั้นมีไม่มากแล้ว
“ตัวอย่างเช่นเธอแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่คนอื่นยังแก้ไม่ได้ เหมือนกับที่เธอหาผลเฉลยเชิงตัวเลขของสมการนี้ได้ เธอเขียนวิทยานิพนธ์ออกมาฉบับหนึ่ง และได้รับการยอมรับ ในเวลานี้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหรือสถาบันการวิจัยคณิตศาสตร์ก็จะเชิญเธอไปแบ่งปันแนวคิดในการแก้โจทย์และมุมมองบางอย่างของเธอกับนักคณิตศาสตร์ในแวดวงเดียวกัน”
พูดจบ หลานเจี๋ยก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อว่า “แน่นอนว่า ขีดจำกัดของคณิตศาสตร์ก็คือการไม่มีขีดจำกัด ยิ่งปัญหาที่เธอแก้ได้ยากและมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ ระดับของการประชุมสัมมนาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น! แล้วก็ไม่ใช่แค่การไขปริศนาโจทย์ปัญหาข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น หากเธอสามารถคิดค้นเครื่องมือทางคณิตศาสตร์แบบใหม่ขึ้นมาได้ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ก็จะได้รับเชิญไปบรรยายในการประชุมทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญมากๆ เช่นเดียวกัน”
หลังจากฟังจบ เฉียวอวี้ก็ทำท่าครุ่นคิด
หลานเจี๋ยเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเป็นฝ่ายพูดเสริมขึ้นมาว่า “เอ่อ...เธออย่ามัวแต่คิดว่าการประชุมทางคณิตศาสตร์ระดับสูงเหล่านั้นเชิญเธอไปบรรยาย แล้วจะต้องให้เงินเธอเยอะแยะสิ! รอให้เธอไปถึงระดับนั้นแล้วก็จะรู้เอง ขอเพียงแค่เธอสามารถไปนั่งบรรยายในจุดนั้นได้ เรื่องเงินมันก็มาเองนั่นแหละ เปิดวิสัยทัศน์ให้กว้างๆ หน่อย”
“อ้อ! เข้าใจแล้วครับ!” เฉียวอวี้พยักหน้า มีสีหน้าเหมือนได้รับคำชี้แนะ แต่ว่ารับฟังเข้าไปจริงๆ หรือเปล่านั้น หลานเจี๋ยมองไม่ออก
แต่เขาก็ขี้เกียจสนใจแล้ว
ด้วยวุฒิภาวะที่เฉียวอวี้แสดงออกมาในปัจจุบัน รอจนกว่าเขาจะก้าวไปถึงจุดนั้นจริงๆ เขาก็จะเข้าใจเองตามธรรมชาติ เผลอๆ อาจจะเข้าใจมากกว่าเขาเสียอีก
“อาจารย์วางใจได้เลยครับ อาจารย์หลาน ถ้าวันหนึ่งผมได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมการประชุมสัมมนาแบบที่อาจารย์พูดจริงๆ ผมจะต้องเว้นที่นั่งว่างสองที่ในแถวหน้าสุดไว้ให้เสมอ อาจารย์อยากพาใครไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพาอาจารย์ที่ปรึกษาไปทุกครั้งหรอกครับ” เฉียวอวี้ให้สัญญาด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
คงมีเพียงช่วงเวลาโอ้อวดแบบนี้เท่านั้นกระมัง ที่เด็กคนนี้จะแสดงท่าทางของเด็กหนุ่มผู้ฮึกเหิมออกมาให้เห็นสักนิด
หลานเจี๋ยทำได้เพียงยิ้มเจื่อน...
ไปฟังการประชุมทางคณิตศาสตร์ ถ้าเขาไม่พาอาจารย์ที่ปรึกษาไปแล้วจะให้พาใครไปล่ะ
พูดตามตรง การที่เขาไปฟังพร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษา ก็เพื่อรักษาหน้าล้วนๆ ไม่ใช่ว่าเขาอยากไปฟังเรื่องพวกนี้จริงๆ หรอก อย่างแรก ครูสอนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องสลับซับซ้อนอะไรมากมายขนาดนั้น อย่างที่สอง ต่อให้เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ เวลาไปฟังโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ตัวเองฟังไม่เข้าใจ ก็จะง่วงเหงาหาวนอนเหมือนกันนั่นแหละ
เรื่องแบบนี้มันไม่เข้าใครออกใครหรอกนะ
“โอเค พยายามเข้านะ! ครูจะตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้วันนั้นมาถึงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลย” หลานเจี๋ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
...
ตลอดการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงที่เหลือ ทั้งสองคนก็กลับมาเงียบกันอีกครั้ง
เฉียวอวี้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจยังคงไถโทรศัพท์มือถือต่อไป แต่เขาไม่ได้เข้าไปดูคำวิจารณ์ของผู้ยิ่งใหญ่ในฟอรัมเหล่านั้นอีกแล้ว
คำพูดของหลานเจี๋ยทำให้เขามองผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นอย่างปราศจากอคติไปได้ชั้นหนึ่งจริงๆ และยิ่งหมดความกังวลไปเลย
คนพวกนั้นดูเก่งกาจมาก ก็เป็นแค่เพราะใช้ชีวิตมามากกว่าเขาสิบหรือยี่สิบปีเท่านั้นแหละ
ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อเฉียวอวี้พบว่าหลังจากอธิบายให้อาจารย์หลานฟังอย่างจริงจังแล้ว พ่อคนดีก็ยังคงยอมรับตามตรงว่าเขาฟังไม่เข้าใจ หลังจากนั้นเขาก็มั่นใจในคุณค่าของสมการข้อนี้แล้ว
มิน่าล่ะศาสตราจารย์พวกนั้นถึงได้คิดว่าเขาเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา แถมยังเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่ศึกษาเรื่องทฤษฎีจำนวนโดยเฉพาะอีกต่างหาก
นักศึกษาปริญญาตรีคณิตศาสตร์ทั่วไป ฟังขั้นตอนการแก้โจทย์แล้วก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ศาสตราจารย์เหล่านั้นจะไปคิดได้ยังไงว่าเขาเป็นแค่เด็กมัธยมต้นที่เพิ่งเรียนจบเท่านั้นเอง
ดังนั้นตอนนี้เขาจึงทะยานขึ้นฟ้าได้อย่างปลอดภัยแล้ว
ในด้านนี้เขามีประสบการณ์มาก
ตอนอยู่ประถม เขาก็อาศัยวิธีนี้ เฉลี่ยแล้วหาเงินได้เดือนละสองสามพันหยวนเชียวนะ!
เฉียวอวี้รู้สึกว่าตนเองเข้าใจความมั่นใจของผู้ใหญ่ที่มักจะตั้งข้อสงสัยในความสมเหตุสมผลอยู่เสมอเป็นอย่างดี
ตอนอยู่ประถม มีเด็กที่อิจฉาตาร้อนไปฟ้องครู บอกว่าเขารับจ้างทำการบ้านให้คนอื่น ช่วยคนอื่นโกงข้อสอบอะไรทำนองนั้น ครูไม่เชื่อเลยสักนิด...
คนที่สอบแต่ละครั้งก็ได้แค่สิบหรือยี่สิบคะแนน คนที่ทำผลงานในทุกด้านได้เละเทะขนาดนั้น จะไปช่วยเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นทำเรื่องพวกนี้ได้ยังไง ต่อให้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ขอแค่ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัด สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไปเอง
ดังนั้นขอเพียงเขาไม่เป็นฝ่ายล็อกอินเข้าฟอรัมต่อหน้าศาสตราจารย์เหล่านั้น ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นก็คงไม่มีทางสงสัยมาถึงตัวเขาเป็นอันขาด
เมื่อหมดความกังวลในเรื่องนี้ เฉียวอวี้ก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว เขาจึงดูคลิปวิดีโอในโทรศัพท์มือถือต่อไป
ส่วนหลานเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ เขานั้น เข้าสู่สภาวะเหม่อลอยไปโดยปริยาย
ไม่มีกะจิตกะใจจะดูโทรศัพท์มือถือต่อแล้วจริงๆ
ก่อนหน้านี้เขายังคิดอยากจะหยั่งเชิงดูว่าขีดจำกัดสูงสุดของเฉียวอวี้อยู่ที่ระดับไหน แต่เรื่องราวทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้เขาตระหนักได้ว่า ความคิดก่อนหน้านี้ของเขามันค่อนข้างจะน่าขันไปสักหน่อย
พูดตามตรง เขาคิดไม่ค่อยตกจริงๆ ว่าทำไมคนที่ไม่เคยผ่านการเรียนระบบพีชคณิตและทฤษฎีจำนวนมาก่อน ถึงสามารถแก้สมการที่มีความยากระดับนี้ด้วยมือเปล่าได้จริงๆ ก่อนหน้านี้เขาประเมินเฉียวอวี้ไว้สูงมากแล้ว ทว่าตอนนี้เขากลับพบว่า เขายังคงประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไปอยู่ดี
ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตัวเองนี้...
หลานเจี๋ยนึกไปถึงการประชุมกลุ่มครั้งหนึ่ง คำพูดตัดพ้อประโยคหนึ่งของอาจารย์ที่ปรึกษา ประโยคดั้งเดิมก็คือ มีอัจฉริยะประเภทหนึ่ง ที่พวกเขาสามารถมองเห็นแก่นแท้ของปัญหาที่เป็นนามธรรมได้ทะลุปรุโปร่งเพียงแค่ชำเลืองมอง สิ่งที่พวกเขาใช้เวลาแค่วันเดียวก็เข้าใจแล้ว พวกคุณอาจจะต้องใช้เวลาถึงสามปี ดังนั้นพวกคุณต้องพยายามให้มากนะ!
ตอนนั้นคำพูดประโยคนี้ใช้บรรยายนักศึกษาปริญญาเอกหนุ่มจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ที่มาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัย หลานเจี๋ยยังจำได้ว่า หนุ่มชาวไอริชคนนั้นอายุไล่เลี่ยกับเขา แต่เขาเรียนปริญญาเอกแล้ว ในขณะที่ตัวเขาเพิ่งจะสอบติดปริญญาโทได้ไม่นาน...
ดูจากตอนนี้แล้ว เขาก็ได้ค้นพบสมบัติล้ำค่าแบบนี้แล้วเหมือนกัน เผลอๆ ความสามารถอาจจะเหนือกว่าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
ในวินาทีนี้ ภายในใจของหลานเจี๋ยก็เกิดความคิดอันแรงกล้าที่จะพาเฉียวอวี้ไปโอ้อวดต่อหน้าอาจารย์ที่ปรึกษาสักหน่อย...
หากสามารถอยู่ในห้องทำงานของอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วชี้ไปที่เฉียวอวี้พร้อมกับพูดว่า “อาจารย์ครับ อาจารย์ดูสิครับ นี่คือนักเรียนของผม ตั้งใจพามาเพื่อให้อาจารย์ทดสอบเขาดูครับ”
ความรู้สึกนั้น แค่คิดก็สะใจสุดๆ แล้ว
แถมจะว่าไปแล้ว เมืองเซียวโจวก็อยู่ห่างจากหลินไห่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก หากสามารถเกลี้ยกล่อมเฉียวอวี้ให้ไปดูมหาวิทยาลัยซวงตั้นซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าของเขาด้วยกันได้...
เมื่อความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว หลานเจี๋ยก็รู้สึกว่าตัวเองน่าละอายเกินไปแล้ว!
อาจารย์ใหญ่ไว้วางใจมอบหมายภารกิจสำคัญให้เขา คาดหวังว่าเฉียวอวี้จะคว้าเหรียญทอง IMO มาให้โรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่งได้ การปล่อยให้เด็กไปเปิดตัวตั้งแต่เนิ่นๆ แบบนี้ แล้วดึงดูดให้ศาสตราจารย์กลุ่มใหญ่มาแย่งตัวไปโดยตรง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเข้าไปรบกวนสภาพจิตใจของเฉียวอวี้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าศาสตราจารย์เหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนเจ้าเล่ห์ หากได้สัมผัสกับเฉียวอวี้สักสองสามครั้ง ก็คงจะจับอุปนิสัยของเฉียวอวี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ถึงตอนนั้นก็อันตรายจริงๆ แล้ว...
ช่วยไม่ได้ จุดอ่อนของเด็กคนนี้มันชัดเจนเกินไปจริงๆ
หลานเจี๋ยถึงขั้นสงสัยว่าเฉียวอวี้จงใจแสดงความปรารถนาในเงินทองอย่างไม่มีที่สิ้นสุดออกมา เพื่อดึงดูดให้ผู้ใหญ่ที่สนใจในตัวเขาทุ่มเทการลงทุนในตัวเขาอย่างสุดความสามารถ
ดังนั้นเอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน
ก็แค่หนึ่งปีเท่านั้น...
รอให้เฉียวอวี้คว้าเหรียญทองจากการแข่งขันระดับโลกมาครอง และได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยหัวชิงหรือมหาวิทยาลัยเยียนเป่ยได้เสียก่อน แล้วค่อยว่ากัน!







